วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ความเกลียดชัง wallstreet

ถ้าบอกว่าคนอเมริการัก wallstreet เสาหลักเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันคงจะเป็นเรื่องที่ดูไม่เป็นความจริง ย้อนกลับไปเมื่อสองสามปีก่อน หลังจากเกิดปัญหาวิกฤติซับไพร์มใหม่ๆ มีกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน วอลสตรีท ในนาม Occupy Wall Street ที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านในนิวยอร์คอย่างเข้มแข็งมีการปราศัย โจมตีระบบทุนนิยม


โดยเฉพาะกลุ่มทุนใน wall street ที่สูบเลือดสูบเนื้อประเทศและด้วยความโลภของพวกนี้ทำให้ อเมริกาเข้าสู่วิกฤติหายนะ และมีผลกระทบกันคนชั้นกลางชั้นล่าง รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เมื่อคนรวยหรือพวกกลุ่มทุนการเงินล้ม รัฐบาลก็ต้องเอาเงินงบประมาณไปช่วยให้รอดพ้น ทำให้คนพวกนี้โลภและก่อวิกฤติแบบไม่มีสิ้นสุด



วันนี้แม้จะผ่านมาหลายปี แต่เศรษฐกิจอเมริกาก็มีแต่ทรงกับทรุดยังไม่ได้ดีขึ้นเหมือนที่เรารู้ จำนวนคนตกงานยังไม่ลดลง ประชาชนยากจนยังคอยรับคูปองช่วยเหลือจากรัฐบาล แถมรัฐบาลยังต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจ 

แม้รัฐบาลของโอบาม่าเองยังถูกกดดันจากความไม่พอใจ จนกล้าจะเดินเกมส์ชนยักษใหญ่ทางการเงิน ด้วยการฟ้องดำเนินคดีเอาผิดกับ JPMorgan กลุ่มทุนการเงินยักษ์ใหญ่และเป็นกลุ่มมีอิทธิพลในอเมริกา ข้อหาอยู่เบื้องหลังวิกฤติการเงินปี 2008 



กระแสความไม่พอใจในสังคมมีมากขึ้น โดยเฉพาะการตั้งคำถามที่ว่ารัฐและฝ่ายการเมืองช่วยอุ้มคนรวม 1% มากกว่าการส่งงบประมาณมาช่วยคนจนหรือประชาชนรากหญ้า 



ล่าสุดเราเห็นได้จาก Hollywood กล้าออกมาทำหนังเกาะกระแสสังคม ด้วยการเปิดภายลบของ wall street ผ่านหนังเรื่อง Assault On Wall Street 


Assault On Wall Street เป็นหนังดราม่าบู๊แอ๊กชั่น นำเสนอชีวิตของจิม New Yorker มนุษย์เงินเดือนคนชั้นกลางรักครอบครัว ที่หวังจะพบกับอิสระภาพทางการเงิน ด้วยการนำเงินออมที่สะสมเข้าลงทุนในตลาดหุ้น wall street 

จนมาถึงวันหนึ่งที่พบว่าภรรยาเขาป่วยหนัก เขาต้องการใช้เงินออมทั้งชีวิตที่หามาได้ เพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ภรรยา(theme เรื่องทันสอดรับกับ Obama care พอดีจริงๆ) แต่เมื่อเกิดวิกฤติการเงิน 

ทำให้จิม ต้องสูญเสียทุกอย่าง เงินเก็บเงินเย็นที่สะสมมาหลายสิบปี มูลค่าของพอร์ตลดลงไปตามราคาที่ร่วงตามการ crash ของตลาด จบแทบไม่เหลืออะไร (มีแต่หุ้นถูกๆ ขาดทุนเต็มพอร์ต)

จิมโกรธแค้นที่เขาไม่สามารถรักษาครอบครัว หรือแม้แต้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเพื่อยื้อชีวิตให้ภรรยาที่รักได้ เขาเลยเริ่มคิดล้างแค้น ล้างแค้นแบบตาต่อตาฟันต่อฟันกับวอลสตรีท แบบที่เรียกว่าถล่มมันให้เป็นผุยผง ปิด วอลสตีทให้ราบเป็นหน้ากอง 



เรื่องนี้ดูแล้วมันส์ครับ แม้ผมจะไม่เห็นด้วยว่าการฆ่ากันหรือการใช้กำลังจะแก้ปัญหาอะไรได้ แต่โดยรวมถึอว่าสนุกตามสไตล์บู๊แอ๊กชั่นของฮอลลี่วู๊ด

ยิ่งถ้าใครกำลังเจ๊งหุ้นหรือเกลียดทุนนิยม จะดูแล้วสะใจเป็นสองเท่า ลองหามาชมกันนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้พวกเราเรียนรู้จากเรื่องนี้คือ เงินของเรา มันไม่มีใครรักเท่าตัวเราหรอกครับ 

ดังนั้นอย่าไปเชื่อกองเชียร์ที่พยายามชี้นำเพราะเขาได้ประโยชน์จากการซื้อขายหุ้นของเรา และสำคัญไม่ว่าคุณจะลงทุนหรือเก็งกำไร สิ่งที่ต้องมีคือการบริหารจัดการเงิน(Money management) ให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่จะเข้ามาตลอดเวลา ต้องมีประตูทางออกฉุกเฉินเพราะอนาคตเราไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดได้