วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

บันทึกหุ้น Defensive stock และ REIT Q3/2019

ปีนี้มีแต่คนบ่นเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ราคาหุ้นส่วนใหญ่เจอแรงขายกดดันจนราคาถอยลงค่อนข้างหนัก ยิ่งถ้าผลประกอบการออกมาไม่ดีด้วยราคายิ่งดิ่งลงใหญ่ โดยเฉพาะหลายตัวในกลุ่ม อสังหา, ธนาคารและการเงิน ขณะที่ปัจจัยจาก โครงการ EEC ปีนี้ยังไม่ได้มีผลบวกเท่าไหร่ต่อราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องเหมือนที่คาดหวังเอาไว้

ส่วนตัวพอร์ตปีนี้รอดได้ คาดปีนี้ return (กำไร+ปันผล) น่าจะปิดได้มากกว่า SET (return จากต้นปี +1.95%) เพราะต้นปีทำการปรับพอร์ต เปลี่ยนแผนมาเล่นเกมส์รับถือเงินสดมากพอควร+ เน้น Defensive stock (หุ้นธุรกิจปลอดภัย เช่น โรงไฟฟ้า, ประปา,สาธารณูปโภค)และ REIT ที่ปีนี้ทำผลงานค่อนข้างดี เนื่องจากชัดเจนคือกระแสเงินไหลเข้ากลุ่มนี้อย่างมาก ตั้งแต่ปลายปี 2018 , ที่น่าสังเกตกลุ่ม Defensive stock และ REIT ที่เคย low volatility ตอนนี้บางตัวค่า volatility ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ บวกกับ volume การเทรดหุ้นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มากกว่าค่าเฉลี่ยค่อนข้างชัด

ภาพแสดงราคาหุ้นจากต้นปี 2019 เส้นสีเหลืองนั้นคือ SET จะพบว่าราคาหุ้นกลุ่ม Defensive stock และ REIT มีผลตอบแทนบวกเหนือ SET แต่ขณะเดียวกัน volatility แตกต่างจากปี 2017 2018 ด้วย(การไปไล่ซื้อหลังจากนี้อาจจะไม่ง่ายเพราะ price in ไปมากพอควร) จุดหนึ่งสะท้อนเงินไม่ได้ไหลออกจากตลาดหุ้น ยังค้ำดัชนีอยู่แต่ย้ายไปประเภท ความเสี่ยงต่ำแทน (จุดนี้ลึกๆลุ้นถ้า trade war จบดีอาจจะเห็น positive sentiment กลับมาอีกรอบได้เช่นกัน)

บันทึกข้อมูลนี้ไว้ เพื่อเตือนตัวเองว่าตลาดหุ้น/ราคาหุ้น คาดเดาไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ แต่ความเสี่ยง(risk) ที่เกิดกับพอร์ต เราสามารถควบคุมมันได้เสมอ



ปล. การไปไล่ซื้อ Defensive stock และ REITหลังจากนี้อาจจะไม่ง่ายเพราะ ราคาปรับขึ้นสูง จะซื้อจ่าย premuim ที่แพงขึ้น
ปล. การเคลื่อนของเงินในตลาดหุ้นยังต้องจับตามอง ผลจากการไม่ต่ออายุ LTF เงินที่หายไปในอนาคต ตัวเลขจากรายงานข่าวช่วยดันตลาดรอบ 10 ปีกว่า 3 แสนล้านบาท , จำนวนประชากรเข้ามาลงทุนผ่านกองทุน 2-3 ล้านคน ซึ่งถ้ากองทุนใหม่มาแทนดึงเม็ดเงินมาเพิ่มได้มาก แม้ตลาดหุ้นจะชะลอตามภาวะเศรษฐกิจแต่คงจะไม่เกิดการ crash ร่วงที่รุนแรงมากนัก