วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ตามติดต่อตี (กลยุทธบริหารจัดการเงิน)

ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมกรุง ที่ดูเหมือนยังหาทางแก้ไขหรือบรรเทาไม่ได้ในขณะนี้ นักลงทุนเองก็มีข่าวดีให้ยิ้มได้ คือ ตลาดหุ้นปรับตัวบวกขึ้นต่อเนื่องจนมาถึงแนวต้านที่ 980 หลายคนที่เทรดในรอบนี้ก็รับทรัพย์กันอื้อซ่า ส่วนคนที่ติดดอยจากรอบก่อนหน้าก็คงจะใจชื้น มีหวังได้ลงดอยกันบ้าง(แต่ความจริงก็ยังไม่มีอะไรที่แน่นอน บ่งบอกว่า SET จะกลับไปที่จุดเดิม) คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมพบปะแล้วเจอไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากลุ่มที่ติดดอย ก็คือกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า ตกรถ เพราะล้างพอร์ตขาดทุนไปรอบก่อนหน้า เพราะกลัวปัญหาหนี้สินยุโรป พอร์ตว่างยังลังเลไม่กล้าซื้อ ไม่กล้าเข้า เพราะกลัวจะติดดอยอีก วันนี้มีเทคนิคเบื้องต้นมาแนะนำครับ



ปัญหาอย่างหนึ่งของคนที่ตกรถคือมักจะเป็นคนที่เคยขาดทุนมาก่อน ด้วยความกลัวที่ข้างในอารมณ์มันจึงทำให้ไม่กล้าที่จะซื้อหุ้นที่ราคาวิ่งขึ้น พอจะซื้อราคาหุ้นเริ่มชะลอตัวก็ไม่มั่นใจคิดว่าจะลง รอต่อไปอีกหน่อยราคาหุ้นก็วิ่งต่อ (รอบนี้ที่เราเห็นมากคือการกระโดดเปิด GAP ตั้งแต่เปิดตลาด) ยิ่งราคาบวกไปสูงความกลัว(อารมณ์) ก็เข้ามารบกวนจิตใจ รอต่อไปหุ้นก็ขึ้นต่ออีก สุดท้ายไม่กล้าซื้อ หรือบางคนคันมืออดใจไม่ไหวมาโดดใส่ตอนราคาช่วงที่วิ่่งมาเยอะ หลายคนเริ่มพูดถึง บางคนมีกำไรแล้วเกือบ 10% คราวนี้ก็ต้องไปลุ้นกับนายตลาดเอาว่าจะจัดบ้านบนดอยให้อยู่อีกหรือเปล่า ตัวอย่างในภาพจำลองการจินตนาการของแมงเม่าที่ตกรถมาให้ดูกัน 





อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้กับนักลงทุนที่ยังไม่แม่นเรื่องจังหวะ บวกกับยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่มีการเล่นข่าวไปทำให้ตัดสินใจไม่ได้ ถ้าจะแก้ปัญหานี้ก็ต้องมีตัวช่วย นั้นคือ กราฟเทคนิค เพื่อใช้สร้างจังหวะในการลงทุน โดยสำหรับท่านที่ไม่มั่นใจเราสามารถ ใช้วิธีเข้าซื้อแบบหลายไม้ทะยอยตามจังหวะการปรับตัว เพื่อให้ได้ราคาที่มีความน่าจะเป็นในการชนะมากที่สุด ในขณะเดียวกัน เราลดความเสี่ยงในการแทงไม้เดียว ที่มีโอกาสจะไปเข้าบนยอดดอยได้อีกด้วย มาลองดูวิธีการกันครับ


เลือกแนวโน้มให้ถูก
จะเทรดหุ้นเก็งกำไรให้ได้กำไร หัวใจสำคํญคือเราต้องรู้ว่าราคาหุ้นที่เราซื้อมานั้นต้องเพิ่งสูงขึ้น นั้นหมายความว่าเราจะได้กำไร และการที่ราคาหุ้นจะเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างแน่นอนและมั่นใจ ก็ต้องเป็นช่วงที่ทิศทางราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น(จะระยะสั้นหรือยาวก็ตามแต่ครับ) วิธีการดูแนวโน้มเคยเขียนในหัวข้อเก่าแล้ว ลองกลับไปอ่านได้ หรือถ้าต้องการดูคราวๆก็ลาก trend line เพื่อพิจารณาแนวโน้มราคาหุ้น ดูการเพิ่มขึ้นของจุดต่ำสุดปัจจุบันเทียบกับจุดต่ำสุดก่อนหน้าก็ได้ครับ


ทยอยซื้อตามจังหวะการปรับตัว
ทางแก้เพื่อไม่เราพลั้งพลาด จากการทุ่มแทงครั้งเดียวที่ดีที่สุด ก็คือการทยอยเก็บหุ้น โดยใช้จังหวะในการเข้าซื้อเก็บหุ้นตามแนวต้าน หรืออาจจะใช้ indicator พื้นฐานทางเทคนิคคอลเช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA แบบหลายช่วงเวลามาใช้ก็ได้


ตัวอย่างผมใช้ EMA 2, 4 , 8 , 16 บนกราฟ time frame 120 นาที เพื่อหาจังหวะเก็บหุ้น โดยเราจะทยอยซื้อ ไม้แรกที่ EMA2 > EMA4 ,ไม้ที่สอง EMA2 > EMA8 ,ไม้ที่สาม EMA2 > EMA16



การแบ่งเงินลงทุน
โดยราคาที่ลอยเหนือ EMA16 ไปแล้วยังมีจุดต่ำสุดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจะมีความนะเป็นที่จะมีแนวโน้มขาขึ้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการซื้อขายในแต่ละไม้ อาจจะแบ่งเงินไม่เท่ากันตามความน่าจะเป็น โดยอาจจะใช้สูตร 20%-30%-50% หรือจะเป็น 30%-40%-30% ก็ได้อันนี้แล้วแต่ความต้องการของเรา โดยการที่เราซื้อหุ้นปริมาณมากในไม้แรก ข้อดีคือกรณีที่ขาขึ้นแรงได้ของถูก แต่ถ้าผิดทางความเสี่ยงก็จะมาก สูตรการจัดเงินนี้ไม่ตายตัว มีข้อสังเกตคือไม่ควรซอยไม้มากไปเพราะค่าคอมก็จะมากตาม แต่หัวใจเพื่อลดความเสี่ยงในการซื้อหุ้นก็ไม่ควรทุ่มแทงไม้ใหญ่ไม้เดียว 100% การซื้อเฉลี่ยขาขึ้น ยิ่งแนวโน้มแข็งแรงมั่นใจ ความน่าจะเป็นสูงการซื้อไม้ใหญ่ก็จะยิ่งทำให้เราได้กำไรแน่นอนมากขึ้น  กรณีที่ราคา sideway หรือขึ้นไม่แน่นอนปกติเราความเสียหายก็จะถูก จำกัดในไม้แรกและไม่สองเท่านั้น


ส่วนจังหวะการขายก็อาจจะใช้การทำกำไรเมื่อหมดแนวโน้ม โดยดูจากการตัดของ EMA2 ตัดลงกับ EMA16 ก็ได้เช่นกัน ถือเป็นการหมดรอบ 


สรุป
ราคาหุ้น เป็นสิ่งที่เราไม่อาจจะคาดเดาได้ การเล่นหุ้นเก็งกำไรแล้วไปเดาว่ามันจะขึ้น หรือลง รายไหนรายนั้นเจ๊งสนิทศิษย์ส่ายหน้า แต่ราคาหุ้นเราสามารถสังเกตและใช้การบริหารจัดการความเสี่ยงมาช่วยได้ เพื่อลดความเสี่ยงหาย และเสี่ยงบนความน่าจะเป็นที่สูงที่สุด ที่สำคัญการเล่นหุ้นเก็งกำไร เราควรจะมีจุดตัดขายทุน (cutloss) เป็นทางออกฉุกเฉินไว้เสมอ ครับ