สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

How to Survive a Stock Market

หลักการเอาตัวรอดในตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ ที่สามารถทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ได้ รวมถึงหลักการเอาชนะ mental game เกมส์ที่นักเก็งกำไร เมื่อเข้ามาในตลาดต้องเจอ และต้องเอาตัวรอดให้ได้ ฟังบรรยายจบ ลองสร้าง check list ไว้สำรวจตัวเองดูนะครับ



ชัยชนะในมือของเรา



มีแต่คนชอบถามว่าเล่นหุ้นแล้วรวยจริงไหม อยากตอบว่า ถ้ายังติดกับคำว่ารวย หรือจน เราจะไม่สามารถผ่านกับดักของด่านแรกที่เรียกว่า "ความโลภและความกลัว" ไปได้

ส่วนตัวผมมองการเทรดเป็นเกมส์ มีแต่คำว่าแพ้หรือชนะ ทุกวันที่เทรด ผมจะตื่นแต่เช้ามาเตรียมแผน อ่านข้อมูล ผมจินตนาการว่าตลาดหุ้น ตลาด tfex ที่เทรดมันเหมือนเกมส์ออนไลน์

เกมส์ที่มีคนออนไลน์เล่นในสนามเดียวกันเป็นหลายแสนบัญชี ต่อสู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย ทุกคนอยากชนะ อยากได้เงินออกไป แต่เงินในตลาดมันมีจำกัด

ผู้เล่นที่ฉลาดไม่ใช่คนที่พยายามชนะทุกเกมส์ แลกไปหมดทุกอย่าง ตรงกันข้ามผู้ชนะต้องเป็นคนที่อ่านสถานการณ์เป็น เข้าใจในสิ่งที่เกิด รู้จักหมอบ รู้จักรอ รู้จักแพ้ ปิดจุดอ่อน และเสริมจุดแข็งของตัวเอง


เพราะสุดท้าย มันไม่ใช่เราไปแข่งกับคนอื่น ไปทำกำไรให้มากกว่าคนอื่น หรือต้องรวยเป็นเศรษฐี ในไม่กี่เดือนกี่ปี
สิ่งเหล่านั้นคือภาพมโนคติของตลาดเงิน คนจำนวนมากไปติดเพียงเพราะอยากเอาชนะ อยากพิสูจน์ตัวเอง
สุดท้ายวิ่งตามไปทางเดียวกันหมด และจุดจบก็กลายเป็นผู้แพ้ในเกมส์ ได้นั่งเสียดายและกล่าวโทษคนอื่น

แล้วอะไรคือชัยชนะที่แท้จริง สำหรับผม ชัยชนะไม่ใช่แค่เงิน แต่มันเป็นเรื่องของการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ ชนะในสิ่งเล็กแต่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเอง เช่นวันนี้ขี้เกียจอยากนอน แต่ถ้าเราลุกขึ้นมาอ่านหนังสือ ทำตามแผนอย่างมีวินัยได้แบบนี้เรียกว่าชนะได้เหมือนกัน

อย่างเมื่อวานพอตลาดบวกได้เยอะ หลังจากลงมาแรงต่อเนื่อง ผมเห็นคนที่สวนแล้วรวย ออกมาอวดมาโชว์กำไร นี่ไง ฉันเดาถูก(อาจจะสวนมาหลายรอบผิดมาหลายรอบ หมดเงินตัดขาดทุนไปหลายแต่ไม่พูดถึง) 





สำหรับผมเวลาตลาดแบบนี้ ราคาลงรุนแรง การไม่ขาดทุน การรออย่างมีวินัยทำตามระบบได้ นั้นคือ ชัยชนะในศึกนี้แล้ว
เพราะการแพ้อารมณ์ ซื้อโดยไม่คิดถึงความเสี่ยง รีบเข้าไปแลกด้วยความโลภ(อยากซื้อของถูก) หรือเข้าไปถัวเฉลี่ยเพราะโทสะ(อยากเอาคืน อยากเป็นฝ่ายถูก) มันล้วนเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ในเกมส์เก็งกำไร มันจะทำให้เรา ยิ่งแข่งยิ่งแพ้ในที่สุด

เกมส์นี้ เราไม่ได้เล่นกันแค่วันสองวัน เดือนสองเดือนแล้วจะจบ หรือจะพบกับอิสรภาพทางการเงินแบบที่โฆษณากัน เรายังต้องเล่นกันอีกเป็นหลายปีเป็นสิบปี


การมองสถานการณ์ออก การรู้จักความเสี่ยง รู้จักบริหารจัดการเงิน เป็นสิ่งสำคัญ เป็น กุญแจสำคัญการ รักษาเงินทุน
รักษากำไร ทำให้เราอยู่รอด ได้ยืนยาว

แน่นอนว่า เมื่อไม่ตาย ไม่หมดตัว โอกาสดีๆ บนความเสี่ยงไม่มากเกินไป มันมีเข้ามาเสมอนั้นแหละ
เพียงแต่เราต้องรู้จักเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเวลานั้นมาถึง การกอบโกย การตักตวง
ในภาวะที่คนอื่นไม่สามารถทำได้ จะทำให้เราได้เปรียบและเป็นผู้ชนะในเกมส์นี้ได้เอง


Mr chaipat

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

High-Frequency Trading (HFT) ตอนที่ 1

High-Frequency Trading (HFT) คือ ระบบเทรดที่สร้างด้วย algorithm ที่ซับซ้อน จากการวิเคราะห์ market condition และพฤติกรรมราคาของสินค้า หาจังหวะในการเคลื่อน หรือสถานะการเปลี่ยนแปลง จากภาวะต่างๆ การอยู่ใกล้กับตลาด ระยะทางการเชื่อมต่อสั้น ระบบการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้ HFT สามารถเข้าถึง information จากการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ไวกว่า client อื่นๆ จากนั้นใช้ความเร็ว ที่สูงระดับ microseconds ในการเข้าทำกำไร เปิดปิดออร์เดอร์

สร้างรอบความถี่ที่มากในการส่งคำสั่งเปิดปิดสถานะ เน้นการทำกำไรขนาดเล็กต่อออร์เดอร์ แต่ด้วยความเร็วและจำนวนการส่งคำสั่งที่สามารถจับคู่ได้มาก ทำให้สร้าง payoff ต่อวันจำนวนมหาศาลได้

HFT มีข้อดีแล้วข้อเสียข้อดี เช่น ข้อดีคือ การสร้าง liquidity ให้กับตลาดเพิ่มขึ้น แต่ตามธรรมชาติ HFT มักจะทำงานในตลาด ในสินค้าที่มีสภาพคล่องสูงในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ volume ที่มากนำมาซึ่งค่าธรรมเนียมที่มาก และการขยายตัวให้กับ exchange market ด้วยทำให้หลายตลาดทั่วโลกยินยอมเปิดรับ HFT เข้ามา



HFT เน้นการเล่นกับ volatility ที่เกิด เพราะความเร็วการเข้าถึงข้อมูลและการทำงานส่งคำสั่งระดับ  microseconds  ทำให้ได้เปรียบมากกว่าการเทรด ของคนธรรมดา หรือจากระบบคอมพิวเตอร์ปกติ กลยุทธ์การเทรดแบบนี้ เล่นกับภาวะอารมณ์ของคน การตอบสนองของตลาด ไม่ได้สนใจหรือขึ้นกับแนวโน้มและทิศทาง บางครั้งอาจจะทำให้เกิดการตีความที่ผิดของเทรดเดอร์ ถ้าไม่เข้าเรื่อง volatility และ energy ของราคา ตรงนี้เป็นข้อจำกัด เป็นข้อควรระวัง การเทรดตลาดที่มี HFT ออกปฏิบัติการ

ยังไม่นับรวมกบยุทธ์การ spoofing ล่อเหยื่อ การตั้ง Bid หรือ Offer เทียมและทำการ cancel ด้วยความเร็วที่สูง ในวินาทีสุดท้าย หลังจากมี volume จาก player อื่นๆเข้ามาตาม จากนั้นก็ดักทำกำไร จาก order ที่หลงกลตามเข้ามาเป็นต้น 




นอกจากนี้ยังมีประเด็น flash crash ที่เกิดในปี 2010-2014 ในหลายตลาด โดยเฉพาะใน 6 พค. 2010 ตลาด DJ30 การตกลงรุนแรง 1000 จุด ในไม่กี่นาที แบบที่ไม่เคยเจอ เป็น flash cash ครั้งใหญ่ จากนั้นมีการเกิด mini flash crash ตามมาอีกหลายครั้งในอเมริกา และยุโรป รวมถึงตลาดคอมโมดิตี้อย่างทองคำ




http://www.wsj.com/articles/u-k-man-arrested-on-charges-tied-to-may-2010-flash-crash-1429636758


มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย และดำเนินคดีทางกฏหมายกัน จนระยะหลังต้องมีระเบียบ มีกฏ ข้อบังคับกัน ไม่ได้ยอมให้ HFT ทำงานอิสระเพราะหลายตลาด เช่น สหรัฐมี กฏระเบียบออกมาคุม มากพอสมควรเช่น การสร้างระบบป้องกัน 
flash cash อันเกิดจาก error ของ HFT เพื่อหยุดการซื้อขายได้เร็ว ลดความเสียหายผลกระทบกับ ผู้เล่นรายอื่นๆ รวมถึงการตั้ง Tick size คุมอัตราการเปลี่ยนแปลงราคา เพื่อลดความถี่ของการยิงออร์เดอร์จาก HFT  รวมถึงการไม่ให้สิทธิ์แบบ co location โดยตรงกับ บริษัท HFT เฉพาะ เพื่อทำให้เกิดการกระจาย ความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลราคาในตลาดอย่างเป็นธรรม ลดการใช้ความได้เปรียบจากความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล เป็นต้น




HFT ปัจจุบันความเร็วนี่ไป 150 microseconds แล้ว (ตัวเลขจาก Johannesburg Stock Exchange)
ลองอ่านบทความนี่จะพบ หลายประเทศเริ่มศึกษาและเปิดให้ HFT firm เข้าไปเทรดได้ อย่างที่ Mexico, Turkey, South Africa เพราะพวกนี้จะเพิ่ม volume การซื้อขายต่อวันให้ตลาด ยังรวมค่าธรรมเนียมจำนวนมากที่ตลาดจะได้รับ แน่นอนว่าตลาดแบบจีนที่คนกล่าวหาว่ามันเป็น บ่อน ขนาดใหญ่ กับยังไม่มีนโยบายเปิดรับ ผู้ล่าอย่าง HFT ให้เข้าไปดำเนินการ

หลายประเทศขยับตัวในเรื่องนี้ ตามประเทศใหญ่ๆหรือตลาดเงินหลักของโลกที่เปิดให้ HFT เข้าไปดำเนินการเทรดได้ หลายปีมาแล้ว

ญุี่ปุ่นเองเป็นอีกตัวอย่าง Tokyo Stock Exchange มีการเติบโตของการซื้อขายมากกว่าเมื่อ 5 ปีก่อนหลายเท่า คิดเป็น 44% ของการจับคู่คำสั่งซื้อขายทั้งหมดในตลาด TSE




อนาคตการต่อของอุตสาหกรรมการเทรดด้วยคอมพิวเตอร์นี้ โตทุกปี ขยายอณาจักรออกไปเรื่อยๆ เพราะในสหรัฐ ปัจจุบันมีการควบคุมและมีการออกกฏระเบียบที่มากเรื่อยๆ จากประเด็นร้อนที่เกิดกับตลาดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ HFT firm พยายามขยายออกไปยัง Stock Exchange ขนาดใหญ่ที่ตามทวีปต่างมากขึ้น


http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-07-12/flash-boys-welcome-world-exchanges-woo-high-frequency-traders

chatwithtraders

มีเว็บประจำอีกเว็บมาแนะนำนะครับ ผมชอบฟังเว็บนี้ตอนเช้า ช่วงกินข้าวกินกาแฟ ฟังได้เรื่อยๆและมีสาระดี เป็นอีกแหล่งที่ของฟรีแต่ mindset สูง
เว็บนี้ชื่อ chatwithtraders ทุกสัปดาห์จะมีเทรดเดอร์ต่างๆมาออกรายการ ให้ Aaron Fifield สัมภาษณ์ โดยจะมีประเด็นมีหัวข้อมาคุยกัน(ไม่ใช่มานั่งเดาตลาดเดาราคาหุ้นอะไรแบบนั้นนะ) ซึ่งหลายหัวข้อน่าสนใจมาก ยิ่งเป็นรายการสดถามตอบ ทำให้เห็นวิธีคิดและอะไรหลายอย่างดี
ปัจจุบันรันมาแล้ว 30 ตอน คนดังๆเยอะแต่จำนวนมากเราอาจจะไม่รู้จักเพราะพวกนี้จะอยู่ในวงแคบๆตามเว็บไซต์มากกว่า ออกสื่อกระแสหลัก
เช่น Andrew Falde , Brian Shannon , ZachHurwitz, Brad Jelinek, Ivanhoff , Peter Zhang , TimothySykes หรือจะรุ่นใหญ่อย่าง JackSchwager , Tom Basso
อยากเปิดโลกเปิดมุมมอง ดูเทรดเดอร์อาชีพ ลองแวะไปชมครับ เราเลือกฟังธรรมดา ผ่านเว็บ หรือจะฟัง podcast  บางตอนมี script สรุปไอเดียให้ด้วย  มีโอกาส ผมจะทำสรุป ตอนสำคัญๆมาฝาก 

เข้าไปชมได้ที่ link
http://chatwithtraders.com/



ทองลงเพราะอะไร ??

ทองลงเพราะอะไร ??
------------------------------
มีคนพยายามถามผมหลายคนมาก ตอบแบบเท่ห์เลย ลงเพราะมีคนขาย!!
เดี่ยวเขาก็จะหาว่ากวน แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ การลงของทองมันไม่ใช่เรื่อง demand supply อย่างเดียว เหมือนผมบอกมันคือเกมส์เก็งกำไร การลงของทองไม่ใช่เรื่องเศร้าของทุกคน แต่มันเป็นกำไร ของคนที่เดินกลยุทธ์ด้าน short พูดง่ายๆ volatility มาจากการเปิด short ในอนุพันธ์ของทองคำมีเยอะ
ที่นี่พอมัน short หนักๆราคาลง คนกลัว สื่อหลักของโลกหาเหตุมาปะปน เป็นธรรมดา แต่ผมให้ข้อสังเกต ไว้นิดนะ อนุพันธ์ที่ลงเพราะ short sell สุดท้าย มันต้องมีการ buy cover ที่เกิด แต่มันจะเกิดตรงไหน เท่านั้นเอง

เหตุผลทองลงที่คนนอก สื่อ กูรูหามาอธิบายเยอะมาก เยอะแบบบางอันขัดเองก็มี เช่น
- จีนเปิดจำนวนสะสมทองคำ เพื่อให้ทองลงจะได้สะสมทองราคาถูกเพิ่ม
-จีนขายดอลลาร์ ทุบดอลลาร์ อเมริกาเลยตอบโต้ด้วยการทุบทองคำ
-คนจีน กองทุนจีน ขาดทุนหุ้นเยอะ เลยขายทองไปใช้หนี้และอุ้มตลาดหุ้น

ล่าสุด คงใกล้ละ เพราะความกลัวเริ่มครอบงำมากเรื่อยๆ บลูมเบิร์ก มาให้เป้า $800 มองเป็นการลงครั้งใหญ่ จบรอบทองคำไปเลย(แมร่งจะโหดไปไหน มาทรงน้ำมัน $20 อีกแล้ว)
ก็ว่ากันไปครับ เพราะมันไม่มีใครรู้หรอก แต่ที่แน่ๆ เงินมันต้องมีที่ไป ถ้าทองคำจะกลายเป็น นรก แทน สวรรค์ ของที่พักเงิน เงินต้องหาสวรรค์แห่งใหม่ ดอลลาร์หรือ? สวิสฟรัง หรือ? ตลาดหุ้นอเมริกาหรือ? พันธ์บัตร?


อันนี้ลองประเมินกันดูว่า ผมเองคงไม่กล้าเดา เพราะผมเป็นเทรดเดอร์ ราคาขึ้นผมก็ Buy ราคาลงผมก็ Sell ไม่ได้มีธง ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับความผันผวนที่เกิด เพราะสุดท้าย มันคือ money game

คาแรกเตอร์ของทองคือ ยิ่งลงคน ยิ่งกล้าซื้อ เพราะความเชื่อเดิมๆ คนเทรดขาลง จะได้ประโยชน์ต้องกดหนัก ลงแรงๆเร็วๆ สร้าง volatility

แต่ดู การลงที่มากจุดหนึ่ง บวกกับการใช้สื่อ มันจะทำให้คนกลัว แล้ว ไม่นาน ราคาก็จะยกขึ้นมา ให้คนไล่ แต่จะอยู่โซนไหนก็ว่าไป




order book ของตลาดทองคำ จำนวนมาก ถือ long ข้ามเอาไว้ แถมทุนสูงกว่า ราคาปัจจุบัน ขณะที่คนเทรด หันมาทำกำไร ด้าน short กันมากขึ้น




วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

จงใช้ความไม่มี ให้กลายเป็นพลัง

เพิ่งได้ดู TED Talk อันนี้ผมว่าสุดยอดดี การต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด จากความไม่มี ความไม่มีหรือไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวง ถ้าเกิดในคนที่ไม่ยอมแพ้แล้ว จะเป็นแรงพลักดันชั้นดี ให้พัฒนาตัวเอง และทำให้ตัวเราแข็งแกร่งขึ้นมา


 ฟาฮาด อัล-อัตติยา พูดถึงQatar ประเทศที่เมื่อ หกสิบปีก่อน ไม่มีอะไรเลย มีคนไม่กี่หมื่นคน แต่แดดกับทราบ แค่ 1% คือพื้นที่ที่เพาะปลูกได้ ผู้คนกระจัดกระจายตามแหล่งน้ำเล็กๆ ไม่มีสังคมเมือง

มาวันนี้เขาสร้างเมือง จากการขายน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ขุดพบหลังสงครามโลกครั้งที่สอง กลายเป็นประเทศที่ร่ำรวย มีเมืองสวยงามยิ่งใหญ่ 

 แต่ปัญหาก็ตามมาเพราะประเทศไม่มีน้ำ เมื่อไม่มีน้ำก็ไม่มีแหล่งอาหาร 90% ต้องนำเข้าน้ำจืดต้องซื้อ ทุกอย่างจากต่างประเทศด้วยเงินจากการขายน้ำมันแลกมา บวกกับการเติบโตของประชากร และความต้องการบริโภคสูงทุกปี นั้นคือ ความไม่มั่นคงในอนาคต

 ฟาฮาด อัล-อัตติยา พูดถึงโครงการใหญ่ที่เขา กับทีมงานทำงานมาหลายปี เพื่อสู้กับความไม่มี เพื่อเปลี่ยนกาตาร์ ให้กลายเป็นเมืองมั่นคงเอาตัวรอดจากความขาดแคลน โดยเฉพาะน้ำและอาหาร


เขาใช้สิ่งที่การตาร์มีมากที่สุดคือ แสงแดด เป็นตัวเริ่มต้น กาตารทุ่มเงินวิจัยหลายร้อยล้าน ในการสร้างระบบ ผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ขั้นสูง สร้างโรงงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ทันสมัย 


จากนั้น หันไปมองน้ำทะล น้ำที่ประเทศมีมาก เขาเอาพลังงานมหาศาลที่ไม่มีวันหมด จากแสงอาทิตย์ ไปสร้างน้ำจืด จากการกลั่นน้ำทะเล กาตารทุ่มเงินเป็นพันล้านในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี สร้างโรงงานสกัดน้ำจืดจากน้ำทะเล มีเครื่อง Desalination Machine ขนาดใหญ่ที่ผลิตน้ำได้ 35 ล้านคิวตอ่วัน


ต่อมาเงินพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ในการสร้างฟาร์ม ในการผลิตอาหาร บนทะเลทราย เปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่สามารถปลูกพืชได้ ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว มีพืช มีปศุสัตว์ สามารถผลิตอาหาร จากน้ำจืด ที่สกัดได้ 


เขาวางแผนจะขยายโครงการให้ยิ่งใหญ่ ให้การตาร เป็นเมืองที่อยู่รอด มั่นคงกลางทะเลทราย มีน้ำใช้ เอง มีอาหาร บริโภคเอง เหมือนประเทศอื่น อย่างไม่ต้องพึ่งพา ภายนอก เพื่อความมั่นคงในอนาคต 

ผมได้เห็นโครงการที่เขานำ เสนอแล้วรู้สึก ทึ่ง ความไม่มี มันทำให้คน ลุกขึ้นมาคิด และลงมือทำ ถ้าไม่ทำอะไร พึ่งเงินจากขายน้ำมัน ไปวันๆ ประเทศที๋โตเรื่อยๆ ขยายตัวของสังคมและความต้องการบริโภคมากขึ้นทุกปี สักวัน ลูกหลาน คงอดตาย ประเทศต้องไปไม่รอด 

แต่การตาร์ โดยเฉพาะทีมพัฒนาของ ฟาฮาด อัล-อัตติยา เขาไม่หยุดนิ่ง วางแผนพัฒนาประเทศจนทำให้ เป็นรูปธรรม และมีโอกาสสำเร็จ 
ประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีน้ำ วันนี้ สร้างน้ำขึ้นมาใช้เองได้ มากเพียงพอจะเลี้ยงคนทั้งประเทศ 
 ประเทศ ที่ไม่มี ฟาร์มเกษตร ไม่มีสามารถเพาะปลูกพืช ได้เพียงพอ วันนี้เริ่มมีอาหาร ที่ผลิตได้เอง

นี่แหละครับ ความสุดยอดของคนที่ไม่ยอมแพ้ ลองดูเรื่องนี้เป็นตัวอย่าง ในการพัฒนาตัวเรา 
อย่าไปคิด ถึงสิ่งที่เราขาด เราไม่มีเหมือนคนอื่น 
ลองมองหา ในสิ่งที่เรามี แล้วเปลี่ยนมัน นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อยอดต่อไป 

 เข้าไปชม คลิปนี้ได้ที่ 
 http://www.ted.com/talks/fahad_al_attiya_a_country_with_no_water




วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แก่นสำคัญของ GRID Trading system

คนจำนวนมากสนใจเรื่องการเทรดแบบ grid ผมเจอคำถาม จำนวนมากทาง email แต่ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเรือ่งกริดจริงๆ แต่อยากใช้เพราะคิดว่ามันทำเงิน ทำกำไรให้ได้ (นั้นคือความเชื่อ และแฟนตาซี)

การเทรด GRID trading ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการเทรดนะครับ(เพราะความเป็นจริง มันอาจจะไม่มีกลยุทธ์ใดที่สมบูรณ์แบบหรือดีที่สุดในการเทรด) เพียงมันเหมาะในบริบท สถานการณ์ที่เราต้องการใช้การเทรดแบบไม่อิงทิศทาง ไม่ต้องการเดาอนาคต และ key ความซับซ้อนที่เราสามารถ apply ได้ไม่รู้จบ

การเทรดเชิงกลยุทธ์มันคือการเข้าใจในพฤติกรรมราคา แล้วนำมันมาสร้างเป็น algorithm ที่เหมาะสมกับพฤติกรรมราคา ให้เกิดความได้เปรียบการในการซื้อขาย 


แต่ แก่นสำคัญคือการออกแบบ โครงสร้างของกริด ที่มันถูกออกแบบโดยการวาง load ของเงิน และคำนวณ money management มาอย่างดี ไม่ใช่แค่เรื่องการเทรดไม้ ให้ไ้ดกำไรเยอะๆ ต่อไม้แบบที่ หรือการไม่ต้อง stoploss แบบที่จำนวนมากยังเข้าใจผิดอยู่

ทุกวิธีมันมีจุดแข็ง จุดอ่อน ทำความเข้าใจจริงๆ แล้วหากลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวเรา จากนั้นพยายามใช้ความสามารถในการพัฒนา สร้างวิธีการปิดจุดอ่อน ข้อจำกัดให้ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบในระยะยาวตอ่ไป 





อยากศึกษาต้องลงมือทำเอา ใช้เวลา ทำงานให้หนัก การเทรด ไม่ใช่แฟชั่น คุณไม่ต้องเท่ห์ ไม่ต้องเหนือกว่าคนอื่น หรือใช้เพียงเพราะมันดูดี แต่แก่นคือ ศึกษา ให้เข้าใจจริงๆ ให้เวลากับมัน ทำให้มากจริงๆเท่านั้นพอ

จุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จ

ชายคนนี้อาจจะไม่ใช่สตีฟ จ๊อบ ไม่ใช่ บิล เกต ไม่ แจ๊ค ม่า หรือ จา พนม เขาอาจจะไม่ได้ทำอะไรที่ประสบความสำเร็จใหญ่โต ในสายตาของคนทั่วไปในโลกนี้
แต่สิ่งที่เขาทำมันความสำเร็จที่เกิดจากการเอาชนะขีดจำกัดของตนเอง ด้วยความเพียรและความพยายาม โดยที่ไม่ยอมแพ้ต่อความล้มเหลว ลงมือทำหลายพันหลายหมื่นครั้งอย่างต่อเนื่อง

ชัยชนะเล็กๆและความภูมิใจที่ได้มา ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้วสำหรับคนธรรมดาคนหนึ่งแล้ว
ลดความคาดหวังในตัวเองลงไม่ให้สูงเกินไป เปิดพื้นที่ให้ยอมรับความผิดพลาดในการลองผิดลองถูก เพราะสุดท้ายการออกเดินในเส้นทางที่เราฝัน มันไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับคนอื่นๆ จะเป็นมือหนึ่งระดับประเทศ ระดับโลก หรือทำอะไรยิ่งใหญ่เพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อสาธารณะ เสมอไป

แค่เอาชนะความอ่อนแอ ความขี้เกียจของตัวเองให้ได้ สร้างความภูมิใจในการพิชิตเป้าหมายเล็กๆสำหรับตัวเอง ให้ได้เรื่อยๆ มันก็จะทำให้เราสามารถเดินในเส้นทางฝันของตัวเองต่อไป เพราะชัยชนะเล็กๆที่เรามีในมือ มันจะเป็นเหมือนเทียนที่ส่องทางให้เราในวันที่ทุกอย่างมันเลวร้าย และโลกมันดูมืดหม่น ไปหมด ค่อยๆสะสม ค่อยๆเดิน สักวันจะไปถึงเป้าหมายใหญ่ได้แน่นอน




วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เมื่อเซอร์ไอแซคนิวตัน เจ๊งหุ้น

จริงหรือที่ว่าไม่ฉลาดเลยทำให้ขาดทุน
มีคำถามหนึ่งมาทาง email จริงๆไม่เชิงถามปรับทุกข์จากการขาดทุนมากกว่า  
แต่เขาทิ้งทาย ไว้น่าสนใจ อารมณ์ประมาณว่า เป็นเพราะเขาไม่ค่อยฉลาด หรือเปล่าที่ทำให้ขาดทุนอย่างนี้?


ผมตอบไปยาวพอควร แต่อยากเอาเรื่องที่ตอบมาแชร์ เพราะเชื่อว่า ลึกๆเวลาที่ท่านเจอ bad day วันขาดทุนขาดทุนหนัก
โอกาสจะ มีความคิดแบบนี้วูบเข้ามาก็อาจจะมีได้ 

มีเพื่อนผมคนหนึ่งเคยกล่าวว่า "ความโง่" นี่มันเป็นประเด็นปมด้อยที่คนทั่วไปมักเอามาซ้ำเติมตัวเองได้เสมอ

แต่การเทรดหุ้น หรือการลงทุน ผมว่า ความโง่ มันไม่ได้เป็นเหตุผลหลักในการ ล้มเหลว หรือขาดทุน เสมอไป
แน่นอน กรณีที่ไปหลงเชื่อ ข้อมูลที่ผิด หรือฟังความเห็นที่ผิด และตัดสินใจซื้อขายตามอันนั้นอาจจะเรียกโง่ได้ 

แต่กรณีที่ เป็นความโง่โดยกำเนิด หรือความโง่ ตามระดับ IQ ผมว่ามันไม่ได้มีผลมากขนาดนั้น
เพราะการเทรด มันเป็นการตัดสินใจ ซื้อขาย ที่บางครั้ง ไม่ต้องใช้ สติปัญญาขั้นสูงในการวิเคราะห์อะไรมาก เมื่อเทียบอย่างการแก้ปัญหาคณิตศา่สตร์ หรือพิสูจน์สมการระดับโลก อะไรแบบนั้น

เพียงแค่ มีสติ มีปัญญา รับมือกับอารมณ์ ความกดดันได้ ตัดสินใจ ไปตามแผนตามระบบ ที่เตรียมมาอย่างดี โอกาสล้มเหลว หรือขาดทุน หนัก มันก็ไม่เกิดแล้ว เพราะเรารับมือ กับความเสี่ยงที่เกิดได้เสมอ 

ที่นี่ถ้ายังไม่เชื่อ ผมอยากเอาตัวอย่างเรื่องราวของบุคคลที่ฉลาดที่สุดในโลก เช่น ท่านเซ่อร์ ไอแซค นิวตัน บุคคลท่านนี้ ใครเรียนวิทยาศาตร์ต้องรู้จัก ชายคนนี้กับผลแอปเปิ้ล(สังเกตการตกของลูกแอบเปิ้ล) ผู้คิดค้น ทฤษฏีแรงโน้มถ่วง อันโด่งดัง และกลายเป็นรากฐานของ แรง g ที่ทำให้เกิดผลทางการนำไปใช้ต่อยอดมากมาย

นิวตัน เป็นตัวแทนของคนฉลาด อัจริยะ นักฟิสิกส์ผู้คิดคนกฏอันเป็นประโยชน์และสมการที่ซับซ้อน 
แต่เขาเองก้ต้องมาพลาด ในเกมส์เก็งกำไรในตลาดหุ้น เป็นเหยื่อให้กับฟองสบู่

นิวตัน ทำงานเก็บเงิน มีชื่อเสียง เขาเริ่มแสวงหาอิสระภาพทางการเงิน ด้วยการเข้ามาในตลาดหุ้น
ตอนนั้น ตลาดเก็งกำไร สร้างผลตอบแทนหลายเท่า มันมีโฆษณาชวนเชื่อมานานแล้ว
ตั้งแต่ในยุคนั้น เพราะมนุษย์เกิดมาพร้อมกับความโลภ และความอยากมี กันทุกคน

นิวตันในยุค 1719 เขาเองเริ่มเข้ามาในตลาดหุ้น ลงทุนกินเงินปันผล แต่แล้วก็มาพลาดในตอนวิกฤติ  South Sea Bubble 
ด้วยแนวคิดที่ ต้องการได้เงินมากๆ เข้าเริ่มเอาเงินไปลงทุนในกระดาษ กับบริษัท  South Sea 



บริษัทร่วมทุนรัฐและเอกชน ที่มีสหราชอาณาจักร เป็นผู้หนุนหลัง ได้ผลประโยชน์จากการเดินเรือขนส่งสินค้าข้ามมหาสมุทร โดยเฉพาะการค้าขาย

สินค้ามาจากทวีปอเมริกาใต้ สินค้าต่างๆ ทาส และอื่นๆ ราคาหุ้นถูกปั่นจากเจ้ามือ นั้นคือผู้ถือหุ้นใหญ่ ร่วมกับนักการเมืองบางคน ที่ใช้การสร้างราคา
ทำให้ คนแห่เข้ามาซื้อ ราคาเพิ่มสูง รวดเร็ว นิวตันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เข้าไปซื้อหุ้น จนทำกำไรได้มหาศาล 

ในตอนนั้น หุ้น South Sea กลายเป็นเหมือนขุมทองที่คนชั้นกลางเข้าซื้อ เพื่อสร้างผลตอบแทน ราคาหุ้นพุ่งอย่างรวดเร็ว
จากเรื่องราว สร้างข่าวดีจาก การหาประโยชน์ กำไรจากค้าขายทาสที่โต บวกกับการป่ันราคา ที่รายใหญ่อันมีหุ้นบริษัท South Sea  ขายหุ้นล๊อตแรก
แล้ว นำเงินมาปั่นราคา ซื้อหุ้นตัวเองกลับ เพื่อสร้างราคา ให้สูงไปอีก บวกกับแรงเชียร์ ทำให้จำนวนมาหลงเชื่อ มีกำไร อยากไ้ดกำไรอีก
หาเงิน มาเติมไม่รู้จบ ช่วงเวลาความสุข เกิดช่วง 5เดือนในปี 1720 

นิวตันซื้อหุ้นครั้งแรก จากการชวนของเพื่อน เขาทำเงินมโหฬาร จาก £300 มาเป็น £1000 ใน 3 สัปดาห์
ทุกคนต่างแย่งจะเข้าซื้อหุ้นของบริษัท เพราะราคาเติบโตไม่หยุด นิวตันเองขายหุ้นล๊อตแรกออกมา
เขาหยุดรอดูหลายสัปดาห์ แต่ราคาหุ้นยังขึ้นแบบไม่หยุด ไม่ทีท่าว่าจะหยุดจน
ทำให้เขาต้องเองเงินทั้งหมด บวกเงินใหม่เติมลงไปอีกจำนวนมาก
เพื่อกลับ ไปซื่้อหุ้นอีกครั้ง พร้อมผู้คนบ้าคลั่งไล่ซื้อหุ้นนี้ในตลาด ราคาหุ้นวิ่งจาก £600 ไปทำจุดสูงสุด £1,050 เขามีความสุข ทุกคนมีกำไร.


นิวตันถือหุ้นรอบสอง ยาวนานกว่าเดิม เขาเห็นกำไรในพอร์ตเติบโต หลายร้อยเปอร์เซนต์
และไม่คิดจะขาย แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่ขาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อสงครามระหว่าง สหราชอาณาจักรและสเปนเกิดขึ้น
สงครามยืดเยื้่อ ทำให้  South Sea ไม่สามารถเดินทางขนส่งสินค้าได้ตามสัญญา และเป็นหนี้จำนวนมาก 

มีการขายหุ้นออกมาอย่างหนัก และเกิดการ panic จนทำให้ฟองสบู่แตก ราคาใช้เวลาไม่กี่เดือน
ร่วงจาก £1,050 ลงมาที่ £200 ก่อนไปจบที่จุดเริ่มต้นของฟองสบู่ที่ £175 

ท่านเซอร์ ไอแซค นิวตัน ยอมขายขาดทุน ตอนปลายปี 1720 ก่อนบริษัทจะกลายเป็นศุนย์เหมือนข่าวลือที่ออกมา
ตอนนั้นท่านเซอร์ ขาดทุนไป £20,000 คิดเป็นเงินในปัจจุบัน มากถึง 3 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

วิกฤติครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับ วิกฤติฟองสบู่ดอกทิวลิปก่อนหน้า 
 South Sea Bubble เป็นอีกฟองสบู่ ที่เกิดทำให้นักลงทุน นักเก็งกำไรจำนวนมากต้องหมดตัวและสิ้นหวัง
ขาดทุนหนัก ทำให้ตลาดหุ้น เงียบเหงา ไปนานหลายปี 





อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนที่เพิ่งได้ยินอาจจะแปลกใจ เฮ้ย!! นิวตันเล่นหุ้นด้วยหรือ

ผมจำได้ ล่าสุดเคยมีกระทู้ในพันทิพที่พูดถึง "คนฉลาดไม่ควรมาเล่นหุ้น" เพราะจะรวยกันหมดประเทศ จะขาดกำลังในการพัฒนา ผมอ่านแล้วได้แต่ขำ

เพราะถ้าศึกษา ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น ตลาดเงินเอาจริงๆ คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนฉลา่ดไอคิว 180 เลย

นักฟิสิกส์อัจริยะ อย่างนิวตัน เข้ามาเล่นหุ้น ถ้าไม่ได้เข้าใจเกมส์ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ก็เป็นเหยื่อแล้วหมดตัวเช่นกัน





ผมเขียนเรื่องนี้ให้อ่าน อยากให้เห็นอีกมุม ว่า money game มันเป็นเรื่องของ EQ มากกว่า IQ
จิตใจ จะถูกทดสอบ ถูกกดดัน ตลอดเวลา
ยิ่งเป็นนักเก็งไร การติดตามดู ราคาตลอด ยิ่งยากไปอีกหลายร้อยเท่า ที่อยู่รอด และทำกำไรได้ต่อเนื่อง
ของแบบนี้ ไม่มี miracle ทุกอย่างจะเกิดได้ สำเร็จได้ ต้องลงมือทำ ทำงานหนัก 
ฝีกฝน ฝีกซ้อม อย่างถูกทาง เท่านั้น 

ดังนั้นเลิก กังวลว่า จะโง่เกินไป หรือจะช้ากว่าคนอื่น
หันมาตั้งใจ ลงมือ ลงแรง ฝึกฝนและหาความรู้พัฒนาตัวเองดีกว่าครับ

อ้างอิงจาก

http://www.sovereignman.com/finance/how-isaac-newton-went-flat-broke-chasing-a-stock-bubble-13268
https://en.wikipedia.org/wiki/South_Sea_Company
http://www.businessinsider.com/isaac-newton-and-the-south-sea-bubble-2013-4 

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

sexy trader

Kennedy Summers วัย 28 ปี เธอคือ stock trader ที่ sexy ที่สุด
ผมอ่านเจอบมสัมภาษณ์เลยอยากเอามาแชร์หนุ่มๆ
เธอเป็นนางแบบ playboy ดีกรีเจ้าของรางวัล Playmate of the Year 2014

ไม่ได้มีแค่ความสวยและหุ่นเซ็กซี่ อย่างเดียวแต่เธอยังมี passion ในการเทรดหุ้น อย่างมากด้วย ฝีมืออาจจะไม่ระดับเทพ แต่ความจริงจังมีมากพอสมควร เธอเป็น celeb ที่มีคนสนใจ และถูกเชิญไปพูดเรื่องการเทรดตามงานต่างๆในอเมริกา

เธอมีดีกรีปริญญาโทด้านการบริหาร และเรียนรู้จัดหุ้นจากคุณปู่ที่เป็น Banker ตอนเด็ก จากนั้นห่างหายไปนานก่อนมาทำการเทรดแบบจริงจัง

เธอฝึกจากสำนัก Cyber Trading ของ Fausto Pugliese แม้ประสบการณ์ไม่มาก แต่เห็นว่า ผลงานพอใช้ได้ทีเดียว



ส่วนมากเธอเทรดช่วงเช้า และใช้เวลาปรึกษา เรียนรู้ตลาดกับทีมงานผ่าน chat room และโปรแกรมสนทนาออนไลน์ โดยทำการบ้าน ตรวจหุ้น ก่อนตลาดเปิด กลยุทธ์การเทรดของเธอคือ เทรดช่วงตลาดเปิด เล่นหุ้นที่วิ่ง มี volume มี volatility และเทรดแบบ swing คือเทรดบนจุดกลับตัว

บ่ายก็ออกไปทำงาน นางแบบ การเทรดเป็นอาชีพอิสระและเสริมรายได้เข้ากับ ชีวิตของเธอได้ดี เธอชอบเรียนรู้และฝึกหนัก มันมีความท้าทายเสมอ
และมีวันที่แย่บางวันเธอขาดทุนถึง $1,300 แน่นอนวันที่ดีเธอก็ทำเงินได้เช่นกัน



เธอมองว่างานนางแบบ ไม่ยั่งยืนตามอายุ เธอเองมีเงินเก็บมาพอควร และการเป็นเทรดเดอร์จะเป็นเป้าหมายใหม่ของเธอ Summers ได้เงินรางวัลจากการชนะการประกวด Playmate of the Year มากถึง $100,000 และได้รถ MINI Cooper 1 คันมาใช้งานฟรี ตรงนี้เป็นทุนในการลงมือเดินตามฝันในเส้นทางเทรดเดอร์อาชีพของเธอ



อยากให้ดูเป็นไอเดียและแรงบันดาลใจนะ คนเราถ้าไม่ยอมแพ้ ขอให้ขยันพยายาม มีโอกาสชนะได้ทั้งนั้น

อ้างอิงจาก
https://www.youtube.com/watch?v=rdpO47U9JIc


image from internet