วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ถ้ารู้(กู)รวยไปแล้ว

ช่วงนี้ตลาดหุ้นบ้านเราดูเหมือนจะออกแนวอินดี้นอกกรอบ ทำตัวแบบเด็กวัยรุ่น 16 17 หัวขบถนิดๆไม่ค่อยตามใคร สังเกตได้จากการที่ข่าวความวิตกเรื่องปัญหาหนี้สินยุโรปออกมาเป็นทิวแถว แต่ SET ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนนิ่งเฉย นิ่งเตะไม่ไหวติงไม่ออกอาการลง(แดง) แบบตลาดรอบโลก ล่าสุดแม้ดาวน์โจนแดงต่อเนื่อง ก่อนจะลบไปเกือบสองร้อยจุดกว่า เล่นเอาหลายคนคิดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ไม่รอดสงสัย บ้างก็ว่าเม่าตายแน่ทุบแน่ทุบแล้ววันนี้(24-11-2011) ผลปรากฏว่าหุ้นไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก นอกจากไม่ลบแล้วปิดบวกหน้าตาเฉย 


ประเด็นที่เขียนมาในตอนต้นไม่ได้บอกนะครับว่า ตลาดบ้านเราจะขึ้นต่อเนื่อง(ผมก็ไม่รู้และไม่คิดจะไปเดา) แต่แค่อยากสะท้อนว่าตลาดหุ้นมันเป็นอะไรที่ยากจะเดา การจับเอาข้อมูล ข่าว เอาตัวเลขต่างๆมาร่วมกันทำนาย พยากรณ์(เดา) อนาคตมันยากจะที่ถูก โดยเฉพาะคนที่ชอบนำเรื่องนี้ไปเล่นในตลาด TFEX ผมเห็นเจ็บหนักกันถ้วนทั่ว เพราะความรู้สึกมันขัดกับสิ่งเกิดขึ้น ยิ่งมีอคติ(Bias)ไปปนกันข้อมูลที่เขาฉีดมาให้เราเสพ ผลก็คือเรายิ่งเดาไปในทางที่เราต้องการ


ผมมีเรื่องสนุกๆสไตล์ชาวบ้านมาเล่าให้ฟัง มีลุงคนหนึ่ง ชื่อ ดำ ที่เชื่อมั่นและศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก มากซะจนที่ว่าเจอที่ไหนต้องแวะไปบูชา และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการ "ขอหวย" ขอเลขสวยติดไม้ติดมือมาเสี่ยงโชค ด้วยความฝันที่จะได้ร่ำได้รวยไม่ต้องลำบาก วันหนึ่งในหมู่บ้านก็มี ชายแก่ร่างเล็กผมขาว ชื่อ อาจารย์คง มาตั้งตำหนัก ทรงเจ้า สะเดาะเคราะห์ ทำเสน่ห์ มีชาวบ้านมากมาย เข้ามาสักการะ ไม่ขาดสาย ลุงดำแกก็เที่ยวไปมานำของไปถวายฝากตัวเป็นศิษย์ แต่อาจารย์เฒ่าที่ชาวบ้านนับถือก็ไม่ยอมให้หวย ให้เลขสักที ทำยังไงก็ยอมให้ ลุงดำแกคิดไปไกลว่า อาจารย์คงมีเลขเด็ดแต่ไม่ยอมบอกใบ้ เพราะยังทำบุญไม่พอ หรือไม่ก็กลัวเลขเคลื่อน 


จนวันหนึ่งแกตัดสินใจบุกเข้าไปคุยกับอาจารย์คงตัวต่อตัวว่า ถ้าให้เลขเด็ดจะยกที่นา 5 ไร่ให้ทันทีถึงแม้จะไม่ถูก แต่ถ้าถูกหวยงวดนี้จะยกให้อีก 5 ไร่ อาจารย์ก็พยายามบ่ายเบี่ยง ถึงสามรอบ แต่สุดท้ายก็ทนแรงตื้อของลุงดำไม่ไหว สุดท้ายยอมเขียนเลข สามตัว 123 ใส่กระดาษให้ไป พร้อมกำชับว่าให้ครั้งเดียวแล้วห้ามไม่ให้ไปบอกใคร  ผลปรากฏว่างวดนั้นลุงมีถูกหวย สมใจในรอบห้าปี ได้เงินมา 1 แสน แกดีใจรีบไปบอกอาจารย์คง พร้อมโอนทีนา 10 ไร่ให้ไปแบบไม่เสียดาย เพราะคิดว่าต่อไปยังไงก็รวยแล้ว เนื่องจากมีผู้วิเศษ รู้อนาคตให้โชคให้ลาภได้  


แกเที่ยวอวดชาวบ้านว่าถูกหวย ใช้เงินซื้อ รถเครื่อง ซื้อทีวี ซื้อตู้เย็น กินเหล้าฉลอง สามวันสามคืนและแจกเพื่อนๆ จนเงินแสนหมดในไม่กี่วัน แต่ลุงดำก็ไม่กังวล เพราะคิดว่ายังไงเสียก็ยังมีอาจารย์คงอยู่ และแล้วสองวันก่อนหวยจะออกลุงดำก็แวะไปหาอาจารย์คงพร้อมใช้มุกเดิมที่ว่าจะยกที่นาให้อีก อาจารย์คงส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ แล้วลุกขึ้นยืน บอกว่า "ถ้ารู้ กูรวยไปแล้ว" 


ถ้ารู้ กูคงไม่ต้องมาอยู่บ้านเช่าโทรมๆ 
ถ้ารู้ กูคงไม่ต้องมานั่งสั่นเพื่อทรงเจ้า หลอกชาวบ้าน
ถ้ารู้ กูคงไม่ต้องมาเหมื่อยปาก ยกเมฆดู ดวง ทำเสน่ห์


แต่ตอนนี้กูสบายแล้ว มีเงินก้อนจากการขายที่นา 5 ไร่พร้อมซื้อบ้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม ลุงดำหน้าซีดผาดที่หมดตัว จะด่าก็ด่าไม่ได้เพราะไปประเคนให้เขา เสียรู้เขาเองจากความโลภ จากความโง่ 


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า มันไม่มีใครรู้อนาคตหรอกครับ เพราะคนที่รู้อนาคตจริงๆ จะเป็นคนที่มีอำนาจและหาผลประโยชน์จากสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นอย่าเสียเวลาไปเดาเลย แต่จงเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด และวางแผนรับมือสิ่งที่จะเกิด มองการเปลี่ยนแปลงดังมิตรไม่ใช่ศัตรู พยายามติดตามการเปลี่ยนแปลงอยู่เท่าทัน


การที่เอากราฟเทคนิคและอินดิเคเตอร์ต่างๆมานั่งเดาว่า หุ้นจะขึ้นหรือลง จะบวกหรือลบ ส่วนมากต่างคนต่างมีอคติ(ลึกๆ เช่น ถ้าคุณไม่มีหุ้น พอร์ตว่างก็คิดว่าอยากให้มันลง ส่วนคนที่มีหุ้นก็คิดว่า มันต้องขึ้น ยังไปต่อได้)และใช้อารมณ์ร่วมสนับสนุนการตีความจากกราฟกันทั้งนั้น ผลจากการวิจัยมันก็บอกว่า ผลลัพธ์การเดาความถูกต้องนั้นดีกว่า การโยนเหรียญหรือให้เด็กประถมเดาสุ่ม ไม่เท่าไหร่ อ่านถึงตรงนี้คนคงสงสัยงั้นก็ไม่ต้องใช้กราฟเทคนิคอลเลยหรือ??? 


จริงๆแล้วเราต้องใช้ครับแต่ใช้เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลง ใช้เพื่ออ่านแนวโน้มและวิเคราะห์คุณภาพของแนวโน้ม รวมถึงใช้เพื่อหาทางหนีทีไล่ และวางแผนการรับมือ ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยง 


อยากได้ผลลัพธ์ที่ดีใกล้เคียงความจริงก็ควรทำจิตให้นิ่ง ใช้เครื่องมือเทคนิคเพื่อการสังเกตติดตามที่ใกล้ชิด หรือถ้าไม่มีเวลาติดตามอย่างใกล้ชิดเราเองควรประเมินความเหมาะสมของช่วงเวลาที่จะใช้ และความเสี่ยงอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะกับตัวเรา แต่ไม่ใช่พยายามคาดหวัง หรือฝากอนาคตการลงทุนกับการคาดเดาในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ยิ่งไปศรัทธาในเซียนเก๊หรือผู้รู้ไม่จริง ยิ่งไม่เกิดประโยชน์ไปกันใหญ่ครับ เพราะมีวลีอมตะที่กล่าวกันในตลาดหุ้นว่า "ไม่มีใครหวังดีกับเงินของเราจริง มากเท่าตัวเรา"