วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คุณค่าและราคา

หน้าร้อนปีนี้ดูจะสาหัสเอาการทีเดียว ผมลองวัดอุณหภูมิและจดบันทึกสะสมไม่น่าเชื่อว่าแต่ละวันจะร้อนขนาด 40 องศาได้นานต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์มาแล้ว เดินตากแดดออกจากบ้านหรือที่ทำงานในตอนกลางวัน ตัวแทบจะละลาย นี่คงเป็นผลกรรมของมนุษย์ที่ธรรมชาติกำลังลงโทษเรา ด้วยสาเหตุจากภาวะโลกร้อน ในอนาคตอุณหภูมิในฤดูร้อนก็คงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เราทำกันได้ในวันนี้มากกว่าการบ่นว่า "ร้อน" ก็คงเป็นการปรับตัวเองให้เขากับธรรมชาติ และช่วยกันปลูกต้นไม้คนไม้คนละมือเพื่อเพิ่มความชื้น เพิ่มอากาศบริสุทธิ และเป็นร่มเงาให้กับพวกเรา

นอกจากความร้อนที่จะเข้ามากวนใจเราแล้ว ยังมีบิลค่าไฟฟ้า ที่เข้ามารบกวนจิตใจอีกประการ เมื่อเราร้อนเราก็ต้องหันหน้าไปพึ่งเครื่องทำความเย็น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ พัดลม ตู้เย็น ร่วมแต่เป็นอาวุธหลักที่เราใช้ในการต่อสู้กับเจ้าความร้อน อาวุธเหล่านี้ล้วนกินไฟฟ้า เป็นอาหารและเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟฟ้าจุ เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆในบ้าน ยิ่งรัฐบาลใจดีปรับค่า FT ซึ่งอ้างว่าให้สอดคล้องกับค่าพลังงานเชื่อเพลิง ทำให้ค่าไฟฟ้าแต่ละบ้านมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มมากขึ้นอีก 5-10% ทำให้ประชาชนตาดำๆยิ่งเครียดไปกันใหญ่เพราะเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายประจำทุกเดือน ที่แย่ไม่แพ้กันคือเมื่อค่าไฟฟ้าขึ้น โรงงานก็ต้องจ่ายไฟมากขึ้น ผู้ประกอบการก็พลักภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าให้มาอยู่ในรูปของราคาสินค้าและบริการ ประชาชนผู้บริโภคก็รับแจ๊คพ๊อตไปเต็มๆสองเด้ง ยิ่งเป็นคนชั้นกลางที่ไม่ได้มีผลประโยชน์จากนโยบายประชานิยมค่าแรง 300 บาทหรือเงินเดือน 15000 บาท มันก็ยิ่งตอกย้ำ ความยากลำบากในการใช้ชีวิตในสังคมเข้าไปอีก เพราะเงินรายได้ต้องลดลงกับรายจ่ายจำเป็นอย่างค่าครองชีพ

สำหรับผมทางแก้คงไม่ใช่การประท้วง หรือไปต่อว่าใคร เพราะการอยู่ในสังคมทุนนิยมก็ต้องเข้าใจได้ ว่ามันเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ตัวผมเองทำ ก็คือใช้ความรู้เรื่องการลงทุนมาช่วย โดยซื้อหุ้นบริษัทพลังงานเช่นเครือ ปตท. และซื้อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เพราะท่ามกลางยุคพลังงานแพง(ภาพที่ประชาชนรับรู้) แต่บริษัทเหล่านี้ที่ก็มีผลประกอบการดีเด่นยอดเยี่ยมทุกปี โดยเฉพาะบริษัทจำหน่ายไฟฟ้าที่ผมถือหุ้นอยู่(ชื่อย่อ น้อง G) ที่ทำกำไรสูงสุดในรอบหลายปี ยังไม่นับรวมกำไรจาก fund flow ที่เข้ามาดันตลาดพา SET ไป 1230 ถึงจะรู้สึกแย่จากการต้องจ่ายต้นทุนค่าครองชีพ แต่ก็สามารถเอาทักษะการลงทุนให้หุ้นที่มีบทบาทในการเพิ่มค่าครองชีพ มาช่วยตรงนี้ได้ ยังไม่นับรวมการหาประโยขน์จากการลงทุนในบริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นเครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความเย็น ที่ตามธรรมชาติยอดขายจะพุ่งสูงมากในช่วงฤดูร้อน นี้แหละครับคือประโยชน์ของตลาดหุ้น ประโยชน์ที่นำมาใช้ leverage การดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน

หน้าร้อนเราก็ต้องพึ่งพาเครื่องทำความเย็น มาช่วยลดอุณหภูมิให้เรา เครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยก่อนค่อนข้างทนทานมาก ที่บ้านผมยังมีตู้เย็นยุคสมัยของคุณตา ซึ่งปัจจุบันมันก็ยังทำงานได้อยู่แม้จะไม่ดีมากเท่ากับตู้เย็นสมัยนี้ แต่ความทนทานต้องขอยกนิ้วให้ไม่ว่าจะผ่านมากี่ร้อนก็ยังเอาอยู่ อีกนัยยะหนึ่งนอกจากความทนทางของตัวอุปกรณ์ ผมว่าน่าจะเกิดจากการเห็นคุณค่าของตัวเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะสมัยนั้นราคาตู้เย็นหนึ่งเครื่องค่อนข้างจะแพงมากจำได้ว่า คุณตาคุณยาย ต้องใช้เงินมาโขเพื่อซื้อมันมาเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของ ต้องเก็บหอมรอมริบเป็นปีๆ ทำให้ท่านรักและสอนทุกคนในบ้านให้ใช้มันทะนุถนอมมาก เรียกว่ามีคุณค่าทางจิตใจ แต่ถ้าเป็นทุกวันนี้ขอแค่มีบัตรเครดิตก็รูดปรึ๊ดๆ จัดหามาได้ตามต้องการ ราคาไม่ใช่ปัญหา แล้วมาก้มหน้าทำงานผ่อนต่อทีหลัง ความผูกผันกับการที่จะได้เป็นเจ้าของจึงมีไม่มาก เมื่อไม่รักก็ใช้งานแบบตามใจฉัน ไม่หวงว่าจะพังแล้วต้องซื้อใหม่ ตราบใดที่วงเงินในบัตรเครดิตยังไม่หมด

มันก็สะท้อนถึงการรู้จักอดออม ซึ่งเป็นพื้นฐานการเงินส่วนบุคคลที่นับวันจะหมดไปกับ สังคมทุนนิยมสมัยใหม่ ที่มีสินค้าล่อตาล่อใจให้จับจ่ายทุกเดือน หลายอย่าออกรุ่นใหม่กันทุก 3 เดือน 6 เดือนทำให้สิ่งที่เรามีอยู่ดูเก่าไปอย่างรวดเร็วเมื่อคนอื่นซื้อสินค้ารุ่นใหม่ๆมาใช้ เรามักจะร่ำเรียนสูงๆ เพื่อจะหางานดีๆเงินเดือนเยอะๆทำ ยอมทำงานหนักเอาเวลาทีมีไปแลกเพื่อตำแหน่งหน้าที่ดีๆ เพื่อเงินทอง จากนั้นตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยเหนื่อยยากด้วย การใช้เงินจับจ่ายซื้อสิ่งของ รถ บ้าน โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา รองเท้า กระเป๋า สารพัด ทำให้เงินเดือน แทบจะไม่พอออม ยิ่งไม่เรียนรู้ที่จะลงทุน เพื่อขยายมูลค่าของเงิน โอกาสที่เราจะอยู่รอดในสังคมปัจจุบันยิ่งยากลำบาก ไม่พ้นการเป็นคนใช้แรงงานกาย แรงงานสมอง เอาเวลาที่มีในชีวิตไปแลกกับค่าตอบแทนตลอดไป เมื่อใดที่เกิดโชคชะตาเล่นตลก สุขภาพไม่อำนวย ไม่เป็นที่ต้องการของนายจ้าง วันนั้นความทุกข์ก็จะมาเยือน ชีวิตที่เคยสวยงามบนโลกวัตถุนิยมก็จะพังครืน ดังนั้นใช้ชีวิตอย่างประมาทโดยเฉพาะเรื่องของเงินทองครับ