วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

ขาดทุนเพราะอะไร???

คำว่าขาดทุนดูจะเป็นคำแสลงของนักลงทุนเก็งกำไรแทบทุกคน เพราะแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดการขาดทุนเป็นแน่แท้ แต่การลงทุนไม่ว่าจะสั้นหรือยาว อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราไม่สามารถล่วงรู้ทุกสิ่งที่จะเกิดในวันข้างหน้าได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องยอมรับกับคำว่าขาดทุน เหนือสิ่งอื่นใดเราจำเป็นต้องรู้จักความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการขาดทุน และเรียนรู้ที่จะหาวิธีควบคุมการขาดทุนไม่ให้เกิดบานปลาย เสียหายใหญ่โตต่อเงินลงทุนของเราเอง



ถ้าถามว่าทำยังไงให้ไม่ขาดทุน อาจจะพบว่าคำตอบคือเป็นไปได้ยาก ไม่มีการลงทุนไหนที่จะเชื่อมั่นได้ 100% ทุกอย่างในโลกการลงทุนผมว่ามันเป็นเรื่องของความน่าจะเป็น การลงทุนเก็งกำไรในจังหวะที่ความน่าจะเป็นที่จะชนะสูง ย่อมหมายถึงโอกาสที่ดี แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นดังเราหวังได้เช่นกัน พูดถึงเรื่องนี้แล้วผมนึกถึงหนังเรื่อง limitless ที่พระเอกเป็นนักเขียนธรรมดาที่ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จ สมองตีบตันขาดไอเดียและขาดความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน พอได้ไปกิน NZT ยาที่ทำให้คุณกลายเป็นอัจริยะข้ามคืน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ 100% ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายดาย เช่น เข้าใจคณิตศาสตร์ขั้นสูง เรียนภาษาต่างประเทศ ได้ใน 1 วัน อ่านหนังสือจบและจดจำได้ในไม่กี่นาที 



ฉากสนุกคือคุณ เอ๊ดดี้ มอร์รา ได้กลายเป็นเศรษฐีด้วยการเล่นหุ้นจากเงินลงทุนจำนวนน้อยนิด แต่กำไรมหาศาลจนกลายเป็นดาวรุ่งของวอลล์สตรีท ทำเอาเจ้าพ่อตลาดหุ้นสนใจให้เข้าไปช่วยทำงานด้วยกัน ที่เล่าเรื่องนี้มาเพราะมันมีแต่ในหนังในละคร ที่เราจะสามารถทำให้เกิดกำไรแบบไร้ขีดจำกัดนั้นได้ โดยปราศจากการขาดทุน ดังนั้นถ้าเราเป็นเพียงคนธรรมดาไม่ได้กินยาวิเศษสิ่งที่ทำได้คือ ต้องอยู่กับโลกความจริง อยู่กับปัจจุบัน เรียนรู้จากสิ่งที่เราเคยทำผิดพลาดเพื่อสั่งสมประสบการณ์ และหลีกเลี่ยงที่จะผิดพลาดซ้ำอีก แน่นอนว่าการขาดทุนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ ผมขอนำเสนอรูปแบบการขาดทุนที่เรียกว่าสากล 3 แบบที่นักเล่นหุ้นเก็งกำไรต้องเจอ ลองศึกษาดูนะครับ


1. ขาดทุนเพราะโลภ
อันนี้เป็นสาเหตใหญ่และเป็นสิ่งที่นักเล่นหุ้นต้องเจอ เป็นผลมาจากจิตใจ ประเภทที่ว่าคิดว่าซื้อแล้ว ยังไงก็ต้องกำไร ราคาหุ้นยังถูกยังวิ่งไปได้อีก หุ้นตัวนี้ใครๆก็ซื้อแล้วกำไร และอีกเหตุผลร้อยแปดที่จิตปรุงแต่งมาให้สอดคล้องรองรับกับความโลภในจิตใจ ใครที่เป็นมือใหม่เป็นแมงเม่าก็จะต้องเจอมากหน่อยเจอเยอะหน่อยเป็นธรรมดา ตราบใดที่ยังไม่สามารถควบคุมจิตใจ หรือพัฒนาทักษะด้านการควบคุมอารมณ์ได้ เมื่อนั้นโอกาสขาดทุนจากความโลภก็จะหายไป


2. ขาดทุนเพราะประมาท
การขาดทุนลักษณะนี้ค่อนข้างอันตราย บางครั้งอาจจะเกิดจากความชะล่าใจ การติดกับอัตตาคิดว่าตัวเองรู้แล้วเก่งแล้ว บางคนติดกับตรรกะเหตุผลมากมายที่เอามา สนับสนุนความคิดของตนเองก่อให้เกิดความประมาทในการซื้อหุ้น หรือขายหุ้น ขอยกตัวอย่างเช่น นายกคิดว่ายังไม่ขายก็ได้ แม้ว่ากราฟจะมีสัญญาญขายเพราะคิดว่า ผลประกอบการยังดี ข่าวดียังมีออกมา กูรูยังเชียร์ถือต่อได้ ผลคือ ราคาหุ้นลงอย่างรวดเร็วจนขาดทุนปานปลายขายไม่ทัน ถึงจุดที่ขาดทุนมากก็ยอมติดดอยเพราะไม่กล้าตัดขาดทุน เป็นต้น


3. ขาดทุนเพราะไม่รู้
ความไม่รู้ นี่เป็นอันตรายมากในโลกการลงทุน คนส่วนมากมักจะใช้การเชื่้อ เพื่อมาชดเชยความไม่รู้ โดยเฉพาะเรื่องของข่าว เรื่องของเหตุการณ์ และเรื่องของการเดาอนาคต ยิ่งเมื่อใดก็ตามที่สถานะการไม่แน่นอนมีความผันผวน เรามักจะมองหาผู้เพื่อมาเติมเต็มความไม่รู้ และสร้างความเชื่อมั่นในจิตใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ ต้องยอมรับความจริงว่าในโลกการลงทุนก็มีการใช้ประโยชน์จากความไม่รู้ของนักลงทุนเสมอมา ดังนั้นการจะเชื่อข่าว หรือเชื่อข้อมูล เนื้อหาสาระที่มีการเผยแพร่ เราควรตั้งสติ พิจารณาให้รอบคอบ คิดแบบกระจกหกด้านก่อนจะเชื่อ อย่าซื้อหรือขายหุ้นเพียงเพราะได้ยิน ได้ฟัง คนอื่นบอกต่อ หรือได้คำแนะนำมาจากบุคคลที่สาม  เราควรจะคิดทบทวนแบบเป็นเหตุเป็นผลด้วยตัวเรา หมั่นตั้งคำถาม ข้อสงสัยกับสิ่งที่ได้รู้มา ตรวจสอบและหาข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนจะตัดสินใจ และฝึกที่จะยอมรับผลอันเกิดจากการตัดสินใจของเราเอง เพื่อที่จะได้ไม่ขาดทุนจากความไม่รู้ และก็จะได้ไม่ต้องมาเสียใจบ่น รู้งี้ๆๆ ในภายหลัง


การเล่นหุ้น อย่ากลัวขาดทุน แต่ควรจำกัดความเสียหายจากการขาดทุนแต่ละครั้งให้ได้ เรียนรู้จะใช้ Money management และหมั่นเรียนรู้ข้อผิดพลาด ฝึกฝนจิตใจจะช่วยลดความเสียหายจากการขาดทุนได้มากครับ