สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563

Bitcoin is going to disrupt payments.??

บทความจากคุณ charlie อธิบายถึงตอนปี 2010 กระแสสกุลเงินคริปโตและบิตคอย มาแรงมาก ท่ามกลางการก้าวกระโดดของราคาตลอดหลายปี บนความเชื่อที่ว่า จะมาแทน หรือดิสรัป โมเดลการจ่ายเงินแบบเดิม ซึ่งกระทบโดยตรงต่อ digital และ online payment

แต่สิ่งที่เกิด ค่อนข้างจะไม่เป็นไปตรามความเชื่อหรือสมมติฐานนั้น คุณ charlie bilello นำเสนอข้อมูล return ของราคาหุ้น VISA และ Mastercard ตั้งแต่ช่วงปี Jan 2009 ที่เริ่มมีการแลกเปลี่ยนและใช้ Bitcoin จนถึงปัจจุบันราว10 ปี กว่า ผลคือ Visa: +1,462% และราคาหุ้น Mastercard: +2,139% (ครับอ่านไม่ผิด ไม่ใช่หลักร้อยแต่เป็นหลักพันเปอร์เซนต์ ในขณะที่ความผันผวนต่ำกว่าบิตคอยหลายเท่านัก)
ธุรกิจของสองบริษัท ยังมีกำไรและขยายตัวได้ต่อเนื่อง เช่นเดียวกับนักลงทุน ที่ถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้



สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่การ disruption แต่น่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ทำให้สอดคล้องกับโลกออนไลน์และสังคมไร้เงินสด ในอนาคตมากกว่า ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์อ้างถึงตัวเลขการใช้ สกุลเงินคริปโต สำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้า ในโลกจริง ที่ยังมีปริมาณน้อยมากในการนำไปใช้เมื่อเทียบกับ payment method อื่นๆ

ข้อมูลจาก
@charliebilello

การเพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำเพียง $1 สามารถลดอัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มคนทำงานได้ถึงเฉลี่ย 4%

ผลงานวิจัยเผยแพร่ใน Journal of Epidemiology and Community Health ระบุการเพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำเพียง $1 สามารถลดอัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มคนทำงานอายุระหว่าง 18 - 64 ปีที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายลงไป ได้ราว 3.4% to 5.9% (เทียบเท่ากับประชากรหลายพันคนต่อปี) งานวิจัยนี้ดูเหมือนจะถูกใช้เป็นแรงกระตุ้นในภาคการเมืองและผู้กำหนดนโยบายหันมาเพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำให้เหมาะสม (สอดคล้องกับการปรับเพิ่มของค่าครองชีพในเมืองใหญ่)



ดูจากการศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ของค่าแรงกับความสุขในชีวิตของคนในประเทศที่เจริญแล้ว หรือกำลังพัฒนาก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เงินรายได้ ที่เพียงพอ นั้นมีบทบาทสำคัญต่อความสุขที่จะเกิด
ขณะเดียวกันค่าครองชีพของอเมริกา ก็มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากภาพล่าสุดจะเห็นค่ารักษาพยาบาล, ต้นทุนการเลี้ยงดูบุตร และอื่นๆ ล้วนมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

อ้างอิง

วิกฤติวัยกลางคน(midlife crisis) นั่นอาจจะเกิดขึ้นได้

ผลการศึกษาด้านความสัมพันธ์ของอายุและคุณภาพชีวิต ของ Professor David Blanchflower จาก Dartmouth College ตีพิมพ์ผลการวิจัยลง National Bureau of Economic Research
แสดงให้เห็นว่า วัยกลางคน คือช่วงอายุที่ คนส่วนใหญ่จะพบกับความทุกข์มากสุดในชีวิต จากค่าสถิติพบว่าช่วงอายุ 47.2 จะเป็นจุด Peak ของความห่อเหี่ยวและความทุกข์

จากภาพผู้วิจัย แสดง "happiness curve" จากค่าการวิเคราะห์ข้อมูล ออกมาเป็น U shape จุด 47.2 ในประเทศที่พัฒนาแล้ว(median wage ระดับสูงและอายุเฉลี่ยประชากรค่อนข้างยาว) จากนั้นก็จะเริ่มผ่อนลงอาจจะเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ หรือการยอมรับในสิ่งที่เกิด ทั้งฐานะการเงิน สุขภาพ ครอบครัว และตำแหน่งหน้าที่การงาน



ผู้วิจัยเน้นถึงการสร้าง เกาะป้องกันสุขภาพจิต ที่คนควรหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะอนาคต ถ้าโลกเผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมืองต่างๆ ที่ผลต่อ คุณภาพชีวิตคน รายได้และความมั่นคั่งของคนวัยทำงาน ที่มีภาระรายจ่ายและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ปัญหาและวิกฤติมันเกิดได้แน่ สุดท้ายจะผ่านวัยกลาง ได้อย่างไร คงจะต้องเป็นเรื่องที่ ต่างคนต่างต้องเตรียมพร้อมและวางแผนจัดการทั้งเรื่องเงิน เรื่องสุขภาพและ mindset กันเอาเอง



วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

2019 Asset Performance

ข้อมูลเทรดค่าเงินและทองคำ ปีที่ผ่านมานะครับ ในภาพนี้ผมสรุปค่า Return และ Risk ของค่าเงินสกุลหลักและทองคำ มาให้ดู เหมือนได้อธิบายไปว่าปีที่ผ่านมา ความผันผวนในค่าเงินไม่สูง(เมื่อเทียบอดีตและค่าอ้างอิง) 

ด้าน Return ส่วนใหญ่ก็เป็นบวก โดยเฉพาะ CAD GBP ที่กลับมาได้จากการถดถอยหลายปีก่อนหน้า , ส่วนตัวที่ return ติดลบเช่น EUR ก็ไม่มาก -2.16% ส่วน AUD ต้นปีไม่ดีปลายปีบวกกับทำให้จบปี -0.43% ถือว่าไม่เยอะ (อีกนัยยะหนึ่งคือ ถ้าถือค่าเงินเหล่านี้ไว้ โดยไม่ใช้อนุพันธ์ไม่มีผลกระทบจาก leverage โอกาสจะขาดทุนหมดตัวน้อยมาก )

ส่วนค่า Anualized Volatility ของ Fx สกุลหลัก มากสุดราวๆ 11% กลุ่มผันผวนสูงเช่น JPY และ AUD เล่น story ของ Trade War ทังปี
จากข้อมูลจะพบว่า Fx ยังผันผวนน้อยกว่า GOLD และ S&P500 แต่สาเหตุที่คนเทรด forex แล้วขาดทุนล้างพอร์ต มันไม่ได้เกิดจาก asset มันมาจากการเทรดโปรดักซ์พวกอนุพันธ์ CFDs ที่ใช้ Leverage สูง เช่น 100x 500x พอคูณค่าความผันผวน ยามผิดทางก็หมดตัวแน่นอน



เป็นเทรดเดอร์รายย่อย มีเงินจำกัด ต้องวางแผนดีๆ ดังนั้นการป้องกันจัดการความเสี่ยง(Risk Management)และความเข้าใจในการใช้ leverage เป็น Key สำคัญมากที่เทรดเดอร์ควรศึกษาและเข้าใจมันอย่างแท้จริง ก่อนที่เข้ามาเทรด เพื่อการอยู่รอดในระยะยาว
ปล. leverage มันเป็นดาบสองคม ใช้ได้แต่ต้องใช้ให้เป็น และไม่ควรใช้จนทำให้ Over trading จนเกิดผลกระทบจากความเสี่ยงที่มากเกินรับมือ

ดีที่สุดในจุดที่ยืน

เมื่อปลายปีที่แล้ว มีโอกาสได้ทดลองให้เทรดเดอร์และสมาชิกที่ติดตามทำแบบสอบถาม ถึงผลการเทรดในปี 2019 ที่ผ่านมา โดยมีสมาชิกเทรดเดอร์ที่ร่วมตอบประมาณ 200 ท่าน (เฉพาะตลาด FX และ Gold)
ผลที่ออกมาค่อนข้างน่าสนใจคือ 62% นั้นยอมรับกับผลงานตัวเอง แต่ยังคิดว่าควรจะต้องปรับปรุงตัวต่อไป ในขณะเดียวกัน 21.9% นั้น แย่และขาดทุนหนัก มีแค่ 1.8% เท่านั้นที่ คิดว่าผลงานตัวเองสุดยอด

ในโจทย์การศึกษาเดียวกัน ข้อมูลจากการสำรวจเชิงลึกเพิ่มเติม ผมได้มีโอกาสเอาไปวิเคราะห์ต่อ แยกประเภทกลยุทธ์ , อายุ และอาชีพ(เวลาที่พร้อมใช้เทรด) ทำให้เห็น infomation และ pattern บางอย่างที่น่าสนใจหลายประการ เช่นกลยุทธ์ยอดนิยม คนใช้เยอะแต่กลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่ขาดทุน ในขณะเดียวกันส่วนน้อยบางคนก็ทำผลงานได้ดี , หรือกลยุทธ์เดียวกันเทรดใน asset ที่แตกต่างกัน ผลงานก็ออกมาแตกต่างกันไป อนาคตจะมาเล่าให้ฟังต่อไป



ส่วนท่านใดที่ปี 2019 ยังทำผลงานได้แย่ และไม่ดี ก็ค่อยๆเรียนรู้และพัฒนาตัวเองกันต่อไป Key สำคัญไม่ใช่การลอกหรือทำตามคนอื่นๆ แต่ต้องเป็นการเรียนรู้ ทดลอง ฝึกฝนและสร้างแนวทางการเทรดที่เหมาะกับตัวเอง ให้เจอครับ

Your Money Or Your Life

หนังสือเล่มแรกของปีที่มีโอกาสได้อ่านจบ เล่มนี้มีแปลภาษาไทยชื่อ "เงินหรือชีวิต : Your Money Your Life" ของ Joe Dominguez และคณะ เขียนแนวคิดของเงินได้ดีมาก จริงๆแนะนำให้ลองหามาอ่านกันโดยเฉพาะ เด็กเพิ่งจบมหาวิทยาลัย หรือ คนที่ไม่เคยศึกษาเรื่องของ เงิน มาก่อน
แนวคิดหนึ่งที่ดีมาก คือการนิยามว่าการหา "เงิน" คือ สิ่งที่เราใช้พลังงานชีวิตไปแลกมา โดยมีต้นทุนเช่น เวลา และสุขภาพ มาประกอบ โดยในเล่มนี้โยงให้เห็น หน่วยของเงิน ในเทอมของ"เวลา"ด้วย ทำให้เราเห็นภาพมากยิ่งขึ้น ว่า เรากำลังจะเอาพลังชีวิต 1 วันของเราไปใช้ทำอะไร และผลตอบแทนที่ได้ มันคุ้มค่าหรือไม่? (ซึ่งบางคนไม่เคยคิดนะ)

รูปจากอินเตอร์เน็ต

เราใช้ "พลังงานชีวิต" ไปทำงานแลก "เงิน" จากนั้นเหนื่อย เบื่อ ทุกข์ เราก็เอา "เงิน" ไปเติม"พลังงานชีวิต" กลับด้วยการหา"ความสุข" ชั่วคราวใส่ตัว เช่น การใช้จ่ายซื้อของที่อยากได้ ,กินอาหารแพง, เที่ยวหรู สุดท้ายก็จะติด loop เดิม ไม่สามารถออกจากวงจรนั้นได้ ดังนั้น ถ้าจะ กำไร หมายความว่า จะต้องทำงานที่สร้างความสุข ก่อน และยิ่งถ้าได้ ผลตอบแทนในรูป "เงิน" ที่ดี อัตราเหมาะสมกับสุขภาพร่างกายและเวลาชีวิตที่เสียไป ยิ่งทำให้สบาย
นอกจากนี้ในเล่มสอนให้เราทำบัญชี จดบันทึกเพื่อจำแนก รายรับ รายจ่าย และบริหารมันให้ดี ให้เกิดการใช้อย่างคุ้มค่าและตรงเป้าหมาย ซึ่งเอาจริงๆ มันโยงไปถึงความพอเพียงนะ เพราะสุดท้าย มันเป็นเรื่องของความพอดี แต่ละคนอาจจะมีไม่เท่ากันหรอก

แต่สุดท้ายต้องออกแบบวิถีชีวิต การใช้ชีวิตของตัวเองให้เหมาะสม กับเงินที่มี พลังงานชีวิตที่เหมาะสมและความสุขที่เราต้องการ(อยู่บนความมีประสิทธิภาพในการใช้เงิน , สุขภาพ และคุณภาพชีวิตไปแลกมาด้วย ไม่สุดโต่งไป)
มีหลายประเด็นที่หนังสือนี้ สอนไว้ดีมาก อยากแนะนำให้ลองหามาอ่านกัน เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจ เห็นภาพรวมในการ Trade หรือการแลก พลังงานชีวิตของเราได้ดีขึ้นครับ

รายละเอียด
https://se-ed.com/s/cVAm

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2563

สวัสดีปีใหม่ 2020 แจก Year book

ขอบคุณมิตรภาพดีๆที่เพื่อนทุกท่านมอบให้
ขอบคุณสมาชิกที่ติดตามและเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมุมมองต่างๆกันตลอดทั้งปี

ปีใหม่นีัผมมีของกำนัลมาแจก เป็นหนังสือ Ebook "บันทึกเส้นทางเทรดเดอร์ปี 2019" ความยาว 298 หน้า บันทึกความรู้ ประเด็นเศรษฐกิจและเรื่องราวเกี่ยวกับการเทรดตลอดปี 2019 สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ link ด้านล่าง

ปล. ไฟล์อยู่บน Meb เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการแสดงผล ข้อความและฟอร์ทภาษาไทยบน macOS รวมไปถึงสามารถดูผ่านเปิดบนสมาร์ทโฟนและ tablet ได้อย่างสมบูรณ์ด้วย(2 ประเด็นนี้เป็นปัญหาที่หลายท่านมาแจ้งเข้ามา)
ปล. ก่อนเข้าอ่านก็สมัครสมาชิก Meb และดาวน์โหลด application ก็สามารถอ่านได้ทันทีครับ


หยุดพิจารณาตัวเอง ก่อนก้าวเดิน

ทุกต้นปีก่อนเริ่มทำงานผมใช้เวลา ในการทบทวนและวางแผนทิศทางชีวิต เพื่อทำให้ ตัวเราสามารถมองเห็นภาพรวมในเส้นทางที่จะเดินต่อไป รวมถึงจะช่วยเราประเมินความเสี่ยงและโอกาส ในทุกการตัดสินใจได้ดีขึ้น

เบื้องต้นผมเองใช้หลัก อิคิไก(ikigai) ของญุี่ปุ่นความหมายประมาณว่า "เหตุผลของการมีชีวิตอยู่" มีการถ่ายทอดและมีการสอนให้นำมาพิจารณาการดำเนินชีวิตของเรา โดยประยุกต์ใช้ตั้งคำถาม เพื่อใช้พิจารณาการงาน หรือกิจการที่เรากำลังทำได้

หลักของ อิคิไก คือการพิจารณาความสมดุล ได้แก่
-ความสุขที่ได้ ,
-รายได้/ผลตอบแทนที่ได้รับ,
-สิ่งที่เราทำได้ดี,
-ประโยชน์ต่อผู้อื่นทั้งทางตรงทางอ้อม

กรณีนี้ประยุกต์เพื่อพิจารณางานที่ทำเช่นถ้าเราเป็น "เทรดเดอร์" ลองตั้งคำถามตัวเราว่า การเป็นเทรดเดอร์ เราต้องการเป็นเพราะอะไร (อย่าไปโฟกัสแค่รวยอย่างเดียว) มันต้องมีเหตุผลประกอบ มีแรงจูงใจ ที่ทำให้อยากพยายาม ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าอยากเป็นเทรดเดอร์มาก แค่ไหน(เพราะสุดท้ายการพัฒนาตัวเองให้เก่ง มันต้อง trade off ต้องแลกหรือสละอะไรบางอย่างเสมอ)



เมื่อเราชัดเจน จะทำให้อยากทำงาน อยากเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในทุกวันที่ตื่นขึ้นมา เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นแรงขับดันให้เราเดินทาง ผ่านอุปสรรค์ ผ่านความยากลำบากไปถึงเป้าหมายได้

ดังนั้นก่อนเริ่มต้นเดินทางในปี 2020 อยากแนะนำให้ลองเอาหลัก อิคิไก(ikigai) ไปพิจารณาแล้ว เขียนคำตอบของเราลงในกระดาษ เพื่อทบทวนสิ่งที่เราทำอยู่ มันช่วยให้เรามองเห็นอะไรที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าเรากำลังทำในสิ่งที่เราต้องการ หรือเหมาะสมจริงๆหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม
https://themomentum.co/ikigai-japanese-secret/
https://becommon.co/life/ikigai/

New Year's resolution

ขึ้นปีใหม่ หลายคนเริ่มตั้ง New Year's resolution ของปีกัน บ้างก็คิดเอง(เอาจากปีก่อนหน้าที่ทำไม่สำเร็จ) บ้างก็ลอกๆตามเพจตามคนอื่นๆ จริงๆไม่ใช่เรื่องเสียหาย

แต่ถ้ามีเป้าหมายด้าน Wealth หรือเพิ่มรายได้ แนะนำก่อนจะตั้ง New Year's resolution ของตัวเอง ให้ชมคลิปนี้ อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ การเงินส่วนบุคคลโดยตรง แต่วิธีคิดในการหลีกหนี "ความจน" เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ครับ ลองเรียนรู้จากแนวทางของประเทศจีน(การสร้างโอกาส ด้วยเทคโนโลยี) หรือแม้แต่การพัฒนาเศรษฐกิจที่แต่ละประเทศควรจะมีแนวทางแตกต่างกัน(กรณีเปรียบเทียบ มูซัมบิก กับอเจนตินา เมื่อ 50 ปีก่อน) เป็นต้น




เพราะการ "หนีความจน" มันไม่ใช่การเรียนให้เก่งสุดๆ
แต่มันคือการมองให้เห็น “ภาพรวม” เพื่อมองให้เห็น "โอกาสการทำเงิน" ที่เหมาะสมกับจริตของตัวเรา ทรัพยากร(เงินทุน+เวลา)ที่เรามี

อ่านเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/tedtopthai/photos/a.987601578115871/1068072583402103
ฟังคลิป
https://www.ted.com/talks/hans_rosling_new_insights_on_poverty

เครดิตในภาพ

Global Market Outlook 2020


ปี 2020 เป็นปีที่ท้าทายถ้าจำกันได้มีหลายกูรู หลายนักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ออกมาทำนายว่า ปี 2020 นั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเกิด down turn ในเศรษฐกิจสหรัฐหรือเศรษฐกิจโลกได้ ทำให้น่าจะต้องระมัดระวัง และวางแผนการจัดพอร์ตรับปี 2020 ด้วยความไม่ประมาท



ดังนั้นก่อนเริ่มวางแผน จัดพอร์ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมเอาข้อมูล Global Market Outlook จากสำนักต่างๆมาฝาก เพื่อช่วยให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจและใช้วางแผนกันครับ(แต่ไม่แปลให้นะครับ ทำการบ้านเอาเอง ส่วนสรุปผมจะเอาไปลงใน cway market outlook ต่อไป)

1. JP morgan
https://www.jpmorgan.com/global/research/global-market-outlook-2020
2. Bank of America Merrill Lynch
https://www.businesswire.com/news/home/20191203005803/en/Bank-America-Merrill-Lynch-2020-Market-Outlook
3.Morganstanley
https://www.morganstanley.com/ideas/global-economic-outlook-2020
4.Invesco
https://apinstitutional.invesco.com/home/2020-outlook-global-market-strategy-regional-outlooks
5.Goldmansachs
https://www.goldmansachs.com/insights/pages/global-outlook-2020.html
6.Indegowealth
https://indegowealth.com/indego-market-outlook-investment-strategy-2020/
7.Barron
https://www.barrons.com/articles/2020-market-outlook-stocks-are-headed-higher-strategists-say-51576266504
8.Schwab
https://www.schwab.com/resource-center/insights/content/outlook-us-stocks-and-economy
9.Russellinvestments
https://russellinvestments.com/middle-east/global-market-outlook
10. UBS
https://www.ubs.com/global/en/asset-management/insights/panorama/2019/year-end/market-surprises-2020.html