วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

เทคนิคการเก็งกำไรระยะยาว

นักเก็งกำไร หรือ เทรดเดอร์ คือ คนที่สนใจสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา นักเก็งกำไรโฟกัส ที่ราคาของสินทรัพย์ เป็นสำคัญ ร่วมด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบ เช่น ปริมาณการซื้่อขาย(volume) และข้อมูลเชิงเวลา ที่สัมพันธ์กับราคา 

นักเก็งกำไร ไม่จำเป็นต้อง เน้นซื้อๆขายๆในช่วงเวลาสั้นๆเสมอไป แต่การเก็งกำไรสามารถเล่นกับช่วงเวลาที่ยาว และกว้างออกไปได้ แบบไม่จำกัด ตามกลยุทธ์ ตามระบบเทรด ที่ออกแบบ เช่นยาวตามแนวโน้มใหญ่ระดับ วัน ระดับสัปดาห์ ระดับเดือน หรือตามวัฎจักรของสินทรัพย์ เราเรียกรูปแบบเหล่านี้ว่า การเก็งกำไรระยะยาว

ตรงนี้ถ้าศึกษาดีๆ ให้แตกฉานจะพบกลยุทธ์ ที่สามารถทำเงินและประสบกับความสำเร็จได้เช่นกัน

แต่การเป็นนักเก็งกำไรระยะยาว มีความเสี่ยง และมีข้อจำกัด ที่แตกต่างจากการเก็งกำไรระยะสั้น อยู่หลายประเด็น(แน่นอนว่ามีข้อเด่น ข้อได้เปรียบที่แตกต่างกันด้วย) ประเด็นหนึ่งทึ่ต้องตระหนักคือ ความเสี่ยงเชิงเวลา การถือครองสินทรัพย์ ในพอร์ต ระยะเวลานานแปลว่า เรามีโอกาสรับความเสี่ยง ต่างๆทั้งแบบเป็นระบบและ ไม่เป็นระบบ จากปัจจัยภายในภายนอกเข้ามาได้เสมอ

ดังนั้น โมเดลการป้องกันความเสี่ยง ในจุดนี้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากสำหรับ การเก็งกำไรระยะยาว 

ผมมองว่า เพื่อนๆจำนวนไม่น้อยไม่ได้เป็น fulltime trader ดังนั้นการเรียนรู้เทคนิคการเก็งกำไรระยะยาว น่าจะเป็น solution ที่ดีสำหรับการเทรดไป ทำงานประจำอื่นๆไป เพราะด้วย เวลาที่ต้องใช้ในการเทรด ต่อวันจะไม่มาก (ติดตามดูบ้างเป็นบางครั้ง) แต่ได้ผลตอบแทนที่ดี จากการเข้าเก็งกำไรในการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น

ดังนั้นอนาคตจะพยายามเขียน บทความแนวนี้ให้มากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับเพื่อนๆและสมาชิกเว็บcwayinvestment

วันนี้ขอเริ่ม part 1 เรื่องแนวคิด ในการออกแบบระบบการเทรดระยะยาวกันก่อน

การประเมินความเสี่ยง ตรงนี้คือ Key ของความสำเร็จในการเทรดระยะยาว ไม่ใช่หลับหูหลับตาซื้อหุ้น ซื้อตามกูรู ตามโพย แบบนั้นเน่า เพราะการเก็งกำไรระยะยาว สิ่งสำคัญคือต้องถูกที่ ถูกเวลา

1."ถูกที่"
คือต้องถูกตัว เลือกหุ้นมีอนาคตเติบโต มี story รองรับระยะยาว (กลุ่ม mega trend ของสังคม) story นี่จะสร้างความคาดหวังในอนาคต  เพื่อให้เกิดคุณภาพของแนวโน้มราคาที่เป็นบวก จำไว้เสมอเราเป็นนักเก็งกำไร ส่วนต่างราคาคือ สิ่งที่มีค่า อะไรซื้อมาแล้วไม่เกิดกำไร ซื้อมาแล้วไร้อนาคต อย่าไปอมไปเสียเวลา อีกสมการที่ นักเก็งกำไร ต้องรู้จักคือ 

ราคาตลาด = มูลค่าพื้นฐาน + ความคาดหวังในอนาคต(+/-)

การเทรด เราวิเคราะห์กราฟราคาตลาด แต่ราคาเคลื่อนแกว่งไปมา มันมาจาก "ความคาดหวังในอนาคต" ตรงนี้คือแก่นสำคัญ 

การมองความคาดหวังในอนาคต คือ การมองปัจจัยเสี่ยงภายนอกภายใน ให้ครบ และกำหนดน้ำหนักความรุนแรง ดูว่ามันออกเป็น story เชิงบวกเป็นลบ ต่อ ราคาตลาด

- ปัจจัยเสี่ยงภายนอก เกิดภายนอกกระทบ sentiment และอาจจะไม่มีมีความเสียหายในระยะยาว  เช่น ประเด็นเศรษฐกิจของประเทศ , กำลังการซื้อของผู้บริโภค, อัตราดอกเบี้ย, นโยบายของภาคการเมือง , วัฎจักรอุตสาหกรรม , fundflow ต่างชาติ เป็นต้น  

- ปัจจัยเสี่ยงภายใน เกิดต่อตัวหุ้น ตัวสินทรัพย์ เต็มๆ โดดๆ โดนแล้ว หนัก เช่น ต้นทุนการผลิต ต่างๆ, การตลาด การแข่งขัน ช่องทางจำหน่ายสินค้าของบริษัท, รวมถึงผลประกอบการเบื้องต้น(ไม่ต้องขนาดไปแกะงบ เอาแค่รู้กำไรขาดทุนก็พอ เพื่อใช้วางแผน ออกหรือถอยเมื่อมีปัญหาหนัก) พวกนี้ทำความเข้าใจดีๆ เพราะการเราเทรดระยะยาว คือ เราต้องดีลกับหุ้นตัวนั้นนาน ตรงนี้สำคัญครับ และถ้าเข้าใจใช้เป็นจุดได้เปรียบมาก ในการบริหารความเสี่ยง ยกตัวอย่างเช่น บริษัทขายน่้ำมัน ถ้าราคาน้ำมันโลก ลดลง ย่อมมีผลกระทบต่อบริษัท หรือ บริษัทน้ำตาล ถ้าราคาน้ำตาลปรับขึ้นสูง ย่อมมีผลต่อกำไรบริษัทเช่นกัน 

การมองความเสี่ยงแน่นอนว่า ไม่ใช่จุดเข้าออก หรือสัญญาณซื้อขาย แต่เรานำมาใช้บริหารจัดการเงิน ในการเทรด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนมูลค่าพื้นฐานละไว้ เพราะการไปนั่งหา ไปนั่งงมเพื่อ valuation มันทำได้แต่ยากที่จะถูกได้ค่าที่แน่นอน 100% ตรงนี้ให้มันเป็นตัวแปรคงที่ ไปได้เลย โดยเราจะใช้การเลือกหุ้น ที่ผ่านการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เป็นหลัก

2."ถูกเวลา"
คือ การวิเคราะห์ราคาตลาด จังหวะเข้าต้องฉลาด สอดรับ แนวโน้มการเคลื่อนตัวของแนวโน้มราคา สอดคล้องวัฏจักรตลาด วัฏจักรอุตสาหกรรมช่วงขาขึ้น(กำลังเป็นกลุ่ม mega trend ของสังคม) อาจจะไม่จำเป็นเข้าที่จุดต่ำสุดเสมอไป แต่ก็ต้องไม่ใช่ไปเข้ามั่ว ในจุดเสียเปรียบ แบบนั้นถือยาวอมดอย กำไรก็ไม่เกิด

เมื่อมั่นใจหุ้นดี หุ้นเติบโต อย่าไปรีบเข้ามั่ว ถัวมั่ว รอให้เป็น มองจังหวะให้ออก ที่สำคัญ การเข้าในจุดที่ได้เปรียบ จากความบิดเบี้ยวของ ราคา อันเกิดจาก ความคาดหวังในอนาคต หรือเกิดอารมณ์ตลาด นี้เป็น Key ที่ได้เปรียบอีกตัว ของนักเก็งกำไรระยะยาว  



 ตอนหน้ามาต่อรายละเอียด ในแต่ละประเด็น รวมถึงกลยุทธ์และระบบเทรดกันครับ