วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ลาออกมาเล่นหุ้นอย่างเดียว ดีไหมครับ???

ขอนำคำตอบของคำถามจากน้องคนหนึ่ง ที่ส่งข้อความเข้ามาถามผมว่า "จะลาออกมาเล่นหุ้นอย่างเดียว ดีไหมครับ???" มาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เพราะผมคิดว่าหลายคนที่เคยได้กลิ่นหรือลิ้มชิมรสของเงินจากตลาดหุ้นมาแล้ว ล้วนมีความคิดแบบนี้ 




ดูประวัติน้องคนนี้น่าสนใจ มากเพราะน้องอุตสาหะเรียนจนจบปริญญาโท แต่เริ่มทำงานได้ไม่ถึงปี ก็เริ่มเบื่อ เลยคิดว่าเล่นหุ้นน่าจะเป็นทางออกที่ดี ทำเงินได้ง่าย น้องคนนี้เริ่มเล่นหุ้นจริงๆจังๆก็ต้นปี เพิ่งเปิดพอร์ตและหัดใช้กราฟได้ไม่นาน

ถ้าใครคิดจะเป็น full time investor หรือจะมา full time trader สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือประสบการณ์ ไม่ต่างจากการทำงานครับ ถ้าจะเป็นเทรดเดอร์เก็งกำไรรายวัน แต่ยังเล่นหุ้นรายวัน ไม่เก่ง สถิติไม่ดี ก็ไม่ควร หรือจะลงทุนเป็นรอบ แต่ยังไม่เคยที่พอร์ตชนะตลาดได้ ก็ถือว่ายังไม่ใช่

หลายคนคิดว่าหุ้น หาเงินได้ในเวลาไม่นาน และมักติดกับการที่ได้กำไรมาบางครั้ง จนลืมมองไปว่า โอกาสที่ขาดทุนก็มีมาก การลาออกมาหารายได้จากหุ้นอย่างเดียว ความกดดันจะเพิ่มจากเดิมเป็น 2 เท่า จากคนรอบข้าง พ่อแม่ แฟน และจากตัวเราเองเพราะเมื่อคุณหาเลี้ยงตัวเองด้วยหุ้น หมายถึงต้องมีสภาพคล่องจากเงินที่ใช้จ่ายรายวัน หมายถึงต้องเทรดหุ้นให้ได้เงินทุกเดือน การขาดทุนหมายถึง อดตาย ติดดอย ก็หมายถึงอดตาย

การไปคิดว่า อบรม สัมนา สองสามครอส ซื้อหนังสือ เทคนิคมาอ่าน ก็เอาอยู่ บอกได้เลยว่า ไม่รอดเพราะ ตราบใดก็ตามที่เรายังหาจังหวะ การลงทุนหรือจังหวะสไตล์การเล่น ของตัวเองไม่ได้ โอกาสที่ผลตอบแทนจะชนะตลาดนั้นแทบเป็นไปไม่ได้

เราอาจจะเคยได้เพราะเป็นช่วงตลาดขาขึ้น เช่นต้นปี แต่หลังจากนี้ไป เมื่อดัชนีขึ้นสูงหลักพันสี่ร้อยจุดขึ้นไป บวกภาวะเศรษฐกิจยุโรปที่ไม่แน่นอน ความเสี่ยงโอกาสที่จะขาดทุน หรืออาจจะหมดตัวก็มีสูงไปเรื่อยๆ ยิ่งจิตใจไม่นิ่ง และพยายามไปคิดว่าต้องได้เงิน ต้องทำเงินทุกเดือน เหมือนกับการทำงานประจำ เรายิ่งเน่า เพราะมันเป็นการไปเร่งตัวเอง ให้เสี่ยงให้เทรดมากขึ้น ถี่ขึ้น ทำให้โลภ

ถ้าจะลงทุนเป็นอาชีพ เล่นหุ้นเป็นอาชีพ สิ่งที่ต้องมีคือ 1. วินัย 2. ประสบการณ์ 3. วิธีคิดที่ถูก 

วินัย คือ ถ้าคิดจะเก็งกำไร วินัยการลงทุนต้องมีรู้จัก ยึดมั่นในระบบ ที่สำคัญการทำอาชีพอิสระ ไม่ได้หมายความว่าเราจะนอนดึกตื่นสายทำตัวตามสบาย วินัยในการใช้ชีวิตและการทำงานต้องมี ต้องมีแผนและบังคับตนเองให้ทำตามแผนงานให้ได้

ประสบการณ์ คือ การสั่งสม มันคือเรื่องของ Timing ไปซื้อหรือไปเร่งไม่ได้ ต้องพัฒนาองค์ความรู้ในการลงทุนจาก การฝึกหัดด้วยตนเอง เรียนรู้จากสิ่งที่ผิด ที่ถูกด้วยตนเอง สร้างสิ่งที่เรียกว่าสัญชาติญาณนนักล่า ให้เกิดในตัวเอง ของแบบนี้ไม่มีสอนครับ และเป็นตัววัดว่าคุณเป็นของจริง หรือของเก๊ ถ้าคุณคุยกับคนระดับเดียวกันหรือสูงกว่า มันดูได้ตรงนี้ หลอกกันไม่ได้

วิธีคิดที่ถูก จะเอาชนะในตลาดเก็งกำไร ก็ต้องเข้าใจวิธีคิดของคนที่หากินในตลาดนี้ ต้องรู้เรื่องของ ทฤษฏีสมคบคิดในตลาดหุ้น รู้บทบาทของแต่ละตัวละครในตลาด
หุ้น รู้ถึงจุดร่วมของผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย และมองหาตำแหน่งที่เราจะยืนและหากินได้อย่าง ปลอดภัยโดยไม่ตกเป็นเหยือสะเอง ที่สำคัญวิธีคิดมันยังสะท้อนไปถึงเรื่องของจิตใจ การควบคุมจิตใจและปรับทรรศนคติที่ปราศจาก อคติจากอารมณ์

ถ้ายังติดดอย เพิ่งเล่นหุ้น และยังไม่เข้าใจตลาดหุ้นดีจริง ก็ไม่ควรเอาอนาคตไปเสี่ยง การลงทุน การเก็งกำไร แม้จะหาเงินมาได้ง่ายแต่ก็มีความไม่แน่นอน หรือผันผวนมาก มากเกินที่เราจะไปประมาทมัน 

ดังนั้นถ้าเบื่องานประจำ ก็ควรเปลี่ยนมาทำงานที่เราอยากทำเพื่อสร้างรายได้ และใช้การลงทุน เป็นตัวขยายรายได้ โดยการสร้างผลตอบแทนระยะยาวจะดีกว่าครับ

หรือถ้าจะคิดเอาดีทางด้านนี้ ต้องถามตัวเองให้ดีว่าคุณชอบอะไร ชอบจะชนะ ชอบที่จะต่อสู้ทางการเงิน จริงหรือเปล่า?? เพราะถ้าคุณชอบคุณจะสามารถพัฒนาตนเองให้ไปสู่ตำแหน่งของผู้ชนะได้อย่างถาวร แต่ถ้าชอบที่จะได้เงินเยอะๆ รวยเร็วๆ งั้นคุณก็ควรทำใจให้ชอบการขาดทุนด้วย

สิ่งสำคัญคือควรทำใจเย็นๆหมั่นหาประสบการณ์ ฝึกการควบคุมอารมณ์ เก็บสถิติการลงทุนเอาตัวรอดลงทุนให้ชนะตลาดให้ได้สัก 2 -3 ปี ต่อเนื่อง ที่สำคัญลองสะสมเงินทุน สำหรับหมุนเวียนในการลงทุนให้มากพอ สำหรับสร้างผลตอบแทนก็จะดีมากครับ