วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชะตากรรม facebook ในอนาคต

เขียนถึงหุ้น facebook อีกแล้ว หลายคนเริ่มแซว ว่าผมมีหุ้นนี้หรือเปล่า บอกได้เลยว่าไม่มีครับ เพราะไม่ชอบตามกระแส ไม่บ้าซื้อของแพงๆ(P/E= 72) 555 แต่ที่เขียนถึงเพราะเป็นกรณีศึกษา ผมชอบหุ้น IT อาจจะเพราะสายงานด้วย ทำให้พอเอารายงานประจำปี หรือรายงานบทวิเคราะห์มาอ่านแล้วสนุก ในต่างประเทศบริษัทที่ออกบทวิเคราะห์ อุตสาหกรรม IT นักวิเคราะห์ ไม่ไก่กา เขาเอากูรู IT ที่รู้จริงๆมาวิเคราะห์มุมมอง กลยุทธ เกี่ยวกับอุตสาหกรรม ส่วนเรื่องการเงิน งบก็ให้คนที่จบทางบัญชีเขียนรายงานไป ช่วยกันทำมันทำให้ได้สองมิติที่ลึก และชัด 


หุ้นกลุ่มนี้ทั้ง Google, Apple และอื่นๆ ผมติดตามเสมอ แต่ facebook มีเรื่องให้เขียนถึงบ่อยเพราะมีกระแส มีข่าวมาตลอด ล่าสุดเคราะห์กรรม ยังไม่จบไม่สิ้น ปัจจุบันราคาหุ้น facebook ร่วงมาที่ 19.05  ดอลลาร์ต่อหุ้น  เป็นแนวรับต่ำสุดที่ผ่านมา มูลค่าลดลงเกิน 50% จากจุดสูงสุดเดิมที่ 45  ดอลลาร์ ตอนวันที่ IPO (ราคา IPO @38 ดอลลาร์)เล่นทำเอานักลงทุนอเมริกันหน้าเขียว คางเหลืองไปตามๆกัน

โดยเฉพาะช่วงวันที่ 17 สค. ที่ผ่านมาเป็นช่วงพ้นกำหนด Lock-Ups ที่อนุญาติให้
กรรมการบริหารเฟซบุ๊ก และนักลงทุนรุ่นแรก สามารถขายหุ้นไอพีโอได้ กลุ่มนี้คือพวกที่ได้หุ้น facebook ในราคาต่ำคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1,900 ล้านหุ้น และเป็นไปดังคาด ราคาลดลงหลุดแนวรับถาวรแถว 20 กว่าดอลลาห์ลงมา อยู่ที่ 19 ดอลลาห์ ลดลงประมาณ 5% จากก่อนช่วง Lock-Ups ในการขายวันแรกของการปลดล๊อค ปริมาณการขายสูงถึง 157 ล้านหุ้น มากกว่า แต่ละวันในช่วงปกติ 50 วันที่ผ่านถึง 5 เท่า  


นักวิเคราะห์ต่างมองว่า ปรากฏการณ์ของหุ้น facebook ครั้งนี้เกิดจากการสร้างราคา ที่เกินมูลค่าความจริง เป็นการเล่นกับกระแส ความนิยมในแบรนด์ของ facebok มากกว่ามูลค่าของตัวกิจการที่แท้จริง โดยคุณ marty wolf มองว่า facebook มีโอกาสกลับมาที่ราคา IPO ได้ในอนาคตอีก 32 ไตรมาส หรือ 8 ปีข้างหน้า นั้นหมายถึง เฟสบุ๊คต้องเติบโต และเปลี่ยนแปลง สู้กับกระแสของเทคโนโลยีในโลกอินเตอร์เน็ต ยิ่งตอกย้ำด้วยงานวิจัยที่ว่าวัยรุ่นอเมริกา ก็เริ่มที่เบื่อการพบปะบนโลกออนไลน์ผ่านเครือข่ายสังคมกันแล้ว ยอด active user ก็เริ่มที่จะลดลง

ราคาหุ้น facebook 

ถ้าจำกันได้ก่อน facebook ก็มี Hi5 มี My space ตอนนี้ facebook เองก็มีคู่แข่งแบบกลายๆ เช่น Google+, Twitter เป็นต้น แม้ด้วยปริมาณผู้ใช้ยังสู้ facebook ไม่ได้แต่ก็ไม่น่าประมาท เพราะอนาคตถ้าเจอจุดพลิกผัน คลิ๊กโดนใจ กระแสของผู้ใช้ก็พาให้เกิดความนิยมได้เสมอ

ถึงจำนวนผู้ใช้เฟสบุ๊ค จะมากมายมหาศาล แต่กำไรที่ได้ ก็ยังไม่มากมายและเติบโต แบบที่น่าพอใจนักลงทุน โดยเฉพาะผลงานไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนผิดหวัง 

ล่าสุดมีกระแส เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องการให้ Mark Zuckerberg ยอมลาออกจากตำแหน่ง CEO เพื่อให้มืออาชีพเข้ามาบริหาร facebook  แต่เรื่องนี้ก็เหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเท่าไหร่ 



อีกเรื่องที่ดูน่าจะเป็นจริงมากกว่า คงเป็นเรื่องการเพิ่มรายได้จากการให้บริการของ facebook ที่นอกเหนือจากการขายโฆษณา มีหลายโมเดลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการเก็บค่าบริการจากฟังชั่นพิเศษ เช่น photo management หรือ photo editor , ฟีเจอร์ email เป็นต้น รวมถึง การเสียค่าบริการของ Fanpage ธุรกิจที่ขายสินค้า หรือจัดกิจกรรมการตลาดทาง facebook , รวมไปถึงการทำ e-commercial service เป็นต้น สิ่งเหล่านี้นักวิเคราะห์ก็พยายามสื่อถึงการ เอาตัวรอดให้ facebook ผ่าวิกฤติกลับมาสร้างรายได้ เพิ่ม EPS และการเติบโตของกำไร เรียกศรัทธา และเติบโตต่อไปในอนาคต 

ทุกอย่าง คงยากจะคาดเดา เราคงต้องจับตามมองอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะราคาหุ้น facebook ที่ยังไม่สเถียร บวกกับในช่วงเดือน พ.ย.นี้ พนักงานเฟซบุ๊กจะสามารถขายหุ้นที่ถือครองอยู่ได้เป็นครั้งแรก(กลุ่มเหล่านี้เป็นพนักงานยุคเริ่มต้นและพนักงานประจำ ที่ได้หุ้นแจกฟรีหรือซื้อหุ้นในราคาต่ำกว่าราคา IPO ) ซึ่งรวมถึงคุณมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ที่จะมีสิทธิขายหุ้นของเฟสบุ๊คด้วย ในรอบนี้ คาดว่าคงจะมีปริมาณขายเข้ามากดดัน

ก่อนจบบทความ มีคำถามสนุกมาให้เพื่อนๆช่วยกันคิด 

"ถ้า facebook คิดค่าบริการ ไม่ฟรีอีกต่อไป เราจะยังใช้งานกันหรือไม่???" 

ลองร่วมกันแสดงความคิดเห็นดูนะครับ สนุกๆไม่มีถูกผิด กระตุ้นสมองครับ

บทความอื่นๆเกี่ยวกับเฟสบุ๊ค

http://www.cway-investment.com/2012/08/fabook.html 
http://www.cway-investment.com/2012/05/facebook-2.html
http://www.cway-investment.com/2012/05/facebook-ipo.html 



อ้างอิง
http://www.bloomberg.com/news/2012-08-16/facebook-freeing-60-percent-more-shares-seen-weighing-on-stock.html