วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

Trader & Financial Freedom

เมื่อวานมีน้องท่านหนึ่งถามว่าถ้าเป็นเทรดเดอร์จะมีอิสรภาพทางการเงิน แบบไม่ต้องทำงานได้อย่างไร เพราะต้องนั้งเทรดตลอดเวลา ไม่เทรดก็ไม่ได้เงิน ??

เป็นคำถามที่ดีเพราะมันเป็นคำถามที่ผมถามตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเดินทางนี้ละ สิ่งที่เรียนรู้ Key คือเรื่องการ management ตัวทรัพยากร เวลา(Time) และเงิน( Money)

สำหรับส่วนตัวผม จำแนกโหมดการเทรดของตัวเองเป็น 3 แบบ ผสมกันคือ
1. Passive trading
: ใช้เวลาเทรดติดตามต่อวันน้อย+จำนวนการเทรดน้อย (time horizon ยาว)+ payoff สองทาง(ํYiled +Capital gain) เงื่อนไขพวกนี้เราจะใช้การเลือก asset และ strategies ต่อไป
2. Active trading
: ใช้เวลาเทรด/ติดตามต่อวันมาก(อายุมากๆ สุขภาพไม่อำนวยหรือมีครอบครัว เริ่มทำให้ work ยากละ) + รอบการเทรดสูง + ระยะการเทรดสั้น + time horizon สั้นปรับตามสถานการณ์ตลาด
3. Automatic/Robot trading
: ใช้เวลาติดตามต่อวันน้อย + จำนวนการเทรดสูง + ระยะการเทรดสั้น + payoff สองทาง(ํYiled +Capital gain) + time horizon สั้นปรับตาม risk factor ปัจจุบัน

ดังนั้นในพอร์ตที่บริหาร จะจัดสัดส่วนเงินกระจายไปทั้ง 3 โหมด(สัดส่วนแตกต่างกันตามช่วงเวลา) แต่ Key คือ สร้างผลตอบแทนเหมาะสม และความเสี่ยงให้จำกัด แต่เป้าหมายสำคัญ คือ เรื่องเวลา เพราะทั้ง Passive trading และ Robot trading เราไม่จำเป็นต้องสร้างให้ Maximum return เพราะ return ที่เหมาะสม + เวลา เพิ่มส่วนเกิน ก็เป็นผลตอบแทน ที่สามารถนำเวลา ไปใช้สร้างมูลค่าอื่นให้ตัวเองได้มากมายแล้ว(ขณะเดียวกันลดการเสียสุขภาพและการใช้แรงงานตัวเองลง)

จุดนี้ทำให้แยกความสัมพันธ์ ของ เงิน และเวลา ออกมาจากกันได้(ไม่ต้องใช้ "เวลา" มากเพื่อสร้าง "เงิน") ซึ่งตอบสนองชีวิต หลังเกษียณ หรือ ไปสู่จุด อิสรภาพทางการเงิน ได้

ปล. ส่วนตัวผมไม่ได้เลือก ทุกวันนี้ยังทำ 3 แบบผสมกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของทั้งสามโหมด คุมน้ำหนักของแต่ละโหมด ไม่เท่ากันแปรผันไปตามแผนกลยุทธ์ภาพรวม
ปล. การมี portfolio ที่ดีมี framework ที่ชัดช่วย mindset ของเทรดเดอร์ด้วย ไม่ให้ over trading หวังรวยเร็ว สบายเร็ว แบบเสี่ยงโชคเล่นพนัน