สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562

The Best Podcasts in Business and Finance

barrons dot com ทำการจัดอันดับสุดยอดท๊อป 7 podcast ทีดีที่สุดด้านธุรกิจและการเงิน ซึ่งหลายรายการ จากประสบการณ์ตรง ที่ผมเป็นแฟนติดตามฟังอยู่ ก็ต้องยอมรับว่ามีเนื้อหา สาระเข้มข้นและมีประโยชน์มากต่อการรับฟัง มากมาย ผลการจัดอันดับมีดังนี้

1. How I Built This with Guy Raz
รายการนี้เน้นสัมภาษณ์เหล่า founder ของบริษัทสตาร์อัพและธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มีข้อสรุปและแง่คิดดีๆทางธุรกิจเกือบทุกตอน
https://www.npr.org/podcasts/510313/how-i-built-this

2. Invest Like the Best
รายการนี้จัดโดย Patrick O’Shaughnessy ซึ่งเป็น fund manager มีชื่อและ มีสไตล์การจัดรายการที่ชวนคุยได้สนุก ตั้งคำถามได้ดี และมีสาระด้านการลงทุน รวมถึงวิธีคิดต่างๆที่นำมาประยุกต์ได้ ผมตามรายการนี้ประจำ
https://investlikethebest.libsyn.com/





3. Masters in Business
รายการนี้ของคุณ Barry Ritholtz ผมเป็นแฟนประจำ เน้นทั้งการคุยประเด็นสาระปัจจุบันเกี่ยวกับตลาดและเศรษฐกิจ รวมถึงสัมภาษณ์ที่เชิญเหล่าคนดัง ผู้จัดการกองทุนระดับต้นของวอลสตรีท มาพูดคุย พร้อมมีบทสรุปสาระดีๆ ทิ้งท้ายให้เสมอ
https://www.bloomberg.com/podcasts/masters_in_business

4. Capital Allocators
รายการนี้ของ Ted Seides เน้นสัมภาษณ์ทั้งนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้บริหารกองทุน หลายท่าน ted คุยสนุกตั้งคำถามดี ตอนยอดฮิตหนึ่งคือเขาชวน ผู้บริหารกองทุน Princeton endowment คุณ Andrew Golden มานั้งคุยเรื่องการบริหารพอร์ตและการจัดการความเสี่ยง นี้ก็เป็นอะไรที่ได้สาระดีมาก
https://capitalallocatorspodcast.com/podcast/

5.Recode Media with Peter Kafka
รายการนี้เน้นการคุยธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจสื่อและโฆษณา ประเด็นเทคโนโลยีและ การสัมภาษณ์นักธุรกิจด้านนี
https://www.recode.net/recode-media-podcast



รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าดูได้จาก
https://www.barrons.com/articles/the-7-best-podcasts-in-business-and-finance-51551621600

AI For Everyone

เคยมีคนเขียน email มาถามเรื่องการนำ AI ไปใช้ในบริษัท หรืองานด้านต่างๆ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร(ที่จะไม่ยาก ไม่มากเกินความสามารถของมือใหม่) แนะนำให้ลองดูอันนี้ AI For Everyone ของ โปรเฟสเซอร์ andrew ng ตัวนี้จะแตกต่างจาก deep learning specialist ที่ผมได้เรียนและนำมารีวิวแนะนำไปก่อนหน้า เพราะจะไม่ได้ลงเรื่อง math หรือกระบวนการรายละเอียดเชิงลึก แต่เน้นภาพรวม workflow ตัวอย่างการพัฒนาโปรเจค และการนำไปใช้งานในบริษัท ช่วยให้เข้าใจเรื่องของ AI อย่างแท้จริง ลดความสับสนเพราะ ทุกวันนี้ใครๆก็พูดถึง AI แต่มีไม่มากที่มีโอกาสได้ลงมือศึกษาหรือปฏิบัติจริงๆ 


อีกประการ "ความรู้" ด้านนี้ มีติด resume ไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะถึงแม้จะไม่ได้ชำนาญหรือเขียนโปรแกรมพัฒนาได้เป็น แต่รู้จัก เข้าใจ AI เทคโนโลยีที่เกิดในอนาคต ย่อมมีความได้เปรียบในแง่การประสานงาน หรือทำงานร่วมกับ AI และเปิดช่องทางโอกาสดีๆในอนาคตให้กับตัวเราอีกด้วย

ผมใช้เวลาช่วงเย็นๆ นั่งฟัง อ. andrew ng บรรยายเพลินมาก ตัวอย่างเยอะ อธิบายเข้าใจง่ายดีมาก แม้คนไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็ฟังได้ โดยเฉพาะตัวเทคโนโลยี machine learning & Deep learning สำหรับการพัฒนา AI  
ล่าสุดครบ 1 week ฟัง vdo การสอนและทำข้อสอบกันจนจบเรียบร้อย ต้องบอกว่า AI For Everyone ของ Andrew Ng นี้ดีจริงๆ จนต้องรีวิวให้ 5 ดาวกันเลย เรียนมา 5 วันเต็มเรียกว่าได้ทบทวนเนื้อหาและวิธีคิดดีๆ เกี่ยวกับ AI ในด้านการนำไปใช้และการทำโปรเจคเยอะมาก


เข้าดูได้จาก

Volatility Scaling Trading strategies

แนวคิดกลยุทธ์การเทรด ที่อธิบายเมื่อคืนนะครับ ดังที่บอกว่าเรื่องที่นำมาสอน นำมาเผยแพร่ก็มาจากการอ่าน และพยายามให้แหล่งต้นทางต้นฉบับ เพื่อให้พวกเราไปศึกษาต่อยอด
Volatility Scaling บทความนี้ ทีม quant ของ MAN AHL อธิบายถึงการเทรด asset ที่เป็น asymmetry distribution(โลกความเป็นจริงส่วนใหญ่ก็จะเป็นลักษณะนี้) วิเคราะห์ skew จากข้อมูล dialy หรือ monthly return ใน Medium term , ซึ่งพฤติกรรมความสัมพันธ์ของดีกรี skew ตรงข้ามกับ return ของ asset


ดังนั้น เขาใช้ volatility scaling มาลด effect ในการเทรด asset ประเภทนี้ โดยเฉพาะเมื่อเจอกับ negative skew ใช้การแบ่ง position เป็นระดับย่อย 3 ระดับ และปรับขนาด position size ไปตามการประมาณค่า skew ที่เกิดใน asset เพื่อสร้างผลตอบแทนเป็นบวกในพอร์ต (ตรงนี้ช่วยพวก mementum ลดขนาดของ Drawdown ลงได้ด้วย) ทดแทนประเภท constant position sizing
ถ้าอ่านในบทความที่ neil อธิบายจะเห็น trading strategies ที่พวกนี้ใช้ มันไม่ใช้เครื่องมือวิเศษ แต่มันเป็นเหมือน function ในการแปลงเส้นกราฟ return จาก asset ให้เป็น ผลกำไร/ขาดทุน (return) ที่โชว์ในเส้น balance curve ในportfolio ของเรา


รายละเอียด และการสาธิต รวมถึงการวิเคราะห์ skew ลองเข้าไปอ่านได้จาก paper ฉบับเต็มได้จาก link ด้านล่าง
ปล.ตัวอย่างที่ผมอธิบายเข้าไปดูการทำงานของกลยุทธ์ Volatility Scale GRID trading และผลการเทรดจริง ได้จากวีดีโอ


2019 Q1 Market Sentimental

Pension Partners แชร์ข้อมูลรายงานของ Bank of America Merrill Lynch การเก็บข้อมูลด้าน sentimental จากนักลงทุนในตลาดสหรัฐในช่วงปีต่างๆ จากการสำรวจพบว่าปัจจุบันต้นปี 2019 สิ่งที่นักลงทุนวิตกกังวล คือเรื่องของ "Global recession" สอดคล้องกับความคิดเห็นและบทวิเคราะห์ของนักวิชาการ, กูรูการเงิน&เศรษฐกิจ ที่สองเดือนที่ผ่านมาออกมาพูดถึงเรื่องของ Global recession ทั้งใน จีน และสหรัฐ กันถี่ขึ้น 

สิ่งที่น่าคิดต่อ นอกจากว่าจะเกิดหรือไม่เกินใน 2020 - 2021 ตามคำทำนายหรือไม่ นั้นคือเรื่องผลกระทบจาก negative sentiment โดยเฉพาะความกลัว ว่าจะมีผลต่อกระแสเงิน ที่เข้าสู่ตลาดหุ้นมากน้อยเพียงใด 



เพื่อความไม่ประมาท เราก็ควรวางแผนรับมือความผันผวนและความไม่แน่นอน จากความปัจจัยเหล่านี้ที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

Tesla closing retail stores


Elon Musk มีแนวทางในการทำธุรกิจแตกต่างจาก ธุรกิจเดิมในอุตสาหกรรมรถยนต์หลายเรื่อง เหมือนเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้า
อย่างล่าสุดข่าวของ TESLA ที่ประกาศออกมานอกจากเรื่องการเปิดขาย Tesla Model 3 ที่รอคอยกันในราคา $35000 ยังมีประเด็นการประกาศเริ่มปิด showroom ขายรถยนต์ของ TESLA แต่เน้นที่การขายออนไลน์ผ่าน tesla online store เป็นหลักแทน
โดยมีระบบในการสั่งซื้อ แสดงตัวอย่างโมเดลออนไลน์ ในเรื่องการทดสอบขับสามารถทำได้ใน 1 สัปดาห์ไม่พอใจแจ้งคืนรถได้เงินเต็ม และมีระบบงานอื่นๆ เช่นการช่อมบำรุงรักษา ที่บริษัทจะมีการเพิ่มจำนวนหน่วยบริการขึ้น ซึ่งจะเป็นหน่วยแบบเคลื่อนที่ ให้บริการผ่าน app เน้นสะดวก เร็ว มีประสิทธิภาพ
เหตุผลหลักที่ออกมาในการตัดสินใจนี้ คือเรื่องของการ "ลดต้นทุน" ที่เหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ สาเหตุการขาดทุนของบริษัทในปัจจุบัน ซึ่งการปิด showroom ลดต้นทุนด้านค่าเช่าสถานที่และค่าดำเนินการลง รวมถึงลดจำนวนปริมาณพนักงานขาย ลงด้วย


สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ถ้าโมเดลนี้ของ TESLA ออกมาเวิร์ค "ลดต้นทุน" สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในระยะยาวอาจจะได้เห็น บริษัทขายรถยนต์ ในอนาคตหันมาทำตามได้เช่นกัน น่าจะเป็นอีกหนึ่งการเข้ามาเปลี่ยนธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์เดิม ของ TESLA

อ่านเพิ่มเติม
https://www.cnbc.com/2019/02/28/tesla-shifts-sales-to-online-only.html
https://techcrunch.com/2019/02/28/tesla-closing-retail-stores-in-shift-to-online-only-sales-strategy/

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2562

คำถามสำคัญในชีวิต


นั่งฟัง podcast ในรถ ผู้บรรยายเขาพูดถึงคำถามที่ คนในวัย 30 ต้องถามตัวเองทุกปี มีเรื่องคำถามทั่วไป ยันคำถามที่จริงจังอย่าง "ตัวเราเกิดมาทำไม" (มีหลายข้อพอควร)
อันหนึ่งที่ชอบเขาแนะนำให้ถามตัวเองเกี่ยวกับ"เรื่องงาน"ที่ทำ ว่ามันเป็นงานที่เรารักและอยากจะทำจริงๆหรือไม่? ตามมาด้วยคำถามที่ว่า เราทำมันได้ดีจริงๆหรือไม่(เก็บข้อมูลจากการทดลองทำแล้ว)
>ถ้าทำงานที่ชอบและทำได้ดี ก็ลุยให้เต็มที่ ลงทุนทั้งแรง เวลาและเงินลงไปเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
>ถ้าทำงานที่ไม่ชอบและทำได้ไม่ดี(ทำไปวันๆ) ก็ควรจะเลิก ควรจะหยุดไปหาทางเลือกอื่นๆ
>ถ้าทำงานที่ไม่ชอบและทำได้ดี อันนี้ต้องมาพิจารณาด้านอื่นๆต่อ โดยเฉพาะเรื่องของ ค่าจ้างหรือผลตอบแทน ถ้ามันคุ้มค่ากับเวลาชีวิต ที่เสียไปก็ ลุยต่อไป

สรุปสุดท้าย ไม่ได้เกี่ยวว่าจะเลือกทางไหนดีกว่ากันเพราะ ชีวิตของเรา เราก็ควรเลือกเอง แต่สิ่งที่ผู้บรรยายแนะนำคือ
1. เราควร หัดตั้งคำถามกับตัวเรา ให้เวลาในการพิจารณาสิ่งที่ตัวเราต้องการ เพื่อจะได้จัดการชีวิตตัวเราได้อย่างเหมาะสม
2.ควรเริ่มตั้งคำถามตั้งแต่ต้นๆ อายุ 20-25 ก็ควรหัดจะหาคำตอบที่สำคัญระยะยาวในชีวิตบ้างแล้ว จะได้เตรียมพร้อมและมีเวลาพัฒนาต่อไป ดีกว่ามาตั้งคำถามกับตัวเอง ตอน 40 50 ปีแบบพวกเผชิญกับ mid life crisis เพราะตอนนั้นมันอาจจะสายเกินไปกว่าการทำอะไร



5 Things I learned from Jaffray Woodriff

สัปดาห์นี้ Trader talk ES7 เอาเรื่องของ คุณ Jaffray Woodriff ซึ่งเป็น quant fund ใจบุญที่เพิ่งบริจาคเงิน $120 million ให้กับ University of Virginia เพื่อสร้างศูนย์ School of Data Science

ผมนำเรื่องราวแนวคิด ประวัติ ประสบการณ์ตลาด และบทสัมภาษณ์จาก หนังสือ Hedge Fund Market Wizard มาสรุปเล่าให้ฟัง มีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง ที่เชื่อว่าเราน่าเก็บนำไปใช้ หรือต่อยอดได้ สามารถเข้าฟังเนื้อหาได้จาก link ด้านล่างครับ

How JPMorgan's cryptocurrency is different from bitcoin

สรุปประเด็น JPM Crypto

- JPMorgan สถาบันเงินอันดับต้นของโลกเปิดตัว JPM Coin เป้าหมายใช้เทคโนโลยี block chain มาพัฒนาเป็นช่องทางการชำระเงินข้ามพรมแดน ลดเรื่องเวลาในการชำระบัญชีและค่าธรรมเนียมต่างๆ
- นำข้อเด่นของ cryptocurrency มาใช้ในงานธนาคาร แก้ข้อจำกัดเดิมๆ เช่น valuation และเรื่องของ volatility
- JPM Coin เป็น cryptocurrency ที่สร้างโดย major U.S. bank ผูกค่า แบบ fix กับดอลลาร์ โดย 1Token = 1$
- การผูก value กับดอลลาร์ทำให้ ลด volatile ในมูลค่าของ cryptocurrency บวกกับรับรองสถาบันการเงิน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในการใช้งาน
- พัฒนาส่วนรักษาความปลอดภัย JPM coin รันตัว blockchain network ที่ออกแบบมาเฉพาะเรียกว่า Quorum
- ปัจจุบันให้บริการสำหรับลูกค้าขนาดใหญ่ บริษัทขนาดใหญ่, ลูกค้าสถาบันที่ต้องการซื้อ JPM Coin สำหรับ transfer cross-border payments หรือชำระเงินจ่ายหนี้ต่างๆระหว่างสถาบัน
- กูรูมองว่า JPM Coin ไม่ได้ทำมาเพื่อเป็น asset หรือเน้นมูลค่าจากตัว cryptocurrency แต่ออกมาเพื่อธุรกิจ โดยเฉพาะการปรับตัวของ bank ใหญ่สู้กับ fintech ที่ใช้เทคโนโลยีอย่าง block chain มาแย่งส่วนแบ่งการตลาด รวมถึงเป็นการแก้ข้อจำกัด เรื่องการโอนเงิน ชำระเงิน ที่เคยเป็นอุปสรรคและปัญหาเดิมๆที่เกิดต่อลูกค้าด้วย smart contracts แทนเทคโนโลยีเดิมเช่น wire transfers
- นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการต่อยอดไปถึงระบบการปล่อยกู้และด้าน asset management ด้วยเทคโนโลยีเดียวกันอีกด้วย


- มุมมองต่อตลาด cryptocurrency กูรูส่วนใหญ่มองว่าไม่ค่อยกระทบ เพราะกลุ่มลูกค้าและผู้ใช้งานแตกต่างกัน การสะสมเป็น asset หรือ การใช้ด้านที่ไม่ต้องการตรวจสอบ ต้องการความเป็นส่วนตัว กลุ่ม bitcoin และอื่นๆ ยังเป็นที่ต้องการเช่นเดิม ในระยะยาวกลุ่ม cryptocurrency บางตัวอาจจะด้อยมูลค่าด้านการนำไปใช้งานด้านการเงินได้เช่นกัน
- เป็นสัญญาณการปรับตัวของ ธนาคารและสถาบันการเงิน กับเทคโนโลยีใหม่ อาจจะพบ ธนาคารอื่นๆ อาจจะมีการออก cryptocurrency เพื่อธุรกิจ ตาม JPM ได้เช่นกัน

อ้างอิง
https://www.cnbc.com/2019/02/13/jp-morgan-is-rolling-out-the-first-us-bank-backed-cryptocurrency-to-transform-payments--.html
https://www.forbes.com/sites/madhvimavadiya/2019/02/17/jp-morgans-cryptocurrency-jpm-coin-is-not-a-cryptocurrency
https://www.youtube.com/watch?v=OcdJQ-gTqEo

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

The Revolutionary Way Of Using Artificial Intelligence In Hedge Funds -- The Case Of Aidyia

วันนี้ได้อ่านบทความน่าสนใจ เพื่ออธิบายเพิ่มเติมเรื่อง AI ที่บรรยายเมื่อวาน เลยนำตัวโน๊ตสรุปคราวๆมาแปะไว้ให้พวกเราลองไปศึกษาเพิ่มกัน

- บริบัทวิจัย Preqin ประเมินว่า1,360 hedge funds ได้ทำการใช้พัฒนาระบบ computer trading (ลดการใช้จำนวนคน) ปัจจุบันในตลาดสหรัฐปริมาณซื้อขายส่วนใหญ่มาจาก algorithmic trading (rule based)



- บางบริษัทใช้ AI เพื่อโฆษณา แต่ไม่ได้เน้นพัฒนาหรือนำไปใช้มาก
- Aidyia ใช้ Deep Learning ในการสร้างโมเดลสำหรับการเทรด จากการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก หลากหลายชนิด โดยเฉพาะพวก unstructured data ไม่ใช่ price data อย่างเดียว
เพื่อ วิเคราะห์สภาวะตลาดและโอกาสในการตัดสินใจเทรด [ไม่ใช้ algorithm คงที่]
- การใช้ alternative data กลุ่ม unstructured data ยังเป็นอาวุธลับยอดนิยมในปัจจุบัน
- AI สไตล์ Deep Q-Learning กำลังมาในด้านนี้ แทนจะ prediction ราคาที่เป็น non linear แบบเดิมใช้การหา solution จากสอนโมเดลด้วย reinforcement learning (AI ตัดสินใจซื้อ/ขาย จากการเรียนรู้ทดลองทำในภาวะตลาดต่างๆ)
- กลุ่มนี้ใช้ AI ในกรอบของการบริหารพอร์ต มีการทำ TAA กำหนด threshold บทบาท AI ยังเข้ามาสนับสนุนแผน maximize returns และ minimize risk ไม่ได้ใช้แบบ pure หรือฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ system เดียวโดดๆ

อ่านเพิ่มเติม
https://www.institutionalinvestor.com/article/b194hm1kjbvd37/More-Hedge-Funds-Using-AI-Machine-Learning
https://www.forbes.com/sites/bernardmarr/2019/02/15/the-revolutionary-way-of-using-artificial-intelligence-in-hedge-funds-the-case-of-aidyia
https://www.hedgeweek.com/2018/07/19/266589/majority-hedge-fund-pros-use-aimachine-learning-investment-strategies
https://www.youtube.com/watch?v=lzaBbQKUtAA
https://iknowfirst.com/machine-learning-hedge-fund-artificial-intelligence-algotrading-and-hedge-funds
https://towardsdatascience.com/this-quant-hedge-fund-has-unveiled-one-of-the-first-practical-applications-of-decentralized-ai-37b283098e7a


บันทึกราคา commodity

ปีนี้เหมือน theme เรื่องของการป้องกัน inflation จะเริ่มมา มีหลายรายงานแสดงให้เห็นปริมาณการซื้อสะสมในตลาด commodity ที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการขยับตัวของราคา ในสินค้ากลุ่มนี้หลายตัว ที่ปรับตัวบวกขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2019 แน่นอนว่า ถ้ามองย้อนไป 1-2 ปีอาจจะเห็นความสยองของ ผลตอบแทนที่ติดลบและถดถอยอย่างหนัก
จากภาพ จะพบกลุ่มพลังงานอย่าง น้ำมันดิบ บวกขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เช่นเดียวกับแร่โลหะมีค่าหายากอย่าง palladium (ซึ่งใช้ใน catalytic converters ในอุตสาหกรรมยานยนต์)ที่ราคา +16.9% (ราคาเพิ่มติดต่อกันมาต่อเนื่องโดยเฉพาะ 3 ปี)


ข้อมูลสรุปจากคุณ @charlie Bilello

How did Stock Market Valuation change in 2018?

Norbert Keimling แห่ง StarCapitalAG นำเสนอข้อมูลการเปลี่ยนแปลง Market Valuation ของตลาดหุ้น 18 แห่งทั่วโลก ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โดยเขาทำการวัดการเปลี่ยนแปลงของค่า Shiller-CAPE และ Price-to-Book-Ratio ในแต่ละตลาดและทำการแยกขนาดของ market cap และจำแนกตลาด รายภูมิภาค ด้วยสีต่างๆ จากนั้นจัด zone เพื่อแสดงค่าระดับความถูกแพง และการดึงดูดใจ ที่เกิดจากค่าตัวแปรทั้งสองที่ทำการติดตามในแต่ละปี


ความน่าสนใจคือพฤติกรรม ลักษณะเฉพาะของแต่ละตลาด เช่นตลาด สหรัฐ, ตลาดรัสเซีย และตลาดญุี่ปุ่น ที่มีพฤติกรรมเฉพาะตัว ตรงนี้ไม่ขอลงรายละเอียดเพิ่มเพราะข้อมูลมันน้อยเกินไปจะสรุป
ลองเข้าไปดูภาพเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดได้จาก link ด้านล่างครับ
https://www.youtube.com/watch?time_continue=13&v=1a3JJnRBBFQ

The Best-Paid Hedge Fund Managers Made $7.7 Billion in 2018

นับ 0 กันนิ้วไม่พอเลย สรุปผลงานปี2018ที่ผ่านมา ลายครามอย่าง james simons คงนำอันดับต้น Hedge Fund Managers ที่ทำรายได้สูงสุด โดย RenTech’s Equities Fund +8.5% ตามมาอันดับ 2 เป็นคุณ Ray Dalio (Pure Alpha fund +14.6% ) และ Ken Griffin อันดับ 3
ที่อยากให้สังเกต ไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่ดูเรื่อง strategies ที่แต่ละ Fund ต่างมีสไตล์มีกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นและสุดยอดได้ ซึ่งปี 2018 ด้านกลยุทธ์ ประเภท Quant และ multi strategies ยังคงทำผลงานได้ดีที่สุด
นอกจากนั้นถ้าติดตามกันมาหลายปีจะพบ Fund เหล่านี้ไม่ได้แค่สร้างผลงานดีแค่ปีเดียว แต่มี track record ที่สุดยอดต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย



อ่านเพิ่มเติม
https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-02-15/the-10-best-paid-hedge-fund-managers-made-7-7-billion-in-2018
https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-01-09/hedge-fund-performance-in-2018-the-good-the-bad-and-the-ugly

Trader talk ep6 สะสมทักษะสร้างความมั่งคั่ง

เช้าวันเสาร์ผมนำ podcast เบาๆเรื่องราวเกี่ยวกับการประยุกต์นำเอาหลัก diversification มาใช้กับการสร้างความมั่งคั่งด้วยการสร้าง portfolio เพื่อสะสม ทักษะ(skill) ในการสร้างรายได้ แบบหลายทาง (แนวคิดเริ่มต้นสำหรับ คนสร้างฐานะ ประยุกต์หลัก MPT เปลี่ยนจากสะสม asset มาปรับใช้กับการสะสม skill และ knowledge) โดยผมนำเอาประเด็นสำคัญจาก ผู้บรรยายเป็นกูรูด้านการวางแผนการเงินซึ่งนำเสนอแนวทางปฏิบัติและมุมมองบนเวที Ted Talk


น้นที่การพัฒนาทักษะเพื่อสร้างรายได้หลายทาง เพื่อ diversification ลดความเสี่ยง จากการพึงพาเงินเดือนจากงานประจำอย่างเดียว ที่สำคัญมันไม่ใช่การลาออกจากงานประจำ มาทำตาม passion อะไรแบบนั้น แต่เขาสอนให้เราวางแผนการเงิน บริหารจัดการเวลา และใช้ประโยชน์จาก Gig economic สร้างทักษะที่สามารถพัฒนาเป็นรายได้ ที่ใช้เงินทุนและเวลา จำกัดโดยอาศัยประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ให้เกิดประโยชน์

ลองเข้าไปฟังได้จาก link ด้านล่างครับ
https://www.youtube.com/watch?v=GFcGSXP6rH0

7 million Americans are 90 days+ behind on their auto loan payments

ตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือน เป็นดัชนีชี้วัดสภาวะเศรษฐกิจที่กูรูหลายท่านแนะนำให้ติดตามในปีนี้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับล่างของอเมริกา ที่มีหลายกูรูออกมาให้ความเห็นว่ามันอาจจะแตกต่างและไม่ได้สวยงามเหมือนเศรษฐกิจระดับบนที่รัฐบาลและ Fed พยายามอย่างหนักที่จะกระตุ้นกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ตัวเลขหนึ่งที่ประกาศเมื่อวานดูเหมือนจะเป็นที่กล่าวถึงคือตัวเลข การติดค้างชำระค่างวดรถยนต์ จาก NewYork Fed Report ซึ่งเป็นหนี้ระยะสั้นที่นิยมมีการนำไปใช้วัดสภาพคล่องระดับครัวเรือน ซึ่งตัวเลขล่าสุดออกมา แสดงให้เห็นคนชั้นกลางอเมริกัน จำนวนกว่า 7 million ค้างจ่ายค่างวดของหนี้รถยนต์(auto loan payments) เกินกว่า 90+ วันขึ้นไปเพิ่มจากช่วง 5ปีก่อนหน้าพอควร และเข้าใกล้ระดับตอนช่วงวิกฤติการเงิน ด้านกูรูมองว่าเกิดจาการขาดรายได้มาผ่อนชำระ สะท้อนความไม่ปกติในกำลังซื้อของเศรษฐกิจระดับล่าง


นอกจากนี้ กูรูยังแนะนำให้จับตาตัวเลขอื่นๆอย่างหนี้ผ่อนบ้าน , หนี้บัตรเครดิต และหนี้กู้ยืมด้านการศึกษา ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างตึงเช่นกัน
อ้างอิงจาก

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

Trader talk ep5 นิสัยไม่ดี ที่ควรละทิ้ง

จับเอาประเด็นคำถาม เรื่องคำแนะนำในการพัฒนาตัวเอง สำหรับปี 2019 ของน้องเทรดเดอร์ท่านหนึ่ง มาเล่าให้ฟังในรายการ trader talk ep5 นำเสนอแนวคิดการลดละนิสัยไม่ดี ที่ทำให้เราล้มเหลว หรือ จมปักอยู่กับที่เดิม
แนวคิดทั้ง 13 ข้อนี้ผมตัดมาจากบทความ 13 Things You Should Give Up If You Want To Be Successful ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการพัฒนาชีวิต การงานและด้านอื่นๆได้อีกด้วย
แน่นอนว่าอาจจะดูเยอะและทำได้ไม่ง่าย แต่เราสามารถลองท้าทายตัวเองด้วย ประเด็นที่สำคัญ 2-3 หัวข้อที่อยากลดละเลิก ก่อนก็ได้ ลองติดตามผลและทำให้จริงจัง จากนั้นค่อยพยายามพิชิต ทำเป้าหมายต่อๆไป อาจจะไม่สำเร็จในปีนี้ ก็อย่าเพิ่งล้มเลิกครับ ทำต่อไปจนกว่าเราจะเห็นผลดีที่เกิดต่อชีวิตและ การพัฒนาตัวเรา


ท่านที่ไม่อยากอ่าน ลองฟังสรุปเพลินๆได้จาก link ด้านล่างครับ
https://youtu.be/uftMMVP-lp8

Major Asset Classes 2018 Performance

พอดีเมื่อวานมีน้องท่านหนึ่งของข้อมูล return ของ asset class สรุปปี 2018 เอาไว้ วันนี้ผมเลยนำภาพกราฟิกสรุปจาก visualcapitalist มาแปะไว้ให้ จากภาพจะเห็นกลุ่ม currency ปี 2018 อาการไม่ค่อยดี แถมฉีกกว้าง (ปกติถ้าแกว่งแคบ range ไม่กว้าง,จบปี return ไม่สูงเกิน 1SD พวกนี้จะทำรอบเล่นกับ volatile ได้ดีกว่า การเคลื่อนที่ไปด้านใดด้านหนึ่งของราคาตามโมเมนตรัม ถ้าใครจับทางถูกก็ได้ผลตอบแทนมากตาม เช่นเดียวกันถ้าผิดก็ขาดทุนหรือรับผลการโตของ DD ไป) สิริสกุลใหญ่ติดลบ CAD -6.3% , AUD -9.9%, GBP -5.9% ด้าน USD +4.6%


ด้าน asset ทั่วไป VC จัดอันดับผู้ชนะและผู้แพ้ไว้ พวกนี้คือ extreme ปกติถ้าใครจับถูกก็กำไรงาม จับผิดก็โดนหนัก ด้านผู้ชนะราคาเติบโตในปี 2018 ได้แก่ หุ้น AMD +79.6% เช่นเดียวกับกลุ่มคลาสิก ประเภท ไวน์สะสมเก่าๆ ,งานศิลปะ ด้านผู้แพ้ที่ราคาถดถอยหนักได้แก่ หุ้นเก่แก่ 100 ปีอย่าง GE -56.6%, หุ้นซอส heinz -44.7% และขาดไม่ได้คือ bitcoin -75.4%

อ่านข้อมูล asset class อื่นๆเพิ่มเติม จาก

Venezuela Crisis 2019

สถานการณ์ใน Venezuela ก็เข้มข้น ตอนนี้มีการประท้วง ปะทะมีคนเจ็บ ล้มตายเกือบทุกวัน ประเทศ Venezuela แยกสองขั่ว มีสองประธานาธิปดี ฝั่ง Juan Guaidó ก็สามารถเรียกประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงเพราะปัญหาเศรษฐกิจ Hyperinflation และความยากลำบาก คนตกงาน ไม่มีอาหารกิน ออกมาประท้วงได้จำนวนมากหลายหมื่นตามท้องถนนและสถานที่ต่างๆ แถมยังได้กระแสสนับสนุนจากหลายประเทศ ทั้งยุโรป และสหรัฐ ด้าน Nicolas Maduro ยังครองอำนาจ กำลังทหาร บวกได้การสนับสนุนจาก รัสเซีย
ประเด็นน่าสนใจจากรายงานการวิเคราะห์นี้คือ Venezuela อาจจะไม่จบง่ายๆเพราะมาถึงจุดที่ประชาชนเหลืออด แน่นอนว่า Juan Guaidó อาจจะล้มเหลว แต่ก็จะมี คนต่อๆไป กล้าขึ้นมาท้าทายอำนาจของ Nicolas Maduro เพราะได้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากและชาติประชาธิปไตย อย่างสหรัฐ ยุโรป หนุนหลัง



อีกประเด็นเป็นเรื่องสงครามตัวแทน ระหว่างสหรัฐ และรัสเซีย(+จีน+บราซิล) ซึ่งรัสเซียไม่ต้องการสูญเสียอิทธิพล ในทวีป(ด้านพันธมิตรและจุดยุทธศาสตร์ทางการทหาร)และผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำมัน จำนวนมากใน Venezuela ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้ามีการปรับปรุงแท่นเจาะหรือลงทุนเทคโนโลยีใหม่ Venezuela น่ากลับมาเป็นอันดับต้นของ OPEC ในการส่งออกน้ำมันได้ แต่ปัจจุบันทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของรัฐบาล ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณ
สิ่งที่นวค.การเมือง ส่วนมากเห็นตรงกันคือ สถานการณ์ใน Venezuela อาจจะเป็น ประเด็นหลักในปี 2019 หลังในซีเรีย และยูเครน ดังนั้นคงติดตามและประเมินความเสี่ยงของสถานการณ์กัน ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
https://yhoo.it/2DXqNIG

สถานการณ์ภาคอสังหาฯออสเตรเลีย

หน้าที่ของเราคือ หาข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเตรียมตัวรับมือกับ risk ที่อาจจะเกิด แน่นอนว่ามันอาจจะเกิดหรือไม่เกิด เกิดหนักเกิดเบาอันนั้นก็คงต้องเป็นเรื่องของอนาคตสำหรับส่วนตัวผมไม่คาดเดา แต่เน้นการเตรียมพร้อมรับมือมากกว่า
ที่น่าสนใจคือตั้งแต่ปลายปี 2018 ภาคอสังหาของออสเตรเลีย ดูเหมือนจะเป็นประเด็นร้อนที่มีการกล่าวถึงหนักขึ้นเรื่อยๆ มาพร้อมตัวเลขราคาอสังหาในเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ ที่ถดถอยตกลงราวๆ -20% ที่น่าตกใจคือตัวเลขจากนักวิเคราะห์บางกลุ่มที่ออกมาประมาณว่า ตัวเลขการกู้เงินเพื่อผ่อนบ้านมีจำนวนไม่น้อยที่ประสบกับปัญหา และมีตัวเลขการเพิ่มของผู้กู้/จำนองบ้านรอบ 2 สิ่งที่หนักไปกว่านั้น กูรูมองว่าบ้านหลายแสนหลังที่ราคาตกลงหนักต่อเนื่อง แม้เจ้าของบ้านจะขายบ้าน ที่ราคาตลาด ณ ปัจจุบัน ยังต้องติดหนี้ธนาคารผ่อนชำระยอดเงินต้นต่อ


ผมไม่ลงตัวเลขที่ประเมินเพราะเดียวจะ panic อยากทราบลองดูในคลิปรายการ 60 Minutes Australia ซึ่งนำเสนอประเด็นปมปัญหาในภาคอสังหาของออสเตรเลีย ทั้งเรื่องอาคาร ample tower ที่เกิดร้าวหลังเปิดได้ไม่ถึงปี จนต้องอพยบคนออก ทำให้นักลงทุนจำนวนมากขาดทุนหนัก และปัญหาการตกต่ำของราคาอสังหาริมทรัพย์ การขายโครงการไม่ออกจำนวนมาก รวมถึงยอดการลงทุนในอสังหาของต่างชาติที่ถดถอยลง สอดคล้องการเตือนของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ในปีที่แล้วหลายเจ้าเช่น HSBC ที่เตือนระวังฟองสบู่ที่อาจจะเกิด
รายการนี้ถือเป็นรายการแนวเจาะลึกที่มีชื่อและน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง อยากทราบรายละเอียดและสถานการณ์ที่เกิด ลองเข้าชมคลิปได้จาก link ด้านล่างครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

Robust Asset Allocation for Robo-Advisors

วันนี้นั่งหาบทความเกี่ยวกับการทำ RoboAdvisor ไปเจอหลาย paper ที่น่าสนใจ แต่อันหนึ่งที่ชอบสุดคือ paper ของ Amundi Asset Management เขียนเรื่อง Robust Asset Allocation for Robo-Advisors
paper นี้ค่อนข้างยาว 70 กว่าหน้า ผู้วิจัยแนะนำแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของพัฒนา Robo-Advisor ซึ่งนิยามปัจจุบันคือการทำ automated portfolio management แต่หลายเจ้ายังใช้คน( human-based ) เพราะมองว่า portfolio optimization เป็นงานที่ยากโดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับภาวะความไม่แน่นอน และความผันผวนของตลาด ประเด็นหลักๆพูดถึง

- เทคนิคและข้อจำกัด mean-variance optimization ,การสร้างพอร์ตให้เกิด maximum Sharpe ratio (risk/return trade-off ) แบบเดิม การ overfit ของโมเดลกับ data ในอดีต ที่ทำให้การ optimize น้ำหนักของโมเดล ไม่สามารถทำงานได้ดีในภาพตลาดที่แตกต่างจากอดีต ส่งผลให้พอร์ตมีความผันผวน
- การทำ hedging portfolios ,การเลือก asset ในจากค่า ความสัมพันธ์(correlation) เพื่อทำ diversification
- นำเสนอเรื่อง portfolio regularization แก้ข้อจำกัดของ MVO portfolio แบบเดิมโดยกล่าวถึงการใช้ L1 และ L2 Regularization Methods (Ridge regression ผสม Lasso regression) เทคนิคการแก้ overfitting ในงาน regression model ที่ดูจะมีประสิทธิภาพดีกว่า cross-validation ในกรณีที่สร้างโมเดลสำหรับรองรับ Feature จำนวนมาก
-ผู้วิจัยเชื่อว่าแนวคิดการนำ regularization และ sparsity มาใช้จะช่วยทำให้ robo-advisor สร้างโซลูชั่นใน portfolio optimization ได้ดีขึ้น
สรุปสั้นๆ แต่โดยรวมถ้าทำงานด้านนี้ คุ้มค่าการอ่านมากส่วนตัวกำลังทำ Deep learning กับ portfolio optimization อยู่เช่นกัน ซึ่งหลายแง่คิดใน paper นี้เราเอาไปประยุกต์ได้ โดยเฉพาะเรื่องของ regularization และ sparsity
เข้าไปดาวน์โหลดได้จาก

Block Battle – Who’s The Next Satoshi

ออกตัวก่อนว่าบทความนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเทรด bitcoin (กลัวจะมีคนเข้าใจผิด) แต่ผมจะมาแนะนำรายการที่มีโอกาสได้ดูสุดสัปดาห์นี้ ที่ชื่อ Block Battle ให้พวกเราได้ติดตามกัน
Block Battle เป็นรายการโชว์ของเกาหลีใต้ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งรูปแบบเหมือนรายการประกวดไอเดียธุรกิจ แบ่งเป็นการนำเสนอแนวคิดและโปรเจคที่พัฒนาจริง ทำงานได้จริง รับผู้ร่วมแข่งขันจากทั่วโลก ทุกระดับตั้งแต่ นักศึกษา นักพัฒนา ยันผู้ประกอบการ startup

แบ่งการแข่งเป็นรอบๆ เริ่มจากรอบแรกการคัดเลือก(ตรวจสอบรายละเอียดว่าทำงานได้จริง) รอบ Pitch ต่อกรรมการ และรอบ Battle แข่งนำเสนอ paper เชิงเทคนิค บวกกับมีคะแนนโหวตจากทางบ้านตามสไตล์เกาหลีอีกด้วย
รายการปนภาษาเกาหลีใต้และภาษาอังกฤษ มีซับ eng ให้อ่าน ทำให้พอชมได้ สิ่งที่ชอบ กรรมการเก่ง มีความรู้ลึกดีมาก ไม่ได้มโนหรือรู้แบบตื้นๆและมาพูดให้ความเห็นแบบทั่วไป แถมมีครบทุกด้านทั้งด้านผู้เชี่ยวชาญสายพัฒนา ด้านการตลาด ด้านของสายการเงิน(investment fund) ตรงนี้ทำให้ผู้ชม ได้มุมมอง แง่คิดและได้ประสบการณ์ เพิ่มระหว่างชมการแข่งไปอีก


สนใจดูออนไลน์บน youtube ได้มีซีซั่นแรกมี 5 ตอนสนุกและได้แง่คิดดี ดูจบอยากไปลองทำโปรเจคกันเลย ส่วนผู้ชนะซีซั่นนี้คือ GRABITY เป็นการนำเอา blockchain พัฒนาเครือข่าย internet รูปแบบใหม่แบบ decentralized network ที่มาแก้ปัญหาเรื่องการรับส่ง การเก็บกระจายข้อมูล รายละเอียดน่าสนใจมากแต่ผมไม่ขอลงลึก ลองไป white paper ได้จากลิงค์ (นึกถึงโปรเจค new internet ของ Richard ในซีรีย์ Silicon Valley เลย)

หลายโปรเจคอาจจะไม่ใช่ไอเดียใหม่ แต่การ implement ด้วยเทคนิคและรายละเอียดนี้น่าสนใจมาก ส่วนตัวผมเชียร์ DATAM เขาใช้ Blockchain ไปเทรด carbon credits จุดนี้ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและช่วยพัฒนารายได้ให้ประเทศที่มีป่าไม้ ส่งเสริมการปลูกป่าได้อีก
เข้าไปดูรายการ และศึกษารายละเอียดแต่ละโปรเจคที่ผ่านรอบสุดท้าย 12 Blockchain projects ได้ที่
http://www.nextsatoshi.com/ 

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรด

ปัจจุบันมี email ถามเรื่องการเลือกใช้ระบบเทรด และกลยุทธ์การเทรดเยอะมากๆ หลายคนเจอระบบเทรดแบบต่างๆที่มีการโฆษณา มีการกล่าวถึงมากมาย บางก็ลองแล้วไม่รุ่ง ลองแล้วยังขาดทุนและไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่จริงจังได้

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ระบบเทรดไม่ดี หรือตัวเราไม่เก่ง ไม่มีความสามารถเสมอไป บ่อยครั้งอาจจะเกิดจากความไม่เหมาะสม ของตัวเราที่มีข้อจำกัดแตกต่างเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถใช้ระบบเทรดหรือกลยุทธ์ตามคนอื่นๆ แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดี เหมือนกัน


ดังนั้นวันนี้เอาประเด็น "ข้อจำกัด" มาอธิบายให้ลองฟัง และคิดตามกัน เพื่อจะได้พิจารณาข้อจำกัดในตัวเรา แล้วใช้ข้อมูลเหล่านั้นวางแผน เพื่อพัฒนาระบบเทรด ที่มีรายละเอียด เลือกใช้กลยุทธ์ได้เหมาะกับตัวของเราเอง
รับฟังได้จาก #tradertalk ep4 :ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเทรด

staggered stop-loss strategy

เช้านี้นั่งอ่านบทความเกี่ยวกับ money management ไปเจอกลยุทธ์ด้าน exit strategies หนึ่งชื่อ staggered stop-loss strategy วิธีการไม่มีอะไรซับซ้อน แต่น่าสนใจตรงใช้ profit ที่เกิดมาปรับส่วนของ risk per trade ให้ขยับขึ้นลงแปรผันไปตาม ราคา asset ที่เพิ่มขึ้นตามช่วงเวลา
ไอเดียนี้หยืดหยุ่นกว่า volatility based stoploss เพราะคำนวณง่าย และสามารถประยุกต์ใช้กับการเทรดสินค้า แบบกลุ่มที่มีความสัมพันธ์(correlation)ระหว่างกัน แต่มีระดับความผันผวนมีระดับต่างกัน ได้อีกด้วย


ลองอ่านรายละเอียดจากภาพ (capture มาจากเอกสาร ไม่มี link)
ปล. อีกอันที่น่าสนใจคือเขาเขียน ภาพการวาง stoploss แบบกราฟ payoff diagram ของ options ตรงนี้ดูอธิบายไอเดียได้เห็นภาพดี

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

09.00 AM Monday Reads

- How Marie Kondo Is Really Cleaning Up (at the Bank), ชัยชนะของ Netflix กับโมเดลรายการรูปแบบใหม่ (local-language and cross-border shows) ,  Marie Kondo แนวคิด "spark joy" กับการจัดการบ้าน, ลดละทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือไม่มีบทบาทต่อความสุขในชีวิต, ยอดบริจาคสิ่งของในอเมริกาพุ่งสูงสุดรอบหลายปี หลังเดือน มค. ที่ netflix ออกอากาศรายการ
https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-01-29/marie-kondo-conquered-netflix-and-is-now-training-cleaning-consultants

- MIT professors กล่าวหาว่า Ford นำขโมยเอา dual port- และ direct-injection technology ที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในรถกระบะขายดี ยอดขาย $42 billion รุ่นใหม่ในสหรัฐ, ด้าน Ford ปฏิเสธระบุเป็นการกลั่นแกล้งจากคู่แข่ง
https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-02-02/best-selling-trucks-use-tech-mit-says-ford-stole-from-professors



-  Short-term Luck Versus Long-term Skill , การยึดติดกับ  short-term performance ไม่ใช่เรื่องดี บางครั้งทำให้หลงทางและล้มเหลวในที่สุด, ไม่ควรหวังพึ่งโชค เข้าใจหลักความน่าจะเป็น
http://jimoshaughnessy.tumblr.com/post/137235375474/short-term-luck-versus-long-term-skill

- Australia is heading for a housing-driven economic slowdown, Australian recession ความวิตกกังวลในตลาดอสังหาริมทรัพย์ + การขยายตัวเศรษฐกิจที่ชะงัก , bond yields ถดถอยต่อเนื่อง
https://www.livewiremarkets.com/wires/australia-is-heading-for-a-housing-driven-economic-slowdown

-Australian building approvals slump as property woes deepen , ข้อมูลตัวเลขภาคอสังหาของออสเตเรีย ยังออกมาไม่ดีต่อเนื่อง
https://t.co/6ox3yFBPDi

- Aussie dollar weaker, ภาวะถดถอยและการอ่อนตัวในค่าเงิน AUD
https://reut.rs/2S5Fmmb

-The Economics of Owning a Home, ถกประเด็นเช่าหรือซื้อบ้าน ดีกว่ากันในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
https://theirrelevantinvestor.com/2019/02/02/the-economics-of-owning-a-home/


https://theirrelevantinvestor.com/2019/02/02/the-economics-of-owning-a-home/
- Getting Started with the NAG Library for Python ,  NAG Numerical Library ,สำหรับงานคำนวณ math , optimization และสมการ,สอนวิธีใช้งานเบื้องต้น
https://www.youtube.com/watch?v=com1tv2eOqA

- There's a new movie coming out about high-speed trading on Wall Street, "The Hummingbird Project, หนังออกใหม่เกี่ยวกับ HFT การช่วงชิงโอกาสทำเงิน
https://www.businessinsider.com/hummingbird-project-trailer-high-speed-trading-on-wall-street-movie-2019-1