สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Bull/Bear Ratio

ปี 2017 นี้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ S&P500 ร้อนแรงมาก +19.45% ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดกลุ่มนำตลาดส่วนใหญ่ก็ยังออกมาดี เช่นเดียวกับ story ประเด็นการลดภาษี ของโดนัล ทรัมป์ ที่ตอนนี้เหมือนจะเป็นสิ่งที่ตลาดสหรัฐ กำลังจับตามองมาก หลังจากเป็นเชื้อเพลิงจุดชนวนพลักดันดัชนีมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งปลายปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันตามรายงานข้อมูลเจ้า Bull/Bear Ratio ของตลาดสหรัฐอยู่จุดสูงสุด

Bull/Bear Ratio เป็น market-sentiment indicator แนวคิดเบื้องหลังก็ไม่ซับซ้อน เป็นการหา ratio ที่สะท้อนมุมมองของ นักวิเคราะห์ กูรู และเซียน ต่างๆ โดยเป็นการเทียบระหว่างฝั่งที่มองว่าอนาคตดัชนีตลาดจะขึ้นต่อ(Bull) หรือ ตลาดปรับตัวลง(Bear) บางสายเขานำ weight ความนิยมในการเป็นผู้นำจิตวิญญาณของ นักวิเคราะห์ หรือกูรู คนนั้นๆมาคำนวณประกอบด้วย (แนวคิดนี้มีบริษัท startup ทำ data analysis +NLP จริงจังและทำเป็น application ขายบริการเลยนะครับ)



สูตรการคำนวณก็ตามภาพด้านล่างเลย ส่วนการตีความก็ตรงไปตรงมา ถ้าออกมา positive แปลว่า market sentiment ค่อนข้างดี ยังมีความคาดหวังและแรงเชียร์ต่อ ตรงนี้บางตำราแนะนำให้ใช้ร่วมกับการดู volume ประกอบ ประโยชน์ใช้ได้ทั้ง การบริหารความเสี่ยง , ใช้คำนวณ strength ของแนวโน้มดัชนี และอื่นๆ



คิดว่าน่าสนใจเผื่อว่าใครจะลองเอามาวิเคราะห์กับดัชนีตลาดหุ้น SET บ้านเราบ้าง

Bath bomb จากโครงงานวิทย์สู่ธุรกิจเงินล้าน

4 ปีที่แล้ว สองสาวพี่น้อง Caroline และ Isabel Bercaw วัย 10 , 11 ปีเริ่มต้นทำ Bath bomb ในโครงงานวิทยาศาสตร์ ด้วยความสนุกและรักการทดลอง ทำให้สองพี่น้องตัดสินใจ เปลี่ยนการทำ Bath bomb ให้กลายเป็นธุรกิจเล็กๆ ด้วยการยืมเงินจากคุณพ่อ $350 ลงมือผสม ผลิตพัฒนาสูตรและสร้าง Bath bomb สีสันต่างๆกลิ่นต่างๆใช้เวลาสามเดือนผลิตจำนวน 150 ลูกออกขายในบูทเล็กๆ ตามห้างสรรสินค้า และงาน art fair ทั้งสองยังคงต้องเรียนหนังสือจึงใช้เวลาว่างผลิตสินค้าเพื่อออกขายในวันหยุด

ด้วยความชอบทดลองผสมสีสัน และสร้างกลิ่นต่างๆ บวกกับาการสนับสนุนของ พ่อและแม่ของสองพี่น้อง เธอเปิดบริษัท DaBomb Fizzers และดำเนินธุรกิจเป็นทางการเมื่อ 2 ปีก่อน มาวันนี้ธุรกิจของเธอเติบโต ผลิตสินค้าออกขายราว 500,000 ลูกต่อเดือน ธุรกิจโตมีมูลค่าหลักหลายล้านเหรียญ(multi-million dollar) กลายเป็นเจ้าของธุรกิจเงินล้านตั้งแต่ยังไม่จบ มัธยมปลาย


สองพี่น้องยังคงสนุกในการทดลอง และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาต่อเนื่อง เธอให้สัมภาษณ์ในรายการว่าแม้เรียนจบอนาคตยังคงคิดจะทำธุรกิจนี้ต่อไป


ปล. มีลูกมีหลานก็สอนให้คิด ให้เห็นคุณค่าของเงิน หรือหัดทำธุรกิจเล็กๆตั้งแต่ยังเด็กก็ดีนะครับ

Volatility and the Alchemy of Risk

วันนี้ผมมีโอกาสได้อ่าน research paper เรื่อง “Volatility and the Alchemy of Risk” เขียนโดย Christopher Cole แห่ง Artemis Capital Management เขานำเสนอประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง โดยเฉพาะความเสี่ยงในภาวะ low volatility

ซึ่งประเด็นร้อนเรื่อง Global Short Volatility Bubble ที่อาจจะเกิดในช่วงนโยบายทางการเงิน แบบพิเศษไม่ปกติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลาง ชาติใหญ่ๆของโลก ผู้เขียนนำเสนอประเด็น ความเสี่ยงในภาวะ low volatility ใน asset ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ใช้ leverage ในการ betting บนราคาสินทรัพย์ในทิศทางเดียวกัน จนปัจจุบันมูลค่าโตกว่า $2 trillion

บทความเทียบ สถานการณ์ปัจจุบัน กับช่วงที่เกิด Black Monday 1987 ยุคตลาดขาขึ้น พร้อมกับทิศทางขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว จากการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ นอกจากนี้ยังโยงไปถึง 4 องค์ประกอบสำคัญของความเสี่ยงคือ การเพิ่มของ volatility, gamma risk, ค่า correlation ที่ไม่คงตัวระหว่าง asset class และการเพิ่มของ interest rates


ประเด็นมันละเอียดอ่อน และเป็นมุมมองเฉพาะ ตรงนี้อาจจะไปตรงข้ามกับความคิดคนทั่วไป ดังนั้นผมไม่ขอแปลทั้งหมด แต่ถ้าใคร อยากอ่านข้อมูล +มุมมองทัศนคติอีกด้าน เพื่อเตือนให้ตัวเราไม่ประมาท ก็ลองเข้าไป download ตัวบทความได้จาก link ดา้นล่างครับ

วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

The Trader Experience

เมื่อวานนั่งทำแบบสำรวจเบื้องต้นกับเพื่อนๆน้องๆเทรดเดอร์ ที่ร่วมโครงการโปรเจค robot fighting ด้วยกัน ผมถามทุกคนเหมือนกันว่า ถ้าให้เลือกระหว่าง

A. ให้เงิน 1 ล้าน
B . ให้ถอยหลังย้อนเวลาชีวิตจากปัจจุบันไปได้ 1 ปี เลือกอะไร

ออกตัวก่อนว่าคำตอบไม่มีผิดถูก บางคนอยากได้เงินล้าน ถวิลหาเงินล้านก็คงเลือกข้อ A กัน แต่ที่น่าสนใจคือผลสำรวจเทรดเดอร์ที่ร่วมทำแบบสอบถาม 90% เลือก B ย้อนเวลากลับไป 1 ปี
ผมก็เช่นกัน ยิ่งถ้าให้ย้อนเวลาไป 10 ปี มีความรู้ ความสามารถเท่าปัจจุบันมันหาประโยชน์ สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้มากโขเลย เหตุผลเพราะการเรารู้ว่าผิดพลาดอะไรในอดีต บางทีแค่ย้อนเวลากลับไปได้ แค่1 วัน แก้ไขสิ่งผิดนั้นได้ทันมันก็ทำให้เกิด ผลลัพธ์ที่แตกต่างอาจจะมีมูลค่ามากกว่าเงินล้านได้

โดยเฉพาะเทรดเดอร์ เราเรียนวิธีการ/กระบวนการ(method)สร้างเงินและรักษาเงิน(ป้องกันความเสี่ยง) ตรงนี้ระยะยาวมันมีค่ามากกว่าแค่ตัวเลขหรือตัวเงิน เพราะถ้าเราทำได้ถูกได้ดีได้แน่นอนแล้ว มันโต มันขยายได้ ตามความรู้ ตามประสบการณ์ ของเรา

คำถามนี้อาจจะดูไม่ realistic แต่มองดีๆ เราอาจจะพบว่าแม้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งผิดในอดีตไม่ได้ แต่ประสบการณ์ หรือ ความผิดพลาด ที่เราเรียนรู้ จากตลาดหุ้น ตลาดเก็งกำไรเราก็สามารถสร้างมันให้เกิดมูลค่าต่อตัวเราได้ ดังนั้น ผิดพลาด ขาดทุน อย่ารีบลืม รีบข้าม เรียนรู้จากมัน สังเคราะห์บทเรียน นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในอนาคตต่อไป


Cryptocurrencies บนดิน ความพยายามจัดการปัญหาของรัฐบาลญุี่ปุ่น

FT นำเสนอบทความและข้อมูลของ cryptocurrencies ในประเทศญุี่ปุ่นที่เป็นชาติซึ่งมีบทบาท และเข้าไปมีส่วนร่วมกับ cryptocurrencies มาอย่างต่อเนื่อง แม้ประชาชนจำนวนมากจะเจ็บหนักจาก bitcoin กรณี Mt Gox ล้มสลายตอนปี 2014 แต่ปัจจุบันก็ยังมีความนิยมมากในการเทรดซื้อขาย crypto currencies โดยเฉพาะ bitcoin

Coincheck, bitcoin exchange ใน Tokyo ระบุญุี่ปุ่นมีลูกค้าที่เข้ามาเทรด bitcoin ตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆถึงมากกว่า 60 ปี โดยรัฐบาลญุี่ปุ่นออกกฏชัดเจนคือ บริษัทค้าขาย bitcoin ในประเทศต้องมีการระบุตัวตน และบัญชีของลูกค้าอย่างชัดเจน รวมถึงมีรายละเอียด กฏเกี่ยวกับการให้เงินกู้และคุมระดับความเสี่ยงของการเทรด ที่ regulator ต้องตรวจสอบได้ ดูเหมือนจะแตกต่างจาก concept ของ Bitcoin ในการพัฒนาตอนเริ่มต้นอย่างมาก แต่ก็คงเป็นเรื่องปกติ เพราะคนญุี่ปุ่นส่วนใหญ่ 80% ที่เทรด Bitcoin ไม่ต่างอะไรกับ asset อื่นๆเช่นค่าเงิน คือเน้นเก็งกำไรหาประโยชน์ส่วนต่างราคา ในยุคดอกเบี้ยเงินฝากมันติดลบ ปัจจุบันดูตัวเลขปริมาณการซื้อขายของญีุ่ปุ่นเทียบกับทั้งโลก ก็จะเห็นความแตกต่างมหาศาล กลายเป็นกลุ่มผู้เล่นที่มีบทบาทกับการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด


รัฐบาลญุี่ปุ่นไม่ได้ห้ามการเทรด Bitcoin แต่เข้ามาควบคุมตลาด Bitcoin และ crypto currency อย่างจริงจัง พยายามทำให้จากใต้ดิน ขึ้นมาบนดินกลายเป็นตลาดที่โปร่งใส่เพื่อการตรวจสอบ และดูแลได้ เพราะตัวเลขการ้องเรียนจาก Government-backed National Consumer Affairs Center พบว่า กรณีการหลอกหลวงระดมทุนใน ICO และการลงทุน crypto currency แลกกับผลตอบแทนสูงผิดปกติ เกิดขึ้นมาก ตาม ภาวะราคา Bitcoin ที่พุ่งสูงขึ้น ปี 2017 มียอดสูง 1,100 ราย เทียบปี 2016 มีการร้องเรียนการหลอกลวง 848 ราย ทำให้รัฐบาลทดลองหาวิธีการจัดการดูแล

ดูเหมือนสถานการณ์รวม จะดีขึ้นหลังทำให้ถูกกฏหมาย ง่ายการติดตามดูแลการซื้อขาย cryptocurrencies ซึ่งบริษัทโบรกเกอร์รับเทรด หรือ exchange หลักขนาดใหญ่ ต่างต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย และมีเงินทุนสูงสำรอง ซึ่งส่วนใหญ่มี Backup จากธนาคาร หรือกลุ่มกองทุน VC เช่น Bitflyer มีกลุ่ม MUFG สนับสนุนเงินทุน ,ส่วน Quoine สนับสนุนเงินทุนโดย Jafco และอีกหลายเจ้าที่มองว่า กระแส Bitcoin เป็นโอกาสทางธุรกิจ ทำให้มีผู้ให้บริการเปิดใหม่อีกหลายรายช่วงปีที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม
https://www.ft.com/content/0d9d6186-b808-11e7-9bfb-4a9c83ffa852

Facebook And Trader

เมื่อเช้ามีคนถามผมว่า พี่ใช้เวลาบน facebook วันละกี่ชั่วโมงครับ ??

ถ้าให้ทายคงคิดว่าเยอะ ใช่ไหมครับ เพราะอาจจะเห็นผมโพสบ่อย แต่จริงๆแล้ว ผมใช้เวลาในเฟสบุ๊คต่อวัน แค่ 1 ชม. เท่านั้นเอง(สำหรับเขียนบทความ ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อยแต่ก็คุ้มค่า) เพราะเหมือนเคยบอกไปส่วนตัวใช้ facebook เป็นสมุดบันทึก เรื่องราวที่เกิดในตลาดหุ้น ตลาดทองคำ ตลาดค่าเงิน และใช้เป็นสมุดจดแชร์ความรู้ด้านการเทรด แชร์เรื่องราวเศรษฐกิจ น่าสนใจ ให้กับเพื่อนๆน้องๆได้ติดตาม พอผมอ่านเจอบทความ เรื่องราวๆดีๆก็จะนำมาเขียน แปะแชร์ไว้ให้ ซึ่งทุกวันผมจะเข้ามาโพสเรื่องราวๆ บทความ กราฟ หรือเรื่องราวแล้วก็ไป ไม่มีเวลาไปตามอ่าน ตามคอมเมนต์ ของเพื่อนๆท่านอื่นเท่าไหร่ ตรงนี้ทำให้ไม่ได้ใช้เวลาเยอะบน facebook

และเป็นการอธิบายประเด็น ที่มีคนถามมาเยอะมาก ว่าทำไมผมไม่กด รับ friend ไม่ได้เลือก หรือไม่ได้หยิ่งอะไรแต่เพราะส่วนตัวไม่มีเวลา เข้าไปร่วมกิจกรรม หรือสันทนาการกับใคร ดังนั้นเลยคิดว่าไม่ขอรับ เพื่อนเพิ่มดีกว่า จะได้ไม่เป็นการหมางใจ ถ้าไม่ได้เข้าไปทักทาย ไป chat หรือติดตามกด like หรือคอมเมนต์ใดๆ


ส่วนท่านอยากเรียนรู้ก็ กด follow ติดตามกันได้ รับรองว่าจะมีเรื่องราวๆดีๆมาแชร์ให้อ่านกันเรื่อยๆ ส่วนถ้าอยากได้บทความเก็บไว้อ่านก็ไม่ต้องกังวล ปลายปีทำรวมเล่มแจก เหมือนเช่นที่ผ่านมา มี yearbook 4 เล่มแล้ว เพราะ content ที่แชร์ที่ทำ มีสาระมีประโยชน์ มี link อ้างอิง ซึ่งสามารถเก็บไปอ่านทบทวน ศึกษาเพิ่มเติมได้ ครับ



Alternative Data

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา StockTwits จัดงาน Stocktoberfest 2017 ที่ San Diego มีหลายคลิปสัมนาที่น่าสนใจปล่อยออกมา ผมกำลังนั่งตามเก็บอยู่ หนึ่งในนั้นที่วันนี้มีโอกาสได้ฟังจบ คือหัวข้อ alternative data เขานำผู้เชื่ยวชาญด้าน Quant ใน wall street ได้แก่ Tim Harrington จาก Battlefin, Erik Haines จาก Guidepoint, Morgan Slade จาก CloudQuant, และ Chris Petrescu จาก WorldQuant มาแลกเปลี่ยนและให้ความรู้ ประเด็น The rise of quants and alternative data

Alternative data ตอนนี้กำลังเป็น hot topic เติบโตและเป็นที่ต้องการมาก คุณ Petrescu พูดถึงคำว่า quantamental แนวทางของ Quant ผสมผสานกับ Fundamental เดิม กล่าวโดยสรุปคือ alpha model ในการลงทุน จากการใช้ทั้งข้อมูล fundamental เดิม(งบการเงิน) รวมกับข้อมูล alternative data เพื่อสร้างโมเดลประเมินกิจการ ทำนายผลประกอบการ ตัวเลขรายได้ของบริษัท



Alternative data ที่พูดถึงมีตั้งแต่ข้อมูลเชิงตำแหน่ง เช่น geolocation จาก mobile ,ภาพถ่ายดาวเทียม(ตัวอย่างเช่นติดตามจำนวนรถในลานจอดรถของห้าง) , ข้อมูลการใช้บัตรเครดิต ยอดบัตรเครดิตในร้านค้า หรือสถานที่ต่างๆ ,ข้อมูลตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของคนจากโทรศัพท์มือถือ ,ข้อมูลจาก sensor ,ข้อมูล sentimental จาก social media ,ข้อความจาก web content และอื่นๆ ยกตัวอย่างประเมิน รายได้ของห้าง ใช้ข้อมูลดาวเทียมรายละเอียดสูงนับจำนวน รถที่จอดในลานจอดรถกลางแจ้งของห้าง ,คำนวณปริมาณข้อมูลการใช้มือถือบริเวณห้าง เปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า, ข้อมูลยอดเงินและจำนวนความถี่การใช้บัตรเครดิตการ์ดซื้อสินค้าในห้าง รวมถึงข้อมูล social media ที่มีการโพสถึงกิจกรรมและการบริการเกิดเกี่ยวห้างสรรพสินค้านั้นๆ ช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ข้อมูลเหล่านี้ ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยโมเดล เพื่อประเมินหารายได้ อนุมานผลประกอบการ


ข้อมูลจำนวนมหาศาล เกิดขึ้นใหม่ทุกวัน ประเมิน 2.5 billion GB ซึ่งจะถูกบริษัทด้าน IT ที่มีเทคโนโลยีและนัก data scientist คัดกรองประมวลผล+จัดการ นำข้อมูลไปจำแนก เพื่อขายต่อให้กับ กองทุนหรือ hedge fund ต่างๆ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ปัจจุบันมีการจ้าง data scientist และนักกลยุทธ์ มาวิเคราะห์ data set เพื่อสกัดหา insight รวมถึงนำไปใช้ประกอบกับข้อมูลดั่งเดิม ราคา ปริมาณการซื้อขาย และงบการเงิน เพื่อสร้าง กลยุทธ์การเทรดและการลงทุน ต่อไป (รวมถึงการต่อท่อให้กับ AI และ machine learning)


คุณ Harrington และ Haines เขามองว่าเหมือน alternative data กลายเป็น edge หรือความได้เปรียบที่เหล่ากองทุน หรือผู้เล่นรายใหญ่กำลังมองหานำมาใช้กัน ซึ่งบริษัท data service มีการสกัดข้อมูลเพื่อมาขายบริการ แต่ alternative data ก็มีข้อจำกัดการใช้งานเช่น noise หรือ error ที่เกิดจากการด้อยคุณภาพหรือความไม่สมบูรณ์ , ประเด็นต้นทุนข้อมูลราคาสูง เช่นข้อมูลแปลจากภาพดาวเทียม รายละเอียดสูง หรือประเด็นการสกัดนำข้อมูลมาใช้สร้าง model ในการสร้าง alpha ให้ได้เกิดได้จริง
สิ่งที่ 4 คนเห็นเหมือนกันคือ อนาคต alternative data ยังเป็นที่ต้องการ และน่าจะมีการใช้ข้อมูล data set ใหม่ๆมาประกอบการวางแผน สร้างกลยุทธ์การเทรด การลงทุนต่อไป ส่วนการเข้าถึงก็อาจจะสะดวกและง่ายขึ้น

ฟังคลิปสัมมนาเต็มได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=rtrKjZAo7Tk