วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563

FOMO (Fear of Missing Out) Effect

เมื่อวานมี Message หลายอันเข้ามาถามประเด็น "ตกรถ" อารมณ์ประมาณ ถ้าซื้อหุ้นไม่ทันต้องทำยังไง? ผมเขียนบทความนี้ไว้เมื่อเดือนที่แล้ว(SET 1300 จุด) สำหรับน้องๆเทรดเดอร์ที่ฝึกด้วยกันอ่าน วันนี้นำมาแบ่งปันสำหรับท่านที่เผชิญปัญหาเดียวกัน


1. ตั้งสติ จัดการกับอารมณ์ก่อน
- FOMO ตอนนี้เผชิญหลายอารมณ์มาก แตกต่างกันไปบ้างจะเครียด ผิดหวังเสียโอกาส, บ้างอิจฉาคนที่ได้กำไร,บ้างทุกข์เพราะตัดขาดทุนแล้วหุ้นดีดใส่หน้า ,บ้างโกรธโทษเซียนที่บอกให้รอมันย่อ
-ดังนั้น ตั้งสติวางอารมณ์ไว้ข้างๆ ก่อนตัดสินใจเทรด ก่อนหาเหตุผลเข้าข้างให้รีบซื้อจากเทคนิคอล เช่น เบรก 10 week, เส้น EMA ตัดกัน(เพราะซื้อแบบไม่คิด พอ volatility เพิ่มสูงก็จะดอยจะป่วนหนักอีก)
2. วางแผน
ตลาดวิ่งแรง ไม่มีเหตุผล นั้นปกติแต่ตัวเทรดเดอร์ต้องมีแผนมีเหตุผลในการเทรด ต้องรู้ว่าซื้อหุ้นเป้าหมายอะไร ถือสั้น ถือยาว จะเล่นรอบเก็งกำไร หรือจะเก็บปันผล ทุกอย่างต้องตกผลึก สังเคราะห์มาเป็นแผน เขียนใส่กระดาษ ให้ชัดก่อน
3. จัดการความเสี่ยง
- จิตใจ: ตกรถแล้ว ต้องยอมรับให้ได้ ว่าคุณซื้อหุ้นหลังคนอื่น ต้นทุนสูงกว่าคนซื้อหุ้นตอน 1100 1200 แน่นอน
- บริหารความเสี่ยง: คิดว่าถ้าซื้อหุ้นจำนวน xxxx หุ้น แล้วมันขาดทุน -40% เรารับผลการขาดทุนนั้นได้หรือไม่ ถ้าตัวเลขขาดทุนมันสูง แนะนำให้ลดขนาด position size ลงให้ผลการขาดทุนมันเหมาะสม
- เลือกหุ้นดี เน้นหุ้นกลุ่ม defensive เพราะถ้าซื้อแพง ต้องซื้อหุ้นที่ทนทานต่อการถดถอย อย่าไปซื้อหุ้นเล็ก หุ้นปั่น ด้วยเหตุผลที่ว่า upside มันเหลือมาก ราคายังต่ำกว่า All Time High เพราะ fact ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ลากด้วย กองทุน และต่างชาติ กลุ่มนี้ไม่มาเล่นหุ้นเล็กหนี้เยอะแน่นอน
- จังหวะเข้ามีหลายแบบตาม trading strategies แต่ถ้าให้แนะนำ คือใช้ volatility based model อย่าไล่ราคา อย่าเข้าจุด High Volatility
4. มีวินัย ยึดติดกันแผน
- ตลาดรีบาวด์ V shape จากพฤติกรรมอดีต มันไม่ใช่ Strong Trend (อย่าไปสับสนกับ กราฟนาที กราฟชั่วโมง) แต่มันมาพร้อม High Volatility แน่นอน
- ดังนั้นเมื่อซื้อตอนนี้ ซื้อตอนราคาหุ้นออกตัวแรงแล้ว ถ้าราคาแกว่งแรง ต้องนิ่งพอที่จะถือ position นั้น แต่ถ้าคิดว่าไม่ OK อย่าเข้าไปซื้อ เพราะจะยิ่งทำให้ทุกข์ สับสน สุดท้ายขาดทุนเพิ่มไปอีก




สรุป การตัดสินใจเทรดช่วงวิกฤติแบบนี้ อย่าคิดถึงกำไร คิดถึงความเสี่ยงก่อน เสมอ มันจะทำให้เราปลอดภัย + ไม่เสียโอกาส ครับ