วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

นักเก็งกำไรมืออาชีพ

ผมเองชอบอ่านเรื่องราว เส้นทางและวิธีคิดของนักเก็งกำไรมืออาชีพมาก โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ มันทำให้เราได้เห็นมุมมอง และวิธีคิดใหม่ๆ ที่ไม่ใช่อะไรดาดเดื่อนธรรมดาทั่วไป 


นักเก็งกำไรมืออาชีพ จำนวนไม่น้อยครับ เขาไม่ได้สนใจแค่กราฟ แค่แท่งเทียน หรือการตัดกันของเส้น เขามองไปลึกในแง่การบริหารจัดการเงินและพอร์ตลงทุน 

รวมไปถึงเรื่องของปรัชญา จิตวิทยาตลาด การตีความในสิ่งที่มวลชนทำผ่านพฤติกรรมราคา ที่มันสะท้อนออกมาสิ่งที่มืออาชีพมีคือ เรื่องกลยุทธ์ เรื่องของประสบการณ์ ที่สั่งสมและ สังเคราะห์จนตกผลึกเป็นองค์ความรู้เฉพาะ ขณะที่มือสมัครเล่น มักจะติดกับ "วิธีการและเครื่องมือ" ทั่วไปเป็นส่วนใหญ่ 

ประเด็นหนึ่งที่ นักเก็งกำไรมืออาชีพพวกนี้ เขาใช้และพยายามพัฒนามากๆคือเรื่องของ "จิตใจ" และ "สมอง" 

สิ่งที่แยกมืออาชีพ ออกจากมือสมัครเล่น และพวกติวเตอร์ทั่วไป(no action talk only) คือ เรื่องของการตัดสินใจ ในสภาวะคับขัน เพราะนักเก็งกำไรมืออาชีพ เขาหากินจากการเก็งกำไร การตัดสินใจซื้อขาย ในภาวะคับขันที่ต้องเร็ว และคมเป็นสิ่งสำคัญ 

กราฟผมเชื่อว่าถ้าเรียนถ้าศึกษาใครก็อ่านได้ แต่การวิเคราะห์แล้วต้องตัดสินใจ เข้าซื้อขายใน วินาที นั้น วินาทีที่มีแค่ เราและคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องที่ ต้องอาศัยความนิ่ง และความคม เป็นอย่างสูง 

ยังไม่ได้พูดถึงขนาดของ "เงิน" ที่มีผลต่ออารมณ์และการตัดสินใจ ยิ่งเทรดด้วยจำนวนเงินที่มาก ความกดดัน หรือภาวะบีบขั้นก็จะมีสูง ดังนั้นมืออาชีพจะให้ความสำคัญต่อเรื่อง จิตใจ เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าจิตใจการฝึกที่ดีที่สุดก็คือ สมาธิ 

แต่ในด้าน physical มืออาชีพเขาให้ความสำคัญ ด้าน "สมอง" ที่ส่วนอย่างมาต่อกันตัดสินใจ และการตอบสนองต่อปัจจุบัน เทรดเดอร์อาชีพจำนวนมาก เขาไม่ดื่ม ไม่เที่ยวในวันทำงาน เขาจะไม่นอนดึก บางคนเลิกสูบบุหรี่(เพราะมีผลต่อหลอดเหลือดและระบบไหลเวียนโลหิต)

สมองคนใช้ออกซิเจนมากกว่า อวัยวะอื่นๆ 10 เท่า นักวิทยาศาสตร์ ทำการวิจัย เชื่อกันว่า สมองคนเราทำงานแค่เพียง 15% ของขีดความสามารถจริง เทรดเดอร์อาชีพในยุโรป อเมริกา บางส่วนใช้ยา เพื่อกระตุ้นการทำงานของ สมอง 

เทรดเดอร์ฝรั่ง เขาให้ความสำคัญเรื่องจิตใจและสมองมาก ปีเตอร์จ้างโค้ชมาเทรน เขามีการบำบัดจิตด้วยการ สะกดจิต การนั่งสมาธิ เหมือนที่เราๆทำ แต่อีกอันที่ผมว่ามันแปลกบ้านเราคงยังไม่มีคือการใช้ยา 

เขามองว่าสมอง เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ การเพิ่มความสามารถของสมอง ทำให้การตัดสินใจ และการวิเคราะห์ทำได้ดีขึ้น

ปีเตอร์ ใช้ยา 2 ตัวชื่อ Nootropic (ยาฉลาด) เพิ่มประสิทธิ์ภาพการทำงานสมอง และตอนหลังเปลี่ยนมากิน Epiphany เขากินแล้วสงบ ช่วยในการโฟกัส ฟินทั้งวัน ตัวนี้เขาบอกว่าหมออเมริกาจัดให้พ่อแม่ลูกอ่อน หรือคนมีภาวะเครียด นักกีฬากินกันทัวไป 

ถ้าเคยอ่านข่าวคงเจอ แบรดพิต สมัยที่มีปัญหาครอบครัว รักสามเศร้ากับ แอลเจลินาและเจนิเฟอร์ อลิสตั้น แบรดพิต ก็ take ตัวนี้จนติดเพื่อให้ฟิน คลายเครียด ทำงานได้

จริงเท็จดีไม่ดี ยังไงผมสรุปไม่ได้เหมือนกัน และไม่คิดส่งเสริมให้ไปหายามากินกันนะครับ ของแบบนี้ต้องวิจัยกันอีกเยอะ และเทรดเดอร์อาชีพที่เขากินยา มักมีแพทย์เป็นคน สั่งยา และควบคุมขนาดการใช้ยาให้เหมาะสม

ส่วนตัวผมเชื่อว่าเรื่องของ "จิตใจ" วิทยาศาสตร์มันยังไปไม่ถึงหรอก สมอง และจิตใจ อาจจะมีความสัมพันธ์กันแบบไม่เป็นเส้นตรง หรือสัมพันธ์กันไม่มากก็เป็นได้ ต้องรอการพิสูจน์ต่อไป

ยามันช่วยได้แค่สมอง ถึงสมองจะทำงานดี แต่จิตใจฟุ้งซ่าน มันก็ไม่เกิดประโยชน์ ดีที่สุดคือ ใช้การฝึกสมาธิ แม้จะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนนาน แต่ระยะยาวก็คุ้มค่า

ถ้าจะให้ขั้นสูงก็ สติปัตฐาน 4 ไปเลย ทำจิตให้นิ่งให้ได้มากสุด ตัดอารมณ์ มองเห็นความจริงที่เกิดและเทรดไปตามระบบ สุดท้ายผลลัพธ์มันดีเองครับ