วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556

ยามเมื่อทองถูก

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่คนไทยได้หยุดพักได้ เฉลิมฉลองได้กลับบ้านเกิดไปเยี่ยมญาติสนิทมิตรสหาย เป็นช่วงเวลาที่ดีอีกช่วงของปี แต่หลายคนก็ต้องเจอกับความทุกข์ เพราะราคาทองคำโลกที่มาเลือกช่วงวันหยุดยาวของไทยในการทิ้งดิ่ง เล่นเอาหลายคนต้องโดนพิษหรือทนทุกข์จากการร่วงลงของราคาทองคำอย่างรุนแรง


เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ ช่วงวันศุกร์ที่ 12 ราคาทองคำปรับตัวลงรุนแรงต่อเนื่องยันวันอังคาร โดยในช่วง 3 วันราคาทองลดลงถึง 240 เหรียญ (1560-1320) ทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายปี แม้ปัจจุบันเริ่มเด้งรีบาวน์ดกลับมาได้แล้ว

สาเหตุของการลงก็เดากันไปต่างๆนานาโดยยังหาข้อสรุปไม่ได้ นักวิเคราะห์ต่างประเทศมองว่า เป็นเพราะความกังวลเรื่องการขายทองของ ไซปรัส สเปน และกรีซที่กำลังจะมาถึง เพราะต้องการเงินไปใช้หนี้พันธะบัตรที่ครบอายุ บ้างก็ว่ามาจากการความกังวลจากการหดตัวของเศรษฐกิจจีน เพราะการลงครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะทองคำแต่ลากเอาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ลงไปด้วยพร้อมกันทั้ง ทองคำ เงิน น้ำมัน เป็นต้น




เหตุการณ์โกลาหลก็เกิดยามตลาดเปิดทั้งคนที่อยากขายทองพี่น้องชาวไทย ที่มีทองในระดับราคา 23000-25000 ต่างก็ตระหนกเพราะราคาทองคำเปิดมาลงมาระดับ 18000 กว่าต่ำกว่าระดับ 20000 ทำให้คนจำนวนมากแห่ขาย ในขณะที่คนอีกกลุ่มคิดว่าถูกก็แห่ซื้อ เหมือนกับซึนามิเข้าร้านทองยังไงยังงั้นเลย




กรรมหนักคงไม่ใช่คนถือทองแท่ง แต่เป็นคนที่ถือทองกระดาษ หรือเหล่านั้นเก็งกำไรที่ถือสถานะ long ใน Gold Future ที่เมื่อเปิดตลาด ราคาทองคำร่วงหนักเกิดกว่า 10% จนต้องพักการซื้อขาย(CB)



ราคาทองคำลงหนักเกินระดับ MM จนถูกเรียกเติมเงินกัน คนมากมายที่ไม่คิดว่าทองจะลง ถือสัญญาณ long ต้องขาดทุน และถูกบังคับขายปิดสัญญา จนเกิดข่าวว่าลูกค้าหลายรายเบี้ยวขาดทุน ไม่ยอมเติมเงินชดเชยมูลค่าที่ลดลง กันเลยทีเดียว หลายคนต้องแบกรับภาระการขาดทุน มากมายหลายแสนต่อสัญญา จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา




จริงๆเหตุการครั้งนี้เป็นเรื่อง ที่ไม่เหนือความคาดเดาใดๆ เพราะหลายสำนัก และกูรูบางคน ก็ออกมาพูดเรื่องระดับราคาทองคำที่สูง รวมถึงการปรับตัว ปรับฐานของราคา ที่จะเกิดได้ในปีนี้ และถ้าดูจากสถิติในอดีต ทุกครั้งที่ทองคำปรับฐานก็จะเกิดการลงอย่างรุนแรงเสมอ

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากให้พวกเราตระหนักไว้คือ ทองคำ แม้จะเป็นสิ่งที่มีค่า แต่ราคาที่เราเห็น เป็นราคาที่เกิดจากความคาดหวัง มุมมองของตลาดต่ออนาคต มันเป็นราคาที่มีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเพิ่มค่าขึ้นเสมอไป

ทองคำไม่ใช่การลงทุนแบบปกติ แต่เป็นการเก็งกำไร เป็นการหวังผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา มันไม่มีกระแสเงินสดจากปันผลออกมาให้ทุกปี แน่นอนว่าถ้าท่านซื้อทองคำปีสองปีนี้ ในระดับที่ราคาทองคำไม่ถูกเหมือนอดีต เหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน โอกาสที่จะพบกับภาวะผันผวนของราคาก็มีมาก ตรงนี้เราต้องตระหนักถึงความเสี่ยง ก่อนคิดจะซื้อทองเก็บไว้เสมอ



โอกาสขาดทุนในการเข้าเก็งกำไรทองคำนั้นมี ไม่ใช่ว่าความเสี่ยงเป็นศูนย์ เพราะไปเชื่อว่า ไม่ขายไม่ขาดทุน อนาคตยังไงต้องแพงขึ้นเสมอไป ทองคำถึงมูลค่ามันจะไม่เป็น 0 แต่มันไม่มีโอกาสราคาลดลงมีเพราะ ราคาที่เราเห็นปัจจุบัน มันไม่ใช่ราคามูลค่าที่แท้จริงอย่างเดียว เป็นราคามูลค่า + ราคาความคาดหวังอนาคต

จากภาพ เอากราฟประวัติทองคำมาให้ดู เป็นกราฟราคา 20 ปี ทองคำ 1 ออนซ์ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ก็คือ 1 ออนซ์ แต่ราคามันโตพรวดขึ้นมาถึง 2200% ใน 20 ปี แน่นอนว่าถ้าซื้อทอง คำ 1 ออนซ์ ในปีนี้ อีก 20 ปีข้างหน้ามันคงเป็น 1 ออนซ์ แต่ไม่จำเป็นเสมอไปว่ามูลค่ามันจะเพิ่มสูงขึ้น โตมากขึ้นเป็นเท่าตัวดังอดีต แน่นอนว่ามันอาจจะเพิ่มขึ้นแต่อัตราการโตคงจะไม่รุนแรงและเป็นทวีคูณในเวลาอันสั้นแบบในอดีต ที่สำคัญโอกาสที่ราคาจะลดลงก็มีเช่นกัน 

ดังนั้นเมื่อเราไม่รู้อนาคตก็จงอย่าประมาทครับ ซื้อสะสมแต่พอเพียง และควรใช้เงินเย็น หมั่นกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ส่วนท่านที่เก็งกำไรใน Gold future สิ่งสำคัญต้องมีคือ money management การไม่เทรดเกินตัว และวางแผนรับมือความผันผวนที่จะเกิดขึ้นเสมอ