วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

leverage

ช่วงนี้ดูเหมือนความกังวลเกี่ยวกับตลาดหมีน้อยจะกลับมาอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาหนี้สินของกรีซ และประเทศอื่นๆในยุโรป สลับกับตัวเลขทางเศรษฐกิจของอเมริกา ที่ออกมาให้ลุ้นกันได้เรื่อยๆ เมื่อหลายคนกังวล ผลที่ตามมาคือ ตลาดหุ้นมักตอบสนองกับความกังวลนั้น จะสั้นหรือยาวก็ตามแต่สถานการณ์ รวมถึงวิธีการเล่นของผู้เล่นรายใหญ่ เดี่ยวนี้จึงได้เห็นแมงเม่าแห่ลงไปเทรด Tfex กันมากขึ้น ตามคำชวนของเพื่อน ของมาร์ ด้วยความเชื่อที่ว่า จะได้มีเครื่องมือไว้ทำกำไรในช่วงตลาดขาลง 

โดยหลายคนขาดความเข้าใจเกี่ยวกับการเทรดในตลาดฟิวเจอร์ ขาดระบบการเทรด ขาดการวางแผนการเงินที่ดี เพราะหลายคนเพิ่งจะเริ่มเทรดหุ้นได้ไม่นาน และส่วนมากยังขาดทุนกับการเล่นหุ้นเก็งกำไร จึงคิดที่จะมีทางลัดในการทำเงินจากตลาดฟิวเจอร์ ที่มี leverage สูงได้กำไรเยอะ เร็ว (อันนี้คำโฆษณาที่ยอดฮิต) 


ผลที่ปรากฏส่วนมากก็จะขาดทุนไปตามระเบียบ บางคนเล่นไม่ต่างกับไฮโล แทงสั้น แทงยาว ไปตามการคาดเดา จับข่าว จับเรื่องราว จับดาวน์โจน ดาวน์โจนฟิวเจอร์ จับฝรั่งซื้อ-ขาย มาเป็นวัตถุดิบในการเดา สุดท้ายผิดทาง(จริงๆตัวเลขเหล่านี้ ส่วนมากใช้ประกอบกับข้อมูลอื่นๆหรือประกอบกับกราฟได้ แต่จะมาสรุปแบบเป็นนัยยะว่า ถ้าฝรั่งซื้อสุทธิ ดาวน์โจนเขียว พรุ่งนี้ต้อง L มันไม่เพียงพอ โดยเฉพาะยิ่งช่วงตลาดกำลัง sideway ไร้ทิศทางที่แน่นอน) หมดตัวยิ่งเจอกระบวนท่าการกระชาก เปิดโดด ปิดโดด ลากขึ้นลากลงให้งง ก็ทำให้โดนกินเยอะไป บ้างซ้ำร้ายไปโดนคำแนะนำแบบผิดๆ ให้เล่น Spread เมื่อผิดทาง โดยที่ไม่เคยได้ศึกษาจุดเข้าออกและอัตราทด อัตราเร่งระหว่างกัน ในแต่ละซีรีย์ที่เคลื่อนไหวในขณะนั้น ผลก็คือ ขาดทุนหนักเข้าไปอีก เหมือนเคาะซ้ำกรรมซัดขาดทุนหุ้น ไม่พอยังมาขาดทุนใน Tfex อีก


ผมเองไม่ได้ ต่อต้านการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ เพราะผมเองก็เทรด แต่ผมไม่แนะนำการเทรดอย่างไร้ระบบ ขาดซึ่งการยั้งคิด เพราะเมื่อเราเดาพลาดติดต่อสองสามครั้ง ครั้งต่อไปคุณจะเทรดด้วยอารมณ์ ที่อยากจะเอาคืน โดยปราศจากสมอง ปราศจากการยั้งคิด ดังนั้นถ้าจะเทรด Tfex สิ่งที่ต้องมีนั้นคือระบบเทรด (Trade system) หัดอ่านแนวโน้มของสินค้าอ้างอิงให้ออก และรู้จักการมองแนวรับแนวต้าน ให้ดี ที่สำคัญ ควรคิดที่จะพัฒนาวิธีการบริหารจัดการเงินลงทุน อย่างฉลาด เพื่อให้อยู่รอดและยั่งยืน

อย่าหวังจับเสือมือเปล่าด้วยการเดาส่งเดช หรือไปลอกการบ้านตามเว็บบอร์ด ตามเว็บ เพราะถ้ามันง่ายแบบนั้น ง่ายแค่การเดาว่า S หรือ L ป่านนี้คงจะมีเศรษฐีเดินกันเต็มประเทศแล้วครับ เพราะ leverage สูงขนาดนั้น การทำเงินแสน เงินล้าน ไม่ได้ยากเลย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ต้องไม่ลืมว่า โอกาสที่คุณจะหมดตัวก็มีเช่นกัน
ก่อนจบมีหนังซีรีย์เรื่องหนึ่งมาแนะนำให้ลองหามาดูกันครับ เป็นอีกหนึ่งเรื่องโปรดของผมที่ได้ดูจนครบ 4 ซีซั่น ซีรีย์เรื่องนี้คือ Leverage เป็นหนังแนวนักแซ็งค์ จอมโจรที่รวบรวมคนเก่ง ทุกด้าน ทั้งนักต้มตุ๋ม นักล้วง นักเลง และแฮ๊กเกอร์ มาร่วมกันตั้งบริษัทเป็นฉากหน้า เพื่อเอาความสามารถช่วยเหลือ ประชาชนที่โดน คนรวยคนมีอำนาจ เอาเปรียบหรือรังแก แบบไม่เป็นธรรม เรียกว่าเป็นโรบิ้นฮู๊ดยุคใหม่ 


แง่คิดที่ได้นอกจากความสนุกอยู่ที่การวางแผน การมองภาพ รวม การคิดเป็นระบบ การจำกัดความเสี่ยงและการประสานการทำงานกัน เพื่อเอาชนะอำนาจของคนที่เหนือกว่า (จริงๆคนที่ดูแล แก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม ก็น่าจะหามาดูบ้างนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการมองภาพรวมและทำงานร่วมกันเนี๊ย ควรศึกษากันให้หนักจริง) คล้ายๆหนังเรื่อง โอเซียน อิเลฟเว่น และภาคอื่นๆ แต่เรื่อง leverage นั้นซับซ้อนและยุ่งยากกว่ามาก 

การลงทุนในหุ้นทั้งแบบเก็งกำไร ระยะสั้นระยาวมันก็เหมือนกับเรื่องนี้คือ เราต้องมองภาพรวมของการลงทุนให้ออก ต้องรู้จักที่จะเอาตัวรอด มากกว่าการทุ่มแทงเพื่อจะชนะ หรือเรียนรู้ที่จะใช้กลยุทธให้เหมาะกับสถานการณ์ที่สำคัญ ต้องเรียนรู้จิตวิทยาของตลาดที่เกิดขึ้น เพื่อหาโอกาสที่เหมาะสมกับการลงทุน ข้อเด่นของตลาดหุ้นที่ทำให้คนมากมายสนใจและเข้ามา เก็งกำไร นั้นก็ใช้หลักการเดี่ยวกับคาสิโน นั้นคือการทำให้ดูเหมือนว่า "จะชนะได้ง่าย แต่จริงๆแล้วเราจะแพ้ในที่สุด" มันจึงทำให้ชุดความคิดของเราถูกบิดเบือนด้วยอารมณ์ สุดท้ายคุณก็ต้องทิ้งเงินให้นายตลาดหรือคนที่แข็งแกร่งกว่า เสมอ ดังนั้นถ้าอยากชนะในเกมส์นี้ต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งอยู่เสมอ เอาใจช่วยทุกท่านให้ไปถึงจุดนั้นนะครับ