วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

หลุมพรางของแมงเม่า

ปัญหาอย่างหนึ่งที่เหมือนๆกันเวลามีคนเข้ามาปรึกษาผมเกี่ยวกับการเล่นหุ้นเก็งกำไร คือ ตัวเค้าเองรู้สึกว่าเล่นหุ้นแล้วไม่มีความสุข เครียด บางคนก่อนเล่นเคยวาดฝันไว้ว่าจะสามารถหาเงินจากตลาดหุ้นได้แบบตู้ ATM ได้เงินทุกเดือน เดือนละเท่านั้นเท่านี้ แต่เมื่อลงมาสัมผัสของจริง มีแต่เสียเยอะสลับกับได้น้อย เล่นเอาเครียดไม่มีความสุข จนทุกวันนี้เหมือนทำงานหาเงินมาเติมพอร์ตหุ้น กลายเป็นว่าทำงานหาเงินมาให้คนอื่นเอาไปใช้อีก ได้ลิ้มรสชีวิตแมงเม่าที่มืดหม่นเข้าไปอีก


ถ้าเราลองสังเกตดีๆ ยังมีคนแบบนี้อยู่มากเกินกว่าครึ่งในตลาดหุ้นครับ เพราะคนเหล่านี้คือคนที่ทำให้ระบบเก็งกำไร เดินอยู่ได้เป็นคนทำเงินให้ผู้ชนะ เป็นคนที่ไล่ซื้อหุ้นเวลาราคาแพง เรียกว่าเป็นผู้รับไม้ต่อให้ผู้ชนะทำกำไร แถมยอมทนติดดอย ลูกแล้วลูกเล่าด้วยความหวังว่าสักวันจะได้ลง พร้อมกับปลอบใจตัวเองดังๆว่าไม่ขายไม่ขาดทุน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อเราเริ่มลงทุนเราจะติดอยู่กับวัฏจักรของแมงเม่า ภายใต้ทฤษฎีสมคบคิดในตลาดหุ้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ใครจะเป็นยังไง แต่ปัญหาจริงๆอยู่ที่ว่าเราเลือกจะเป็นอย่างไรมากกว่า 


คนส่วนใหญ่มักเล่นหุ้นเพราะหวังรวย หวังได้เงิน เมื่อมีเงิน มาเป็นตัวตั้ง ความโลภจะมีผลต่อจิตใจสูงมาก ความอยากได้ อยากรวย เข้ามาครอบงำ ทำให้ง่ายต่อการชี้นำ ลดทอนความสามารถในการตัดสินใจ อ่ะอย่าปฏิเสธผมว่า คุณไม่เป็น ลองถ้าเพื่อนในกลุ่มนักเล่นหุ้น ได้กำไร แล้วคุณตกรถ ความอยากได้นี้แหละ ที่ครั้งหน้าจะทำให้คุณเสี่ยงหนัก เล่นตามหุ้นเด็ด หุ้นดังที่มีคน setup หรือจุดไฟแห่งความโลภไว้ให้ เพื่อที่หวังจะรวย หวังจะได้หน้า หวังจะได้การยอมรับ ผมที่ตามมาก็จะขาดทุนไปตามระเบียบ 


เมื่อรู้ว่า ขาดทุน หรือลงทุนไม่ถูกทาง แต่แมงเม่ามือใหม่ก็ไม่คิดจะเลิกเพราะตลาดหุ้น ไม่เคยปล่อยให้คุณแพ้ทุกเกมส์ จนสิ้นหวัง(จำไว้นะครับ ถ้าปราศจากนักเสี่ยงโชค ตลาดเก็งกำไรก็เดินต่อไปไม่ได้) ดังนั้นเมื่อเสียครั้ง สองครั้ง ครั้งต่อไปคุณมักจะได้กำไร ทำให้ยังมี "ความหวัง" ที่เปรียบดังน้ำล่อเลี้ยงความโลภ ให้ออกเดินทางต่อ และทำให้คุณพร้อมที่จะเติมเงินเข้ามาในพอร์ตหุ้น เพื่อเสี่ยงโชคและก็เข้าสู่วัฏจักรแมงเม่าต่อไป


เมื่อขาดทุน แต่ไม่รู้สึกขาดทุนเพราะเลือกที่จะไม่จำ บางคนเลือกที่จะไม่พูดถึง แต่ยามได้กำไร ต่างบอกต่อ แมงเม่ามักจะดื่มด่ำและเฉลิมฉลอง ทั้งที่ถ้าทำระบบบัญชีดีๆ การกำไรเล็กๆน้อยๆยังไม่คืนทุนที่เสียไปด้วยซ้ำ หรือกำไรเล็กๆน้อยๆยังเทียบไม่ได้กับตัวแดงที่ติดดอยขาดทุนไป บางคนเลือกเล่นหุ้นตามเซียนตามกูรู บางคนเลือกที่จะศึกษาการวิเคราะห์เชิงเทคนิค เพราะคิดว่าหลายคนที่มีกำไรต่างใช้มัน แต่ส่วนมาก็ยังไม่พ้นวังวนของแมงเม่าเพราะยิ่งศึกษายิ่งยึดติด พยายามแข่งขันอวดวิชา แสดงความเหนือชั้นด้วยความยาก ความซับซ้อนของเทคนิคที่ตนเองใช้ เพื่อที่จะโชว์ว่ากูเจ๋ง กูเทพ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นแมงเม่าเหมือนเดิม เพราะพยายามไปใช้สิ่งที่ยากแต่ตนเองไม่เข้าใจ ไม่ชำนาญ อะไรที่คนอื่นว่าดีก็พยายามหามาใช้หมด เมื่อไม่เข้าใจใช้งานจริงก็ไม่เกิดผล แถมทำให้ขาดทุนหมดความมั่นใจ สุดท้ายรู้มากก็ได้แต่มอง ไม่กล้าเทรดไม่กล้าเล่น หรือไม่ก็ออกแนวบ้าระห่ำ ลุยด่ะซื้อๆขายๆเล่นตามอารมณ์ แต่ใช้กราฟปรับสัญญาณซื้อให้ไวขึ้น เพื่อมาช่วยยืนยันความโลภ เพื่อให้มันสมเหตสมผล สุดท้ายเมื่อไม่เข้าใจ ผลก็คือขาดทุน ซื้อๆขายๆ เข้าๆออกๆ กำไรสลับขาดทุน แบบนี้ทั้งปีผลตอบแทนในพอร์ตก็ไม่มีทางเติบโต 


ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้บอกว่า เล่นหุ้นเก็งกำไรไม่ดี ไม่ได้บอกว่าเล่นสั้นไม่ดี แต่สิ่งที่ผมพยายามจะบอกคือ เราต้องชัดเจนในความคิด มีชุดความคิดที่ถูกต้องก่อน อย่าปล่อยให้อารมณ์มันชี้นำตัวเรา วิธีคิดเริ่มต้นที่เป็นสากลของการลงทุนหรือการเก็งกำไร คือ เราต้องรักษาเงินทุนของตัวเองให้ได้ก่อน ที่จะคิดทำกำไร เรียกว่าต้องเอาตัวรอดให้ได้ในตลาดหุ้นก่อน เมื่อนำเงิน 1 ล้านมาลงทุน เงินทุน 1 ล้านต้องยังอยู่ครบ ส่วนกำไรปล่อยให้มันงอกเงยไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เสี่ยงจนเกินตัว กำไรมากหรือกำไรน้อยอย่าไปกังวล เพราะยิ่งเราอยู่รอดในตลาดหุ้นได้นาน ประสบการณ์และทักษะมันจะเพิ่มพูนขึ้นมาเอง และระหว่างทางนั้นการศึกษาและพัฒนาตนเองจะทำให้เราเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร ให้ดียิ่งขึ้น 


การใช้เทคนิคคอล ไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนคนอื่นๆ เพียงให้เหมาะสมกับจริตเรา เหมาะสมกับเวลาที่เรามี และทำกำไรให้เราได้อย่างต่อเนื่องก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องยากหรือซับซ้อน เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เราต้องเข้าใจสิ่งที่เราใช้ได้อย่างถ่องแท้ ชัดเจนสำคัญที่สุด คือเราต้องทดสอบระบบเทรดหรือเครื่องมือที่เราใช้ทางสถิติให้มั่นใจ เพื่อที่เราจะได้เชื่อมั่นและมีวินัยในการเล่นตามระบบอย่าง 100%  เพียงเท่านี้โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จ หลุดพ้นออกจากวังวนวัฏจักรแห่งแมงเม่าก็จะเกิดขึ้นได้ ผมมั่นใจว่าตลาดหุ้นมันยังอยู่ไปอีก 30 ปี 50 ปี แต่คุณจะสามารถเอาตัวรอดและยังอยู่ในเกมส์การเงินในตลาดหุ้นนี้ได้ตลอดไปหรือไม่ คุณต้องเป็นคนเลือกเองครับ