ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โพสต์

กำลังแสดงโพสต์จาก มีนาคม, 2020

Ray Dalio estimates the corporate losses

Ray Dalio ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับผ ลกระทบของเศรษฐกิจสหรัฐจากว ิกฤติการระบาดของไวรัส COVID-19 - เขาเชื่อว่าวิกฤตินี้ทำให้เ กิดการเสียหายครั้งใหญ่ ในประวัติศาสตร์ ภาคองกร์ธุรกิจ จะเสียหายถึง $4 trillion เขาประเมินทั้งโลก(Global) เสียหาย $12 trillion - ธุรกิจขนาดเล็กอาจจะล้มละลา ย เจ้าของกิ จการหมดตัว, ประชาชนจำนวนมากตกงาน - การเกิดวิกฤติยิ่งยาวและใช้ เวลานาน ทำให้ผลกระทบต่อสภาพคล่องขอ งธุรกิจ -รัฐบาลต้องอัดฉีดเงินสด ไปยังประชาชนและธุรกิจเพื่อ เสริมสภาพคล่อง + การลด/ ชะลอหนี้ในธุรกิจและประชาชน รวมไปถึงการ bailout ที่อาจจะเกิดขึ้น เขาประเมินรัฐบาลควรใช้งบ fiscal stimulus package อย่างน้อย $1.5 trillion - $2 trillion -ด้านนโยบายการเงินจาก Fed ช่วยเรื่องการลดอัตราดอกเบี ้ย ต้นทุนการกู้ยืม + QE แต่เขามองว่าเครื่องมือหรือ ประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศร ษฐกิจของ Fed ลดต่ำลงและมีจำกัดกว่าทุกคร ั้งที่เกิดวิกฤติ (ระดับ อัตราดอกเบี้ยต่ำติด 0, การซื้อ Bond ของเฟดไม่สามารถทำให้ราคาบอ นด์ลงได้) -โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของ รัฐบาลใช้เงินเยอะ รัฐออกBond ระดมเงินมาเสริมกระตุ้นเศรษ ฐกิจ แต่ปัญหา

The Great Depression

วันนี้มีโอกาสได้ดู สารคดี Great Depression มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ เลยอยากแนะนำให้ได้ดูกัน ผมสรุปประเด็นหลักมาให้ คราวๆดังนี้ -1914-1918 สงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุด เศรษฐกิจถูกกระตุ้น กลับมาฟื้นตัวและขยายตัวมาก ช่วง 1920 บนแนวคิดอเมริกันดรีม ประชาชนมีเงินเก็บมีการใช้จ ่ายซื้อบ้าน ซื้อรถ(ยุคแรกของรถยนต์) ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นโทรทัศน์ เครื่องดูดฝุ่น -ราคาหุ้นเติบโตสร้างผลตอบแ ทนครั้งใหญ่ คนสนใจเข้ามาลงทุนใน wallstreet เช่นเดียวกับสถาบันการเงิน ทำให้เกิดการเฟื้องฟู คนส่วนมากอยากเข้ามาหาเงินจ ากตลาดกระทิง หุ้นเกือบ 80% ถูกไล่ซื้อราคาพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนเริ่มใช้เงินกู้(lo an) เขามาดักซื้อหุ้นสะสมเพื่อห วังทำกำไร , ขณะเดียวกันธนาคารยินดีปล่อ ยกู้เพื่อหารายได้จากดอกเบี ้ย. สถาบันการเงินนำเงินกู้เข้า มาเทรดหุ้นเพื่อหากำไร -1929 ตลาดสหรัฐถึงจุดสูงสุดดัชนี  Downjone +218% นับจากปี 1922 คนต่างเชื่อมั่นแต่แล้วเศรษ ฐกิจเกิดชะลอตัว ยอดส่งออกสหรัฐลดลง , บริษัทเริ่มมียอดขายลดลงรุน แรง ผลประกอบการไม่ดีแบบที่คาดห วัง -ช่วงกลางปี 1929 เริ่มมีการพูดถึงการถดถอยทา งเศรษฐกิจ recession จนมาถึง 24/10/

การหาหุ้นปลอดภัยด้วย cross sectional momentum

มีคนถามประเด็นการหาหุ้นเทรด ในช่วงตลาดแบบนี้ ซึ่งบางทีเราเลือกหุ้นราคาถูกเพราะ มันลงจากปีก่อนหน้าเยอะ แต่ไม่ได้แปลว่ามันจะเป็นราคาที่ดีเสมอไป เพราะส่วนใหญ่ยิ่งซื้อยิ่งไหลลง เรียกว่าถัวเฉลี่ยกันจนหมดใจไปเลย ดังนั้นการหาหุ้นราคาปรับตัวลงมาเยอะ เทรดจำเป็นต้องเลือกหุ้นที่ดีมีความแข็งแกร่งด้วย นั้นคือการใช้เทคนิค cross sectional momentum ผมขออธิบายง่ายๆ คือหุ้นมี market discount ราคาปรับตัวลง แต่ความแข็งแกร่งจะดี คือไม่ถดถอยลงมากกว่า ดัชนี SET และดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม (ส่วนมากพวกนี้ ลงมาสักระยะ downside จะจำกัดแล้ว การเข้าซื้อขายก็ไปหา จังหวะจาก TS-MOM ก็ได้) ยิ่งถ้าอยากถือยาวลองเลือกตัวที่เป็นพวก low beta ประกอบ จากนั้นก็เทรดกลาง ยาว รอให้ได้สักนิด หลักการเดียวกันถ้าจะ ซื้อเก็บหุ้นปันผลดี อย่าดูแค่ราคา ดูความแข็งแกร่งมันด้วย โดยหลีกหนีหุ้นขาลง ทั้งราคาและพื้นฐานกิจการ ก็ใช้ cross sectional momentum เบื้องต้นได้ โดยอย่าไปซื้อหุ้นที่ถดถอยราคาลงหนักต่อเนื่อง(-40 ขึ้น) และลงมากกว่าดัชนีหมวดอุตสาหกรรม และดัชนีตลาด ตัวอย่างหุ้นสายการบิน มาให้ดูซึ่งช่วงนี้เผชิญกับ ความเสี่ยงและปัจ

Asymmetric Returns & Black swan

บทความนี้ น่าจะช่วยอธิบายตัวอย่าง Asymmetric Returns ที่เมื่อวานผมมีโอกาสได้พูด ถึง เชื่อว่าหลายคนเคยอ่านหนังส ือ black swan ของ nassim taleb ไปแล้ว มีแปลมีสรุปไทยด้วย แต่เชื่อว่าบางทีอ่านจบยังไ ม่ get ว่านำไปใช้ในการเทรด การบริหารพอร์ตยังไง บทสัมภาษณ์นี้ เป็นกรณีศึกษา Asymmetric Returns ที่ Mark Spitznagel (ลูกศิษย์เอก ของ taleb )เขาเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บร ิหารเฮ็ดฟัน Universa Investments เขาอธิบาย  แนวคิดการใช้เงินทุนบางส่วน แบบจำกัดในพอร์ตแบ่งไปเทรดอ นุพันธ์ เช่น options (OTM) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ขนาดใ หญ่ ในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ  แบบ black swan (Low probability event & Huge Impact) หรือเกิดวิกฤติการเงินจนทำใ ห้ market crash (กลยุทธ์การทำนี้ไม่ง่ายนะค รับ ต้องไปศึกษาเพิ่มไม่ใช่เทรด อนุพันธ์แล้วจะจบ ยิ่งไปเทรด Options OTM มันต้องไปสู้เรื่องราคาและก ารบริหารต้นทุนค่า premium ที่จ่ายเพื่อลดผลกระทบการขา ดทุนอีก ยาวๆๆ บทความนี้ไม่ได้พูดไว้) บทความนี้คุณ Spitznagel ยกกรณีปี 2008 ที่ฟันด์เขาสามารถทำผลตอบแท นได้อย่างงาม ขณะที่เจ้าอื่นๆขาดทุนหนัก เมื่อเฉลี่ยรวมกับผลตอบแทนภ าวะตลาดปกติ

What is the Bitcoin’s Risk-Free Interest Rate?

เช้านี้อ่านบทความกลยุทธ์การเทรดของ quantpedia อันหนึ่งน่าสนใจ แต่ออกตัวก่อนว่าไม่ได้แปลว่ามันทำแล้วจะ work ง่ายๆ แต่ก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าแกะต่อ ผู้วิจัยต้องการสร้างระบบเทรดสร้างผลตอบแทนสเถียรและจำกัดความเสี่ยงในกลุ่ม Cryptocurrencies เป็นสินทรัพย์ประเภท volatile asset class บทความมันยาวพอควร อธิบายเรื่อง Interest Rate และอื่นๆ แต่ Key หลัก คือการใช้ futures contract เพื่อสร้างความมั่นคงปิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของสินทรัพย์เช่นการโดน hack โดนโกง โดยใช้ regulated derivatives market ของ CME ร่วมกับ Arbitrage strategies ซึ่งเขาทำบนการ long บนสัญญา front-month contract ซึ่งราคาใกล้กับ BTC Spot price และมีสภาพคล่องที่ดี ร่วมกับการ short สัญญาประเภท back-month contract คล้ายการทำกำไรจาก calendar spreads ผมไม่ลงเรื่องกลยุทธ์มาก ไม่อยากให้เทรดเดอร์รีบไปทำตามเพราะมันมีอะไรลึกมาก ถ้าอยากรู้ลองไปศึกษาต่อ แต่ Key บนความนี้ที่เลือก Arbitrage strategies เพราะเขาต้องการลงทุนใน Bitcoin + ต้องการสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า อัตราดอกเบี้ยของธนาคาร แต่ไม่ต้องการความเสี่ยงที่สูงจาก volatility

ความไม่เป็นเหตุเป็นผลของตลาด

ราคาสินทรัพย์ เช่น หุ้น ทองคำ น้ำมัน ส่วนใหญ่ในภาวะไม่ปกติ มันจะยากที่จะหาความเป็นเหต ุเป็นผล(สิ่งที่เราเห็นตามส ื่อมันคือคำอธิบาย ผลที่เกิด) เพราะราคาตลาด(market price) มันเปลี่ยนแปลงไปตาม ความหวังในอนาคตของคนในตลาด  ทั้งด้านบวก(positive)และลบ (negative expectation) การพยายามไปหาคำตอบ หรือคำอธิบาย ให้ได้แท้จริงมันยาก ยิ่งพยายามจะไปคาดเดา ห รือพยากรณ์ว่าอนาคตจะเป็นอย ่างไรในภาวะแบบนี้ยิ่งยากไป อีก ช่วงนี้มีแต่คนถามเรื่อง ตลาดหุ้น ว่าทำไมวันนี้ราคาลง ทำไมพรุ่งนี้ขึ้น ส่วนตัวผมไม่มีคำตอบให้จริง ๆ ก็เทรดไปตามระบบ flow ไปกับสิ่งที่เกิด สังเกตและ ปรับตัววางแผนรับมือ สิ่งสำคัญคือ การไม่ใช้อารมณ์ เพราะช่วงนี้ อารมณ์ ถูกเล้าได้ง่าย สุดท้ายยิ่งหมกหมุ่น ยิ่งพยายามหาคำอธิบายหรือหา ความชัดเจน จะยิ่งทำให้เครียดก็จะนำมาซ ึ่งความผิดพลาด ยกตัวอย่างเคสของความไม่เป็ นเหตุเป็นผล กรณีช่วง 4 ปีที่แล้ว ราคาน้ำมัน WTI ลงมาจากปีก่อนหน้า $120 / บาร์เรลมาระดับต่ำสุด $27 /  บาร์เรล โดยปริมาณน้ำมัน 1 บาร์เรลเท่ากับ 159 ลิตร เมื่อเทียบราคากับ น้ำแร่ หรือ แม้แต่ ไวน์ เหล้าต่างประเทศ น้ำมันยังถูกกว่า แต่ตอนนั้นความก