ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ economic

Bubble

คำว่า Bubble เริ่มกลับมามีการพูดถึงใน media อีกครั้งในช่วงเดือน สิงหาคมนี้ , ประเด็นใหญ่คงเป็นเรื่องความร้อนแรงในตลาดหุ้นสหรัฐ , และสินทรัพย์อย่าง cryptocurrency ผมมีโอกาสได้ฟัง podcast คุณภาพสูงเช่น Planet Money เขารีรันบทสัมภาษณ์ปี 2013 เกี่ยวกับ 2 นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลที่มี มุมมองกับคำว่า Bubble แตกต่างกัน คือคุณ Robert Shiller และ Eugene Fama , Robert Shiller นี้เชื่อว่ามีฟองสบู่เพราะความไม่สมบูรณ์ของตลาด , โดยให้คำแนะนำในการสังเกตดังนี้ 1. ราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน, 2. คนพยายามหาคำนิยามที่สมเหตุสมผลมาอธิบายการเพิ่มของราคาแบบไม่ปกติช่วงบูมการก่อตัวของฟองสบู่ 3.เริ่มมีคนพูดถึงผลตอบแทนหรือการทำเงินที่ได้จากช่วงฟองสบู่ 4. คนวงนอกรู้สึก เสียดาย เสียใจที่ตกรถ 5. Media เริ่มเข้ามาโปรโมท เข้ามาพูดถึงมากขึ้นๆ เพื่อเกิดการพูดถึงวงกว้าง มุมมองของ Eugene Fama แตกต่างไปเพราะไม่เห็นด้วยกับประเด็น Bubble เขาคิดว่าไม่มี Bubble เพราะราคาสินทรัพย์ควรเป็นตัวแทน infomation ทุกอย่าง ดังนั้นถ้าผู้เล่นในตลาดรับรู้ว่า ราคาแพงสูงเกินจริง ก็ไม่ควรมีการซื้อเพิ่ม, นอกจากนี้

Tail risk Q32021

เมื่อวานพูดเรื่องการ hedging สำหรับป้องกัน tail risk ไป วันนี้ไปเจอกราฟจาก BofA เลยนำมาแชร์ต่อ ประกอบการอธิบาย ซึ่งกราฟนี้เป็นผลสำรวจ Fund manager survey เพื่อดูว่า กลุ่มนี้กำลังกังวลกับปัจจัยเสี่ยงอะไรเป็นหลัก ในช่วงนี้ ซึ่งกราฟเทียบช่วง เดือน 7 และเดือน 8 ความน่าสนใจคือ inflation เริ่มลดลงไป เช่นเดียวกับ นโยบาย taper ของ Fed แต่ Covid-19 delta variant เพิ่มสูงมากขึ้นทีเดียว, ขณะเดียวกับเรื่อง asset bubble กลับมาอีกรอบ , พร้อมกับปัจจัยเสี่ยงใหม่เรื่อง นโยบายของจีน ที่จะกระทบกับตลาดหุ้น แม้จะผ่านมาเข้าเดือน 8 ของปี 2021 แล้วแต่เหมือน ความท้าทายและความเสี่ยง ยังมีอีกหลายประเด็นที่รอเราอยู่ จนกว่าจะจบปี ดังนั้นก็อย่าประมาทและเตรียมแผนรับมือกันต่อไปครับ... https://twitter.com/.../status/1427548437747179520/photo/1

การหายไปของแรงงานหลังเปิดเมือง

วันนี้ผมได้ฟัง podcast รายการ oddlot ตอนหนึ่งพูดถึงปัญหาวิกฤติแรงงานในกลุ่มธุรกิจ บริการและอื่นๆ หลังช่วงเปิด lockdown ล่าสุดในสหรัฐ เช่น ร้านอาหาร,โรงแรม,ฟาสฟู๊ด,ร้ายสะดวกซื้อ ที่เหมือนว่า แรงงานกลุ่มเดิม ยังไม่พร้อม หรือไม่ต้องการกลับเข้ามาทำงาน หลายร้านจะเห็นการติดป้ายรับสมัครงาน หรือขออภัยลูกค้าเนื่องจากไม่สามารถบริการได้อย่างเต็มที่ ผู้เชียวชาญที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ ระบุมันเป็นความไม่ปกติที่คงรอเวลา เพราะปมปัญหา ของการไม่พร้อมกลับมาของแรงงานกลุ่มนี้มีหลายปัจจัย เช่น ความกลัวในการติดโรคเพราะงานบริการก็เป็นอาชีพเสี่ยงในการติด covid ได้ง่าย ,และลูกจ้างมีการต่อรองค่าแรงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง แรงงานบางกลุ่ม อาชีพชั่วคราว ก็ยังใช้ประโยชน์จากเงินช่วยเหลือของรัฐ ทำให้ยังไม่กลับมาทำงานในตอนนี้ , รวมถึงจำนวนไม่น้อยต้องดูแลคนในครอบครัวที่ป่วยจาก covid-19 อีกปัจจัยหนึ่งที่มีการพูดถึงมาเรื่อยๆ คือ มุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป หลังเผชิญกับความกลัวและการได้เห็นคนป่วยหนัก คนในครอบครัว ใกล้บ้านในชุมชนต้องตายไป ปัจจัยนี้ทำให้ หลายคนหมดไฟ. เหนื่อย เบื่อกับงานที่ผลาญเวลาของชีวิต ในภาพเป็นข้อมูลจากการสำร

How to Hedge Against Inflation

บทความน่าสนใจจากคุณ Ben Carlson Director จาก Ritholtz Wealth Management. เขียนถึง inflation หลังล่าสุดข้อมูล US CPI เพิ่มจากปีก่อนหน้า +5% , ในด้านสถิติเป็น biggest CPI gain มากสุดตั้งแต่ปี 2008 ก่อนช่วง financial crisis , นอกจากนี้ยังมีตัวเลขราคารถมือสองและราคารถ ที่เพิ่มสูงขึ้น 7.3% จากเดือนก่อนหน้าและเพิ่ม 29.7% รอบ 12 เดือน ซึ่งนวค.มองว่าเป็นหนึ่งปัจจัยเร่ง inflation มาเกิดช่วง reopen economy ที่จะมีผลต่อ demand และ supply ในระบบ ด้าน นวค. แนะนำให้จับตามอง inflation ซึ่งแนวโน้มการเพิ่ม inflation ในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำ อาจจะส่งผลต่อท่าทีของ Fed ที่อาจจะมีนโยบาย หรือแผนออกมาหลังตัวเลข CPI เพิ่มสูง ขณะที่ Initial jobless claims ล่าสุดออกมา 376,000 สูงกว่าคาด , Ben Carlson นำเสนอข้อมูลความสัมพันธ์ของ inflation กับผลตอบแทน U.S. stock market (S&P 500) ในช่วงต่างๆ โดยเฉพาะช่วงปี 1970s ที่เกิด high inflation สูง 6.8% แม้ real return ของ S&P500 ปิดได้ราวๆ 7.7% ทำให้ผลตอบแทนหลังปรับค่าเงินเฟ้อ -0.9% ซึ่งผู้เขียนแนะนำให้ เราไม่ควรประมาทกับ inflation ควรหาทางป้องกันพอร์ตเงินทุนขอ

Commodities super-cycle จะมาหรือไม่??

  วันนี้เป็นอีกวันที่ได้ยินคำว่า "commodities super-cycle" จาก podcast ที่ฟัง ประโยคนี้มีการพูดถึงมาตั้งแต่ต้นปี 2021 ที่ราคา commodity มีการเปลี่ยนแปลงรุนแรง และทำจุด New High หลายตัวพร้อมๆกัน ทั้งกลุ่มโลหะ, สินค้าเกษตร(agricultural commodities) และอื่นๆ ความน่าสนใจคือเดือน May ที่ผ่านมา หลังสหรัฐมีการประกาศความสำเร็จในการฉีดวัคซีน covid-19 + มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหญ่ ทำให้ นักวิเคราะห์เริ่มออกมาพูดถึงผลกระทบระยะสั้น จากการเปิดเศรษฐกิจ เช่นเรื่องของ demand shock ที่อาจจะเกิด รวมถึงเรื่องของตัวเลขสะท้อนการเพิ่ม inflation , สัปดาห์นี้ commodities super-cycle กลับมาอีกรอบเพราะน้ำมันดิบ (WTI และ Brent ) ต่างทำจุดสูงสุดใหม่ สัปดาห์นี้ไปแตะ $69.32, จะHigh นับตั้งแต่ปี October 2018 (ผ่านพ้นช่วงถดถอยหนักมาได้) น้ำมันมารอบนี้ก็ดีใจกับ น้องๆและเพื่อนๆสาย oil trader กันด้วย แม้ WTI จะเป็นคอมโมดิตี้ที่มาช้ากว่าเพื่อนในกลุ่ม metal แต่ชัดเจนว่ามาจริงๆตาม นวค.คาด Gregor Spilker, CME Group เขียนบทความเดือนก่อนว่าการเพิ่มของ demand จากการกลับมา reopen economy + นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขอ

สาระมันอยู่ที่ เงินเฟ้อ

อีกหนึ่งสัญญาณ สื่อหลักเริ่มเล่นข่าวดี กระตุ้น positive sentiment หลังวันนี้ราคาดีดมา 15-30% บลูมเบริก ,CNBCและเว็บสื่อคริปโต เอาประเด็นนี้จาก coindesk มาเล่นเรียกความเชื่อมั่น เป็นการแสดงความคิดเห็นของคุณ ray dalio ที่ลงในงาน CoinDesk’s Consensus 2021 conference. สื่อเอาประเด็นความคิดเห็นทาง bearish ในพันธ์บัตรของคุณ Ray ที่มองว่าการถือ Bond ในปัจจุบันเมื่อเทียบผลตอบแทนกับระดับเงินเฟ้อ เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีไม่ค่อยเข้าท่า(“has become stupid”) แน่นอนว่า Bitcoin ความเสี่ยงก็ย่อมสูงกว่า แต่ก็มีโอกาสได้รับ return ที่ดีกว่าเช่นกันในภาวะที่เงินเฟ้อเริ่มกลับมาขาขึ้น(greatest risk is its success) แล้วโยงด้วยอีกหนึ่งคำสัมภาษณ์ตอบคำถาม Michael J. Casey ในงาน CoinDesk’s Consensus ที่คุณ ray dalio กล่าวว่า “I have some Bitcoin,” Dalio แต่ความคิดเห็นนี้แสดงไว้วันที่ 6 May 2021 (บันทึกเทปบทสนทนา)ต้นเดือนก่อนตลาดคริปโต crash และไม่ได้ระบุ ว่า Ray dalio ซื้อลงทุนในบิตคอยเท่าไหร่,และไม่ได้อ้างอิงการลงทุนของ Bridgewater Fund สื่อเอาส่วนหนึ่งของสัมภาษณ์มาลงก็น่าจะนำมาปลุกความเชื่อมั่นในตลาดระดับหนึ่ง

ไทยกับสู่ยุคอัตราดอกเบี้ยขาลง

วันนี้ไทยเข้าสู่ยุคอัตราดอกเบี้ยถูก โดยผลประชุมคณะกรรมการ กนง. ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากระดับร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.25 ทำให้อัตราดอกเบี้ยเข้าสู่จุดต่ำสุดรอบหลายสิบปี ด้านตัวเลขน่าสนใจเพราะระดับนี้ คือระดับที่ ธปท. ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจตอนปี 2009 หลังการเกิดวิกฤติการเงิน subprime ของสหรัฐ กนง. แถลงการลดอัตราดอกเบี้ยพร้อมให้เหตุผลการตัดสินใจจากเรื่องเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จาก story นี้ส่งผลลบต่อ หุ้นกลุ่มธนาคารใหญ่ ที่ต้องปรับลดดอกเบี้ยตามมา ทำให้รายได้จากอัตราดอกเบี้ยรับและ NIM ลดลง ส่วนหุ้นรับอานิสงค์บวกได้แก่ กลุ่มเช่าชื้อ-ลิสซิ่ง ต้นทุนการกู้ยืมต่ำลง(ผลดีโดยเฉพาะบริษัทที่มีหนี้ระยะสั้นมากกว่าหนี้ระยะยาว) อสังหาริมทรัพย์ นี้เรียกว่ารอความหวังจาก story นี้เลยซึ่งการลดดอกเบี้ยอาจจะมาช่วยกระตุ้นยอดขาย จากการขยายกำลังซื้อของลูกค้าและการระบายของ นอกจากนี้หลายโบรกยังมอง เหมือนกันคือ คิดว่าหุ้นปันผล น่าจะมีเม็ดเงินกลับเข้ามาไล่ซื้อ ชดเชยผลตอบแทนจากตราสารหนี้ , fix income ที่อัตราดอกเบี้ยลดลง

Every company is a tech company(In the future)

อ่านบทความนี้แล้วก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจ เพราะมันคล้ายกับหลายๆกูรูและนักวิเคราะห์ตปท. มองโดยสรุปความคิดเห็นไปเหมือนกันว่า อนาคตทุกบริษัทมันอาจจะกลายเป็น Tech Company แยกรายละเอียดประเด็นนี้ 1.กรณี อุตสาหกรรมเดียวกัน คือเอา Technology (ประเภท BigData, AI, Online(Internet), Mobile App) มาชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน ในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการลดต้นทุน จุดนี้นวค.มองจะเป็นแรกกระตุ้นเกิดการนำ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ค้าปลีก ยานยนต์ รับเหมาก่อสร้ าง อสังหา ธนาคารการเงิน,สุขภาพการแพทย์ ประกันภัย และอื่นๆ 2. ด้านการแตกไลน์ธุรกิจ พวก cashcow พวกใหญ่จะลงทุน/ควบรวมในบริษัทย่อยกลุ่ม Tech startup หรือแม้แต่การลงทุนผ่าน VC กรณีนี้เห็นเยอะมากในปัจจุบัน ยกกรณีของ WeWork ที่ดูเหมือนจะเป็นบริษัท commercial real estate แต่แฝงตัวในภาพของ tech company สุดท้ายมันกลายเป็นว่าทุกบริษัทต่างโฟกัส ทุ่มเงินทุนไปที่การพัฒนา Tech มาเป็นจุดขายหรือตัวนำ ทั้งเพื่อการอยู่รอด เพื่อการแข่งขัน เพื่อการเติบโตขยายธุรกิจไปทั่วโลก รวมไปถึง valuation ที่สูงริบ จนกลายเป็น tech company

Recession fears among fund managers

ช่วงเดือน กย. ที่ผ่านมา Bank of America Merrill Lynch ทำการสำรวจความคิดเห็นเหล่า Fund Manager จำนวน 235 ความคิดเห็น(ผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ สิริรวม AUM ทั้งหมด $683 billion) พบว่าจำนวน 38% ยังเชื่อว่ามีโอกาสความน่าจะเป็นที่จะเกิด recession ในปีหน้า แม้ปัจจุบัน ระดับ risk of a global recession ยังสูง แม้ธนาคารกลางต่างๆหันกลับมาใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 40% ความกังวลปมปัญหาเรื่อง tail risks ผลกระทบจาก trade war ของสหรัฐและจีน ผลสำรวจ 30% คาดหวังว่าจะจบก่ อนการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐในปี 2020 นอกจากนี้ยังมีประเด็นความวิตกกังวล bond market bubble , การไร้ประสิทธิภาพของนโยบายทางการเงิน ที่มีการอ้างถึงในสาเหตุการถดถอยราวๆ 13% อ่านเพิ่มเติม https://www.cnbc.com/2019/09/17/recession-fears-among-fund-managers-rise-to-highest-level-in-a-decade.html

Argentina !!!

อัพเดตสถานการณ์ Argentina ............ - ปธน.Mauricio Macri เป็นผู้นำที่เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อเจนตินา การปิดดีลเงินกู้ช่วยเหลือจาก IMF มากู้วิกฤติประเทศ นโยบายรัดเข็มขัดที่ทำให้ คนอเจนตินาจำนวนมากไม่พอใจ แม้เศรษฐกิจอเจนตินาตั้งแต่ปี 2005 ยังไม่ดีขึ้นแต่ก็สามารถประคองตัวมาได้เรื่อยๆ  - เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Mauricio Macri แพ้ primary vote ส่งผลขาดความเชื่อมั่นที่รักษาฐานอำนาจทางการเมือง ทำให้ alberto fernandez มีโอกาสสูงที่ขึ้นมาเป็น ประธานาธิปดีคนใหม่ของอเจนตินา โดย มี cristina kichner เป็นเบอร์สอง(VP) - นาง kichner เคยเป็นอดีตประธานาธิปดีคนเก่า 2 สมัยก่อน macri ซึ่งรัฐบาลของเธอ ถูกกล่าวหาว่าสร้างปัญหาเศรษฐกิจใหญ่ให้กับอเจนตินา -ความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้ นักลงทุนต่างชาติและนวค. ขาดความเชื่อมั่น ในอนาคตของอเจนตินา โดยเกรงนโยบายรัฐบาลใหม่จะกลับไปเหมือนอดีตที่ผ่านมาในยุควิกฤติของรัฐบาล cristina kichner -รวมไปถึง ความกลัวในการเกิด defualt หนี้ของ Argentina พุ่งสูง นักวิเคราะห์ประเมินโมเดลจากข้อมูล Credit-default swaps พบว่าตัวเลขความน่าจะเป็นผิดนัดชำระหนี้พุ่งที่ 75% - ค่

the Impact of China’s Growth on the World Economy, Ray dalio

คลิปดีงามมากคุณ ray dalio มาเล่าเรื่องของจีน เขายังคงมุมมองเดิม เชื่อว่า จีน เป็นโอกาสหนึ่งที่ควรลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ยังมีภาพชาร์ต +ข้อมูลประกอบดีๆเยอะเลย ผม cap บางส่วนที่สำคัญเอาไว้ ไม่ได้แปลให้ทั้งหมด แต่มี key take away มาแชร์ ถ้าใครฟังจบมีประเด็นดีๆเพิ่มเติมก็คอมเมนต์แชร์เอาไว้ได้ครับ > คุณ ray dalio ชื่นชอบจีน การพัฒนา การเปลี่ยนแปลงช่วง 40 ปีที่ผ่านมานโยบายการเมือง เศรษฐกิจต่อสู้กับควา มยากจน แล้วก้าวมาสู่ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลก > Invest in china , การเติบโต ของจีนก้าวสู้อำนาจใหม่ในศตวรรษหน้าเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะการแข่งขันทางธุรกิจ และเทคโนโลยี > จีน กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันธุรกิจระดับโลก และควรเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน diversification (eary ดีกว่า late)ในพอร์ต > market สะท้อนข่าวหรือประเด็นที่เกิดด้านบวกหรือลบ การลงทุนต้องจัดการ risk แม้ปัจจุบันหลายที่ก็ risk เช่น ยุโรป , US , EM ทุกที่ล้วน Risk เช่นเดียวกับจีน มี risk เฉพาะ มองเชิงสัมพันธ์เทียบกับทั้งหมด จีนเสี่ยงต่ำกว่า เทียบกับ ประสิทธิภาพและความสามารถการจัดการปัญหา และสถานกา

Roaring 2020s

นั่งอ่าน report จาก Mehlman Castagnetti Rosen & Thomas ส่วนหนึ่งจาก podcast หัวข้อ Roaring 2020s มีประเด็นข้อมูลจาก world bank ระบุว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่ภาพรวมโลกดีจากกราฟพบว่า คนจนในโลกลดลง ขยับฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น จากเดิมที่อดยากไม่มีกิน ตัวเลขรายงานลดลงเหลือต่ำกว่าระดับ 10% จากเดิมราวๆ 35% ในปี 1987 ขณะเดียวกัน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาโอกาสก็มากขึ้นตามไปด้วย อธิบายจากตัวเลขของคนที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจ จนกลายเป็นเศรษฐีพันล้านเพิ่มขึ้นสูง จากตัวเลขล่าสุด รวมกันแ ล้วทั้งโลกมี biliionare มากกว่า 2000 คน (เพิ่มปี 2009 ที่ ราวๆ 700) report มีอีกหลายประเด็นทั้งข้อมูลเศรษฐกิจ การเมือง ทั้งระดับโลกและของอเมริกา ให้อ่านเพิ่มโดยเฉพาะสิ่งจะเผชิญช่วงถัดจากปี 2020 ไป คำถามที่น่าคิดคือ Capitalism มัน work จริงไหม ? เราใช้ประโยชน์จากโอกาส จากระบบทุนนิยม จากเทคโนโลยี เพื่อสร้างฐานะตัว/ความมั่นคงให้กับตัวเราได้อย่างไร อ่านฉบับเต็ม http://mehlmancastagnetti.com/…/uploa…/The-Roaring-2020s.pdf ฟัง podcast ตอน Roaring 2020s http://mehlmancastagnetti.com/14thandg-podcast/

Economic Data & Big Debt Crises

ตอบคำถาม น้องท่านหนึ่งที่ต้องการข้อมูลไปทำวิจัย โดยกรณีต้องทำระบบเทรดใน ค่าเงิน(fx) หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เช่นน้ำมัน ทองคำ ต้องการหาแหล่งบริการข้อมูล economic data สำหรับทำ Quantitative Data Analysis ผมนำ มารีวิวแนะนำสั้นๆ 3 แหล่งที่จัดว่า ดี สมบูรณ์ และใช้งานได้ง่าย(บางอันอาจจะไม่ฟรี) 1.  tradingeconomics.com เว็บนี้รองรับทั้งการใช้งานแบบ user ทั่วไป สามารถเรียกดูตารางข้อมูล ดูกราฟผ่าน web app ได้ ข้อมูลค่อนข้างครบ แยกตามประเทศต่างๆ และมีระบบบริการข้อมูลทั้งแบบ download และ API ให้สามารถนำไปวิเคราะห์ขั้นสูงต่อได้อีก 2. db.nomics.world เว็บนี้จัดว่าเด็ด มีข้อมูลจาก providers หลายเจ้ามากทั้งอเมริกา ยุโรปและจาก IMF WTO ทำให้มีประเภทข้อมูล econ เยอะจริงๆ โดย user สามารถดูข้อมูลบนเว็บ หรือใช้บริการผ่าน API ที่รองรับหลายภาษาสะดวกมาก ถ้าทำ quant ใช้ Python หรือ R เว็บนี้เป็น portal ดังนั้นเขาจะแยกข้อมูลตามประเภทและมี search engine ไว้บริการให้ค้นด้วย key word 3.assetmacro.com เว็บนี้เน้น Economic & Financial Datasets ทำให้เขามี data ที่รวบรวมไว้เยอะมากครอบคลุม 120 ประเทศ จะด

2019 Q1 Market Sentimental

Pension Partners แชร์ข้อมูลรายงานของ Bank of America Merrill Lynch การเก็บข้อมูลด้าน sentimental จากนักลงทุนในตลาดสหรัฐในช่ วงปีต่างๆ จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันต้ นปี 2019 สิ่งที่นักลงทุนวิตกกังวล คือเรื่องของ "Global recession" สอดคล้องกับความคิดเห็นและบ ทวิเคราะห์ของนักวิชาการ, กูรูการเงิน&เศรษฐกิจ ที่สองเดือนที่ผ่านมาออกมาพ ูดถึงเรื่องของ Global recession ทั้งใน จีน และสหรัฐ กันถี่ขึ้น  สิ่งที่น่าคิดต่อ นอกจากว่าจะเกิดหรือไม่เกิน ใน 2020 - 2021 ตามคำทำนายหรือไม่ นั้นคือเรื่องผลกระทบจาก negative sentiment โดยเฉพาะความกลัว ว่าจะมีผลต่อกระแสเงิน ที่เข้าสู่ตลาดหุ้นมากน้อยเ พียงใด  เพื่อความไม่ประมาท เราก็ควรวางแผนรับมือความผั นผวนและความไม่แน่นอน จากความปัจจัยเหล่านี้ที่อา จจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

Tesla closing retail stores

Elon Musk มีแนวทางในการทำธุรกิจแตกต่างจาก ธุรกิจเดิมในอุตสาหกรรมรถยนต์หลายเรื่อง เหมือนเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้า อย่างล่าสุดข่าวของ TESLA ที่ประกาศออกมานอกจากเรื่องการเปิดขาย Tesla Model 3 ที่รอคอยกันในราคา $35000 ยังมีประเด็นการประกาศเริ่มปิด showroom ขายรถยนต์ของ TESLA แต่เน้นที่การขายออนไลน์ผ่าน tesla online store เป็นหลักแทน โดยมีระบบในการสั่งซื้อ แสดงตัวอย่างโมเดลออนไลน์ ในเรื่องการทดสอบขับสามารถทำได้ใน 1 สัปดาห์ไม่พอใจแจ้งคืนรถได้เงินเต็ม และมีระบบงานอื่นๆ เช่นการช่อมบำรุงรักษา ที่บริษัทจะมีการเพิ่มจำนวนหน่วยบริการขึ้น ซึ่งจะเป็นหน่วยแบบเคลื่อนที่ ให้บริการผ่าน app เน้นสะดวก เร็ว มีประสิทธิภาพ เหตุผลหลักที่ออกมาในการตัดสินใจนี้ คือเรื่องของการ "ลดต้นทุน" ที่เหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ สาเหตุการขาดทุนของบริษัทในปัจจุบัน ซึ่งการปิด showroom ลดต้นทุนด้านค่าเช่าสถานที่และค่าดำเนินการลง รวมถึงลดจำนวนปริมาณพนักงานขาย ลงด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ถ้าโมเดลนี้ของ TESLA ออกมาเวิร์ค "ลดต้นทุน" สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในระยะยาวอาจจะได้เห็น บริษัท

My Favorite Macro Economic Blogs

มีคำถามทาง email อยากให้แนะนำ blog ที่ผมอ่านประจำ วันนี้เลยจะมาเขียนสรุปเรียบเรียงไว้ให้เป็น reference ในการศึกษา โดยเน้นเรื่อง global macro เป็นหลักเพราะอ่านง่าย สำหรับคนทั่วไป เรื่องบางเรื่องที่เรา ไม่ชำนาญ เราสามารถหาอ่าน หรือหาผู้รู้มาเสริม ให้เราได้เสมอ เพราะอย่างน้อยมันช่วยเปิดมุมมองและเปิดไอเดีย เราได้เยอะ เพื่อนำมาใช้วางแผนการเทรดหรือทำกลยุทธ์ภาพใหญ่ ยิ่งถ้าเราเรียนจาก นักเศรษฐศาสตร์ หรือผู้จัดการกองทุนเก่งๆ มันช่วยให้เราเห็นอะไรเยอะ Blog ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่เราสามารถติดตามมุมมองและแนวคิดของ กูรูทั้งหลายเหล่านี้ได้ วันนี้มีมาแนะนำ 10 web ที่ผมติดตามประจำ 1. CONSCIENCE OF A LIBERAL เว็บนี้ของ Paul Krugman คนดังที่หลายคนรู้จักอยู่แล้ว เขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ระดับ Nobel Prize และ เป็นอาจารย์ อ่านด้าน macroeconomics หรือ international economics ต้องคนนี้เลย เขาเขียนบทความ เป็นคอลัมภ์ให้กับ nytimes.com ที่สำคัญแก update บ่อยสม่ำเสมอ http://krugman.blogs.nytimes.com/ 2. Free exchange Free exchange เป็น blog รวมเรื่องสั้น เกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม ประเด็นต่างๆเขียนโดย

Yuan effect

สรุปความจาก BloomBerg มากให้อ่านกัน การจีนเริ่มโยนหินถามทางด้วยการลดค่าเงิน Yuan ของตัวเองลงที่ 1.9%(ตรงนี้เหมือนจุดเริ่มต้นเท่านั้นเพื่อดูว่าจะมีผลอะไรตามมา) ทางนักวิเคราะห์ต่างชาติของค่ายใหญ่ๆเขาก็พากันมองหา ผลกระทบด้านบวกและลบ ที่จะเกิดขึ้น  ** ล่าสุดมีการลดลงมาเพิ่มรอบที่สอง จากวันแรก รวมแล้ว 4% จากค่ากลาง ด้านลบ 1.กลุ่มธุรกิจของจีน ที่มีหนี้เป็น US dollar ต้นทุนการชำระหนี้ก็จะสูงขึ้น อันนี้เมื่อวานเห็นชัดจากการร่วงลงของราคาหุ้นในบริษัทใหญ่ หรือ สายการบิน 2. กลุ่มธุรกิจ ที่ส่งสินค้าไปขายยังจีน จับจีนเป็นตลาดใหญ่ เช่น luxury car รวมไปถึงสินค้าแบนด์เนม  จากยุโรปต่างๆ ที่แน่นอนว่า ราคา ย่อมสูงขึ้น อาจจะมีผลกระทบยอดขายในจีน กลุ่มนี้ยุโรปส่งสินค้าไปขายในจีนมากที่สุด หลายบริษัทที่มีรายได้จากฐานลูกค้าในจีน ก็คงหนีไม่พ้นผลกระทบที่จะตามมา 3. ราคาคอมโมดิตี้ เช่นกลุ่มเหล็ก หยวนอ่อน กระทบต้นทุนการนำเข้า มีโอกาสที่ ความต้องการซื้อสินค้านำเข้า จะลดลง เมื่อวานกลุ่มเหล็ก อย่างเช่นบริษัท Vale SA บริษัทผลิตเหล็ก ที่อยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐ ร่วงลง  5.7 เพราะมีฐานลูกค้ามาจากจีนถึง 37%ของรา