วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

เป้าหมายมีไว้พุ่งชน

อาทิตย์ที่ผ่านมาข่าวการเสียชีวิตของ คุณเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าพ่อกระทิงแดง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทย เป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจมาก สำหรับผมเองคุณ เฉลียวเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ให้แรงบันดาลใจและเป็นตนแบบในการทำธุรกิจของผมในทุกวันนี้ ด้วยวิสัยทรรศ การวางตัวและรูปแบบการใช้ชีวิต ของท่านที่เป็นของแท้พิสูจน์ได้จากความสำเร็จที่ผ่านมา ซึ่งเราสามารถเรียนรู้และนำมาปรับใช้ได้


ถ้าเอ่ยถึงกระทิงแดง ผมว่าคนไทยน้อยคนที่จะไม่รู้จัก ผมเองเป็นอีกคนที่โตมากับผลิตภัณฑ์กระทิงแดง ตอนเด็กๆผมชอบไปตามร้านขายของชำ หรือไซต์งานก่อสร้างเพื่อเก็บฝากระทิงแดง ไปแลกเสื้อยืด แลกหมวก แลกเครื่องดืมโคล่าตรากระทิงแดง จากรถบริการรับแลกฝา ที่จะวิ่งมาในหมู่บ้านพร้อมเสียงโทรโข่งประกาศเสียงดัง ยุคนั้นเรียกว่ากระทิงแดงทำการตลาดในต่างจังหวัดเป็นหลัก เพื่ออาศัยยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมืองเพื่อเข้าถึงลูกค้าในกลุ่ม คนใช้แรงงาน คนชั้นล่างก่อนจะขยายเข้ามาในเขตเมือง แต่ถ้าดูภาพลักษณ์ของกระทิงแดงในปัจจุบัน ค่อนข้างเปลี่ยนไปในรูปแบบที่ ผลักดันให้กระทิงแดงไม่ใช่แค่เครื่องดื่มชูกำลังของคนใช้แรงงาน แต่มันเป็นไลฟ์สไตล์เป็นเครื่องดื่มเสริมกำลังกาย กำลังใจของคนชั้นกลาง คนทำงานออฟฟิต นักศึกษามหาวิทยาลัย เป็นต้น จากโฆษณาของกระทิงแดงที่เราได้เห็น ที่สะท้อนความไม่ยอมแพ้ ความกล้าที่จะต่อสู้กับเป้าหมายและไปให้ถึงจุดหมาย ดั่งสโลแกน "เป้าหมายมีไว้พุ่งชน" หรือ "ลูกผู้ชายตัวจริง" หรือแม้แต่โฆษณาตัวใหม่ที่ พยายามทำให้เราฉุกคิดว่า เราหลงลืมอะไรไปบ้าง ระหว่างการเดินทางไปสู่เป้าหมายในชีวิต หรือแท้จริงแล้วเป้าหมายในชีวิตอาจจะไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางการเงิน แต่อาจจะเป็นเพียง การทำให้ใครสักคนมีความสุข


เบื้องหลังความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจของกระทิงแดงนั้นคือ คุณเฉลียว อยู่วิทยา ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท ที่มุ่งเน้นพัฒนาการตลาดและการสร้างแบรนด์สินค้า ถ้าย้อนดูประวัติของคุณเฉลียวจะพบว่า ท่านเป็นตัวอย่างของการสู้ชีวิตที่ดี ด้วยความที่เริ่มมาจากศูนย์ เป็นคนต่างจังหวัด ฐานะยากจน เรียนจบเพียงชั้น ป.4 ทำมาสารพัดอาชีพทั้งขายผลไม้ เลี้ยงเป็ด กระเป๋ารถเมล์ เซลล์ขายยา จนได้มาเริ่มเปิดร้านขายยาและตั้งโรงงานผลิตยาสามัญที่ใช้ในชีวิตประจำวันขาย จนปี 2519 ได้ผลิตเครื่องดืมชูกำลังกระทิงแดง จำหน่ายในประเทศไทย และต่อมาปี 2522 ได้พากระทิงแดงออกสู่ตลาดโลกโดยร่วมมือกับ ดีทริช มาเตสชิสซ์  (Dietrich Mateschitz) นักธุรกิจชาวออสเตรีย ก่อตั้งบริษัท Red Bull GmbH. ในประเทศออสเตรีย โดยนายเฉลียวมีหุ้น 49% ลูกๆอีก 2% และนายดีทริช ซึ่งกระทิงแดงหรือเรดบูลได้ทำการตลาดเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค ทั้งผ่านการสนับสนุนกีฬา extreme, กีฬาใช้ความเร็ว และกีฬาต่างๆเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เป็นเครื่องดื่มที่เสริมพลังกายพลังใจด้วยแนวความคิดที่ว่าเป้าหมายมีไว้พุ่งชน กระทิงแดงออกล่าความสำเร็จทั่วโลก จนสามารถติดตลาด Soft drink ของโลกได้และกลายเป็นแบรนด์สินค้าไทยที่ต่างชาติให้การยอมรับ การันตีด้วยยอดขายที่ประสบความสำเร็จถึง 4 พันล้านกระป๋อง จำหน่ายใน 151 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้นายเฉลียวได้เป็นมหาเศรษฐีระดับโลก อันดับที่ 208 ในปี 2553 

ดีทริช มาเตสชิสซ์

แต่นายเฉลียวยังคงใช้ชีวิตแบบสมถะ เรียบง่าย สนุกกับการทำงาน แก้ปัญหาตลอดเวลา ไม่หยุดเรียนรู้ มีสัจจะรักษาคำพูด ไม่ชื่นชอบการใช้ชีวิตที่หรูหรา หรือสะสมของที่ฟุ่มเฟือยราคาแพง คุณเฉลียวเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย มีเป้าหมายชัดเจนในการทำงาน มีความมุ่งมั่นที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ต้น ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาความยากจนและความลำบาก บวกกับการไม่ยอมปล่อยผ่าน ศึกษาและทำความเข้าใจในธุรกิจที่ดำเนินการอย่างรู้จริง ก่อนลงมือทำ จึงทำให้ประสบความสำเร็จได้ 

ดังนั้นคำว่า "เป้าหมายมีไว้พุ่งชน" จึงไม่ใช่เพียงสโลแกนโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลัง แต่มันสะท้อนถึงแนวคิดและรูปแบบการดำเนินชีวิตของ คุณเฉลียว ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเรื่องธุรกิจ หรือการลงทุน เริ่มต้นขอให้วางเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วใส่เกียร์เดินหน้าลุย ไม่ยอมแพ้ เชื่อว่าสักวันเราก็สามารถไปถึงเป้าหมายที่หวังไว้ได้ทุกคนครับ