สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562

The Best Podcasts in Business and Finance

barrons dot com ทำการจัดอันดับสุดยอดท๊อป 7 podcast ทีดีที่สุดด้านธุรกิจและการเงิน ซึ่งหลายรายการ จากประสบการณ์ตรง ที่ผมเป็นแฟนติดตามฟังอยู่ ก็ต้องยอมรับว่ามีเนื้อหา สาระเข้มข้นและมีประโยชน์มากต่อการรับฟัง มากมาย ผลการจัดอันดับมีดังนี้

1. How I Built This with Guy Raz
รายการนี้เน้นสัมภาษณ์เหล่า founder ของบริษัทสตาร์อัพและธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีข้อสรุปและแง่คิดดีๆทางธุรกิจเกือบทุกตอน
https://www.npr.org/podcasts/510313/how-i-built-this

2. Invest Like the Best
รายการนี้จัดโดย Patrick O’Shaughnessy ซึ่งเป็น fund manager มีชื่อและ มีสไตล์การจัดรายการที่ชวนคุยได้สนุก ตั้งคำถามได้ดี และมีสาระด้านการลงทุน รวมถึงวิธีคิดต่างๆที่นำมาประยุกต์ได้ ผมตามรายการนี้ประจำ
https://investlikethebest.libsyn.com/





3. Masters in Business
รายการนี้ของคุณ Barry Ritholtz ผมเป็นแฟนประจำ เน้นทั้งการคุยประเด็นสาระปัจจุบันเกี่ยวกับตลาดและเศรษฐกิจ รวมถึงสัมภาษณ์ที่เชิญเหล่าคนดัง ผู้จัดการกองทุนระดับต้นของวอลสตรีท มาพูดคุย พร้อมมีบทสรุปสาระดีๆ ทิ้งท้ายให้เสมอ
https://www.bloomberg.com/podcasts/masters_in_business

4. Capital Allocators
รายการนี้ของ Ted Seides เน้นสัมภาษณ์ทั้งนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้บริหารกองทุน หลายท่าน ted คุยสนุกตั้งคำถามดี ตอนยอดฮิตหนึ่งคือเขาชวน ผู้บริหารกองทุน Princeton endowment คุณ Andrew Golden มานั้งคุยเรื่องการบริหารพอร์ตและการจัดการความเสี่ยง นี้ก็เป็นอะไรที่ได้สาระดีมาก
https://capitalallocatorspodcast.com/podcast/

5.Recode Media with Peter Kafka
รายการนี้เน้นการคุยธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจสื่อและโฆษณา ประเด็นเทคโนโลยีและ การสัมภาษณ์นักธุรกิจด้านนี
https://www.recode.net/recode-media-podcast



รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าดูได้จาก
https://www.barrons.com/articles/the-7-best-podcasts-in-business-and-finance-51551621600

AI For Everyone

เคยมีคนเขียน email มาถามเรื่องการนำ AI ไปใช้ในบริษัท หรืองานด้านต่างๆ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร(ที่จะไม่ยาก ไม่มากเกินความสามารถของมือใหม่) แนะนำให้ลองดูอันนี้ AI For Everyone ของ โปรเฟสเซอร์ andrew ng ตัวนี้จะแตกต่างจาก deep learning specialist ที่ผมได้เรียนและนำมารีวิวแนะนำไปก่อนหน้า เพราะจะไม่ได้ลงเรื่อง math หรือกระบวนการรายละเอียดเชิงลึก แต่เน้นภาพรวม workflow ตัวอย่างการพัฒนาโปรเจค และการนำไปใช้งานในบริษัท ช่วยให้เข้าใจเรื่องของ AI อย่างแท้จริง ลดความสับสนเพราะ ทุกวันนี้ใครๆก็พูดถึง AI แต่มีไม่มากที่มีโอกาสได้ลงมือศึกษาหรือปฏิบัติจริงๆ 


อีกประการ "ความรู้" ด้านนี้ มีติด resume ไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะถึงแม้จะไม่ได้ชำนาญหรือเขียนโปรแกรมพัฒนาได้เป็น แต่รู้จัก เข้าใจ AI เทคโนโลยีที่เกิดในอนาคต ย่อมมีความได้เปรียบในแง่การประสานงาน หรือทำงานร่วมกับ AI และเปิดช่องทางโอกาสดีๆในอนาคตให้กับตัวเราอีกด้วย

ผมใช้เวลาช่วงเย็นๆ นั่งฟัง อ. andrew ng บรรยายเพลินมาก ตัวอย่างเยอะ อธิบายเข้าใจง่ายดีมาก แม้คนไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็ฟังได้ โดยเฉพาะตัวเทคโนโลยี machine learning & Deep learning สำหรับการพัฒนา AI  
ล่าสุดครบ 1 week ฟัง vdo การสอนและทำข้อสอบกันจนจบเรียบร้อย ต้องบอกว่า AI For Everyone ของ Andrew Ng นี้ดีจริงๆ จนต้องรีวิวให้ 5 ดาวกันเลย เรียนมา 5 วันเต็มเรียกว่าได้ทบทวนเนื้อหาและวิธีคิดดีๆ เกี่ยวกับ AI ในด้านการนำไปใช้และการทำโปรเจคเยอะมาก


เข้าดูได้จาก

Volatility Scaling Trading strategies

แนวคิดกลยุทธ์การเทรด ที่อธิบายเมื่อคืนนะครับ ดังที่บอกว่าเรื่องที่นำมาสอน นำมาเผยแพร่ก็มาจากการอ่าน และพยายามให้แหล่งต้นทางต้นฉบับ เพื่อให้พวกเราไปศึกษาต่อยอด
Volatility Scaling บทความนี้ ทีม quant ของ MAN AHL อธิบายถึงการเทรด asset ที่เป็น asymmetry distribution(โลกความเป็นจริงส่วนใหญ่ก็จะเป็นลักษณะนี้) วิเคราะห์ skew จากข้อมูล dialy หรือ monthly return ใน Medium term , ซึ่งพฤติกรรมความสัมพันธ์ของดีกรี skew ตรงข้ามกับ return ของ asset


ดังนั้น เขาใช้ volatility scaling มาลด effect ในการเทรด asset ประเภทนี้ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับ negative skew ใช้การแบ่ง position เป็นระดับย่อย 3 ระดับ และปรับขนาด position size ไปตามการประมาณค่า skew ที่เกิดใน asset เพื่อสร้างผลตอบแทนเป็นบวกในพอร์ต (ตรงนี้ช่วยพวก mementum ลดขนาดของ Drawdown ลงได้ด้วย) ทดแทนประเภท constant position sizing
ถ้าอ่านในบทความที่ neil อธิบายจะเห็น trading strategies ที่พวกนี้ใช้ มันไม่ใช้เครื่องมือวิเศษ แต่มันเป็นเหมือน function ในการแปลงเส้นกราฟ return จาก asset ให้เป็น ผลกำไร/ขาดทุน (return) ที่โชว์ในเส้น balance curve ในportfolio ของเรา


รายละเอียด และการสาธิต รวมถึงการวิเคราะห์ skew ลองเข้าไปอ่านได้จาก paper ฉบับเต็มได้จาก link ด้านล่าง
ปล.ตัวอย่างที่ผมอธิบายเข้าไปดูการทำงานของกลยุทธ์ Volatility Scale GRID trading และผลการเทรดจริง ได้จากวีดีโอ


2019 Q1 Market Sentimental

Pension Partners แชร์ข้อมูลรายงานของ Bank of America Merrill Lynch การเก็บข้อมูลด้าน sentimental จากนักลงทุนในตลาดสหรัฐในช่วงปีต่างๆ จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันต้นปี 2019 สิ่งที่นักลงทุนวิตกกังวล คือเรื่องของ "Global recession" สอดคล้องกับความคิดเห็นและบทวิเคราะห์ของนักวิชาการ, กูรูการเงิน&เศรษฐกิจ ที่สองเดือนที่ผ่านมาออกมาพูดถึงเรื่องของ Global recession ทั้งใน จีน และสหรัฐ กันถี่ขึ้น 

สิ่งที่น่าคิดต่อ นอกจากว่าจะเกิดหรือไม่เกินใน 2020 - 2021 ตามคำทำนายหรือไม่ นั้นคือเรื่องผลกระทบจาก negative sentiment โดยเฉพาะความกลัว ว่าจะมีผลต่อกระแสเงิน ที่เข้าสู่ตลาดหุ้นมากน้อยเพียงใด 



เพื่อความไม่ประมาท เราก็ควรวางแผนรับมือความผันผวนและความไม่แน่นอน จากความปัจจัยเหล่านี้ที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

Tesla closing retail stores


Elon Musk มีแนวทางในการทำธุรกิจแตกต่างจาก ธุรกิจเดิมในอุตสาหกรรมรถยนต์หลายเรื่อง เหมือนเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้า
อย่างล่าสุดข่าวของ TESLA ที่ประกาศออกมานอกจากเรื่องการเปิดขาย Tesla Model 3 ที่รอคอยกันในราคา $35000 ยังมีประเด็นการประกาศเริ่มปิด showroom ขายรถยนต์ของ TESLA แต่เน้นที่การขายออนไลน์ผ่าน tesla online store เป็นหลักแทน
โดยมีระบบในการสั่งซื้อ แสดงตัวอย่างโมเดลออนไลน์ ในเรื่องการทดสอบขับสามารถทำได้ใน 1 สัปดาห์ไม่พอใจแจ้งคืนรถได้เงินเต็ม และมีระบบงานอื่นๆ เช่นการช่อมบำรุงรักษา ที่บริษัทจะมีการเพิ่มจำนวนหน่วยบริการขึ้น ซึ่งจะเป็นหน่วยแบบเคลื่อนที่ ให้บริการผ่าน app เน้นสะดวก เร็ว มีประสิทธิภาพ
เหตุผลหลักที่ออกมาในการตัดสินใจนี้ คือเรื่องของการ "ลดต้นทุน" ที่เหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ สาเหตุการขาดทุนของบริษัทในปัจจุบัน ซึ่งการปิด showroom ลดต้นทุนด้านค่าเช่าสถานที่และค่าดำเนินการลง รวมถึงลดจำนวนปริมาณพนักงานขาย ลงด้วย


สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ถ้าโมเดลนี้ของ TESLA ออกมาเวิร์ค "ลดต้นทุน" สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในระยะยาวอาจจะได้เห็น บริษัทขายรถยนต์ ในอนาคตหันมาทำตามได้เช่นกัน น่าจะเป็นอีกหนึ่งการเข้ามาเปลี่ยนธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์เดิม ของ TESLA

อ่านเพิ่มเติม
https://www.cnbc.com/2019/02/28/tesla-shifts-sales-to-online-only.html
https://techcrunch.com/2019/02/28/tesla-closing-retail-stores-in-shift-to-online-only-sales-strategy/

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562

คำถามสำคัญในชีวิต


นั่งฟัง podcast ในรถ ผู้บรรยายเขาพูดถึงคำถามที่ คนในวัย 30 ต้องถามตัวเองทุกปี มีเรื่องคำถามทั่วไป ยันคำถามที่จริงจังอย่าง "ตัวเราเกิดมาทำไม" (มีหลายข้อพอควร)
อันหนึ่งที่ชอบเขาแนะนำให้ถามตัวเองเกี่ยวกับ"เรื่องงาน"ที่ทำ ว่ามันเป็นงานที่เรารักและอยากจะทำจริงๆหรือไม่? ตามมาด้วยคำถามที่ว่า เราทำมันได้ดีจริงๆหรือไม่(เก็บข้อมูลจากการทดลองทำแล้ว)
>ถ้าทำงานที่ชอบและทำได้ดี ก็ลุยให้เต็มที่ ลงทุนทั้งแรง เวลาและเงินลงไปเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
>ถ้าทำงานที่ไม่ชอบและทำได้ไม่ดี(ทำไปวันๆ) ก็ควรจะเลิก ควรจะหยุดไปหาทางเลือกอื่นๆ
>ถ้าทำงานที่ไม่ชอบและทำได้ดี อันนี้ต้องมาพิจารณาด้านอื่นๆต่อ โดยเฉพาะเรื่องของ ค่าจ้างหรือผลตอบแทน ถ้ามันคุ้มค่ากับเวลาชีวิต ที่เสียไปก็ ลุยต่อไป

สรุปสุดท้าย ไม่ได้เกี่ยวว่าจะเลือกทางไหนดีกว่ากันเพราะ ชีวิตของเรา เราก็ควรเลือกเอง แต่สิ่งที่ผู้บรรยายแนะนำคือ
1. เราควร หัดตั้งคำถามกับตัวเรา ให้เวลาในการพิจารณาสิ่งที่ตัวเราต้องการ เพื่อจะได้จัดการชีวิตตัวเราได้อย่างเหมาะสม
2.ควรเริ่มตั้งคำถามตั้งแต่ต้นๆ อายุ 20-25 ก็ควรหัดจะหาคำตอบที่สำคัญระยะยาวในชีวิตบ้างแล้ว จะได้เตรียมพร้อมและมีเวลาพัฒนาต่อไป ดีกว่ามาตั้งคำถามกับตัวเอง ตอน 40 50 ปีแบบพวกเผชิญกับ mid life crisis เพราะตอนนั้นมันอาจจะสายเกินไปกว่าการทำอะไร



5 Things I learned from Jaffray Woodriff

สัปดาห์นี้ Trader talk ES7 เอาเรื่องของ คุณ Jaffray Woodriff ซึ่งเป็น quant fund ใจบุญที่เพิ่งบริจาคเงิน $120 million ให้กับ University of Virginia เพื่อสร้างศูนย์ School of Data Science

ผมนำเรื่องราวแนวคิด ประวัติ ประสบการณ์ตลาด และบทสัมภาษณ์จาก หนังสือ Hedge Fund Market Wizard มาสรุปเล่าให้ฟัง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง ที่เชื่อว่าเราน่าเก็บนำไปใช้ หรือต่อยอดได้ สามารถเข้าฟังเนื้อหาได้จาก link ด้านล่างครับ

How JPMorgan's cryptocurrency is different from bitcoin

สรุปประเด็น JPM Crypto

- JPMorgan สถาบันเงินอันดับต้นของโลกเปิดตัว JPM Coin เป้าหมายใช้เทคโนโลยี block chain มาพัฒนาเป็นช่องทางการชำระเงินข้ามพรมแดน ลดเรื่องเวลาในการชำระบัญชีและค่าธรรมเนียมต่างๆ
- นำข้อเด่นของ cryptocurrency มาใช้ในงานธนาคาร แก้ข้อจำกัดเดิมๆ เช่น valuation และเรื่องของ volatility
- JPM Coin เป็น cryptocurrency ที่สร้างโดย major U.S. bank ผูกค่า แบบ fix กับดอลลาร์ โดย 1Token = 1$
- การผูก value กับดอลลาร์ทำให้ ลด volatile ในมูลค่าของ cryptocurrency บวกกับรับรองสถาบันการเงิน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการใช้งาน
- พัฒนาส่วนรักษาความปลอดภัย JPM coin รันตัว blockchain network ที่ออกแบบมาเฉพาะเรียกว่า Quorum
- ปัจจุบันให้บริการสำหรับลูกค้าขนาดใหญ่ บริษัทขนาดใหญ่, ลูกค้าสถาบันที่ต้องการซื้อ JPM Coin สำหรับ transfer cross-border payments หรือชำระเงินจ่ายหนี้ต่างๆระหว่างสถาบัน
- กูรูมองว่า JPM Coin ไม่ได้ทำมาเพื่อเป็น asset หรือเน้นมูลค่าจากตัว cryptocurrency แต่ออกมาเพื่อธุรกิจ โดยเฉพาะการปรับตัวของ bank ใหญ่สู้กับ fintech ที่ใช้เทคโนโลยีอย่าง block chain มาแย่งส่วนแบ่งการตลาด รวมถึงเป็นการแก้ข้อจำกัด เรื่องการโอนเงิน ชำระเงิน ที่เคยเป็นอุปสรรคและปัญหาเดิมๆที่เกิดต่อลูกค้าด้วย smart contracts แทนเทคโนโลยีเดิมเช่น wire transfers
- นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการต่อยอดไปถึงระบบการปล่อยกู้และด้าน asset management ด้วยเทคโนโลยีเดียวกันอีกด้วย


- มุมมองต่อตลาด cryptocurrency กูรูส่วนใหญ่มองว่าไม่ค่อยกระทบ เพราะกลุ่มลูกค้าและผู้ใช้งานแตกต่างกัน การสะสมเป็น asset หรือ การใช้ด้านที่ไม่ต้องการตรวจสอบ ต้องการความเป็นส่วนตัว กลุ่ม bitcoin และอื่นๆ ยังเป็นที่ต้องการเช่นเดิม ในระยะยาวกลุ่ม cryptocurrency บางตัวอาจจะด้อยมูลค่าด้านการนำไปใช้งานด้านการเงินได้เช่นกัน
- เป็นสัญญาณการปรับตัวของ ธนาคารและสถาบันการเงิน กับเทคโนโลยีใหม่ อาจจะพบ ธนาคารอื่นๆ อาจจะมีการออก cryptocurrency เพื่อธุรกิจ ตาม JPM ได้เช่นกัน

อ้างอิง
https://www.cnbc.com/2019/02/13/jp-morgan-is-rolling-out-the-first-us-bank-backed-cryptocurrency-to-transform-payments--.html
https://www.forbes.com/sites/madhvimavadiya/2019/02/17/jp-morgans-cryptocurrency-jpm-coin-is-not-a-cryptocurrency
https://www.youtube.com/watch?v=OcdJQ-gTqEo