สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Over Trading

อย่า Over Trading อยากเตือนเรื่องนี้อีกรอบ โดยเฉพาะช่วงตลาดผันผวนแบบนี้ มีท่านหนึ่งส่งพอร์ต TFEX มาให้ดูเห็นแล้วเป็นห่วงเลย เพราะท่านมีเงินไม่มากแต่อัดเต็ม ใช้ leverage เต็มที่ พอพลาดมาพอร์ตระเบิด ก็เครียด (พยายามจะใช้เงินน้อย ไปล่ากำไรก้อนใหญ่บนความโลภ)
ผมบอกเสมอเทรดอนุพันธ์ พอร์ตมันล้างขาดทุนเป็นศูนย์ได้เสมอ ไม่ใช่ product มันเป็นศูนย์นะ อันนี้กลัวคนจะสับสน ถูกครับ SET50 มูลค่ามันยังไงก็ไม่เป็น ศูนย์เพราะถ้าดัชนี set50เป็นศูนย์นั้นคือ มันเกิดไม่ได้ หรือถ้าเกิดประเทศวิกฤติแล้ว(ธุรกิจหลักมาพังพร้อมกันมันก็ยาก)

แม้ SET50 ไม่เป็นศูนย์เมื่อหมดอายุ แต่พอร์ตเราล้างเป็นศูนย์ได้นะครับ แยกประเด็นดีๆ เพราะถ้าเราใช้ margin สูง หรือเทรดแบบ Over trading เช่น มีเงิน 100,000 กว่าๆ แต่กดกันไป 9-10 สัญญา มันตรึงมาก พอตลาด volatile ลากไปแรงๆ ก็ต้องโดนเรียกเติมเงิน หรือถ้าไม่มีมาเติมก็โดนบังคับปิด แล้วขาดทุนพอร์ตล้างไป หรือไม่ก็ติดหนี้ ต้องหาเงินมาจ่ายส่วนต่างเพิ่มอีก

พูดเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้ Over trading ถ้าเทรด TFEX SET50 ไม่อยากล้างพอร์ต ก็อย่าใช้ Leverage ครับ วางเงินเต็ม บวกเสริมไปอีก 1 เท่า เช่นมี 100000 เทรดแค่ 1 สัญญา รับรองว่า ยังไงพอร์ตก็ไม่ล้าง ไม่เป็นศูนย์ แม้วันหมดอายุ หรือถ้าจะใช้ leverage ก็ควรจะเอาแต่พอดี มีเงินส่วนเหลือในพอร์ตป้องกันให้พอกับ volatility ของตลาดที่อาจจะเกิดเข้ามา
เน้นความแน่นอน ทำกำไรต่อเนื่อง ยั่งยืน บนความเสี่ยงที่เหมาะสมจะดีกว่าครับ


Finding Big Alpha In Big Data

 paper ชื่อ Finding Big Alpha In Big Data The Evolution of Active Investing ของค่าย BlackRock จากทีม Scientific Active Equity
(SAE) Group 

พูดเรื่อง Data science และการสกัดเอามูลค่าจาก Big data(องค์ประกอบของข้อมูล ต่างๆจำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การดำเนินงานของบริษัทและอื่นๆ) เพื่อมาเพิ่ม edge ในกลยุทธ์การลงทุน หรือมาสร้าง alpha แบบยั่งยืนในพอร์ตโฟลิโอ ให้กับลูกค้า

บทความนี้เขียนไปในมุมมองเชื่อว่า data-driven และ scientific method จะเป็นตัวกำหนดความได้เปรียบในอนาคตของ บริษัทโลกการเงิน และเป็นแนวทางการลงทุนใหม่ยุคหน้า ตรงนี้บทบาทของdata scienceและองค์ความรู้การจัดการ Big Data เข้ามาช่วยแง่การสกัดเอาสัญญาณหรือจุดสังเกต พิเศษบางอย่างที่ช่วยมนุษย์มองเห็นและเข้าใจ สิ่งที่เป็นไปหรือจุดผิดปกติ ได้ดีขึ้น

อันนี้เข้าทาง Quantitative Investing ซึ่งสายนี้ที่ เขาเน้นเรื่องการเล่นกับข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ก็พัฒนาและสร้างกลยุทธ์ประกอบการตัดสินใจลงทุน ทำกันอยู่หลายที่ BlackRock ก็เป็นอีกเจ้าหนึ่งที่ขายตรงจุดนี้ และเชื่อว่ามันเป็น key ของการแข่งขันในอนาคต

ในบทความมีเคสศึกษาหลายอันลองเข้าโหลดอ่านได้ที่

https://www.blackrock.com/institutions/en-us/literature/whitepaper/finding-big-alpha-in-big-data.pdf




Trading Boot Camp

Trading Boot Camp รายการใหม่ที่จะปูพื้นฐาน(ระดับ Basic)และติวกลยุทธ์เทคนิคการเทรด การบริหารเงิน บริหารความเสี่ยงให้กับเทรดเดอร์ ผ่าน vdo ตอนสั้นๆเป็นหัวข้อ ที่มีเนื้อหากระชับและเข้าใจง่าย ใช้เวลาสั้นๆประมาณ 20 นาที ในการเรียนรู้

ตั้งใจทำโปรเจคนี้นานแล้ว เพิ่งจะหาเวลาว่างลงตัวได้เริ่ม โดยทั้งรายการจะมีทั้งหมดประมาณ 120 ตอน ผมทยอย update ไปเรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ จนถึงต้นปี 2017 คนอยากเรียนเรื่องการเทรด คอยติดตามแล้วกัน

อันนี้คือส่วนหนึ่งของโปรเจค เทรดเดอร์กลับบ้าน ที่เคยคุยให้ฟัง เป้าหมาย เราจะให้ความรู้ ปูเทคนิคการเทรด ให้ เพื่อที่จะได้สร้างเป็น skill สำหรับ การเก็งกำไร ที่ถูกต้อง บนความเสี่ยงที่เหมาะสมและอยู่รอดในตลาด และจะได้ใช้การเทรดเป็น การหารายได้เสริม จากธุรกิจ หลัก หรืองานประจำ

ตอนแรกเรียนเรื่อง market analysis พื้นฐานของการเก็งกำไร เบื้องต้น
https://www.youtube.com/watch?v=gONS-QshmWQ



Why technical analysis fail to work

ผมมีโอกาสได้คุยกับเทรดเดอร์หลายท่าน ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีคำถามเยอะมาก ว่า technical analysis มันใช้งานได้อยู่ไหม?
ผมเองก็ยังยืนยันคำตอบเดิมว่ามันใช้งานได้ ถ้าเราใช้เป็นใช้อย่างเข้าใจ จริงๆไม่ค่อยแปลกที่หลายคนเจอปัญหา เพราะ 80% ของสายใช้เทคนิคอลปกติ มันไปทาง trend flowing หรือ momentum trading พอตลาดมันขาดโมเมนตรัมหรือผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจ ปัญหามันเกิดทันที ยิ่งถ้าใครใช้แบบมโนศาสตร์ หรือขาดความเข้าใจดีพอ พฤติกรรมราคา พฤติกรรมตลาดที่ไม่ปกติ มันทำให้เกิดการเสียหายขาดทุนได้เยอะ


คำแนะนำอีกอย่างของผมคือ อยากให้เทรเดอร์หันมาใช้ เทคนิคอลแบบเป็นวิทยาศาสตร์ หัดเรียนรู้ หัดทดสอบ ทดลอง และปรับปรุงวิธีการใช้งานให้เหมาะสมได้ด้วยตัวเอง อย่าติดกับตำราเก่าๆ เกินไป บางเรื่องมันถูกคิดมันถูกสรุปมาตั้งแต่ยุค 1990 -2000 อาจจะเป็นจริง สมเหตุสมผลในตอนนั้น แต่ตลาดปัจจุบันไม่ว่าจะตลาดหุ้น ตลาดค่าเงิน ตลาดทองคำ ตอนนี้มันเปลี่ยนไปมากแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของขนาดเม็ดเงิน เรื่องของกลยุทธ์ที่ซับซ้อนขึ้น(Algorithmic trading / HFT) และเรื่องของระดับค่า volatility ของราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากอดีตมาก ดังนั้นการปรับตัวให้ได้คือทางอยู่รอด

ลองหันมาอ่านงานวิจัย งานศึกษาใหม่ๆจาก Lab ของสถาบันต่างๆบ้างเราจะพบถึงอะไรหลายอย่าง ที่นักวิจัยเหล่านี้ทดลองเกี่ยวกับเครื่องมือ technical กับภาวะตลาดปัจจุบัน
อย่าง paper นี้ชื่อ Why popular methods of technical analysis fail to work ของ คุณ Vladimirovich เป็นอีกอันที่มีประโยชน์อยากให้ลองอ่านดู เขาเขียนถึงข้อจำกัดของเครื่องมือเทคนิคอลได้ดี ลองเปิดใจเรียนรู้ เราจะได้นำเอา ข้อสังเกต เอาองค์ความรู้ไปพัฒนาระบบและการใช้เครื่องมือเทคนิคอลของเราให้ดีขึ้น

http://www.faunusanalytics.com/marketing/article/Why_popular_methods_of_technical_analysis_fail_to_work.pdf

Renko + GRID > Quantitative Investing

ตัวอย่างระบบ GRID ในหุ้น ผมทำระบบใช้ renko brick มาเป็นตัวช่วยอ่านพฤติกรรมราคาสำหรับ GRID Trading System ในการสะสมหุ้นและสร้างกระแสเงินสด(ปันผล+การปรับต้นทุนตาม volatility) ไอเดียเบื้องต้นที่แชร์ได้ประมาณนี้

ขอแชร์เพื่อการศึกษา ถ้าจะนำระบบไปใช้ ต้องทดสอบระบบก่อนทุกครั้งที่จะเทรดเงินจริงนะครับ

1. เลือกหุ้น เจ๊งยาก ล้มละลายยาก เป้าหมายคือการสะสมหุ้น
2. หุ้นมีปันผลดี กรณีติด หุ้นใน inventory ได้ปันผลชดเชย
3. มีกองทุน หรือรัฐ ถือหุ้นใหญ่
4. ไม่ใช้ margin วางเงินเต็มจำนวน
5. เริ่ม setup เข้าไม้แรก ตอนเกิด discount จาก SET ติดลบ ราคาหุ้นต่ำกว่าราคาปกติ(MA200) อย่างน้อย 25-30% รอตอนตลาด panic >> คำสอนพี่เอ็นโดฟินเลย ซื้อหุ้นดีตอนตลาดไม่ปกติ
6. ซื้อเมื่อราคาสร้าง cluster ยืนเหนือแนวรับ
7. ซื้อสะสมตาม zone เมื่อ Brick เป็น bullish ราคายกตัวต่อเนื่อง(average up)
8. ขายในราคาสูงกว่า ราคาเข้าซื้อ(ขายเมื่อมีกำไร)
9. ขายตาม zone เมื่อ Brick เป็น bearish ปรับต้นทุนไปเรื่อยๆ
10. ทำ cashflow กระแสเงินสด จนกำไรถึงเป้า 100% ทำคลายเครียดเรโซ ดึงทุนออกปรับต้นทุนให้เป็น 0 ได้ สร้าง GRID เป็น alpha ของพอร์ต



วิธีนี้ไม่ all-in ไม่ over trading ไม่ต้องเดาทิศทางราคา แต่จะสำเร็จต้องมีวินัย อดทนรอ จุดเริ่มต้นสำคัญต้องหาหุ้นพื้นฐานดี และหาจุด discount ให้ได้ในตอนเริ่มต้น



ในภาพนี้ทำกับหุ้น KTB ใช้ Brick ปรับตาม historical volatility, วางโซนกริดละ 0.25บาท ,position size ไม้ละ 2% , cash flow ไม้ละ 2.5%

ตัวนี้ทำมาหลายปีแล้ว ไม่อยากโชว์กำไร หรือผลการวิจัยเพราะมันจะเป็น bias

แนวคิดการทำระบบเทรดนี้ ผมก็ใช้หลักบางส่วนของ DSM + หลักการซื้อหุ้นแบบสำนักมวยวัด(VSOP)ของพี่คลายเครียด มาประยุกต์
ลองเรียนรู้ให้เข้าใจ เราสามารถพัฒนาปรับปรุงระบบเทรดให้เหมาะสมกับเราได้


อยาก แชร์ไอเดียให้ดู เพื่อพวกเราเทรดเดอร์จะได้เห็นว่า กลยุทธ์การเทรด มันมีได้หลากหลายและเราใช้พัฒนาได้ไม่รู้จบ ใครอยากลองก็ไปหัดทำเอาได้ครับ

sniper trading

sniper trading เน้นเทรดให้แม่น เทรดให้คมยิ่งน้อยแต่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในแง่การทำกำไรและระยะเวลาการหมุนเวียนกระสุน 

ในภาพเป็นตัวอย่างระบบเทรด sniper trading ต่างจากภาพระบบก่อนหน้าที่เป็น scalping เทรดสั้นเน้นรอบตาม volatility ตลาด แต่พอมาใช้กลยุทธ์ sniper trading ก่อนจะยิง ต้องคิดและมองให้ดีพอควร สิ่งที่ต้องจำกัดคือ จำนวนกระสุนและพยายามยิงให้ผิดน้อยที่สุด(ผิดได้แต่ต้องไม่มาก)




ผมทดลองระบบนี้เทรดมา 1 ปี(หยุดไป 2 เดือนเพราะป่วย) รวมยิงไป 81 order พยายามกำหนดเป้าของ risk per trade ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมราคา เน้นความสเถียร คือทำกำไรต่อเนื่อง เพราะไม่ต้องการให้เสี่ยงเกินไป เช่นเดียวกัน ตอนถูกทาง ก็ต้องทำกำไรได้คุ้มค่ากับการรอคอยพอสมควร แต่รอบจะกำหนด RRR ไว้มากกว่า 1:5 เสมอ 




ปล. ไม่ต้องไปสนใจกำไรมาก เอาไอเดียมาให้ดู น้องๆจะได้ใช้เป็นแนวทางการฝึก กรณีสนใจแบบนี้ เป็นเทรดเดอร์ การเทรดให้ดี ต้องทำได้ต่อเนื่องและยาวนาน เราจะเทรดดีบางเวลา หรือเฉพาะช่วงตลาดง่ายไม่ได้ หรือจะมาขาดทุนหนักตอนตลาดผันผวนก็ไม่ดี เพราะ cashflow นั้นคือ รายได้มาหล่อเลี้ยงและทำให้พอร์ตเติบโต