วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ติดอาวุธให้นักรบกองทุน

นอกจากจะลงทุนในหุ้นแล้ว ผมมีพอร์ตการลงทุนในกองทุน โดยบริหารการลงทุนให้กับเงินของครอบครัว มิใช่ว่าเชื่อใจในฝีมือของ Fund manager แต่อย่างใด แต่ที่ใช้บริการเพราะว่าสะดวกกว่าการลงทุนในหุ้นแบบเน้นคุณค่าระยะยาว เพราะสามารถดึงเงินกลับได้ทุกเวลา และปลอดภัยกว่าการลงทุนในหุ้นเก็งกำไร ซึ่งเหมาะกับเงินของครอบครัวที่รับความเสี่ยงได้จำกัด


แน่นอนว่าผมทำการซื้อขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมพวก Passive Fund ที่อ้างอิงราคากับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ แบบลูกค้าทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทำก็คือเอาการวิเคราะห์ทางเทคนิคของหุ้นเข้ามาใช้ โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลดัชนี เพื่อประกอบการกำหนดจังหวะการซื้อ ขายหน่วยลงทุน โดยเป้าหมายการลงทุนของผมก็คือที่ปีละ 20% ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป การวางเป้าหมายแบบสบายๆจะทำให้เราไม่ต้องไปเสี่ยงและเร่งรัดกับแผนการลงทุนจนมากไป
ผมขอแบ่งปันเทคนิคเบื้องต้นในการวิเคราะห์แนวโน้มของดัชนี สำหรับการประกอบการตัดสินใจในการลงทุน นั้นก็คือการใช้ค่าเฉลี่ย EMA5 และ EMA10 มาช่วยกำหนดจังหวะการซื้อ ขาย หน่วยลงทุน เนื่องด้วยราคาของหน่วยลงทุนนั้นจะเคลื่อนที่อิงอยู่กับดัชนีของตลาด ดังนั้นแนวโน้มของดัชนี SET ก็จะเป็นแนวโน้มแบบเดียวกับ ราคาหน่วยลงทุนของกองทุนรวมด้วย ในตัวอย่างนี้ผมทดลองการใช้การวิเคราะห์เทคนิคกับ SCBSET





ภาพดัชนี SET50


ภาพแสดงราคาหน่วยลงทุน

จากภาพทั้งสองจะเห็นได้ว่า SCBSET มีทิศทางและแนวโน้มการเคลื่อนตัวของราคาในรูปแบบเดียวกับดัชนีของ SET50 จากการศึกษารายละเอียดของกองทุนพบว่า SCBSET มีการลงทุนหลักในหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ได้แก่ PTT ,PTTEP,SCC,KBANK ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าราคาของหน่วยลงทุนจะอ้างอิงกับดัชนีของ SET50 ดังนั้นทำให้เราสามารถใช้ข้อมูลดัชนี SET50 ในการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของราคาหน่วยลงทุนได้



แนวคิดการลงทุน

การกำหนดจังหวะซื้อขายหน่วยลงทุนจะใช้ แนวโน้มของ SET50 เป็นตัวกำหนด โดยอาศัยหลักการพื้นฐานคือการซื้อที่ดัชนีมีแนวโน้มจะเคลื่อนที่ขาขึ้น Uptrend และขายเมื่อดัชนีมีการกลับทิศเป็นขาลง downtrend และจะหยุดรอไม่ลงทุนในกรณีที่ตลาด sideway (เนื่องจากมีความผันผวนของราคาและต้องอาศัยเวลาในการติดตามดัชนี SET50 มากกว่าช่วงปกติ ดังนั้นเราจึงไม่ลงทุน ท่านที่สนใจสามารถใช้โมเดล OB ,OS จากดัชนีพวก Oscillator ในการกำหนดจังหวะแทนได้) โดยเครื่องมือที่ใช้คือเส้นดัชนี EMA5 EMA10 และ EMA20

กลยุทธการลงทุน
กรณีขาขึ้น : EMA 20 ความชันเป็นบวก
- ซื้อเมื่อ EMA5 มากกว่า EMA10 ในรอบแรก 40% และซื้อเมื่อ EMA5 มากกว่า EMA20 อีก 60%
- ขายเมื่อEMA5 น้อยกว่า EMA10 ในรอบแรก 40% และซื้อเมื่อ EMA5 น้อยกว่า EMA20 อีก 60%

ซึ่งจะไม่ลงทุน(แม้ว่าจะมีสัญญาณซื้อ-ขาย)ในกรณีแนวโน้มออกข้าง (sideway) : EMA20 ความชันเป็น 0 และ กรณีแนวโน้มขาลง (down trend) : EMA20 ความชันเป็นลบ



ผลการทดลอง
เนื่องจากปีนี้ดัชนีเพิ่มตัวสูงจาก 700 ไปถึง 1000 ดังนั้นผลตอบแทนของนักรบกองทุนที่ใช้เทคนิคจึงได้ไปแบบสบายๆ ทั้งหมดเกือบ 40% ผมเองได้ยกตัวอย่างตารางการเข้าซื้อ ขายหน่วยลงทุนที่เกิดจากการใช้เทคนิค trend following มาให้ดูดังตัวอย่างด้านล่าง


สรุป
จะเห็นได้ว่าการซื้อขายด้วยเทคนิคนี้ทำให้ท่านไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อ ขายบ่อยๆ ที่สำคัญการผิดพลาดก็จะน้อยกว่าการซื้อ ขายเองโดยที่ไม่ได้วิเคราะห์ และมีเงื่อนไขที่ตายตัวเป็นระบบ เพราะจะมีเรื่องอารมณ์และจิตวิทยาของผู้ลงทุนมาเกี่ยวข้อง เป้าหมายที่ 20% ต่อปีก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะเนื่องจาก ในตลอดปีการแกว่งเคลื่อนที่ขึ้นลงของดัชนีเกิดขึ้นตลอดเวลา (อันนี้ใช้ความรู้จากการเทรดฟิวเจอร์มายืนยัน) เพราะฉนั้นถ้าเราจับจังหวะได้โอกาส ขี่เทรนด์ทำกำไรก็มีสูง ที่สำคัญต้องไม่ลงทุนในช่วงตลาด sideway หรือ downtrend ด้วยเทคนิคนี้

ผมเองต้องการนำเสนอไอเดียให้เพื่อนๆนักลงทุนเท่านั้น เทคนิคนี้คงไม่สามารถรับประกันว่าท่านจะใช้ตามแล้วรวยเพราะมันมีปัจจัยอื่นๆบนหลักการแสนง่าย มาร่วมด้วยเช่น ความมีวินัย,เรื่องของความโลภ ความกลัว, เรื่องของประสบการณ์ ดังนั้นถ้าต้องการประสบความสำเร็จต้องฝึกฝนกันต่อไป

สำหรับท่านที่มีคำถามว่าถ้าได้มากขนาดนี้ คนก็คงเลิกลงทุนในหุ้นแล้ว ผมตอบว่าคนที่ลงทุนในหุ้นแบบไม่มั่วและลงทุนเป็นจริงๆทั้งแบบเก็งกำไรและแบบเน้นคุณค่า 20% ถือว่าไม่เยอะในตลาดแบบนี้ บางคนได้ปีละเกือบ 100% ก็มีไม่เชื่อลองถามเซียนที่ท่านรู้จักดูสิครับ