สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

กลยุทธ์การขายสิ่งที่ไม่มีคนอยากซื้อ

 ราคา กับ อารมณ์ ในมิติของการเงินเชิงพฤติกรรม นี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เกือบทุกวงการ คืนนี้ได้ดูซีรีย์เกี่ยวกับนายหน้าอสังหา ของญุี่ปุ่น เขาคิดวิธีขาย บ้านหลังหนึ่ง ที่เกิดคดีฆาตรกรรม , ยกครอบครัว พอมีคนตาย ก็ไม่มีใครกล้าซื้อ ญาติที่รับมรดกต่อก็ไม่กล้าอยู่ บ้านหลังใหญ่จากราคาเกือบ 100 ล้านเยน ก็เอามาตัดราคาขาย 10 ล้านเยน ก็ยังขายไม่ออก แทนที่จะโกหก ลูกค้า


นายหน้าอสังหา รายนี้ก็คิดวิธีขายคือ เธอทำการตลาดด้วยการทำแผ่นพับ ไปวางและนำเสนอ ตามโรงพยาบาล, ให้กับบุคลากรการแพทย์ แม้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวกับคนตาย, เจ้าหน้าที่นิติเวช, สัปเหร่อ เพื่อให้มาซื้อบ้าน หรือแลกเปลี่ยนบ้าน เพราะ คนเหล่านี้มีมุมมองเกี่ยวกับ ความตาย ที่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป (เข้าใจ เคยชิน ยอมรับได้) ทำให้มองข้าม sentiment ไป รวมถึงเธอเน้นให้ คนซื้อเห็นถึงมูลค่าที่ดิน ที่สูงตามขนาดความกว้างของพื้นที่(แม้จะอยู่ไม่ได้ ทุบบ้านทิ้งขายที่ดินเปล่าก็ยัง กำไร ในอนาคต)





นอกจากนี้เธอยังจัดรายการท้าพิสูจน์ด้วยการไป นอนพัก ค้างคืนจริง เพื่อให้เห็นว่า มันไม่น่ากลัว และตัวบ้าน ยังอยู่สบาย

แต่สุดท้ายก็ขายบ้านได้ แต่ก็นั้นอีก มันไม่ใช่ว่าบ้านดี ที่ดินดี จะขายได้สำหรับคนทั่วไป เพราะ เรื่องของ อารมณ์ ยังเป็นส่วนสำคัญ ในการตัดสินใจซื้อ/ขาย ของมนุษย์ อย่างหนีไม่พ้น

สรุปประเด็นวุ่นๆไอพีโอพันล้านของ Ant Group

 จีนนี้อีกขาเหมือนจะล้ำสมัย แต่อีกขาเขาก็ยังยึดกรอบกติกาการปฏิบัติ ที่เข้มงวด ใครไปท้าทายนี้โดนอัดกลับแบบล้มไม่เป็นท่า ถ้าเคยอ่านประวัติ แจ็ค หม่า เขาก็โตหรือสำเร็จมาได้จากการเปิดทางของรัฐบาลจีน


แต่คุณแจ็ค หม่า รอบนี้ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ ให้ กล้าวิจารณ์นโยบายการเงินของจีนว่าทำตัวเหมือนโรงรับจำนำ(ใช้สินเชื่อเยอะก่อนปล่อยกู้) ปิดโอกาสโตของธุรกิจ SME เรียกว่าวิจารณ์โชว์นักลงทุนต่างชาติ

พูดเสร็จเลยโดน รัฐบาลจีนอัดกลับเตะตัดขา ล้ม IPO ฟินเทค,และ e-payment ระดับตำนานดีลมูลค่า $3.97 billion ของ Ant Group (Ant Financial + Alipay) บริษัทในเครืออาลีบาบา แบบก่อนที่กำลังจะเข้าตลาดฮ่องกง,เซี่ยงไอ้ เพียง 2 วัน ข่าวระบุเป็นคำสั่งระงับจากท่านประธาน สี จิ้น ผิง ถ้ารัฐบาลจีนเอาจริงตามข่าว ประกาศกฎหมายควบคุมให้ ฟินเทคหรือนอนแบงค์ จะปล่อยสินเชื่อจะต้องมีเงินทุนสำรองอย่างน้อย 30% จากวงเงิน จะทำเอา Ant Group ไปต่อไม่ได้ในจีน และกลายเป็นธุรกิจผิดกฏหมายทันที เพราะ Ant Group มีทุนสำรองแค่ 2% ของวงเงินที่ปล่อยกู้




สุดท้ายรอดูว่ารัฐบาลจีนจะโหดแค่ไหนกับการคุมการชำระเงินแบบดิจิทัล(ซึ่งรัฐบาลกำลังเข้ามามีบทบาทมากช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึง ดิจิตอลหยวนที่รัฐพยายามโปรโมทสุดแรง ทั้งชวนให้ใช้และแจกฟรีเข้ากระเป๋าประชาชน)

และลุงแจ็ค หม่า จะเจรจา ต่อรองยังไงเพื่อให้ Ant Group ไปต่อได้ ต้องไม่ลืมว่าจีน ก็มี online payment และฟินเทค เจ้าอื่น เช่น Tencent ที่เป็นคู่แข่ง และสร้างรายได้จากการเติบโตของเศรษฐกิจออนไลน์ของประเทศจีน

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

Where Does Our Trading Edge Really Come From

 ระหว่างพักรอเทรด Gold ซึ่งคืนนี้วิ่งกระฉูด ดีจริงๆ นวค. ว่าความผันผวนรอบนี้รับ ดีเบตรอบ 3 และความเคลื่อนไหวจากการเมืองสหรัฐ ผมมีโอกาสได้ฟังคลิป "Where Does Our Trading Edge Really Come From" ของ คุณ Brett Steenbarger

ซึ่งเขาใช้เวลาอธิบายประเด็นที่ว่า edge ของเทรดเดอร์นั้นมาจากปัจจัยอะไร โดยสรุปเป็นภาษาชาวบ้านคือ ส่วนใหญ่มันสืบต่อมาจากทักษะและความสามารถของบุคคลนั้นๆ เช่นถ้าเราถนัดคิดคำนวณชอบตัวเลข การที่เป็น quant trader ย่อมได้เปรียบและทำได้ดีกว่าคนที่ไม่ชอบ , แบบเดียวกันถ้าเราชอบเล่นกีฬาชอบการแข่งขัน หรือเล่นเกมส์ ที่ต้องใช้การตัดสินใจแบบเฉพาะหน้าระยะสั้น การเป็น Day trading ย่อมมีความได้เปรียบและทำได้ดี เป็นต้น คุณ Brett Steenbarger บอกว่าพยายามหาสิ่งที่เรามี เราถนัดทำได้ดี นำมาใช้ในการเทรด การพัฒนากลยุทธ์ สไตล์การเทรดของเรา




แต่สุดท้าย การไปสู่ความสำเร็จ ก็ยังต้องมีการพยายาม และทำต่อเนื่อง เพื่อเสริม edge ที่เรามีอีกด้วย แต่ Key คือหาทางที่เหมาะกับจริตและหาความถนัดของเรา ดีที่สุดครับ
ฟังคลิปเต็มที่

Fear & Greed Index

เคยสอนเรื่องนี้สำหรับการทำ sentiment analysis ไว้เมื่อปีก่อน วันนี้ขอนำเอา Fear & Greed Index มาแชร์อีกครั้ง เพื่อให้พวกเราที่กำลังศึกษาตลาดได้ลองติดตาม ข้อมูล ตัวนี้ในช่วงเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่กำลังจะมาถึงในอีก 5 วันกัน

Fear & Greed Index พัฒนาโดย CNN Money ใช้ข้อมูลจากหลายส่วนที่เป็นตัว stress indicator จากปัจจัย 7 ข้อเช่น
1 Stock Price Momentum (The S&P 500 เทียบ MA125() )
2 Stock Price Strength (จำนวนหุ้นราคาชนแนว52-week High เทียบ , จำนวนหุ้นชน 52 week Low )
3 Stock Price Breadth (เทียบหุ้น volume ปรับเพิ่มกับตัวที่ปรับถดถอยจาก McClellan Volume Summation Index)
4 Put and Call Options (เทียบจำนวนสัญญาออปชั่นฝั่ง Put และ Call)
5 Junk Bond Demand
6 Market Volatility (จาก VIX)
7 Safe Haven Demand( ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่าง stock และ bond)
มาวิเคราะห์ค่าผลรวมแบบถ่วงน้ำหนักเท่ากันแล้วสรุปผล เพื่อใช้วิเคราะห์หาพฤติกรรมตลาดหุ้นสหรัฐ ค่าจะเป็นสเกล 0 ถึง 100 คล้าย oscillator ที่บอกว่า ตอนนี้อารมณ์ตลาด ถ้าตัวเลขไปทาง 100 ยิ่งมากแปลว่า greed ยิ่ง bullish ขณะที่ถ้าไปทาง 0 หรือต่ำแปลว่าคนกลัวคนชะลอ แต่ถ้าแนว 50 +/- 10 กลางๆแปลว่าไม่ชัดเจน
ซึ่งตอนปัจจุบันนี้ ค่าของ Fear & Greed Index อยู่แถวๆ 42 ซึ่งโซน 50 ออกกลางๆหลัง ข้อมูลด้านปัจจัยราคา ลดลงต่อเนื่องจากก่อนหน้า ทำให้ดัชนี Fear & Greed เริ่มถดถอยลงมาตรงกลาง สอดคล้องกับปัจจัยความเสี่ยงในตลาดสหรัฐ ทั้งเรื่อง covid-19 ที่ยังเอาไม่อยู่ และความวุ่นวายทางการเมืองก่อนเลือกตั้งใหญ่ สัปดาห์หน้า ที่สองพรรคยังหาข้อตกลงไม่ได้
สุดท้ายสัปดาห์นี้ คงต้องติดตามกันต่อครับ



ปล. Fear & Greed Index เป็นแค่ตัวอย่างเครื่องมือหนึ่งในการวิเคราะห์ อารมณ์ตลาดสหรัฐ ใช้ดูสภาวะ risk on risk off แต่คงไม่ใช่ตัวเหมาะในการทำนาย ทิศทางตลาดหุ้น