วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

Quantitative Tightening

วันนี้นั่งอ่านเรื่องนี้ทั้งวันเอามาย่อให้ฟัง วันนี้มีคนพูดถึงพอควร ผมเองมองฐานเทรดเดอร์
คงไม่ได้ อธิบายในแบบ นักวิเคราะห์ หรือนักเศรษฐศาสตร์ ดังนั้นผมจะไม่ใช่อะไรที่มัน ดูซับซ้อนหรือยากเกินไป

QT คือ  Quantitative Tightening คำนี้มาใหม่แต่ไม่ใหม่มาก มีพูดกันมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ตอนนี้ฮิตจัด ผมได้เห็นตอนแรกจากบทความของ Deutsche Bank  ก่อนหน้าก็มีคนพูดถึง ใช้ชื่อว่า reverse QE

อธิบายง่ายๆคือ ประเทศ emerging market เริ่มออกมาขาย พันธ์บัตร และเงินดอลลาร์สหรัฐ จากที่สะสมกันมานานตลอด 7ปี เช่นเดียวกับ พี่จีน กำลังทำ แต่เอาจริงๆ ผมมองว่า มันคงไม่ใช่การไป คุม flow ของเงินดอลลาร์ ให้หดหายได้ เพราะ ไม่ใช่การ action ของ Fed แต่มันน่าจะเกิดจาก เกมส์การเงินที่พยายาม หาทาง พยุงไม่ให้ ค่าเงินของประเทศตัวเองอ่อนไป มากกว่าที่เป็นอยู่

งานนี้ จีน เป็นคนเปิด เพราะจีนสะสม พันธ์บัตรสหรัฐจำนวนมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตัวเลขออกมา 1.27 ล้านๆดอลลาร์ มากกว่าญุี่ปุ่นไปเป็นที่เรียบร้อย การไหลออกของเงินทุนเดือน สค. ตอนที่ตลาดหุ้นจีนถล่มจีนพยายามเข้าไปแทรกด้วยการ พยุงค่าเงินหยวน โดยการขายเงินทุนสำรองของประเทศออกไป โดยเฉพาะการขายพันธ์บัตรและเงินดอลลาร์สหรัฐ(ถ้าดอลลาร์ยิ่งแข็ง จากประเด็นอัตราดอกเบี้ย ยิ่ง bullish จีนคงยิ่งขายเพราะได้เงินกลับมา) ประเด็นคือไม่รู้จีนจะทำไปอีกนาน แค่ไหน เพราะของในมือก็มีอยู่ไม่น้อย ยังไงหนีไม่พ้นผลกระทบที่ตามมา กับตลาดเงินและระบบเศรษฐกิจโลก


สำคัญ ต้องดูว่าใครจะตามบ้าง เพราะมันคือสงครามการเงิน ที่โดยเฉพาะประเทศ emerging market คงจะเอาด้วย เพราะตั้งแต่ต้มยำกุ้ง ประเทศเหล่านี้เสริมทุนสำรองกันมาต่อเนื่องเรื่อยๆ ในรูปแบบ ดอลลาร์สหรัฐ จำนวนเพิ่มมากขึ้น การนำเงินนี้มาใช้เพื่อรักษาสมดุลของค่าเงินตัวเอง และพยายาม แก้ปัญหาการไหลออกของเงิน ก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ว่ากันว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาธนาคารกลางประเทศต่างๆ มีการขายทุนสำรองออกมาแล้วถึง 200,000 ล้านดอลลาร์(จำนวนมากๆน่าจะมาจากจีน)

ประเด็นคือต้องตามกันต่ออีกยาว ว่าจีนจะเดินหมากยังไง จะขายอีก หรือชายไปแล้วเท่าไหร่ก็ไม่มีใครรู้ได้แน่นอน แต่ที่รู้แน่ๆคือ จีนมีทุนสำรอง มากอันดับต้นของโลก แทนทุนสำรองของจีน มากกว่าครึ่งน่าจะอยู่ในรูปแบบของ ดอลลาร์สหรัฐ

ต้องดูต่อไปว่าสงครามการเงินนี้จะจบยังไง เพราะทุกประเทศต่างต้องการที่จะไม่ตกเป็นผู้เสียเปรียบ ในเกมส์นี้ โดยเฉพาะประเทศเกิดใหม่ที่ตอนนี้ถูกไล่บี้จนต้องออกมา แก้เกมส์อย่างหนัก เพื่อป้องกันการอ่อนค่าของค่าเงิน 


ลองจับตามมองสกุล หลักของโลกไว้ครับ JPY CHF USD และ GOLD ต่อจากนี้ไป สนุกแน่ๆ ยิ่งใกล้การประกาศการตัดสินใจของ Fed กับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย มันจะมีปรากฏการณ์ ที่เชื่อมโยงและเกี่ยวเนื่องกันไปทั่วอย่างหนีไม้พ้น 
การเทรดค่าเงินหรือ fx มันคงไม่ง่าย และจะมีความผันผวน หนัก ยังไงลองหาทางหนีทีไล่ดีๆ ความผันผวนหรือ volatility ถ้ารับมือไม่เป็นนี่จะทำให้เกิดปัญหาต่อระบบเทรด ได้อย่างแน่นอน
ที่ผมเสียวๆคือ คำว่า black swan มันลอยมาลางๆยังไงไม่รู้