วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561

10 Things I've Learned from Meb Faber - "Just Survive"

ใช้เวลาว่างยามเช้านั่งฟัง podcast ในร้านกาแฟ Flirting with Models รายการโปรดสัมภาษณ์แขกรับเชิญผบห.กองทุนสาย Quant คนดังคุณ Meb Faber แห่ง Cambria Investments ผู้ตีพิมพ์บทความวิจัยQuantitative Approach to Tactical Asset Allocation ที่มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 200000 ครั้ง คุณ Corey Hoffstein สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวต่างๆหลายเรื่องที่น่าสนใจ ผมสรุปโน๊ตประเด็นหลักไว้ ประมาณนี้
1. Trend following ยังไม่ตาย
อันนี้คุยกันถึง paper ที่ Faber เขียนเน้นการทดสอบตัวกลยุทธ์แบบ TSMOM ผสมกับการจัดการความเสี่ยงและทำ TAA บน 5 asset calss หลัก ทำการทดสอบและตีพิมพ์ จากนั้นตอนปี 2012 กลับมา revise เอาข้อมูลใหม่(OSS) มาทดสอบกับระบบเทรดเดิม ผลก็ยังออกมาว่าการเทรดสไตล์ TSMOM ระยะยาวบน Global asset ยังเอาชนะตัวอ้างอิงได้


2. ไม่มีใครซื้อจุดต่ำสุดหรือขายจุดสูงสุดได้
นั้นคือประเด็นสำคัญที่ Faber ย้ำเรื่อง Trend Following มันเป็นการจับโอกาสจากการเคลื่อนตัวส่วนใหญ่ของ asset การเปลี่ยนแปลงตาม Fundflow ไม่ใช่การพยายาม outperform ตลาดจากโมเดลการพยากรณ์หรือหาจุดเปลี่ยนแปลงเฉพาะเช่น สัญญาณซื้อขายจากจุดกลับตัวสูงสุดต่ำสุดของราคา asset
3. ผลตอบแทนวัดระยะยาว
แน่นอนระยะสั้น คนส่วนใหญ่จะเทรดเดอร์หรือผจก.กองทุน ก็ต้องการชนะตลาด ต้องการมีผลงานที่ดี บางทีทำให้พยายามวิ่งไล่เข้าไปแลกกับความเสี่ยงมากไป จนผลออกมามันไม่ได้ดีหรือแย่ไป
4. S&P500 index & Global Asset
การวัดผลงานเทียบ S&P500 จริงๆมันก็คือ Trendfollowing ตัวหนึ่ง แต่การใช้ TrendFollowing หรือการเทรดบน TSMOM ไม่ใช่แค่เกาะตาม Trend เราสามารถเพิ่มประสิทธิ์ภาพ ลดความผันผวน ลด Drawdown ที่เกิดด้วยการทำ TAA บน global asset ตามปัจจัยความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่ดี ลดการจำกัดความเสี่ยงเฉพาะในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
5. ขจัดอารมณ์
เขาบอกว่าการมีแผนมีระบบเทรดสำคัญ เพราะถ้าไม่มีอะไรยึด มักจะพลาดตามอารมณ์ บ่อยครั้งมากภาวะ sentimental อาจจะทำให้คนไม่ต้องการซื้อ หรือขาย และทำให้เกิดความผิดพลาดเสียโอกาสตามมา
6. เรียนรู้จากประสบการณ์
ยิ่งอยู่ตลาดนานๆ จะพบสิ่งที่เกิดมาก ทดลองทำให้มากผิดก็เรียนรู้ไป สำคัญการศึกษาจากข้อมูลที่เกิดในอดีต เพื่อทำความเข้าใจภาวะสถานการณ์ ทดลองไอเดีย กลยุทธ์ต่างๆจากนั้นเลือกสิ่งที่มันเหมาะสมและทำงานได้ดีในระยะยาวไม่ใช่ระยะสั้นหรือภาวะใดภาวะหนึ่ง
7. ไม่ติดกับแค่ผิดหรือถูก
บ่อยครั้งถ้าสนใจแค่ผิดหรือถูกแบบ binary ในสินทรัพย์เดียวบนกรอบเวลาใดเวลาหนึ่ง มันจะทำให้เกิดข้อจำกัด โดยเฉพาะบางช่วงการผิด/ขาดทุน อาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น เช่นจาก market volatile ซึ่งตรงนี้ ถ้าเราเพิ่ม factor พิเศษเช่น time เพิ่มระยะเวลาการรอคอย,มีการปรับเปลี่ยนทยอยลดน้ำหนักไปยัง asset อื่นๆที่มีเงื่อนไขแตกต่างไป ผลลัพธ์รวมสุดท้ายมันอาจจะดีขึ้น
8. ผสมและหลากหลาย
ไม่จำเป็นต้องจำกัดใน asset ประเภทเดียว เช่นเดียวกันสามารถผสมกลยุทธ์ long term,กับ ts-momentum เพื่อกระจายความเสี่ยงและใช้ประโยชน์โอกาสที่เกิดในทุกด้าน


9. เรียบง่าย ผสม ซับซ้อน
คุณ Faber บอกว่าเขาเริ่มจากสิ่งที่เรียบง่าย เช่น Buy&Hold ในสินทรัพย์ประเภท High Value หรือมี Market discount , คำนวณส่วนลดจากต้นทุนค่า fee และ tax จากนั้นค่อยเพิ่มความซับซ้อนของระบบเข้าไปโดยเฉพาะเรื่องการจัดการความเสี่ยง
10. การอยู่รอดสำคัญ
Faber เขียน blog มา 10 ปีเขาพบว่าหลาย Fund หลาย Start up ที่เขาเคยศึกษาหรือรีวิว หรือแม้แต่คนเขียน blog เพื่อนบ้าน ปัจจุบันกว่าครึ่งล้มหาย เลิกทำไปหมดแล้ว เช่นปี 2017 มีเหล่า fund manager ปิดตัวไปหลายเจ้าจากผลตอบแทนที่ย่ำแย่ แพ้ตลาดติดต่อกัน
ตรงนี้เขามองว่ามันเป็นเกมส์ระยะยาว ที่ต้องอาศัยความพยายามและการทุ่มเท จริงจัง สิ่งสำคัญคือทำผลงานออกมาให้เหมาะสมกับความเสี่ยง ไม่ต้องเทพมาก หรือเร่งมากและ just surive ก็พอแล้ว
ฟังฉบับเต็มที่
https://www.stitcher.com/po…/flirting-with-models/e/55064724