วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

"สมาธิ" วิธีการฝึกจิตสำหรับนักลงทุน

เคยมีนักลงทุนคนหนึ่ง เจอผมในงานสัมนา ด้วยความที่จำชื่อได้ เลยเข้ามาทักทาย ระหว่างการสนทนามีคำถามหนึ่งที่เขาได้ถามขึ้นมาว่า "คุณคิดว่าคุณเล่นหุ้นเก่งหรือเปล่า" ผมตอบได้ไม่ยากเลยว่ายังไม่เก่งครับ เพราะคำว่า “เก่ง” นั้นแต่ละคนจะตีความต่างกันออกไปขึ้นกับการเปรียบเทียบ หรือจุดอ้างอิงในทรรศนคติของแต่ละบุคคล ผมเองไม่ใช่คนเก่งแต่ผมเป็นคนขยันมาก ผมชอบอ่านหนังสือและทำให้เมื่อมาสนใจเรื่องหุ้น เลยได้มีโอกาสอ่านหนังสือและตำราต่างประเทศทั้งแบบเล่มและแบบ pdf ที่หาอ่านได้ฟรีเยอะพอสมควร ทำให้พอจะรู้อะไรเยอะเกี่ยวกับระบบเทรดและการวิเคราะห์หุ้นเชิงเทคนิค จึงนำมาแบ่งปันกัน 

แต่เรื่องหนึ่งที่ผมยังคิดว่าตัวเองยังต้องพัฒนาอีกมากคือเรื่องของการฝึกจิตใจ และการบริหารอารมณ์ไม่ให้มันเข้ามามีผลต่อการเล่นหุ้น เพราะบ่อยครั้งผมเองก็ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองให้นิ่งได้ 100% ยังมีกิเลสที่มากวนใจทำให้เราออกนอกทางไปบ้าง แต่แน่นอนว่าขอบเขตยังชัดเจนคือยังไม่ทำให้ขาดทุนหรือเสี่ยงเกินตัว ดังนั้นถ้าจะเก่งได้จริงในมุมมองผม เราต้องฝึกหัดเรื่องของ “จิตใจ” มากๆ เรื่องนี้เราหลอกลวงหรือสร้างภาพไม่ได้ เพราะตัวเราย่อมรู้ตัวเราเอง การฝึกเรื่องจิตนั้นจะว่าไปผมเองให้ความสำคัญค่อนข้างมาก โดยผมนำเอาแนวคิดทางพุทธศาสนามาใช้ ด้วยความที่คุ้นเคยกับวัดมาตั้งแต่เด็ก สไตล์เยาวชนต่างจังหวัด จึงทำให้ไม่ยากที่จะนำของดี คือหลักพุทธศาสนามาใช้ในการปรับปรุงทักษะในการเล่นหุ้น เชื่อหรือไม่ว่าผมเคยอ่านเจอในเว็บของเทรดเดอร์นักเก็งกำไรระดับโลกที่ทำงานในกองทุนชื่อดัง ก็ล้วนแต่ใช้วิธีการฝึกสมาธิแบบพุทธแทบทั้งนั้น

"สมาธิ" เป็นเคล็ดลับสำคัญ ที่ผมกล้ารับประกันว่าถ้าเราทำได้อย่างเคร่งครัดและจริงจัง เคล็ดลับที่ทำจะก่อให้เกิดประโยชน์แบบทันตา เคล็ดลับที่ว่าคือ สมาธิ โดยการฝึกสมาธิแบบพุทธศาสนา คือการกำหนดรู้ วิธีที่ผมใช้คือ อานาปนสติ หรือการกำหนดลมหายใจเข้าออก เมื่อทำจนชำนาญค่อยพัฒนาการเรียนรู้ไปขั้นต่อไป เช่นการเจริญสมาธิด้วยสติปัฏฐาน 4 เป็นต้น สิ่งสำคัญคือการฝึกจิตใจให้นิ่ง 

ผมใช้เวลาตอนเช้าในการสวดมนต์และฝึกสมาธิแค่เพียงวันละ 20 นาทีรับรองว่าจิตเราจะนิ่งมากขึ้นจนเราสังเกตได้ และเมื่อเรากลับมาเทรดหุ้น ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ใด สภาวะตลาดแบบใดเราจะมีสติรู้และอยู่กับปัจจุบัน สามารถเล่นไปตามระบบตามแผนกลยุทธการเทรดที่วางไว้อย่างดี ผลที่ตามมาคือความผิดพลาดอันเกิดจากอารมณ์น้อยลง ปัญหาเรื่องอัตตาหรืออีโก้ซึ่งทำให้เรายึดติดกับความคิดและนำความคิดที่มาจากจิตใต้สำนึกมาเป็นใหญ่ในการเล่นหุ้น ก็จะหมดไปที่สำคัญผลกำไรก็จะดีขึ้นเนื่องจากการขาดทุนลดลง

เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพนี่แหละครับที่เป็นเคล็ดลับการลงทุนของผม จิตเป็นของเรา ถ้าเราควบคุมได้ ไม่ปล่อยให้ฟุ้งให้ไหล คิดไปตามสิ่งที่มารบกวนเรา สามารถตัดการเกิดเวทนาได้ โอกาสที่ใจของเราจะนิ่งและเป็นผู้ชนะเป็นไปได้สูง สำคัญไปกว่านั้นเมื่อจิตเรานิ่ง สมาธิเราดี การรับรู้ผัสสะดี เราจะสามารถสังเกตเห็นสิ่งที่เป็นไปในตลาดได้ดี รวมถึงการสังเกตอาการอันเกิดจากอารมณ์ตลาดได้ดีขึ้นอีกด้วย และเมื่อสมาธิเต็มเปี่ยม ปัญญาก็จะเกิดการตัดสินใจ การแก้ปัญหาต่างๆ ก็จะทำได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเท่าได้ถึงขนาดนั้นก็เท่ากับว่า ทักษะด้านการบริหารจิตของเราได้ถูกพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว 

คงไม่ต้องสอนวิธีการทำสมาธิ ผมเชื่อว่าเราคนไทยส่วนใหญ่ทำได้และถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กผ่านวิชาพุทธศาสนา ดังนั้นก่อนจบเอาภาพหนังสือและสื่อการสอนเล่มหนึ่งมาแนะนำคือ "Meditation for Traders" เป็นหนังสือพร้อมซีดี ที่สอนการทำสมาธิเพื่อการลงทุน โดย Paula T Webb ฝรั่งจำนวนมากนิยมอ่านและนำมาศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์และจิตใจ จึงเป็นการกันรันตีว่า การนั่งสมาธิการฝึกจิตให้เกิดปัญญา ของดีตามวิถีชาวพุทธที่อยู่ใกล้ตัวเรา นั้นเป็นสิ่งที่มีค่าและได้รับการยอมรับ แต่เราชาวพุทธกับละเลยและมองไม่เห็นค่า ดังนั้น ลองเรียนรู้เปิดใจรับ และฝึกฝน อนาคตท่านจะสามารถพัฒนาทักษะการเทรดหุ้นและการลงทุน ได้ดียิ่งๆขึ้นไปครับ