สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562

Recession fears among fund managers

ช่วงเดือน กย. ที่ผ่านมา Bank of America Merrill Lynch ทำการสำรวจความคิดเห็นเหล่า Fund Manager จำนวน 235 ความคิดเห็น(ผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ สิริรวม AUM ทั้งหมด $683 billion) พบว่าจำนวน 38% ยังเชื่อว่ามีโอกาสความน่าจะเป็นที่จะเกิด recession ในปีหน้า แม้ปัจจุบัน ระดับ risk of a global recession ยังสูง แม้ธนาคารกลางต่างๆหันกลับมาใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ


40% ความกังวลปมปัญหาเรื่อง tail risks ผลกระทบจาก trade war ของสหรัฐและจีน ผลสำรวจ 30% คาดหวังว่าจะจบก่อนการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐในปี 2020 นอกจากนี้ยังมีประเด็นความวิตกกังวล bond market bubble , การไร้ประสิทธิภาพของนโยบายทางการเงิน ที่มีการอ้างถึงในสาเหตุการถดถอยราวๆ 13%

Rogue Trader 2019, บทเรียนเตือนใจของเทรดเดอร์

-เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Mitsubishi UFJ บริษัทแม่ของ Petro-Diamond Singapore รายงานแถลงข่าว กล่าวโทษการขาดทุนครั้งใหญ่ จาก rogue trader ที่ทำการเทรดสัญญาอนุพันธ์น้ำมันโดยไม่รับการอนุญาต ปลอมแปลงรายการเทรดโดยละเมิดกฏ risk-management ของบริษัท
-การเทรดไม้ใหญ่ ใน derivatives ทำให้เกิดการขาดทุนมหาศาลจากสัญญาอนุพันธ์น้ำมันจำนวน 320 ล้านเหรียญ
-ธนาคารไม่ระบุชื่อเทรดเดอร์ รายละเอียดเบื้องต้นเป็นชาวจีน เริ่มทำงานปลายปี 2018 กับบริษัทลูก Petro-Diamond Singapore ดูแลการเทรดน้ำมันให้กับบริษัทลูกค้าในจีน บริษัทได้ทำการไล่เทรดเดอร์ออกทันที พร้อมตรวจสอบรายการเทรดทั้งหมดและกำลังดำเนินคดีทางกฏหมาย
- บริษัทระบุเทรดเดอร์คนนี้เคย เทรดสถานะสัญญาอนุพันธ์น้ำมันโดยไม่รับอนุญาตมาก่อนช่วงต้นปี แต่ด้วย
การขาดทุนที่ไม่มากทำให้ตรวจไม่พบ มีการรายงานการขาดทุนตั้งแต่ช่วงเดือน july ราคาน้ำมันปรับตัวลงหนัก จนผิดสังเกตและตรวจพบความผิดปกติในช่วงเดือน August เมื่อมาเกิดเหตุกรณีซาอุที่ราคาน้ำมันผันผวน โดดวิ่ง +20% ในวัน ทำให้ สถานะที่เทรดเดอร์ขาดทุนจำนวนมาก ทาง PDS ทำการปิดสถานะของสัญญาทั้งหมด


- นักวิเคราะห์มองว่าการขาดทุน 320 ล้านอาจจะไม่มีผลต่อฐานะการเงินบริษัทที่ปีผ่านมามีกำไร $5 billion แต่เป็นเรื่องของการเสียชื่อเสียง และความเชื่อมั่น
- Mitsubishi rogue trader กลายเป็นอีกหนึ่งตำนาน เทรดเดอร์ที่แหกคอกและละเมิดกฏความเสี่ยง จนหายนะ เช่นเดียวกับ Nick Leeson ของธนาคารBarings หรือ Bruno Iksil จากกรณี JPM's "London Whale"
- key takeaway ของเรื่องนี้เรื่องของ ความโลภ Over trading ในสินค้าอนุพันธ์ และ การไม่ควรประมาท มองข้ามความเสี่ยง ความผันผวนที่เกิดในราคาสินค้า

Quantitative easing is back.

สิ้นสุดยุค Quantitative Tightening สัญญาณการเริ่มต้น QE (Quantitative Easing) ของธนาคารกลาง รอบใหม่

Fed: easing
ECB: easing
BOE: easing
BOJ: easing
Denmark: easing
Australia: easing
Brazil: easing
Russia: easing
India: easing
China: easing




https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-07-23/quantitative-tightening-to-end-as-central-banks-sound-retreat

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

วิกฤติการเงินมารอบนี้ Quant จะรอดไหม??

มีคนถามว่าถ้าวิกฤติการเงินมารอบนี้ Quant จะรอดไหม??
......................
จริงๆเหมือนที่เคยบอกว่า การจะรอดไม่รอด ไม่ได้อยู่ที่กลยุทธ์การเทรด มันอยู่ที่การบริหารความเสี่ยง(risk management) ดังนั้นไม่ว่าจะใช้ quant trading ,จะสายเทคนิคอล หรือนั่งนับดวงดาว ถ้าบริหารความเสี่ยงเป็น วิกฤติมายังไงก็เอาอยู่ ขณะเดียวกันถ้าไปนั่งมโนเดาทิศทางราคาหรือเอาแต่ over trading สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดี
แต่อีกมุมหนึ่งการใช้ quantitative method ที่มีการทำ Data Analysis กับข้อมูลจำนวนมากอย่างดี แล้วนำมาวางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยง ย่อมจะยิ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพขึ้นไปอีก
ผมมีโอกาสได้อ่าน paper วิจัยหนึ่งน่าสนใจมากอยากมาแชร์ ชื่อ What Happened to the Quants in August 2007? สะท้อนให้ประเด็นที่ผมสื่อให้ฟังชัดดี วิกฤติรอบที่แล้วการบริหารความเสี่ยงที่ดีโดยเฉพาะ risk parity นี้รอดช่วง 2007 2008 และทำเงินกลับมาได้เร็ว ขณะเดียวกันกลุ่มโฟกัส maximum return เจอการขาดทุนหนักในช่วงวิกฤติ



ปัจจัยหลักอันหนึ่งที่กระทบทุกกลยุทธ์การเทรด มาจากความผันผวนของราคา ที่เกิดจากการไหลออกของเงินจากตลาดหุ้นทั่วโลก(และสินทรัพย์เสี่ยงสูง)อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงผลการร่วงลงของราคาอย่างหนัก จากการบังคับขาย(margin call),การขายเพื่อหยุดขาดทุนของรายใหญ่และการปิดสถานะที่ใช้ leverage เป็นต้น นอกจากนี้paper ยังมีผลการทำงานของกลยุทธ์ เช่น Long/Short Equity, Global macro , Risk Arbitrage เป็นต้น กับข้อมูลราคาช่วงเกิดวิกฤติ 2007 ให้ศึกษาด้วย
สนใจลองไปศึกษาเพิ่มเติมได้ อย่างน้อยมันช่วยให้เรารับมือ วิกฤติครั้งหน้า(ที่ไม่รู้จะเกิดเมื่อไหร่) ได้อย่างดีขึ้นครับ

FX Robot trading 2019 (Beginners level)

คลิปวีดีโอสอนการพัฒนาระบบเทรดแบบ Robot trading บนโปรแกรม Meta trader4 ความยาวราวๆ 7 ชม.กว่า ท่านสนใจลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ จาก link ด้านล่าง
Content
- Intro to Metatrader4 platform
- Programming in MQL4
- Devloping Metatrader4 Indicator
- Metatrader4 Script
- How to Create Robot Trading with EA
- Back Testing & Forward Testing
- System Evaluation
- System Optimization


ปล. น้องที่รอ ประเด็น machine learning ต่อกับ MQL4 ขอไว้ก่อนนะครับ เพราะมัน มีประเด็น advance อนาคตจะสอนการยิงผ่าน WebRequest ไปช่อง python flask API แทน สะดวกกว่า ง่ายกว่าในการบริหารจัดการ

J.P. Morgan’s Volfefe Index

JPM ทำ Volfefe Index โมเดลที่สร้างจากการ tweet ข้อความ ความคิดเห็นของ ปธน โดนัล ทรัมป์ พบว่ามีผลต่อ implied volatility ใน 2Y และ 5ํY Treasury notes นอกจากนี้ยังจำแนกให้เห็นตัวอย่าง keyword สำคัญมีผลต่อ market sentiment เช่น “China,” “billion” and “products”


ปริมาณข้อมูลการทวิตของโดนัลทรัมป์ ก็ไม่น้อยทีเดียว กว่า 4,000 ครั้งจากปี 2018 ถึงปัจจุบัน เฉลี่ยขั้นต่ำ 10 ข้อความต่อวัน มีข้อความสำคัญ 146 ครั้งที่สัมพันธ์กับความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะข้อความที่มีการ retweets ต่อๆจำนวนมาก

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2562

Hedge Fund Lost $1 Billion Betting On Argentinian Bonds Last Month

กรณีศึกษา Autonomy Capital ของ Robert Gibbins เพิ่งขาดทุนในพันธ์บัตร อเจนตินา จากการ concentrated bets ไม้ใหญ่ที่เล่นกับ economic recovery ของประเทศ Argentina ช่วงปี 2018 ซึ่งจบปีทำผลตอบแทน 17% ทำให้มีการเพิ่มสถานะในการเดิมพันกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอเจนตินา แต่สิ่งที่ไม่คาดก็มาเกิดในปี 2019 เมื่อทั้งตลาดพันธ์บัตร ค่าเงิน และตลาดหุ้นของ อเจนตินาร่วงลงรุนแรง จากความกังวลทางการเมือง(แพ้โหวตของรัฐบาล Macri)และปัญหาหนี้



สิริรอบนี้ฟันด์ของ Robert Gibbins พอร์ตโดนผลกระทบขาดทุนไป $1 billion

การประมาณมูลค่าของ GOLD

ไปหาข้อมูลมาให้ นำเสนอโดย Holger Zschäpitz ใช้ข้อมูลที่คำนวณและทำโดย Deutsche Bank
จากข้อมูลราคาทองคำอดีต(1960-2019)

ผลออกทองคำมีความสัมพันธ์กับเงินเฟ้อ โดยจุด peak ของราคาทองคำ อิงกับภาวะ high inflation ยกตัวอย่างช่วง subprime crisis หลังจาก QE ราคาทองไป $2,127/oz ( Sep5, 2011) (แล้วมันก็ดิ่งนรกในเวลาต่อมา)


ภาพ chart นี้ดี อิงแนวคิดการ valuation ตัว gold ด้วยเงินเฟ้อ เพื่อหาค่า real gold price นอกจากนี้ยังระบุ event เหตุการณ์อดีต ให้วิเคราะห์ประกอบด้วย

อ้างอิง

Expected real returns are scarily low

มีโอกาสได้อ่านบทความของ Mark Rzepczynski เขียนถึงบทวิจัยของ GMO LLC ทำโมเดลการพยากรณ์ Return & Volatility ใน asset ประเภทต่างๆ (ระยะ 7 ปี และ 10 ปี)
ผลที่ออกมาเทียบ 7 ปีกับ 10 ปีไม่ต่างมาก จากปัจจัยเสี่ยงและสภาพเศรษฐกิจดูเหมือนการคาดการณ์ จะพบ return ใน asset ต่างๆทั้งแบบ เสี่ยงและปลอดภัย ระดับ expected return ค่อนข้างต่ำ ระดับ expected volatility ยังกว้าง



บทความชี้ให้เห็นว่า โมเดลการไล่ล่าเอาชนะตลาด( market beta )หรือ high risk high return แบบอดีตอาจจะไม่เกิดได้ง่ายแล้ว(return จำกัด, ขณะที่ ความผันผวนสูง) เช่นเดียวกันการจัดพอร์ตแบบ stock& bond portfolios (60/40) ก็อาจจะไม่ work เพราะ bond ส่วนใหญ่ expected return ติดลบ ดูเหมือนการกระจายหรือผสมแบบหลายกลยุทธ์ และ dynamic rebalancing ตามภาวะความเสี่ยงที่เกิด น่าจะเป็น solution ที่มีโอกาสความน่าจะเป็นในการรับมือกับภาวะความไม่แน่นอนได้เหมาะสมกว่าวิธีการเดิม

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562

พฤติกรรมตลาดหุ้นและการจัดการกับความเสี่ยง

ตลาดหุ้น ย่อมมีวัฏจักร มีรอบของมัน เมื่อเช้ามีพี่ท่านหนึ่งๆถามว่าน่ากลัวไหม ตอบตรงๆก็คือไม่น่ากลัว ถ้าเราเข้าใจเพราะมีหมี ก็มีกระทิง สิ่งที่เราทำได้คือ เข้าใจพฤติกรรมตลาด(การทำ data analysis) และวางแผนรับมือกับความเสี่ยง(Risk Management)
สิ่งสำคัญคือชั้นคือการทำการกระจายความเสี่ยง(Risk Parity or Max Diversification) ภาวะตลาดหุ้นปัจจุบันที่ไม่มี edge มากก็ไม่จำเป็นต้องโฟกัส ไปที่ asset class เดียว ใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการพอร์ตมาช่วย กระจาย risk ไปหลากหลาย asset ที่มีพฤติกรรมราคาตอบสนองกับปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยลบที่แตกต่างกัน เพราะเมื่อเกิด market crash ที่มาพร้อม high volatility ตัวระบบเทรด ที่เทรดอยู่บน asset เดียว ,ตลาดเดียว เช่นหุ้น มันมักเอาไม่อยู่


ภาพนี้เอามาจากรายงานของ Dimensional Fund Advisors LLC จำแนกขนาดและระยะเวลาของดัชนี S&P500 แยกตามภาวะตลาดหมี และ ตลาดกระทิง ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1926
รอบนี้นับจาก 2007 ตลาดกระทิง วิ่งขึ้นมากว่า 126 เดือน(ย้อนตัวไม่เกินระดับ threshold -10%) ไม่มีใครรู้ว่าอนาคต ดัชนีจะไปต่อได้อีกนานแค่ไหน แต่สิ่งที่พบคือความผันผวน เกิดขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งในและนอกประเทศ เช่นเดียวกับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางชาติใหญ่ ที่ทำให้ Fundflow มีการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นการเทรดยังคงทำต่อได้ แต่สิ่งสำคัญคือไม่ควรประมาทน่าจะดีที่สุดครับ

Top 40 Proprietary Trading Firms

วันนี้ได้คุยกับน้องเทรดเดอร์คนหนึ่ง เคบฝึกหัดเทรดด้วยกัน ตอนนี้น้องเขาไปเป็น prop trader ให้ firm หนึ่งของอเมริกา ที่สามารถเทรดบัญชีบริษัทแบบ remote จากที่บ้านได้ เพราะบริษัทต้องการรับ เทรดเดอร์ฝีมือดีจากทั่วโลกมาช่วยร่วมงาน
ข้อดีของ prop trader แนวทางนี้เหมือนจะเป็นเรื่องของอิสระและความหยืดหยุ่น ทั้งด้านการบริหารเวลา และการบริหารจัดการเงิน สามารถใช้ leverage ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของผลตอบแทน(หัวใจของส่วนแบ่งกำไร ที่คุมค่ากับเวลาเฝ้าหน้าจอ) ในภาวะที่ตลาดอำนวยเองได้ โดยบริษัทมีกรอบวัด risk level ที่คุมไว้กว้างๆ



แลกเปลี่ยนไอเดียกันหลายประเด็น อนาคตจะมาแชร์ให้ฟังสำหรับคนอยากเดินทางนี้ ถ้าอยากรู้จัก Proprietary Trading Firms ระดับโลกจริงๆ ลองเข้าไปศึกษา top 40 ที่ future magazine รวบรวมเอาไว้ได้ หรือถ้าใครมี trading record ดีๆ ลองส่ง email ไปคุยก็ยังได้เลย เพราะเท่าที่ผมดูหลายแห่งที่เปิดรับ trader กันอยู่ ครับ นอกจาก remote office แล้วหลายเจ้าที่มี office ที่ สิงค์โปร และฮ่องกง ทำให้ไม่ต้องกังวลมากเรื่องของการขอวีซ่าทำงาน
เข้าดูจาก

รวมสรุปบทความและแง่คิดจาก Ray dalio

พอดีมีน้องเทรดเดอร์ท่านหนึ่งขอ link บทความ ที่ผมเขียนสรุปเกี่ยวกับข้อคิดเห็น คำแนะนำของ ray dalio มาผมเลยรวบรวม บทความในช่วง 2018-2019 มาให้ ย้อนกลับไปอ่านเหมือนเป็นบทเรียนที่ดี อีกแหล่งให้เราเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง

1.Great-humility-and-great-fear
http://www.cwayinvestment.com/2015/04/great-humility-and-great-fear.html

2. Tony robbins interviews ray dalio
http://www.cwayinvestment.com/2017/09/tony-robbins-interviews-ray-dalio.html

3.Pursuing Truth in the Global Economy with Ray Dalio 01
http://www.cwayinvestment.com/2018/04/pursuing-truth-in-global-economy-with.html

4.Pursuing Truth in the Global Economy with Ray Dalio 02
http://www.cwayinvestment.com/2018/04/pursuing-truth-in-global-economy-2.html

5. 108 คำถามกับ Ray dalio
http://www.cwayinvestment.com/2018/06/108-ray-dalio.html

6.Principle to Algorithms
http://www.cwayinvestment.com/2018/11/principle-to-algorithms.html

7. The next financial crisis ,Ray Dalio
http://www.cwayinvestment.com/2018/09/the-next-financial-crisis-ray-dalio.html

8.Ray Dalio Sees Parallels to 1930s in Today’s Markets
http://www.cwayinvestment.com/2018/12/ray-dalio-sees-parallels-to-1930s-in.html

9. Interview with Ray Dalio - Davos 2019
http://www.cwayinvestment.com/2019/01/interview-with-ray-dalio-davos-2019.html

10.Passion , Mission & Money by ray dalio
http://www.cwayinvestment.com/2019/08/passion-mission-money-by-ray-dalio.html

11. Ray Dalio gives 3 financial recommendations for millennials
http://www.cwayinvestment.com/2019/04/ray-dalio-millennials.html

12.Ray Dalio Discusses the Impact of China’s Growth on the World Economy
http://www.cwayinvestment.com/2019/08/the-impact-of-chinas-growth-on-world.html



วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562

พฤติกรรมตลาดค่าเงิน Q3/2019

ภาพนี้ผมนำ dashbord ที่ใช้วิเคราะห์ราคา มาให้ดูภาพประกอบจากการอธิบายเมื่อคืน เรื่องการทำ diversification ในการเทรดค่าเงิน ข้อมูลค่าเงิน USD เทียบกับสกุลหลัก
โดยภาพบนจะเป็นการวัด momentum ของราคาระดับการเปลี่ยนแปลงรอบปี เทียบการเปลี่ยนแปลงเพิ่งเกิดในระดับ 1 เดือน สิ่งจะพบปัจจุบันมีหลายสกุลเงินที่ แข็ง กว่า USD เช่น JPY , THB เป็นต้น กลุ่มที่อ่อนค่ามากปีนี้และปัจจุบันยังอ่อน เช่น CNY, NZD, AUD, EUR, GBP
ระดับการถดถอยรอบปีของค่าเงินสกุลหลัก เมื่อเทียบกับ USD ยังอยู่ช่วง +/- 8%
ข้อมูลพวกนี้ เมื่อนำไปวิเคราะห์ควบคู่กับ volatility ในแต่ละคู่เงิน เพื่อปรับความเสี่ยงเราใช้ประกอบวางกลยุทธ์ในการเทรดได้ เหมือนอธิบาย จังหวะไหนเราควรหยุดรอ จังหวะไหนเราควร สลับเปลี่ยนตัวเทรด (GRID-multi layer ), รวมไปถึงการปรับพอร์ต รับ risk on, risk off



พวกนี้มากกว่าการดูแท่งเทียนหรืออ่าน chart ราคาการวางแผนล้วนอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยการตัดสินอย่างเป็นระบบ องค์รวม
ข้อมูลจาก quantdl , investing dot com

Overview of Quantopian-Based Paper on Momentum with Volatility Timing

เนื้อหายาวพอควร แต่ผมฟังจบละน่าสนใจหลายประเด็น จริงๆลองแกะ momentum volatility scaling, risk-based asset allocation, time series momentum (winners-minus-losers (WML) momentum) ที่เขายกมาเปรียบเทียบ นี้ก็ได้เห็นอะไรพอควรใน market condition ต่างๆ
งานวิจัยของคุณ Yulia Malitskaia ประเด็นหนึ่งที่น่าคิดต่อคือ Volatility-Timed เมื่อ ราคา asset มันเข้าภาวะ high volatility (หรือ estimate ได้ว่ามันกำลังสูง)มันเป็นสัญญาณเตือนให้ momentum factor ต้องระวัง หรือปรับน้ำหนักของการเทรด มันมาแก้จุดอ่อนของ TSMOM ได้ ลดผลกระทบกรณี market downturn ได้อีก ในขณะเดียวกัน ถ้าเลือก Volatility parity ในการทำ มันก็จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตระยะยาวได้



ปล. paper นี้ผลทดสอบกับข้อมูลย้อนหลัง 1980 - 2018 อาจจะนำมาซึ่งการสรุปได้ระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดเนื้อหาหลายส่วนเป็นองค์ความรู้ portfolio management strategies + risk management ฟังจบลองจับไปประยุกต์ จะเกิดประโยชน์มาก


ฟังฉบับเต็ม
https://www.youtube.com/watch?v=bpe5kycfrBg

Diversifying Well Is the Most Important Thing You Need to Do in Order to Invest Well

วันนี้ผมมีโอกาสอ่าน บทความหนึ่งของ Bridgewater Associates เขียนโดย Ray dalio เขาพูดถึงการกระจายความเสี่ยง ที่ช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพของพอร์ต อ่านจบรู้สึกมีประโยชน์ โดยเฉพาะการเทรด/ลงทุนภาวะตลาดแบบนี้ เลย สรุปประเด็นสำคัญ แบ่งปันเอาไว้ ดังนี้
- Ray dalio เขาเชื่อว่าตลาดนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้ มากกว่าสิ่งที่เรารู้
-เมื่อไม่รู้ ก็ไม่ควรไปวัดดวง ดังนั้น diversification จะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับ expected return-to-risk ratio ที่เหมาะสม
- บางทีเลือกหุ้น เลือกสินทรัพยที่ดี จาก khowleage ที่มีแต่ไม่ได้การันตรีว่า outcome ออกมาจะ Win เสมอไป เพราะมันมีปัจจัยอื่นๆ unkhown เข้ามาเกี่ยว
- การทำ Diversify ที่ดีช่วยลด expected risk อันนี้ ray dalio ยกเรื่องที่พูดถึง Holy Grail of Investing ในหนังสือ อธิบายต่อว่ามันเป็นหลักการของ risk parity ซึ่งเป็นแก่นของ All Weather ในการทำ balanced portfolio



- Extreme movement ใน market หรือ economic เกิดได้เสมอ เช่นเดียวกับราคา asset ที่มีทั้ง “discounted” หรือ “priced in” การตัดสินใจซื้อขาย เพื่อไม่ให้ผิดพลาด ไม่ควรใช้อารมณ์ ควรการจำแนกภาวะไม่คงตัว ทำ rebalancing portfolio ให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
- การเสี่ยงมากสูง ไม่ได้หมายความว่าจะการันตรีว่าได้กำไรมากตามด้วย เสี่ยงมากขาดทุนหนัก เงินทุนลด อำนาจเงินพอร์ตลดลง การ recover กลับมาทำได้ยากขึ้น(50% loss จะต้องสร้าง 100% gain เพื่อ recover ) ดังนั้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง จึงอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป
-คำแนะนำ การ Diversify ที่ดี ต้อง กระจายแยกโดเมน ได้แก่ asset classes, sectors, currencies, countries, และ investment “styles” (like small cap, growth, etc., in equity markets).
- Ray แสดงภาพผลการทดสอบย้อนหลัง 10 ปี equal weigthed +rebalanced monthly ทำผลงาน risk-adjusted returns ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของราคา asset ในขณะเดียวกัน total drawdown ก็ต่ำกว่าด้วย
- จบทิ้งท้ายด้วยประโยค diversifying well is the most important thing you need to do in order to invest well.
อ่านฉบับเต็มพร้อมดูผลการวิจัย ได้จาก link ด้านล่างครับ