สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

Long Bets : Buffett & Hedgefund

อ่านจดหมายถึงผู้ร่วมลงทุนของ Berkshire Hathaway เขียนโดย Warren Buffett อันหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่อง long bets (เดิมพันการกุศล) ระหว่าง Buffett กับ Protege Partners, LLC ของ Ted Seides และ Scott Bessent ลงเงินกันคนละ $500,000
ประเด็นเริ่มต้นที่ Buffett วิจารณ์ถึงค่าธรรมเนียมที่สูงนักลงทุนจ่ายให้กับกองทุนเฮ็ดฟันด์ แต่ผลงานระยะยาวกลับออกมาไม่ได้ดีกว่า low-cost index fund

การเดิมพันนี้ว่าด้วยเรื่องที่ Buffett ทำนายไว้ตอนปี 2007 ว่าผลตอบแทนสะสมของ S&P500 อีก 10 ปีข้างหน้าจะดีกว่าหรือชนะผลตอบแทนของ hedgefund


และแล้วก็เกิดการพนันเพื่อการกุศลกันขึ้น โดยการตัดสินจะเทียบผลงานของ funds-of-funds ที่ Ted Seides เลือก 5 กองทุนกับ low-cost Vanguard S&P fund (ข้อตกลงคือไม่เปิดเผยชื่อของเหล่า funds-of-funds เพียงแต่ให้รู้ว่าเป็นตัวแทนของ hedgefund เท่านั้น)

โดยถ้าบัพเฟตชนะ เงินเดิมพันกลาง (เดิมพันฝั่งละ $500000) $1,000,000 บริจาคให้กับ Girls Incorporated of Omaha ถ้า แพ้ เงินกองกลางบริจาคให้กับ Absolute Return for Kids ผลการเดิมพันเข้าสู่ระยะปีสุดท้าย ผ่านมา 9 ปีผลค่อนข้างแน่นอนถ้าไม่เกิด วิกฤติการเงิน หรือ S&P500 ร่วงหนักขึ้นมาก่อนว่า บัพเฟตชนะและเงินเดิมพันคงได้บริจาคให้กับ Girls Incorporated of Omaha



เรื่องนี้ผมไม่ได้สนใจว่าใครแพ้หรือชนะ หรือใครผิดถูกครับ ไม่ได้เชียร์ข้างใด ฐานะผู้เรียนรู้ก็รับฟังหมดทั้งฝั่งเฮ็ดฟันด์และฝั่งคุณบัพเฟต แต้ถ้ามองในเกมส์ระยะยาว ต้องบอกว่า บัพเฟตสรุปไว้ได้น่าสนใจ โดยเฉพาะูเรื่อง “neutral” environment และการถือ “short” positions

ใครสนใจเรื่องนี้อยากลองเข้าไปอ่านดูได้จาก link ด้านล่าง เปิดมุมมองดีอีกมุม ผมคงไม่ขอเอามาลงเดี่ยวมันจะเป็นประเด็นถกเถียง ดราม่าอีก ไม่อยากไปแตะ เพราะบัพเฟตเขาก็วิจารณ์ต่อยาวโดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียม 2&20 ที่แกเหน็บยาว เช่นว่า “Fees never sleep.”, การโฆษณาและให้ค่าของพวกเฮ็ด์ฟันด์มากเดินจริง  และโยงไปถึง ลิง (1000 monkey) ...

ผลการศึกษาเรื่อง Stoploss

การศึกษาวิจัยเรื่อง Stoploss ในหุ้นของ Stotz Investment Research (ASIR) เขาทำการทดสอบด้วยการสุ่มเลือกหุ้น 10 ตัวเพื่อสร้างพอร์ตทดสอบจากกลุ่มหุ้นในตลาดหลักทั่วโลก ทำการทดสอบระยะเวลา 10 ปีตั้งแต่ปี 2005 - 2016 ครอบคลุมตลาดทุกสภาวะซึ่งในแต่ละปีจะมีการ re balancing และมีการสุ่มเลือกหุ้นใหม่เข้ามาแทน ผู้วิจัยทำ simulation จำนวน 1,000 พอร์ตโฟริโอ เพื่อวัดค่าสถิติและประเมินคะแนนจากความน่าจะเป็น

ผลการทดสอบก็ดังภาพ พอร์ตที่ใช้ stoploss 30% ในการลงทุนชนะตัว benchmark 97% รอดผ่านวิกฤติการเงิน subprime 2008 และชนะพอร์ตปกติที่ไม่มี stoploss โดยชั้นล่างสุดของผลการสุ่ม(bottom decile) ของพอร์ต stoploss 30% มีผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 12.2% ซึ่งสูงกว่าค่า benchmark

ผมสนใจการทดสอบนี้ไม่ได้จะสรุปว่า stoploss ดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่อยากให้ดูคือ ถ้าเข้าใจพฤติกรรมของข้อมูล การวาง stoploss ที่เหมาะสมมันก็มีคุณมากกว่ามีโทษ ซึ่งจะเห็นว่าการวางไว้ที่ 30% ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา มันครอบคลุม volatility ของข้อมูลราคาจากตลาดหุ้นที่เกิด ผลมันเลยออกมาตามที่ผู้วิจัยเขาสรุป นั้นคือ จำกัด down size risk และเพิ่ม upside ของพอร์ตโดยรวม

แน่นอนว่า ถ้าเราวางแคบ ไปหรือกว้างไป ผลการทดสอบมันอาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ก็เป็นได้ ดังนั้นการใช้ stoploss มันจำเป็นต้องมาจากความเข้าใจ และหาจุดที่เหมาะสม


กลยุทธ์แบบต่างๆของ hedgefund

กลยุทธ์แบบต่างๆของ hedgefund ข้อมูลล่าสุดปี 2017 ที่ Hedge Fund Research, Inc. เขาทำการจำแนกไว้ อันนี้ที่ผมอ้างอิงในการพูดถึงเมื่อคืนนะครับ จะเห็นในตลาดมันมีผู้เล่นหลายประเภท แม้ในกลุ่ม smart money เองก็ยังมีหลากหลายกลยุทธ์ มันไม่จำเป็นทุกคนต้องคิดเหมือนกันหมด ทำเหมือนหรือตอบสนองกับสิ่งที่เกิดแบบเดียวกันทั้งหมด เสมอไป ทุกกลยุทธ์ต่างมีจุดแข็งและมีข้อจำกัดในตัวมันเอง
น้องสนใจอยากรู้จัก กลยุทธ์ประเภทไหนเพิ่มกดเข้าไปอ่านได้ หรือจะเอา keyword ไปค้นหาเพื่อ ศึกษาเพิ่มก็ทำได้เช่นกัน
ทุกวันนี้ อินเตอร์เน็ตมันช่วยทำให้เราเข้าถึงแหล่งความรู้ได้เยอะ ความรู้มันเรียนทันกันได้ ทำความเข้าใจนำมาฝึกฝน ก็จะทำให้เราพัฒนาขึ้นได้เอง