วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ก้าวแรกกับความล้มเหลว

ทุกคนล้วนมีความฝันมีไอเดีย อยากทำสิ่งต่างๆมากมายตามใจต้องการ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเดินตามฝัน ได้ลงมือทำฝันให้เป็นจริง และไปสู่เป้าหมายความสำเร็จ บางคนเลือกที่จะรอ เลือกที่จะเก็บฝันไว้ในใจ จนสุดท้ายเมื่อเวลาผ่านเลยไป เมื่อมีภาระและมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ความฝันนั้นก็ต้องถูกฝังลืมไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ


การมีความฝัน และได้ลงมือทำเป็นสิ่งที่วิเศษแต่ใช้ว่า ทุกคนที่กล้าจะเดินทางตามความฝันจะสมหวัง และจบลงแบบสวยงามเหมือนในนิยาย มีหลายคนหกล้มหกลุก ไปได้เพียงครึ่งทางก็ต้องกลับมาสู่โลกความจริง บางคนผิดพลาดแค่เพียงก้าวแรกที่ออกเดิน ก็ท้อถอยหมดกำลังใจ ไม่สามารถไปต่อได้ เพราะนี้คือโลกแห่งความจริง ที่คนธรรมดา ไม่มีต้นทุนชีวิตที่สูง ไม่มีครอบครัวที่ร่ำรวยสนับสนุน เมื่อมีความฝัน มีความตั้งใจ อาจจะไม่เพียงพอ ให้ไปสู่ยังเป้าหมาย (แต่แน่นอนว่าดีกว่าคนที่ไม่ฝัน ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต หรือคนที่ฝันแต่ไม่กล้าแม้จะเริ่มลงมือทำ) สิ่งที่ต้องมีมากกว่านั้นคือ เรื่องของแผนและกลยุทธวิธีการ ที่จะพิชิตเป้าหมาย

ยกตัวอย่างเช่น ทำร้านกาแฟ ไม่ใช่มีฝันมีใจอยากทำก็จะทำแล้วสำเร็จ แต่เราต้องทำงานหนัก ศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ พยายามฝึกทักษะ หาความรู้ และเรียนรู้กลยุทธการทำธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้ให้กิจการของเรา เพื่อทำให้มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนต่อเนื่อง ไม่ใช่จบเพียงนำเงินมาสร้างร้าน เปิดขายกาแฟได้แล้ว ก็คิดว่าสำเร็จ (นั้นเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น)

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องเจอ ต้องทำ บนโลกความจริงที่แตกต่างจากความฝันที่ทุกอย่างเป็นจริงได้เพียงแค่คิด ผมมีโอกาสได้อ่านบทความ เขาเขียนถึงงานวิจัยของ คุณ Shikhar Ghosh ซึ่งตีพิมพ์ลงใน Wall Street Journal สำรวจ กิจการเกิดใหม่(startup) สำคัญๆจำนวน 2,000 รายในช่วงตั้งแต่ปี 2004 ถึง 2010 พบว่ามีถึงราว 75% ที่มีแนวคิดดีเยี่ยม จนได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากพวก VC (venture capital) ให้ดำเนินกิจการจริงก็ยังล้มเหลว หรือเจ๊ง 

จำนวน 30% ถึงกับต้องปิดกิจการ ขายสินทรัพย์เพื่อใช้หนี้กันไป ที่เหลือก็ยังคงสู้ต่อปรับเปลี่ยนหาทางเอาตัวรอดเพื่อเกิดใหม่อีกครั้ง ในโลกธุรกิจ ไม่มีอะไรที่ง่ายดาย แม้เราคิดว่าทุกอย่างมันคือ สุดยอดของเราแล้ว แต่สิ่งที่เราคิดเราทำมันอาจจะยังไม่เพียงพอ ที่จะประสบความสำเร็จก็เป็นได้ ก้าวแรกมักไม่มีคำว่าสบาย โอกาสเกือบ 80% ในการเริ่มต้นมักมีโอกาสล้มเหลว เมื่อล้มเหลว ไม่ใช่ว่าจะต้องถอดใจ หรือล้มเลิกความคิด แต่เราควรเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาต่อไป  

เขียนเรื่องนี้เพราะอยากโยงไปถึงเรื่องการลงทุน นักลงทุนมือใหม่ ก็ไม่ต่างกับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้น ย่อมต้องเจอกับปัญหาอุปสรรค์ เป็นธรรมดา บางคนขาดทุนหลายหมื่น หลายแสน ก็เริ่มจะถอดใจ เพราะได้เรียนรู้ความจริงที่ว่า ตลาดหุ้นไม่ได้ทำกำไรง่ายๆแบบที่เขาว่ากัน สิ่งหนึ่งที่มือใหม่ไม่ค่อยรู้และไม่เข้าใจคือเรื่อง จังหวะเวลาหรือ timing การที่เข้ามาลงทุนในช่วงดัชนี 1200-1300 ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างสูง และจะไปหวังได้กำไรง่ายๆ เป็นสิบล้าน เป็นร้อยล้าน แบบคนที่เขาลงทุนช่วงดัชนี 400-500 จุด มันย่อมเป็นไปได้ยาก

เราต้องใช้ความรู้ ใช้การวิเคราะห์เพื่อซื่้อหุ้นทีดี สร้างกำไร และมีความเสี่ยงที่ไม่สูงเกินไป สิ่งสำคัญคือ ต้องยอมรับในกำไรที่ทำได้ อย่าไปอยากได้ อยากมีกำไรมากๆแบบคนอื่นๆที่นำมาอวด นำมาล่อให้เราเห็นกัน เพราะแบบนั้นจิตใจจะไม่นิ่งไม่สงบ เมื่อผิดแผน ไปลงทุนเสี่ยงเกินตัว ความผิดพลาดและหายนะมันจะถาโถมเข้ามา จนมือใหม่ อาจจะรับไม่ทัน เมื่อนั้น เราจะเจอกับความล้มเหลวครั้งใหญ่ เจอปัญหาด้านจิตใจ ที่ทำให้ไม่สามารถไปต่อได้

สิ่งสำคัญคือ จงอย่าประมาท อย่าใจร้อน อยากรวยเร็ว เริ่มต้นด้วยการเสี่ยงมากเกินตัว ควรใช้เงินเริ่มต้นไม่มาก เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุน เมื่อผิดพลาด ขาดทุนอย่าไปเสียใจ ถอดใจให้จดบันทึกและวิเคราะห์ความผิดพลาดนั้น เป็นบทเรียน เพื่อที่อนาคตจะได้ไม่ผิดพลาดอีก ถ้าทำได้เพียงเท่านี้ แล้วเราอยู่รอดได้ในตลาดหุ้น ไม่เจ๊งสนิทหมดตัว เมื่อเวลาผ่านไป เราจะสะสมกำลัง สะสมประสบการณ์และความรู้ จนสามารถคืบคลานเข้าไปหาเป้าหมาย ความสำเร็จได้เองครับ 

บทความอ้างอิง
http://www.bizjournals.com/sanjose/blog/2012/09/most-startups-fail-says-harvard.html