วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

Defense Mechanism

จิตวิทยา ผมเองศึกษาเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ หลายคนอาจจะคิดว่าเทคนิคอลสำคัญ นับเวฟ ส่องกราฟได้แม่นๆนี่ดี
แต่พอชั่วโมงบินเยอะ เทรดไปมากๆเหมือนผมคุณจะพบว่า การเพิ่มขีดความสามารถของตัวเรา หรือการทำให้เราอยู่รอด

มันเป็นเรื่องของจิตใจ เป็นอันดับต้น มากกว่าการไปเดาราคา เดาอนาคต ส่วนตัวอยากใช้เรื่องพวกนี้มาสร้าง ระบบการฝึก เพื่อพัฒนาตัวเอง เพราะ หลายเรื่อง มันช่วยเราได้มาก โดยเฉพาะเทรดเดอร์ ที่ไม่ได้มีทุนรอน หรือมีโค้ชทางจิตบำบัดช่วย เหมือนเทรดเดอร์ของ firm ต่างประเทศ

จิตวิทยา เป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ เรียนรู้เพื่อเข้าใจ และใช้วางแผนรับมือ มันช่วยลดทอน ความเสี่ยหายได้มาก 
วันนี้มาเล่าเรื่องจิตวิทยา เบื่้องต้นให้ฟังกันครับ พยายามไม่เขียนอิงวิชาการ เอาเรื่องเข้าใจง่ายๆ และลองยกตัวอย่างให้พวกเราได้เรียนรู้กัน

ขอพูดถึง กลไกการป้องกันตัวเองทางจิต อธิบายง่ายๆคือ มนุษย์ อยู่รอดในสังคม ได้เราต้องแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่ร่างกาย จิตใจก็สำคัญ
โดยเฉพาะยิ่ง สภาพสังคม สภาพสถานการณ์รอบตัวบีบคั้น ให้เจอความทุกข์ ความไม่สบายใจ จิตใจตัวเรา จะสร้างกลไกการปกป้องนี้ขึ้นมาทำให้เราเข้มแข็ง และเอาตัวรอด จากสิ่งที่เลวร้าย หรือความผิดหวังได้ 

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเทรด??
 จริงๆแล้วการเทรด ไม่ว่าจะหุ้น หรืออนุพันธ์ เราเดาอนาคตไม่ได้แน่นอน 100% แปลว่ามีโอกาสผิดพลาด ขาดทุนเสมอ ตรงนี้มันเป็นเรื่องปกติ ดังคำกล่าาวของเซียนหุ้นท่านหนึ่ง บอกว่าการขาดทุนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การรับมือกับการขาดทุนต่างหากที่เป็นเรื่องยากและใหญ่

ธรรมชาติของคน เราอยากเป็นผู้ชนะ อยากถูก อยากสมหวัง อยากได้กำไร ทุกครั้งที่ขาดทุน อารมณ์ก็จะเกิด ถ้าขาดทุนมาก ขาดทุนหนักต่อเนื่อง อารมณ์ก็ฝังลึก จนกลายเป็น ปม ทำให้มีผลทางจิตมาก 

คนข้ามตรงนี้ไม่ได้ ก็มีปัญหาหลายอย่าง เช่นการขายหมู การไม่กล้าเข้าซื้อ การไม่ตัดขาดทุน การกลัวขาดทุนต่อเนื่อง ความวิตกกังวล เครียด โกรธ หงุดหงิด

กลไกป้องกันตัวเอง

คนที่ขาดทุน แล้วรับมือกับปัญหาทางอารมณ์ไม่ได้ มักจะติดกับดักทางจิต โดยเฉพาะเรื่อง กลไกป้องกันตัวเองเข้ามาแทรกเพื่อตอบสนองกับการขาดทุนหรือความผิดหวังที่เกิด ได้แก่

1 การปฏิเสธ :
ไม่ยอมรับความผิดพลาดที่เกิด ไม่ยอมรับความจริงอันเป็นสาเหตุของความผิดพลาด การขาดทุน
2 โทษผู้อื่น :
อันนี้เจอเยอะ โทษตลาด โทษเจ้ามือ โทษกูรู โทษโบรกเกอร์ โทษ ไปหมด เพื่อทำให้ตัวเองสบายใจ เพื่อรีบลืมความผิดหวัง
3 การหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง :
เช่นถ้าเราขาดทุนทองคำ แล้วมีเพื่อน ขาดทุนด้วย ก็มักจะมีข้ออ้างให้สบายใจ ,  การเลือกเสพรับฟังข่าวที่มาเสริมเข้าข้างตัวเอง , การบ่นว่าไม่ใครช่วยเหลือเรา
4 การแบ่งแยก:
คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ดีเพราะแตกต่างจากคนอื่น เช่นมีเงินน้อย พอร์ตเล็ก ไม่ฉลาด เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้สำคัญ เพราะถ้าติดกับดัก กลไกการป้องกันตัวเอง มากๆ มันจะทำให้เราไม่เรียนรู้จากความผิดพลาด ทำให้ผิดจนเป็นนิสัย 
เมื่อติดเป็นนิสัย ตัดสินใจกระทำ ซ้ำผิดพลาดเรื่อยๆ มันจะกลายเป็นสันดาน และกลายเป็นอุปสรรค์ในความสำเร็จ เราก็จะไปไม่ถึงเป้าหมาย ได้แต่พายเรือวนในอ่าง กำไรขาดทุน ได้น้อย เสียหนัก ล้างพอร์ต สุดท้าย ก็ต้องทำงานประจำหาเงินมาเติมพอร์ต อยู่ดี

 ตรงนี้คือความแตกต่างระหว่าง มือสมัครเล่นกับมืออาชีพ มือสมัครเล่นแมงเม่า อยากเข้ามาเก็งกำไร แต่ขาดทุนไม่เป็น ขาดทุนแล้วไม่กล้าหยุดขาดทุน ขาดทุนแล้วไปไม่เป็น ตัดสินใจผิดพลาด ถั่วเฉลี่ย เปิด Order ตรงข้าม ทำอะไรแบบมั่วๆ จนกลายเป็นเสียหายหนักเกินรับมือ แต่ต่างจากมืออาชีพ ที่ทุกครั้งการเดิมพัน เขารู้ว่าจุดไหนคือจุดที่ต้องหมอบ ต้องพอ รู้ขาดทุนแค่ไหนที่รับได้ แล้วพร้อมจะก้าวเดินต่อ

ดังนั้น อย่าพยายามไม่ชิงดีชิงเด่น หรือแข่งขันกับใครเลยครับ พยายามเอาชนะตัวเองให้ได้ เอาชนะจิตใจตัวเรา ให้สำเร็จ กล้าเผชิญหน้ากับความล้มเหลว ความผิดพลาด ยอมรับและเรียนรู้จากมัน สักวัน เราจะกล้าแข็ง และเติบโตอย่างยั่งยืน ครับ

Mr chaipat