วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

เรียนหุ้นจากหนัง: พิชัยยุทธการลงทุน

หยิบหนังจีนเรื่องโปรดอีกเรื่องมาเขียน เพราะว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่อยากแนะนำให้เพื่อนๆดูครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังดูแล้วจะได้ข้อคิดดีๆนำไปใช้ในการลงทุนได้อีกด้วย หนังจีนเรื่องนี้ชื่อเรื่อง A Battle of Wits (มหาบุรุษกู้แผ่นดิน) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำสงครามที่ไม่ได้เน้นที่การรบแบบบู๊ระห่ำ แต่เน้นไปที่กลอุบาย กลศึก แบบพิชัยยุทธจีน ที่แสนจะเลื่องลือ



A Battle of Wits หรือ มหาบุรุษกู้แผ่นดิน เข้าฉายในตอนปี 2006 เป็นหนังจีนฟอร์มยักษ์ที่นำแสดงโดย หลิวเต๋อหัว เรื่องราวของการทำสงครามสมัย 370 ก่อน คริตศักราช ระหว่างแคว้นจ้าวและแคว้นเหลี่ยง โดยแคว้นเจ้าเป็นแคว้นใหญ่ตั้งใจจะยกพลไปทำศึกจึงต้องผ่าน แคว้นเหลี่ยงจึงเสนอทางเลือกให้กับแคว้นเหลี่ยง 2 ทางคือการ ทำศึก กับ การยอมสยบ แน่นอนว่า กษัตริย์ของแคว้นเหลี่ยงกลัวที่จะถูกฆ่า จึงไม่ต้องการยอมแพ้ และได้เลือกใช้บริการของ "เก้อหลี่" ศิษย์เอกสำนัก ม่อจื้อ ผู้ที่ชำนาญด้านกลศึกและปรัชญา ชายคนนี้มีแนวคิดตามแบบ ม่อจื้อ คือรักสันติ มีความรักให้กับประชาชนทุกวรรณะ ไม่แบ่งชนชั้น 


เนื้อเรื่องดำเนินได้สนุก เก้อหลี่ต้องนำทัพเหลี่ยงที่มีทหารไม่ถึงหมื่นรับศึกแคว้นจ้าวที่มีทหารหลายแสน แน่นอนว่าในตอนแรกทัพของจ้าวไม่ได้มองแคว้นเหลี่ยงในสายตา ส่งทัพหน้าที่มีทหารไม่มากมาตีเมือง แต่เนื่องจากสติปัญญาของเก้อหลี่ ที่ทำศึกแบบฉลาดใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิประเทศ และใช้กำลังคนอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการตั้งรับและโต้กลับ ทำให้ทัพของจ้าวไม่สามารถชนะได้ จนสุดท้ายแม่ทัพใหญ่ เจียงหยางจงต้องเข้ามา ทำศึกด้วยตนเอง แต่ก็ยากที่จะชนะปัญญาของเก้อหลี่


เก้อหลี่ นักการสงคราม ตามแบบ ม่อจื้อ

เรื่องนี้มีพิชัยยุทธหลายอันที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลศึกการปิดเมืองตีแมว ที่มีการใช้การล่อข้าศึกให้ตายใจ เพื่อให้ตามตีมาที่จุดอับและ ก็ใช้ความได้เปรียบในการซุ่มโจมตีเพื่อเอาชนะ ,กลศึกเรื่องการตั้งรับให้เหนี่ยวแน่นเพื่อลดทอนขวัญกำลังใจของข้าศึกหรือแม้แต่ฉากสุดท้าย ที่เก้อหลี่ไปทวงเมืองคืน ด้วยการใช้กลอุบายในการใช้น้ำ เพื่อเอาชนะ ล้วนสะท้อนถึงความสามารถของผู้นำคนนี้อย่างชัดเจน ตัวเรื่องมีความซับซ้อนและสะท้อนให้เก้อหลี่นำปัญญามาแก้ไขตลอดเวลา ทั้งการรบกับแคว้นเหลี่ยง และการทำศึกการเมืองภายในกับคนในแคว้นเหลี่ยงและพวกของกษัตริย์ที่กลัว ว่าประชาชนจะรักเก้อหลี่และหันมายึดอำนาจตน ซึ่งศึกภายในนี้เองที่ทำให้เก้อหลี่เกือบเอาชีวิตไม่รอด


ข้าศึกเรือนแสน แต่เก้อหลี่ก็ไม่หวั่น

ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้


ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ คือแนวคิดของการทำสงครามที่ไม่มีใครเป็นผู้ชนะ ต่างพ่ายต่างแพ้ด้วยกันทั้งสอง ต่างพ่ายต่างสูญเสีย ไพร่พล มีการล้มตายมากมาย แต่การเอาชนะที่แท้จริงนั้นคือ การอยู่รอดให้ได้นานที่สุด สูญเสียให้ได้น้อยที่สุด นั้นคือแนวคิดของเก้อหลี่ ที่ใช้ในเรื่องนี้ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแต่การออกรบเพื่อชนะ แต่เน้นที่การตั้งรับและลดความสูญเสีย


เรื่องนี้สามารถนำมาใช้ในการลงทุนได้เป็นอย่างดี ผมขอยกตัวอย่างเรื่องของ นักลงทุนคนหนึ่ง ที่บอกว่า ตนเองอยากเล่นหุ้น โดยมีเงินอยู่ 100000 ถ้าหมดเมื่อไหร่ก็จะเลิก!!! ถ้าเป็นแบบนี้โอกาสหมดจะมีมากกว่า รอด เพราะถ้าตั้งต้นที่จะแลก ที่จะสูญเสีย เพียงเพราะอยากชนะ ความสูญเสียก็จะตามมา ถ้าเปรียบดั่งการรบ ถ้าเรามีทหาร 1 แสนนาย เปิดประตูเมืองออกไปสู้ตาย กับข้าศึกที่มีความได้เปรียบมากกว่าทั้งอาวุธ จำนวนคน และสเบียง ย่อมยากจะชนะ 


แต่ถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติ วิธีคิดใหม่ เป็นมี 100000 แต่จะหาวิธีลงทุนที่สามารถรักษาเงินต้นทุนนี้ไว้ให้นานที่สุด แบบนี้นอกจากไม่แพ้ ไม่ขาดทุนแล้วโอกาสอำนวย ยังสามารถพลิกกับมาชนะได้อีก 


การลงทุนไม่จำเป็นที่ต้องเน้นการหากำไรสูงสุด แม้ครั้งหนึ่งจะได้กำไร หลายๆสิบ % แต่ถ้าต้องเสี่ยงกับการเสียขาดทุนหลายสิบ % แบบนี้ไม่ดีแน่ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น Maximum Draw down ของระบบก็จะสูง โอกาสที่จะหมดตัว ในวันหนึ่งก็มีมาก ยิ่งถ้าไม่มีระบบ MM ที่ดี นิยมชมชอบ ขายหมู ติดดอย ด้วยแล้ว มีแต่เจ๊งกับเจ๊งครับ 


ดังนั้นถ้าคิดจะชนะ ก็ควรจะชนะให้ยั่งยืน พยายามเสี่ยงให้น้อย จำกัดความเสี่ยง และหาเก็บกำไรตามจังหวะ ตามโอกาสที่เราได้เปรียบให้ได้มากๆเต็มที่(Let's profit run) เพียงเท่านี้เราก็สามารถอยู่รอดในสนามการลงทุนแล้วครับ


ปล. รูปประกอบจาก internet