วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

You Know Nothing

ผมแนะนำเทรดเดอร์หลายคนไปมากมาก ว่าให้จด diary เพราะถ้าเรายิ่งบันทึก เราจะยิ่งเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองได้เร็ว


ผมไม่ได้สอนอย่างเดียวแต่ผมทำด้วย ทำมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ตัวเองเริ่มเข้ามาในตลาดหุ้น สิ่งหนึ่งที่ผมทำคือ ผมพยายามเปลี่ยนตลาดหุ้นให้กลายเป็นโรงเรียน สร้างให้การทำงานทุกวันเป็น บทเรียน แห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้จากอุปสรรค์ จากปัญหา และข้อผิดพลาดของตัวเรา


ปีแล้วปีเล่าผ่านไป ถ้าเราอยู่รอด มันยิ่งทำให้เราแข็งแกร่งและเรียนรู้อะไรมากมาย ตรงนี้มันเหมือนเป็นการฝึกฝนและหล่อหลอมตัวเราเอง


ผมเอาภาพจาก diary ของผมมาโพสให้พวกเราดูเป็นตัวอย่าง ภาพนี้ตอนปี 2011 ตอนนั้นดัชนีทดสอบ 1100 ยืนได้ไม่นานโดยขายถล่มลงมา 100 จุด ผู้คนแตกตื่น มุมมองของคนไม่น้อยไปทางลบ

ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่ามันจะไป 1600 จุด เซียนไม่น้อยก็ฟันธงไปทางลง มากกว่าขึ้น ความกังวล ความกลัว ความกดดันทางการเมือง แพทเทรินเชิงลบ มีออกมา ลากกราฟออกมา ให้เห็นได้ทุกวัน


แล้วประเด็นเปลี่ยน กระแสเงินไหลเข้า ทุกอย่างออกมาดี ดัชนีก็วิ่งไปต่อได้
จากนั้น ข่าวดีตามมาเป็นกระบุง กระแส hothit ของตลาดหุ้นรอบสองก็เกิด SET วิ่งรับ QE2 QE3 มาถึง 1600


สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้มาตลอดหลายปี คือเรื่องของ "ความน่าจะเป็น" พอเอามาใช้ในตลาดเก็งกำไร ที่ยิ่งดูยิ่งเห็นถึงการเป็น random walk ที่พฤติกรรมราคาสามารถแปรเปลี่ยนไปตามกลยุทธ์ของผู้เล่นรายใหญ่และสถานการณ์ที่เกิด ยิ่งทำให้เรียนรู้ และตระหนักอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะการตระหนักถึงความเสี่ยง  อันเกิดจากการไม่รู้อนาคตที่จะมาถึง

"ตลาด" มีอะไรมาทำให้เราแปลกใจได้เสมอ ครับ

คำแนะนำผมคือ เลิกเดา เถอะ ลองเปลี่ยนจากการเป็นนักทำนาย มาเป็น นักประวัติศาสตร์ มาเป็นนักพฤติกรรมศาสตร์
พยายาม flow ไปกับการเคลื่อนที่ของราคา อย่าไปดักทาง ไปคาดเดา เพราะมันไม่มีทางถูกต้องได้ 100% อยู่แล้ว
ถ้าเราไหลไปได้ เราจะมองเห็น โอกาส มองเห็นสภาวะที่เป็นไปตามจริง
เมื่อเห็น เมื่อเข้าใจ จะเกิดการเรียนรู้ เราจะพบหนทางการอยู่รอดครับ ฝากเอาไว้

ปล. เขียนเรื่องนี้เพราะอยากให้น้องๆเหล่าเทรดเดอร์ เตรียมตัวนะครับ เพราะยุคเปลี่ยนผ่านกำลังมาถึง
อย่าทำตัวเป็น jon snow ที่ know nothing เพราะจุดจบ อาจจะไม่สวยก็เป็นได้