วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

ปรัชญาการเก็งกำไร

ปัจจุบันข้อถกเถียงหรือการแบ่งแยกระหว่างนักเก็งกำไรกับนักลงทุน มีมาโดยตลอดความคิดพยายามไปบอกว่า สิ่งหนึ่งดีกว่าสิ่งหนึ่ง อีกอันเป็นมาร อีกอันเป็นเทพ นั้นดูเป็นเรื่องสำหรับมือใหม่ หรือคนที่มองภาพแต่ทางเดียวมากกว่า 


บางกลุ่มนักถึงขั้นถกกันแบบเอาตาย ยกจอร์จโซรอส มาปะทะกับวอเรนต์ บัพเฟต ทั้งที่จริง ทั้งสองคนนั้นมีแนวคิดพื้นฐานหรือรากฐาน ในการบริหารเงินที่เหมือนกัน แต่กระบวนการแตกต่างกัน 

จอร์จ โซรอส มีสโลแกนหนึ่งที่พูดว่า survive first rich later เขาเน้นการรับมือกับความเสี่ยงที่เหมาะสม เสี่ยงยังไงให้พอประมาณ(แน่นอนว่าสำหรับคนภายนอก ที่มีความรู้ มีฐานทุนไม่เท่าเขา มองว่าโครตเสี่ยง แต่ตัวเขาหลับสบาย) รักษาเงินทุนให้อยู่รอดไม่สูญหาย และสร้างกำไรต่อเนื่องยั่งยืน 

ส่วน วอเรนต์ บัพเฟต ก็พูดเรื่องนี้คล้ายกันคือ มองว่า "จงอย่าขาดทุน" มันสอนให้ตระหนักความเสี่ยง เป็นสำคัญ 

แน่นอนว่า วอเรนต์ บัพเฟตเน้นที่พื่นฐานกิจการ เน้นการลงทุนระยะยาว แต่ในแง่การบริหารเงิน พอร์ตของกองทุน Berkshire ก็มีการใช้กลยุทธเชิงรุกเขาลงทุนในสินค้าเก็งกำไร และก็ต้องนับถือให้เครดิตบัพเฟต และทีมงานเพราะ ปีนี้ทำกำไรจาก derivative จำนวนมหาศาล และพอร์ตของกองทุนมีการเข้า bet ใน Options ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์ในการบริหารเงินลงทุน


ที่ผมจะสื่อคือ ในแง่ความเป็นจริงการไปแบ่งแยกมันไม่เกิดประโยชน์เพราะ การแบ่งแยกนักลงทุน นักเก็งกำไร สิ่งที่ต่างหรือกระบวนการ แต่ถ้ามองให้ลึกศึกษาให้เข้าใจจริงๆทั้งสองด้านพบว่าปรัญชา หรือวิธีคิดพื้นฐานของคนที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนักเก็งกำไรระดับโลก หรือ นักลงทุน นั้นไม่ได้แตกต่างกัน สาระคือเข้าใจในเครื่องมือ ในกระบวนการที่ใช้ให้ดี ชัดเจน แล้วเลือกใช้จุดเด่นให้ถูก เพื่อบริหารเงิน บริหารพอร์ตลงทุนให้เติบโต

พอร์ตลงทุนของเซียนหรือกูรูตัวจริงระดับโลก เขามีทั้งส่วนของ beta และ alpha ส่วน beta ที่เข้มข้นเน้นสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา หรือทำกำไรแบบมีนัยยะ เขาก็จะบริหารความเสี่ยงอีกแบบหนึ่ง และใช้ระบบอีกแบบ ส่วนของ alpha เขามองในลักษณะความเสี่ยงที่ต่ำเน้นแน่นอน เน้นการกินกำไรในรูปแบบกระแสเงินสดที่ออกมาต่อเนื่อง ในระยะยาว ที่สำคัญพยายามลดความเสี่ยง ให้ได้มากที่สุดเปลี่ยน alpha กลายเป็น true alpha (แนวคิด ray dalio) ด้วยการดึงต้นทุนออกจากการเข้าลงทุน ให้กำไรต่อกำไรต่อไป 

สรุปมาถึงตรงนี้อยากให้เห็นว่า ถ้าเราเข้ามาสู่ตลาดหุ้นระยะยาวหลายๆปี วิธีคิดเราจะเปลี่ยนไปครับ เราจะไม่ได้มองแต่กระบวนการ มองที่การหักเอาหรือการเข้าทำกำไรหากำไร การเลือกหุ้น การหาจังหวะเข้าซื้อหุ้น เพียงอย่างเดียว

แต่มุมมองที่จะทำให้อยู่รอดต้องศึกษา เรื่องของการบริหารจัดการเงิน การจัดการความเสี่ยง และการบริหารพอรต์ในภาพรวม นักเก็งกำไรมืออาชีพก็ไม่ต่างจากนักลงทุน เพราะมองไปที่ความยั่งยืน และความงอกเงยของพอร์ตเช่นกัน 

แต่กระบวนการได้มาของกำไร จากส่วนต่างราคา ที่มีความเสี่ยงมากกว่า เงินปันผล ทำให้ นักเก็งกำไร ต้องเข้าใจการบริหารความเสี่ยงให้ดี สิ่งหนึ่งผมยึดถือมาตลอดหลายปี บนเส้นทางนี้ก็คือปรัญาการเก็งกำไร ที่ผมได้เรียนรู้จาก แนวคิดของเซียนเก็งกำไรมืออาชีพระดับโลก มี 3 ข้อง่ายๆดังนี้

1. รักษาเงินต้น รักษากำไรที่ได้มาให้ได้
2. สร้างกระแสเงินสด ทำกำไรต่อเนื่อง แน่นอนอย่างยั่งยืน
3. ทำซ้ำข้อ 1 และ 2 ไปเรื่อยๆ

ถ้าเราสามารถปฏิบัติตามได้ เราก็จะสามารถอยู่รอด และสร้างพอร์ตให้เติบโต ในรูปแบบอัตรากำไรทบต้น จากตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ได้ต่อไปในอนาคต แน่นอนว่าเมื่อพอร์ตโตขึ้นเรื่อยๆ มีกำไรมากเรื่อยๆ ก็นำกำไรไปเติมในส่วนของ alpha จุดหนึ่งเราก็จะสามารถ เกษียณ หรือผ่อนแรงลง ไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้เหมือนกัน