ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตลาดหุ้นข้อเท็จจริงสำคัญกว่าจินตนาการ

ตั้งแต่ QE3 ออกมา 2 อาทิตย์กว่าตลาดหุ้นไทยทะลุไป 1300 ได้มาดๆช่วงนี้จะได้ยินความคิดขายฝันตามกระทู้ ตามเว็บบอร์ดหุ้นเยอะมากกว่า fundflow ต่างชาติไหลเข้า ทำ QE เงินเข้าตลาดมากมาย รีบซื้อหุ้นเข้าไว้ยังไงก็กำไร เดี่ยวก็มีคนมาซื้อต่อ ได้ฟังอะไรแบบนี้แล้วเราต้องคิดตามครับ ว่ามันจริงไหม ที่รายใหญ่แบบเจ้าของเงินทุนจะปล่อยให้แม่งเม่าให้ รายย่อยทำกำไรง่ายๆ


อนาคตอาจจะมีเงินไหลเข้าจริงหรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้ได้ เพราะจริงๆแล้วการลงทุนในตลาดหุ้น ของนักลงทุนต่างชาติ เขาย่อมพิจารณาในหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องความถูกแพง และการเติบโตของธุรกิจในอนาคต แน่นอนว่าทำ QE3 จะมีเงินที่อัดฉีดเข้ามาในระบบเพิ่มอีก บวกกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ และธนาคารกลางทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ธนาคารกลางญี่ปุ่น ต่างออกมาตรการอัดฉีดเม้ดเงินเข้าระบบ เรียกว่ากระแสเงินใหม่ย่อมต้องหาที่ไป แต่รูปแบบของมันก็ไม่จำเป็นต้องไหลทะลักแบบน้ำป่าไหลหลากเขามาตลาดทันทีทันใด 


กราฟ SET ดัชนีทำ new high เหนือ 1300 จุด

ดังนั้นการที่จะไปจินตนาการว่า มีมาตการ QE ทั่วโลก หุ้นต้องขึ้นหลายสิบเปอร์เซนต์ จับหุ้นอะไรก็ได้ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องสนใจมูลค่าที่แท้จริง แพงแค่ไหนยังไงก็รวย มันจึงเป็นการหวังลมๆแล้งๆเกินไป โดยเฉพาะเมื่อดัชนี SET ขึนมาอยู่จุดสูงสุดในรอบ 15 ปี เรียกว่าบินบนเพดานบินที่สูงแล้ว จะนำไปเปรียบเทียบกับเมื่อตอนทำ QE1 QE2 ไม่ได้เพราะตอนนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทย ยังอยู่ในระดับ 800-1000 จุด เท่านั้นและหุ้นหลายตัวโดยเฉพาะในตลาด MAI ยังไม่ปรับตัวกระโดดขึ้นมาแบบในตอนนี้ 


fundflow ไหลเข้าสมัย QE1 และ QE2

ผมมีข้อคิดเบื้องต้นฝากไว้ไม่อยากให้ประมาท ลองคิดง่ายๆครับว่า QE3 และมาตรการของประเทศต่างๆในการพิมพ์แบงค์อัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ เป็นกระแสเงินใหม่ แต่ในข้อเท็จจริงคือ กระแสเงินเก่า หรือ fundflow เดิมในตลาดหุ้น SET ก็ยังไม่ไหลกลับเข้า ลองพิจารณาจากกราฟก็จะพบว่า SET ทำจุดสูงสุดใหม่ 1300 แต่ fundflow ต่างชาติ ยังไม่มีวี่แววจะปรับตัวยกขึ้นตามดัชนี นี่แค่เงินเก่าเท่านั้น วี่แววว่าฝรั่งต่างชาติจะมาไล่ซื้อหุ้นจริงจังแบบตอน QE1 QE2 จึงยังไม่ปรากฏ 


QE3 ออกมา 2 สัปดาห์เริ่มมีผลเดือน ตค. แต่วี่แววกระแสเงินเก่าก็ยังไม่กลับเข้าตลาด การซื้อสะสมของต่างชาติยังไม่สามารถ เบรค จุดสูงสุดเดิมได้

ในขณะเดียวกับตลาดพันธ์บัตร ความเสี่ยงต่ำกว่าให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงิน พันธบัตรระยะสั้นกับมียอดซื้อสะสมของต่างชาติหรือกระแสเงินไหลเข้าเรื่อยๆ จนเป็นแนวโน้มขาขึ้น ดูได้จากกราฟด้านล่าง


ภาพแสดง fundflow ไหลเข้าตลาดพันธบัตร

ดังนั้นการอ่านข่าว อ่านข้อความใดๆก็ตาม ด้วยถ้อคำและภาษาที่ปรุงแต่งมา อาจจะทำให้เราเชื่อ ทำให้เคลิ้ม ทำให้จินตนาการไปต่างๆนานา โดยเฉพาะการจิตนาการไปตามที่ใจเราอยากให้เป็น เช่นคนไม่มีหุ้น พออ่านข่าว QE3 มาเงินไหลเข้าตลาดหุ้น ก็มักจะมองว่าตลาดหุ้นต้องขึ้นแน่ อยากซื้อ แพงแค่ไหนก็ซื้อโดยไม่คิดเพราะจินตนาการไปแล้วว่า ยังไงก็ต้องมีเม็ดเงินมาไล่หุ้น เป็นแน่แท้ 

ในตลาดหุ้นสิ่งที่เราคิด เราจินตนาการ ตามที่มีคนชักนำให้เห็นอาจจะไม่เป็นตามนั้นเสมอไป เราจำเป็นต้องมีสติ ต้องมีการคิดวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะการมองบนข้อมูล ข้อเท็จจริงแบบปราศจากการอคติ การจะอยู่รอดในตลาดหุ้นได้นั้น สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ ความพอเพียง ไม่โลภจนขาดสติ ครับ