ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ trading stragegies

หนังสือแนะนำสำหรับการเทรด Options

พอดีมีน้องเทรดเดอร์ท่านหนึ่งเขียน email มาให้ช่วยแนะนำหนังสือเกี่ยวกับ Option Trading ให้หน่อย ผมเลยอยากนำเนื้อหามาแชร์ต่อด้วย เพื่อว่าใครสนใจมองหาอยู่ ,โดยหนังสือที่ผมแนะนำน้องเขาไปชื่อ " Positional Option Trading: An Advanced Guide" เป็นหนังสือ options ของคุณ Euan Sinclair ซึ่งคนที่เรียนเทรดเดอร์ option น่าจะคุ้นเคยกับหนังสือเล่มอื่นๆของเขาดี แต่เล่มนี้เล่มใหม่ล่าสุดของเขา ออกช่วง September, 2020 และเรียบเรียงเนื้อหาให้อ่านง่าย ไม่ได้เน้น Math มากไปแบบเล่ม Volatility Trading นะ โดยหลายเรื่องโยงต่อมาจากเล่ม Option Trading ซึ่งถ้าซื้อสองเล่มคู่กันมาอ่านก็ดีทีเดียว เล่มนี้เนื้อหาอัดแน่นคุ้มมาก โดย เริ่มต้น คุณ Sinclair ก็ปูพื้นฐาน options พวก Theory และ Pricing Model , ให้ก่อน มือใหม่ก็สามารถทำความเข้าใจได้จากตรงนี้ แล้วก็ค่อยๆลึกเช่นเรื่อง Forecasting Volatility แบบต่างๆ, รวมไปถึงเรื่อง กลยุทธ์(strategies) เขาเขียนอธิบายแจกแจงกลยุทธ์การเทรด options ไว้หลากหลาย โดยเฉพาะการเทรดระยะกลาง , หรือยาว เชิงกลยุทธ์เชิงซ้อน และจุดน่าสนใจคือการทำกลยุทธ์แบบผสมเชิงซ้อนด้วยการใช้ Option

ทดลองใช้งาน OpenBB Terminal V2.1.0 (ปี 2023)

 ปีนี้เน้นเทรดหุ้นอเมริกา เป็นหลัก เลยลองหาเครื่องมือใหม่ มาใช้วิเคราะห์และทำระบบเทรด ทำให้มีโอกาสได้เป็นทดลองเล่น OpenBB Terminal จริงๆรู้จัก OpenBB Terminal ,มาตั้งแต่ปี 2022 แล้วแต่ยังไม่ได้เล่นจริงจังเท่าไหร่ ปีนี้มานั่ง setup และลองใช้จริงจังกับ OpenBB V2.1.0 (ล่าสุดปี 2023) พบว่ามันน่าสนใจมาก   ลองมา 2 สัปดาห์ตอนนี้ผมยังเล่นไม่หมด แต่ของข้างในเยอะมาก ที่สำคัญเป็น opensource ด้วย นั่งแกะตัวอย่างต่างๆ สนุกมากเลย ทีมพัฒนาทุมเทจริงๆ เอาหลายๆอันมารวมลงใน OpenBB , มีทุกเรื่อง ทุกด้าน ทั้งแต่ข้อมูล(Stock,Options,Forex,Crypto, Economic data) ,การทดสอบระบบ, การวิเคราะห์พื้นฐาน งบการเงิน, การวิเคราะห์ Quant analysis ,ยัน Portfolio analysis และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังผสานรวมกับ financial API เช่น Qauntdl, Alpha Vantage, Financial Modeling Prep, Finnhub, Twitter, Coinbase, SEC, Polygon และอื่นๆ อันหนึ่งที่ผมนั่งเล่นมาสักระยะ คือ stock sceener เขารวมตัวอย่างเงื่อนไขการคัดกรองหุ้นไว้เยอะมาก ทั้ง FA และ TA ในภาพผมทดลองใช้ buffett_like ตัวอย่างจาก Finviz ความชอบคือ พอค้นหารายชื่อหุ้นได้ เอ

Market Profile Vs Volume Profile

พอดีมีน้องคนหนึ่ง DM มาถามว่า 2 ประเภทเครื่องมือนี้ต่างกันอย่างไร คิดว่าหลายคนคงอยากรู้เหมือนกัน จึงนำมาสรุปย่อให้ฟังดังนี้ครับ Market Profile กับ Volume profile นั้นแตกต่างกันในด้านการใช้ data แต่วิธีคิดการวิเคราะห์คล้ายกัน คือดูการกระจายตัว หรือ distribution ของ market activity ในกรอบเวลาที่สนใจเช่น ภายในวัน โดยหลักการพื้นฐานคือการจำแนกลักษณะการกระจายตัวของ พฤติกรรมราคา แบบความเป็นปกติ(normal dis)และความไม่ปกติ ด้วยการ plot การกระจายตัวผ่านกราฟ histogram เป็น chart ที่ไม่ใช่ time series แบบกราฟราคาทั่วไป 1. Market Profile (TPO -Time Price Opportunity) นี้ของ J. Peter Steidlmayer ลิขสิทธิ์ของ CBOT ดูพฤติกรรมตลาดในกรอบ day ตัวนี้ในหนังสือ Technical Analysis ของ John Murphy สอนไว้ละเอียดเลย อ่านตามนั้นได้ สรุปสั้นๆ ใช้ตัวอักษร A,B,C,D เป็นตัว marker นับ เพื่อดูการกระจายของราคาใน price level ต่างๆ ตามโมเดลของ CBOT ส่วนการนับ TPOหรือเลือกข้อมูลราคา นั้นจะมาร์คอักษร ทำความถี่การสังเกตทุก 30นาที ถ้าราคา TPO ซ้ำโซน Price level ก็ขึ้นแถว ต่อๆไป ดังนั้นเราจะเห็นการกระจายตัวของ ราคา ที่เกิดภาย

Trailing Stop Tactic & Trading strategies

 มีกำไร แต่ขายไม่ทัน ด้วยความลังเลบ้าง(อยากได้กำไรเพิ่ม), ตั้ง Target Price สูงเกินจริงบ้าง(จากกำไรกลายเป็นขาดทุน) ปัญหาพวกนี้ทางแก้ไขหนึ่งคือต้อง focus ไปที่การใช้ Trailing Stop ในการเทรดให้ชำนาญและเหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาเวลาตลาดผันผวนแทนที่จะไปกำหนดค่าด้วย RRR แบบคงที่ให้ดูคุ้มค่าตามหนังสือ หรือกำหนด target price แบบเอากำไรเยอะๆตามใจของเรา, ลองหัดวิเคราะห์พฤติกรรมข้อมูลราคา, วิเคราะห์ระดับ volatility ให้เหมาะสมกับภาวะปัจจุบัน แล้วลองใช้ Trailing Stop ที่เป็นการออก(exit)แบบลอยตัวดูบ้าง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเทรดได้เยอะ ครับ(ถ้าใช้เป็น) พูดเรื่องนี้เลยอยากให้เห็นภาพว่า ต่างประเทศเขาทำกันจริงจังมาก เพราะ tactic เล็กๆแค่นี้แต่มีผลต่อ Profit & Loss Curve และ Drawdown มหาศาล สำคัญกว่าการไปนั่งหาเครื่องมือทำนายทิศทางราคาให้แม่นๆเยอะ paper นี้ชื่อ When to sell an asset amid anxiety about drawdowns ช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวน, ซึ่งบางครั้งรอบ mementum ราคามันเปลี่ยน จากเดิมเคยกำไร รอบ 10-15% อาจจะเปลี่ยนกลายเป็นวิ่ง5-8% แล้วสลับลง asset price drawdowns แบบนี้ยิ่งทำให้เทรดเดอ

Asymmetric Risk in Trading Strategies

 จาก คลิปการบรรยาย Trade like Jesse Livermore ที่ได้แชร์ไปก่อนหน้า มีประเด็นหนึ่งที่ผมได้พูดเรื่อง Risk Reward Ratio ไว้ว่าการวัดความคุ้มค่าแบบนี้ มันเหมาะใช้กับ Trend Following , หรือ Momentum Trading ที่เราเน้นการถือ Position มีระยะเวลาถือครองสถานะระดับหนึ่ง เพื่อให้เกิด Profit Run จากการเติบโตของเวลา ดังนั้นมันจึงเหมาะสมลงตัว แต่กลุ่ม Volatility Trading strategies เช่น HFT, Scalping , GRID, Mean Reversion มันเทรดตาม volatility ธรรมชาติของความผันผวน มันจะกินเวลาที่สั้นหรือจำกัดอยู่แล้ว ดังนั้นการเทรดถ้าถือสถานะยาว อาจจะไม่ได้เปรียบหรือเกิดประโยชน์ต่อกลยุทธ์ Volatility Trading ดังนั้นพวกนี้เขาจะไม่ได้เปรียบเทียบความคุ้มด้วย RRR จากการเทรดครั้งต่อครั้ง แต่แนวทางจะใช้สิ่งที่เรียกว่า Asymmetric Risk อธิบายสั้นๆ คือ เทรดพวก Limit Risk แต่หาประโยชน์จาก Return ที่เกิดในช่วงสินทรัพย์ผันผวนสูง(ตรงข้ามกับพวกที่เล่น High Risk ,หวัง High Return บนสินทรัพย์เสี่ยงนะ) โดยใช้ Risk management และ Money management จำกัด Downside ที่เกิดจากการเทรด ให้มากที่สุด, เราจะเห็นการเทรดสถานะย่อย,การเข้าออกหลายร

กลยุทธ์การเทรด Breakout

สัปดาห์นี้นำเรื่อง กลยุทธ์การเทรด Breakout ด้วย Average Directional Index(ADX) มาแชร์ครับ , เครื่องมือง ADX ตัวที่น่าสนใจเพราะใช้วัดกำลังและคุณภาพของ Trend ,หรือทำหน้าที่เป็น Trend detection ได้ เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ Volume และ Volatility ก็ทำให้ สามารถนำมาสร้างกลยุทธ์ในการเทรด Breakout ได้ค่อนข้างดีและมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว สนใจลองแวะไปฟังได้ที่ https://youtu.be/N7LNiFQJ3oI