สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

Historical Volatility

เอามาโน๊ตไว้ให้ดูนะครับเห็นน้องบางคนรีเควส อยากอ่านเรื่องยากๆ
ผมชอบเขียนบทความ สอนเรื่องที่มันเข้าใจง่าย ไม่ต้องชะโงกคอ
อ่านหรือตีความหลายตลบ เลยพยายามไม่เขียนอะไร
ซับซ้อนเต็มไปด้วยสมการ กราฟ ตาราง อะไรแบบนั้น 

ผมตอบคำถามเรื่อง volatility เยอะมาก พอเอา paper ให้อ่านก็เงียบกันไป แล้วก็มีมาถามใหม่
อยากเรียนรู้ลองศึกษาดูครับ เขียนสรุปเอาไว้ให้เลย จบ

ตัวอย่าง ในการคำนวณ Historical Volatility ทำไว้แบบ step by step เลย
คราวหน้าใครถาม จะได้ไม่ต้องมาอธิบายซ้ำ
ในบ้านเราไม่มีโปรแกรม หาให้ ผมเองเทรด หรือทำระบบ ก็เขียนโปรแกรมคำนวณเอง

ดังนั้น มันทำให้ผมต้องลงไปทำความเข้าใจในระดับ สมการ 
มันช่วยอธิบายให้เห็นภาพ เห็นกลไกการวิเคราะห์ได้ดีมากยิ่งขึ้น 

Historical Volatility เป็นค่าคุณสมบัติของพฤติกรรมราคาดูการเบี่ยงเบน หรือการแปรผันของ ราคาหุ้น ราคาสินทรัพย์เทียบกับอดีต
คำนวณได้อ่านได้ มันเอามาประเมิน volatility ในอนาคตได้อีก และถ้าเข้าใจ รู้ source การเกิด volatility มันก็ช่วย
ในการประเมินความเสี่ยงและสภาวะการณ์ได้ดีมาขึ้น และใช้ volatility ช่วยตัดสินใจในการดำเนินกลยุทธ์ได้อีก 

step คำนวณ

1. คำนวณ log ของ ราคาปิด[ln(p1/p0)] 
2. หา Variance ของ log 

3. ถอด squre root หา standard deviation
4. แปลง daily volatility ไปเป็น annual volatility หลักการใช้วันที่ตลาดเปิดทำการในรอบปี
คือ x * √252 คูณเข้าไปก็ เรียบร้อย หรือถ้าจะใช้แค่ 3 เดือนก็ทำได้เช่นกัน 

ตัวนี้เหมาะการคำนวณแบบ EOD ใช้ประเมินภาพกว้างๆช่วยในการตัดสินใจซื้อขาย ใช้ได้ทั้งหุ้น ฟิวเจอร์ ออปชั่น หรือใครชอบอะไรยาก
อาจจะไปทำ VIX เล่นเพื่อหา sentiment แบบอเมริกาก็พอ ทำต่อได้ครับ

พยายามอย่าหยุดคิด ต่อยอด เรียนรู้ สนุกกับมัน
ผมให้ไปลองไปอ่านเพิ่ม อย่าไปบอกว่าไม่มี เพราะมันมีเยอะ ใช้ google ก็หาเจอ

แต่บางที เราอ่านรอบเดียว อ่านทีเดียวอาจจะไม่ get 
ผมนี้บางเรื่องอ่านเป็น 10 รอบก็ต้องพยายามอ่าน อ่านจดอ่านจด ถอดสมการ เขียนโปรแกรม

คราวนี้แมร่งขึ้นหัว มองทะลุเลยไม่ได้แค่ท่องจำ หรือพูดเอาเท่ห์อย่างเดียว  
จำไว้ครับ มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ถ้าอยากพัฒนาทักษะแบบใช้ได้จริงๆ ต้องลงมือทำจริง ฝึกฝนจริง 
ตัวอย่างผมเอา algorithm ด้านบนที่สรุปนำมา code ใน amibroker เพื่อสร้าง indicator

ตั้งใจใช้เป็น โมดูลใน algorithm ของระบบเทรดของตัวเอง 
ดูในภาพ จะเห็น เส้น สีแดงอ่อน นั้นคือ Historical Volatility หรือ statistic volatility 



แต่เอามาทำระบบ เลย สมูทมันด้วย Linear regression อีกรอบ ได้เส้นประ ออกมา 
ตรงนี้เอามาใช้ กรอง พฤติกรรมราคา ในระบบเทรดได้แล้ว
แต่ไม่ใช่ทำสัญญาณซื้อขาย ตัดขึ้นซื้อตัดลงขายอะไรแบบนั้นนะ อย่าเข้าใจผิด  


-------
ศึกษาเพิ่มเติม มีอีกหลายโมเดล 
มันต้องอ่านแล้ว ลงมือปฏิบัติ ทำได้ด้วยถึงจะไปถึงจุดที่เรียกว่าเข้าใจ 

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

อย่าหวังทางลัด

มีคำถามเยอะมากที่ผมไม่ได้ตอบ คือคำถามประเภททำยังไงให้เก่ง ให้รวย เพราะคำถามแบบนี้ตอบไปมัก จะไม่โดนใจคนถาม ซึ่งส่วนใหญ่มักอยากได้โซลูชั่นสำเร็จรูปแบบ รู้ลัดเป็นเร็ว 

แต่ผมชอบตอบคำถามหรือสนทนากับคนที่อยากรู้ อยากเรียนอยากศึกษามากกว่า เพราะเวลาตอบหรือแนะนำอะไรไป คนฟังเขาสนุกที่จะไปค้นหาไปเรียนรู้ต่อ
หลายปีในตลาดหุ้น สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้เลยคือ มันไม่มีทางลัด อยากเก่งอยากรู้ต้องลงมือทำ ลองมากๆและเรียนจากความผิดพลาดที่เกิด 

จนวันหนึ่งเราจำกัดหรือขจัดความผิดพลาดเหล่านั้นได้ เราก็จะพบกระบวนการหรือวิธีทางของเราเอง แต่สิ่งเรานี้ไม่ได้เกิดในวันสองวันหรือเดือนสองเดือน มันใช้เวลา การหวังทางลัด มันจึงเป็นเส้นทางหายนะเพราะ เมื่อเราเลือกทางนี้ก็จะไปเข้าทางตีนคนที่หาผลประโยชน์ทางนี้ที่ดักรอสูบเราอยู่

พูดถึงเรื่องทางลัด ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง limitless พระเอกเป็นนักเขียนไส้แห้ง จน และกำลังตีบตันทั้งไอเดียและอนาคตในชีวิต เขาเลือกใช้ยาวิเศษ NZT ยาที่ทำให้กลายเป็นอัจริยะข้ามคืน สามารถใช้สมองได้ 100% รู้ทุกอย่าง เข้าใจทุกอย่างที่ยากๆได้ในไม่กี่นาที 

แล้ว พระเอกเอ๊ดดี้ มอร์รา ก็วิ่งเข้าหาอ่างทองคำ อย่างวอลล์สตรีท จนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน ใช้เงินใช้ชีวิตได้แบบสุดๆอย่างที่ไม่เคยมี แต่แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มันจบไม่สวย เพราะเมื่อยืนไม่ได้ด้วยตัวเอง สุดท้ายเมื่อขาดยา NZT และผลแทรกซ้อนของยาเข้ามาทำร้ายสมองและร่างกาย จุดจบมันก็คือหายนะ แน่นอน
ดังนั้นอยากเก่ง อยากรวย ทำงานหนักๆ ใช้เวลาให้คุ้มค่าในการลงมือทำ ลงมือเรียนรู้ ยิ่งทำมากเท่าไหร่ ผลของการกระทำมันก็จะตอบแทนให้เราในวันหนึ่ง แต่ถ้าตีกิน หวังสบายแต่อยากได้ อยากเก่ง สุดท้ายเราจะไม่ได้อะไร นอกจากการสร้างภาพและช่างฝันไปวันๆ


Trader Talk

เคยบอกหลายครั้งกับน้องๆเทรดเดอร์ว่า ถ้าอยากพัฒนาตัวเองต้องหาเป้าหมายหรือหาตัวอย่าง และเรียนรู้จากคนเหล่านั้น เทรดเดอร์ระดับอาชีพเมืองนอกมีเยอะที่ประสบความสำเร็จจริงๆ

 ไม่ใช่แค่ภาพหรือเปลือกนอก พวกนี้มีทั้งองค์ความรู้และผลงานที่เกิดจากการทำกำไรต่อเนื่องอยู่รอดในตลาดมาหลายสิบปี(ไม่ใช่ปีสองปีและมาอวยกันอะไรแบบนั้น)
การอ่าน การฟัง การติดตามคนเหล่านี้มันจะทำให้เราได้ทั้งความรู้ วิธีคิดและเทคนิคใหม่ๆ รวมถึงได้ไฟ และมองเห็นกระบวนการรับมือกับความผิดพลาดต่างๆ 

ผมแนะนำเว็บหนึ่งที่ผมติดตาม ประจำทุกสัปดาห์ เว็บนี้ชื่อtradertechtalk.com
โดยคนทำนี้ก็เป็นนักพัฒนา robot มือเทพคนหนึ่งชื่อ John Verbrugge 

เขาจะเน้นการหาเทรดเดอร์และนักพัฒนาสาย Systematic Trading มาสัมภาษณ์ ออกรายการและเผยแพร่ให้เราฟังฟรี ไม่คิดเงิน แต่ละคนที่คัดมานี่ระดับตำนานทั้งนั้น 

ผมแนะนำน้องๆที่เดินทางนี้ ลองเข้าไปศึกษาและลองฟัง podcast สัมภาษณ์ดูนะครับ ผมคัดตอนสำคัญๆจาก Top Trader มาให้ดังนี้

1. ‪#‎Howard‬-Bandy : เทพสาย Quant. ถ้าเคยอ่านหนังสือหรือบทความเข้าจะรู้จัก
http://blog.tradertechtalk.com/…/trader-tech-talk-010-howa…/
2. ‪#‎Ralph‬-Vince : ถ้าใครศึกษาเรื่อง risk และ money management ต้องรู้จัก
http://blog.tradertechtalk.com/…/trader-tech-talk-017-ralp…/
3. ‪#‎Lee‬-Leibfarth : Developer สาย systematic trading
http://blog.tradertechtalk.com/2013/11/05/lee-leibfarth/
4. ‪#‎Jake‬-Bernstein : Developer สาย systematic trading
http://blog.tradertechtalk.com/…/trader-tech-talk-015-jake…/
5. ‪#‎Mike‬-Bryant : Developer ขั้นเทพผู้สร้าง Market System Analyzer
http://blog.tradertechtalk.com/13#sthash.l3v3vIJy.dpuf
6. ‪#‎John‬-Person : เจ้าของผลงานหนังสือ Mastering the Stock Market.
http://blog.tradertechtalk.com/…/trader-tech-talk-008-inte…/

ยังมีตอนอื่นๆทีน่าสนใจอีกเยอะ ลองเข้าไปอ่านไปฟังเพื่อเพิ่ม องความรู้และวิธีคิดได้ครับ
chaipat ncm.

Scalping Strategy for IPO

เมื่อเช้าโพสเรื่อง การเทรด IPO ตัว plat ไว้มีคนสนใจ ถามคำถามมาทางกล่องข้อความ 
ผมขอตอบแบบสรุปในโพส ถึงกลยุทธ์การเทรดของผม ให้ดู

จริงๆการเทรดเก็งกำไร IPO เทรดได้หลายแบบ จะเล่นแบบ 3 วันประเภท Micro trend ตีหัวเข้าบ้านก็ได้
หรือจะเทรดแบบ scalping จบในวัน ออกตาม TP เน้นกำไรพอประมาณ

วันนี้เอาแบบสอง คือการเทรด scalping มาสอน 
บอกก่อนว่า การเก็งกำไร ไม่ใช้การถือยาว ไม่ใช่การลงทุน ดังนั้นไม่ต้องไปสนใจอะไร นอกจากพฤติกรรมราคา

ตรงนี้จำนวนมาก ที่เป็นแมงเม่า ล้มเหลว เพราะไม่ชัดเจน บางคนเมพ ดีใจเก็บ IPO ได้ต่ำกว่าจอง คิดว่าสบายแล้วไป 1 เด้งแน่ๆ
ไปซิลลิ่งแน่ๆ ไม่ยอมขาย แถมโชว์เพื่อนอีกต่างหาก บ่ายหรือวันต่อมาก็น้ำตาตกกันไป 

เพราะเกมส์พวกนี้ มันรุนแรงผันผวน และยังไม่คงตัว ดังนั้น เอาให้แน่ว่าจะทำอะไร
ถือยาวก็ได้แต่ต้องคิดแบบนักลงทุน
แต่ถ้าจะเทรดสั้น กินส่วนต่างราคา คิดแบบนักเก็งกำไร

นั้นคือคิดถึง ความเสี่ยงที่คุณจะเจอ ว่าอนาคตต่อไป จะเจอแรงการหวดมากแค่ไหน และรับได้มากน้อยเท่าไหร่
ไม่ใช่ไป ฝันถึงกำไร อย่างเดียว


ผมเทรด scalping หุ้นตัวนี้ โจทย์ ผมมองกำไรที่ 3R คือ risk ที่ 1% กำไรที่ 3% หมายความว่าผมว่าง SL และ TP ไว้ล่วงหน้าเลย
การเสี่ยง คิดว่าจะวาง position size เท่าไหร่ ตรงนี้ผมใช้ volatility base model ในการคำนวณ
เพราะ IPO พวกนี้ เทรด TF สั้น ดูสภาพพฤติกรรมราคาได้ ไม่ต้องรีบเข้า ผมเองจะเทรดหลัง 1 ชม แรกไปแล้วเสมอ

 position size

การเทรด scalping การใช้ position size ใหญ่ก็จะลำบากอีก ดังนั้นหาให้เหมาะเหมือนกัน ทริกง่ายๆคือ ดู bid offer เอาไว้
ง่าเท่าไหร่ ที่มัน ออกได้ง่ายและเร็ว เพราะ IPO คงได้หุ้นต่ำราคา par หรือได้หุ้นราคา IPO ก็มีเยอะ

ดังนั้น กลยุทธ์ คลาสสิก ลากตบ กินส่วนต่าง มีให้เห็นเสมอแหละ เพียงแต่ถ้าเจ้ามือ ใจดี อาจจะลากยาวนิด แต่ถ้าเขาลากสั้น ตรงนี้
เร็วไม่พอ ก็อาจจะ ดอยได้ จึงไม่ควร ใช้ position มากไป

อีกอันนะครับ เทรด IPO ต้องดู ticker อันนี้หลายคนไม่ชอบ แต่ต้องดู ดูพวกไม้ marker ที่เขารับส่ง รายละเอียดไม่ลง แต่ไปนั่งหัดดูเถอะมันมี

อีกอันที่ต้องดู คือ การวาง bid offer พวกแปลก ช่วงไม่ธรรมดา ต้องคิดเอาไว้แล้ว ว่า มันอาจจะมี some thing

ไม่จำเป็นต้องเข้าไม้เดียว แบ่งเป็นกองก็ได้ ผมเอง แบ่ง2 กองย่อย เพื่อกระจายความเสี่ยง {ลองไปออกแบบนะ ผมไม่ขอลงรายละเอียด}


การเข้าออก
หลังการเทรด scalping คือการเทรด แบบสั้นดังนั้น จุดเข้าสำคัญหาให้ดี ว่าจะเอายังไง ถ้าสงคราม 1 วันใช้ TF เล็ก
อย่าไปใช้ indicator พวกช่วงยาวมากๆ เพราะมัน lag และค่อมรอบไม่ทันกิน 


ผมเทรดไม่ได้ใช้ indicator ผมรอดูแนวรับแนวต้านมากกว่า ถ้ามันยืนอยู่ แรงขายหมด มีแรงซื้อเติม แนวนั้นแหละ ตรงนี้อาจจะต้องดู Volume at price ประกอบด้วย  

กรณี นี้คือมันวกกลับ Bottom outside กลับมากลางยืนในกรอบ BB ได้แถว 7 บาทได้ผมเข้า
แต่ไม่ถัวเฉลี่ยนะ ยิ่งลงยิ่งซื้อ ยิ่งถัว ผมแนะนำเลยว่า อย่าไปใช้ในหุ้น IPO วันแรกแบบนี้ อันตราย
เพราะคุณอาจจะเจอกับคำว่า "ลึกสุดใจได้"

ดังนั้นตัดขาดทุนต้องมี ผิดทาง ต้องรีบออก STOPLOSS ทันที ไม่ใช้ ตอนเข้าเทคนิค ยามขาดทุนจะไปเป็น VI ไม่ขายไม่ขาดทุนแบบนั้น
เหนื่อย และเงินจะจมเปล่าๆ 

การทำกำไร ผมไม่รอสัญญาณอะไร ผมใช้การออกจากระดับความเสี่ยงของระบบเทรด ที่คำนวณไว้คือ 3R กำไรถึง ทยอยดึงออก ถ้ามีแรงซื้อยังไล่ต่อ offer ไม่หนา อาจจะทยอยออก 2- 3 ไม้ก็ได้เช่นกัน กรณีนี้ผมออกแถว 7.25-7.30 



สรุป

ย้ำอีกที ที่ผมเขียนมาการเทรด มันไม่เกี่ยวกับพื้นฐาน เพราะเราเทรดเก็งกำไร กินส่วนต่างราคา ตามการคำนวณได้ ก็จบ
ถ้ามันไปต่อ เราเริ่มเกมส์ใหม่ได้ ไม่ใช่ต้องนั่งเสียดาย เหมือนหุ้นตัวนี้ ถ้าพรุ่งนี้ขึ้น หรือยืนแนวได้ ผมอาจจะไป setup เกมส์ใหม่ก็ได้ 

บางคนถามว่า คุ้มหรือเทรดกำไรแค่นี้ สำหรับผม มันคุ้มค่าความเสี่ยงครับ รวมถึงคุ้มกับ ค่าเสียโอกาสของเงิน
แต่แน่นอนว่าความเสี่ยงจะยิ่งลด ถ้าชั่วโมงบินยิ่งสูง ประสบการณ์สูง

สำหรับผมทำกำไรได้รอบละ 3% คุณ position size ที่มี
พูดตรงๆมันก็ไม่น้อยหรอก (แต่ไม่ขอลงตัวเลขนะ ไม่ใช่เรื่องมาอวดกัน)
และการเทรดแบบ sniper trading แบบที่ผมใช้
กำไรเยอะไม่สำคัญเท่ากำไรต่อเนื่อง ถ้าเราฝึกจนทำได้ทุกสัปดาห์ ทำได้แน่นอน
อัตรากำไร ทบต้น มันทวีคูณและทำให้พอร์ตโตระยะยาวได้ แน่นอน

แต่สำคัญ คิด %risk ดีๆ เป็นนักเก็งกำไร ห้ามประมาทความเสี่ยง ผมยกตัวอย่างเช่นหุ้น IPO อย่าง plat ธรรมชาติของ IPO ความผันผวนสูงอยู่แล้ว
ผมเห็นการขายตอนเปิดตลาด ค่า volatility ที่เกิด ผมมอง ว่า %risk สูง
ดังนั้นการเดินเกมส์ผม ก็จะต้องไปทาง defensive มากกว่าการแลก หรือเน้นกำไรมาก 

แน่นอนว่าแต่ถ้าจะลงทุน ระยะยาวจะถือยัน ลูกบวช ก็ทำได้ ใน IPO แต่ทำตามแบบตามวิธีคิด ตามการศึกษากิจการ และธุรกิจ มาอย่างดีก็แล้วกัน
อย่าลักลั่น ปากบอกลงทุน แต่มานั่งลุ้น กำไรจากส่วนต่างราคา มันจะทำให้เสียจริต และจะไม่สำเร็จท้ังสองทางครับ

เพราะตลาดหุ้นไทย นักเก็งกำไร เก่งๆเยอะนะครับ บางคนเขาเทรดกันมาเป็น สิบปี และเชือ่ผมเถอะ เกมส์การเงิน ไม่มีคำว่า ปราณีกัน มันคือ สงครามดีๆนั้นเองคราวๆประมาณนี้ ครับ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

เรื่องของประสบการณ์

ช่วงนี้เจอคำถามทาง message ของเฟสบุ๊คมาแต่เรื่องของหุ้น ติดดอยทำยังดี? /จะขายตัดขาดทุนดีไหม หรือจะรออีกสักเดือน
set จะไปถึงไหนค่ะ? เยอะมากครับ จริงๆ ทุกคนเจอปัญหาทางอารมณ์ จิตใจเหมือนกัน
คำแนะนำผมเรียบง่ายมากคือ พยายามแยกอารมณ์ ออกจากปัญหา แล้วค่อยคิดหาทางแก้ที่เหมาะสมกับตัวเอง

ตอนนี้จำนวนมากกลัว และคิดไม่ตกเวลาเห็นตัวเลขแดงๆในพอร์ต
บางคนท่องคาถา ไม่ขายไม่ขาดทุน เลิกดูพอร์ตไปแล้วก็มี

สุดท้ายเอาใจช่วยให้ทุกท่านผ่านไปด้วยดีแล้วกัน
แต่ถ้าถามผมว่าขนาดนี้หนักไหม ผมบอกได้เลย ว่าไม่ได้หนักอะไรเมื่อเทียบกับช่วงวิกฤติจริงๆ
ดังนั้นเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมทางออกฉุกเฉิน ไว้ด้วยก็ดี
ไม่ใช่ว่า ตลาดจะแย่จะลง หรอกนะครับ

เพียงแต่เราไม่สามารถเดาอนาคตได้ ดังนั้นแม้มันจะมีโอกาสเกิน 1% หรือ 5% เราก็ต้องหาทางออกรับมือไว้เสมอ



ผมบอกเสมอว่าการเป็นเทรดเดอร์หรือนักเก็งกำไร เราเล่นกับความเสี่ยงดังนั้นต้อง be prepare ไว้เสมอ
ไม่ใช่เอาแต่พยายาม prediction กันอย่างเดียว

อีกเรื่องอยากจะแนะนำสำหรับคนอยากเป็นนักเก็งกำไร ชั่วโมงบินสำคัญพยายามสะสมไว้ ทั้งวันที่ดีและวันที่ร้าย

คำกล่าวหนึ่งที่ผมชอบมาก ฟังจากรุ่นพี่ที่สอนสมัยผมเริ่มเข้ามาเทรดหุ้นใหม่ๆ 
เขากล่าวไว้ว่า ตลาดหุ้นคือสนามต่อสู้ เมื่อมือเก๋ามีประสบการณ์ต้องสู้กับมือใหม่(ที่มีเงิน กำเงินเข้ามา)
มือใหม่จะได้ประสบการณ์ มือเก๋าจะได้เงิน 

ดังนั้นถ้าเป็นมือใหม่ อย่าเพิ่งรีบมือเติบฝันถึง รวยเร็วๆเป็นเศรษฐีพันล้าน เอาตัวเองให้รอด สร้างเงินให้ได้ต่อเนื่องแน่นอนจริงๆก่อนจะดีกว่า
ใช้เงินให้น้อย จำกัดเพื่อซื้อประสบการณ์ อย่าถล่ำใช้เงินมาก แล้วผิดพลาด จนหมดตัว หมดใจ แบบนั้นก็ไม่ถูก 

ปี 2015 สำหรับผมเป็นปีที่ดี ไม่ใช่เรื่องของได้กำไร หรอกครับเพราะยังเร็วไปจะสรุป หรือเอามาอวดมาโชว์กันแบบนั้น แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์ที่ผมได้เพิ่ม

ลองคิดดูสิครับ
1. ผมได้เทรดค่าเงิน EUR ในจุด low สุดรอบหลายปี
2. ผมได้เทรดน้ำมัน ในจุดต่ำสุดรอบ 6 ปีตั้งแต่วิกฤติการเงิน (WTI 42.5)
3. ผมได้เทรดตลาด ทองคำในจุดที่ความผันผวนมากสุดรอบหลายปี 
4. ผมได้เทรดตลาดหุ้นต่างประเทศภาวะ อัตราดอกเบี้ยต่ำ
5. ดอลลาร์กับจุดสูงสุดใหม่
6. S&P500 กับ New high
7. NIKKEI New high

ตัวอย่าง trader diary ทองคำของผมตอนปี 2012 ยุค 1600 ร่วงโรยใหม่ๆ
ยุคมโนขายฝันว่ามันจะกลับไป 1800 หลังจากร่วงแรงมาจาก 1900 กว่าหลังขาขึ้นตอนวิกฤติการเงิน  


สภาวะตลาดแบบนี ถ้าระบบผมไม่ตาย มันจะแข็งแกร่งมากขึ้น
ผมมีโอกาสได้ทดสอบระบบ ได้ทดลอง logic ในการเทรด สภาวะแวดล้อม ที่จุดที่ยากลำบาก
ตรงนี้ถ้าเราวิจัย เราสังเกต เก็บข้อมูลดีๆ เราจะได้อะไรใหม่ๆเยอะเลย (โดยเฉพาะเรื่องของ Money management และ risk management)

แน่นอนว่าถ้าเราไม่สนใจ มองไม่ออก หรือมัวแต่ติดดอย ทุกข์ขาดทุน มันก็ไม่เห็นอะไร
สำหรับผมแล้ว การอยู่รอดในตลาดเก็งกำไร มันไม่ใช่เรื่องการรู้เทคนิคอล อ่านกราฟ อ่านอินดิเคตอร์ นับคลื่นเป็นก็จบ
มันเป็นเรื่องของความเข้าใจในพฤติกรรมราคา เรื่องของทักษะการตัดสินใจ ภายใต้ภาวะการกดดัน เรื่องของการเอาตัวรอด

มันไม่ใช่เข้าตลาดได้ไม่ถึง 2-3ปี ทำกำไรเยอะๆในทิศทางขาขึ้นแล้วเอามาอวย มาบอกว่าตัวเราเก่ง
แบบนั้นคือ การหลอกตัวเอง และไม่ได้สะท้อนถึงทักษะความสามารถที่แท้จริง (บ้างยังเข้าใจผิดๆถูกๆในหลายเรื่อง หรือเรื่องที่เชื่ออาจจะไม่เป็นจริงทุกกรณี) 
หรือไม่ได้การันตรีการเอาตัวรอดในภาวะตลาดที่แย่ ได้ และจากความเข้าใจไม่สมบูรณ์ ประสบการณ์ไม่พอ และ ego ที่เกิด 
คราวนี้แหละครับ พอภาวะตลาดยากลำบากมา ความผันผวนสูงๆจัด มันจะทำให้กำไรและเงินทุนที่เรามี เราหามาได้หมดไปอย่างง่ายดายแน่นอน

ผมอยากแนะนำให้ ทุกคนลองมองไปที่อนาคต อย่าไปติดกับอดีต 
พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากตลาดหุ้นหรือตลาดเก็งกำไรต่างๆ พฤติกรรมราคาที่เกิด มันจะสอนเรา 
สิ่งสำคัญเหมือนที่ jesse livermore กล่าวไว้ 

Markets are never wrong - opinions often are.

ตลาดนี้แหละครับ เป็นครูชั้นดี ที่สอนนักเก็งกำไร ให้กลายเป็นเซียน เพียงแต่ทักษะ องค์ความรู้และประสบการณ์
มันไม่ได้เกินขึ้นในข้ามวัน ข้ามสัปดาห์ เท่านั้นเอง 


Mental Game

การเทรด หรือการเก็งกำไร ในสายตาคนทั่วไป หรือคนที่ไม่เคยสัมผัส มักจะไม่เข้าใจแก่นของมันเท่าไหร่ ทำให้ความเข้าใจผิด ยังมีอยู่มาก จำนวนไม่น้อย มองภาพการเก็งกำไรเป็นภาพลบ จนไปปะปนกับ การพนัน บ้างยอมรับได้ แต่ก็ยังไม่ลึกซึ้ง มองภาพการเก็งกำไร เป็นเพียงการซื้อๆขายๆ ให้ได้กำไรเป็นครั้งคราว

ในความเป็นจริง การเก็งกำไร มันเป็นเกมส์ทางจิต หรือ Mental Game ที่เบื้องหลังมันมีอะไรมากกว่าการส่งคำสั่งซื้อขาย


เทรดเดอร์ หรือผู้เล่นเกมส์นี้ ต้องเผชิญ เอาชนะโจทย์ทางจิตใจ เอาชนะการบีบคั้นทางอารมณ์ 
ดังนั้นเทรดเดอร์ แต่ละคน จึงมีทักษะ มีวิธีการเอาชนะ เพื่อเล่นเกมส์นี้แตกต่างกันไป ตรงนี้ต่างหากคือเคล็ดลับสำคัญ
แต่ผมเชื่อว่า จำนวนไม่น้อย ยังคิดว่า เคล็ดลับของเทรดเดอร์อาชีพ คือเครื่องมือเทคนิคอล หรือสัญญาณซื้อขาย แท้จริงแล้วมันเป็นเพียง
จุดเครื่องให้สัญญาณเข้าออก บนหลักความน่าจะเป็นเท่านั้นเอง 

แต่มือใหม่ มือสมัครเล่น ต่างเชื่อมั่นและยึดมั่น เรื่องของเทคนิคอลมาก 
และใช้มันด้วยความเชื่อ ตามๆกันไป เชื่อตามแหล่งที่เรียนมา หรือเชื่อตามผู้รู้กูรูต่างๆเขาใช้กันก็อยากใช้ตาม
ปราศจากการทดสอบ การตรวจสอบ ผลก็ทำให้ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ และยิ่งพอประสบภาวะขาดทุน
จิตตก คราวนี้ทำให้เกิดการขาดความมั่นใจ ปัญหาใหญ่ก็ตามมาทันที คือ อาการกลัว(fear) วิตกกังวล(anxiety) และขาดความมั่นใจ

คำถามคือ กลัวอะไร? 
คำตอบคือ กลัวขาดทุน

ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งมั่นใจมากว่าจะเทรดเป็นอาชีพได้ ลองเทรดบัญชีจำลองมา 1 เดือนกำไร
เลยออกจากงาน มาเปิดพอร์ตเทรดเงินจริง หวังจะรวย ปรากฏว่า 2 เดือนเท่านั้นล้างพอร์ตเรียบ สูญเงินไปเป็นล้าน!!!

ตอนนี้ไม่สามารถเทรด ได้อีกเลย เพราะขาดความมั่นใจ ทุกครั้งที่เทรด ต้องตัดสินใจ เกิดอาการวิตกกังวล อาการกลัว
แล้วทำให้ไม่สามารถ บังคับตัวเองได้ พอขาดความคม ความชัดเจนในการเข้าออก มันกลายเป็น ค่อมรอบค่อมจังหวะไป
เข้า Buy ปุ๊ป ราคาลงปั๊บ โดยกิน Stoploss ทันที เป็นแบบนี้ประจำ  จนท้อกันไป 
หรือถ้ามีกำไร ก็จ้องหาเหตุจะขายท่าเดียว เพราะพารานอย กลัวขาดทุน

ต้องทนทุกข์ทรมาน กับอารมณ์ผิดหวัง และล้มเหลว จากเกมส์นี้โดยสิ้นเชิง
เขาไม่สามารถเล่นเกมส์ ที่บีบคั้นทางอารมณ์ เกมส์ที่ต้องตัดสินใจในเวลาอันสั้นได้
สุดท้ายทำให้ สูญเสีย ศรัทธา และความต้องการ ในการเป็นเทรดเดอร์ และหันหลังออกจากตลาดไปอย่างสิ้นเชิง

ยกตัวอย่างนี้มาเพื่ออยากจะให้เห็นนะครับว่า การเทรดการเก็งกำไร มันมีอะไรมากกว่าการซื้อๆขายๆ
การเอาชนะจิตใจ การรู้ทันอารมณ์ การมีสมาธิ มีความคมในการตัดสินใจ นี้สำคัญมาก
เทรดเดอร์อาชีพ แตกต่างจาก เทรดเดอร์สมัครเล่น แตกต่างจากคนที่ไม่ได้เทรด ไม่ได้อยู่ในสนามจริงตรงนี้

การเจอกับเกมส์ราคา ยิ่งมีความผันผวนมาก ความยากยิ่งมากเป็นทวีคุณ  
ดังนั้นการหาระบบเทรด หาแผนมารับมือกับอารมณ์ เพื่อเอาชนะ Mental game นี้ต่างหากที่เป็นความสำคัญลำดับแรก
ที่เทรดเดอร์ต้องทำ ต้องเตรียมขึ้นมา และเป็นทักษะที่ใช้แรงใช้เวลาอย่างมาก สำหรับการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง 
เพื่อรีดศักยภาพ ขีดความสามารถของตัวเองออกมา 

ผมมีเทคนิคง่ายๆที่ส่วนตัวใช้เพื่อ เอาชนะ Mental Game ที่จะต้องเจอมาฝากกัน

1. มีระบบเทรด
มีแผนมีรูปแบบการเล่นที่เป็นกรอบปฏิบัติตามหาตัวยึด เหนี่ยว  โดยไม่ต้องคิดตัดสินใจไปตามอารมณ์

2. สร้างความมั่นใจ 
ไม่ใช่มโน หลอกตัวเอง อะไรแบบนั้น ผมเจอคนแบบนี้เยอะ เช่น พยายามสรุปที่สิ่งตัวคิด เชื่อมันถูก
ซึ่งมัน อาจจะถูกในช่วงเวลาในเงื่อนไขหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่เป็นจริงทุกกรณี ทำให้ใช้งานจริงไม่ได้ แต่ตัดมาโชว์เท่ห์ได้

การสร้างความมั่นใจคือ ต้องใช้การทดสอบ ทดลองวิจัย แบบเป็นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือใช้หลักสถิติ มาเก็บวิเคราะหฺข้อมูลจริงๆ
เพื่อให้ได้ ค่าเชิงเลข เป็นตัวแสดงความเชื่อมั่น เราทำมากทดสอบมาก พัฒนาอย่างดี
ผลลัพธ์ที่ได้ ตัวเราเองจะรู้และยอมรับ มันจะเป็นการบอกให้ ตัวเรามั่นใจ มั่นคงในระบบที่ใช้ มีวินัยยึดทำตามได้อย่างสนิทใจ 

3. ศึกษา ทำความเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการเงิน
รู้จัก วิเคราะห์ วางแผน การเทรด ที่เหมาะสมกับความเสี่ยง
ไม่ใช่เน้นทำกำไรเยอะๆอย่างเดียว แต่ควรเน้นการออกแบบ การวาง position size ให้เหมาะ
การเทรดบน load และความกดดันที่เหมาะสม กับฐานเงินทุนเรา มันจะทำให้ความกังวล ความกลัวขาดทุนลดลง 

4. ออกแบบแผนการเทรดแบบเกมส์ระยะยาว
อย่างหวังรวยทางลัด 3 ไม้เปลี่ยนชีวิต รวยเงินล้านอะไรแบบนั้น
คิดออกแบบ แผนการเล่นแบบระยะยาว เปิดโอกาสให้ตัวเองผิดพลาด มีพื้นที่กับความผ่ายแพ้ เพื่อเรียนรู้
และมีเงินทุนสำหรับการแก้ตัว หรือแก้เกมส์

5. เข้าใจหลักความน่าจะเป็น
พยายามหาค่าความน่าจะเป็นระบบให้ได้ ควรรู้ %loss ที่มีโอกาสต้องเจอ และออกแบบแผนการเทรดตามนั้น
มองหาอัตราส่วนของ Risk Reward ratio ในการเดิมพันแต่ละครั้งให้เหมาะสม 

6. อย่าเดา อย่าทำนาย
เพราะ การเดา เราเกิดการยึดติด เมื่อยึดติด เราจะมีอัตตา อยากจะถูกว่างั้น
เมื่อไม่ถูก ไม่ได้ดังใจ เราจะทุกข์ เกิดควาเครียด เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว สุดท้าย คราวนี้แหละปัญหาทางอารมณ์จะตามมา
แต่ถ้า เราทำการบ้าน วางแผน ไว้ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเกิด senario ไหนเรามี solution หมด
แบบนี้ก็จะ flow ไปได้แล้ว โดยเราไม่ต้องไปนั่ง เกร็งดักทางทำตัวเป็นเซียนเป็นผู้รู้ แล้วลุ้นจนเครียดเลย 

7. รักษาระดับความเครียด
อันนี้ไม่เกี่ยว ว่าจะกำไรหรือขาดทุน การเทรดเราต้องตัดสินใจ ทุกครั้งมีการตัดสินใจ
เราเกิดภาวะความเครียดได้ แน่นอนว่าบางครั้งถ้าไม่สังเกต ก็อาจจะไม่ปรากฏอาการให้เราเห็น
แต่ถ้าเรามีสติ เรารู้ทันจิต เราเริ่มเห็นการขาดสมาธิ การเริ่มหงุดหงิด หรือมีภาวะไม่นิ่ง ฟุ้งซ่าน
เราควรจะหยุด เพราะสัญญาณเหล่านี้ มันมักตามมาซึ่งความเครียด
ถ้าขาดทุนเข้าไป หรือผิดพลาดไป ความเครียดจะมาหนักทันที
ดังนั้นหมั่น ติดตามตัวเอง ติดตามอารมณ์และพยายาม หาจุดลงตัวให้พอดี
ผมเอง ใช้หลัก การจำกัดชั่วโมงการเทรด และจำกัด จำนวน Order ที่เทรด
ถ้าจะไม่เทรดเกิน กว่านี้ เพื่อลดความเครียด ลดเวลาในการทำงานลง ซึ่งมันจะทำให้ ประสิทธิ์ภาพการเทรด ระยะยาวดีขึ้น ไม่เหนื่อยหรือล้าเกินไป

จบ 7 ข้อง่ายๆ ใครยังมีปัญหาเรื่องจิตใจ ยังไม่รู้จักวิธีเอาชนะ mental game ก็ลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ
แนวคิดเรื่องพวกนี้หาอ่านได้เยอะในหนังสือต่างๆ เล่มหนึ่งที่ผมแนะนำลองดู The Mental Game of Poker 
หาอ่านหนังสือแนวนี้เพิ่มดูนะครับ จะได้ช่วยการฝึกและพัฒนาทักษะด้านนี้ของเราต่อไป

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

story is everything

เดียวนี้หล่อสวยแบบเดียวไม่พอแล้ว เพราะมีคนหน้าตาดีและอยากดังเช่นกันมาก ต้องมี story ด้วย เหมือนที่เราจะเห็นรูปหล่อไปขับมอไชด์รับจ้าง พริตตี้สวยไปขายอาหารริมถนน หน้าตาดีมันทำให้คนเคลิ้ม หลงเชื่อ แม้สิ่งที่สื่อที่นำเสนอ จะไม่มีอะไรเป็นแก่นสารก็ตาม

พอหน้าตามันดูดีเจอ story แล้วมันโดนทำให้คนสนใจ และหน้าตาที่สวยก็จะยิ่งขายได้ขายดีเพิ่ม ความดังไปอีก 



เอาตัวอย่างเรื่องราวเล็กๆของ Paige Jennings มาฝาก เธอเป็นสาวสายหุ่นดีหน้าตาดี ไปฝึกงานในบริษัทการเงินใน wallstreet ชื่อ Lazard Frere เธอเป็น intern ด้านการขาย ที่ HOT มาก ของบริษัท และเป็นคนทำงานได้เก่งคนหนึ่ง

สุดท้ายเธอมองว่าไปเอาดีด้านการเป็นดาราหนังผู้ใหญ่ดีกว่า เลยลาออกจากบริษัทการเงินไปเอาดีด้านการเล่นหนังโป้ ในชื่อ Veronica Vain

แต่ก่อนลาออก 2 สัปดาห์เธอก็ทำ story ซะหน่อย ถ่าย Nude Selfies แบบจัดเต็มในที่ทำงาน และห้องน้ำซะเลย แล้วโพสลง ทวิตเตอร์ ให้คน follow จำนวนมาก กลายเป็น talk of the town ไป

ปัจจุบันเธอโด่งดังมาก ไม่ใช่แค่จากภาพหวาบวิว แต่มาจาก story ของเธอที่แตกต่างจากนางเอกหนังโป้ ทั่วไป 

อย่างที่บอกเธอไม่ได้ X ธรรมดาแต่มีสมอง มีไอเดียด้วยเพราะเป้าหมายความฝันในอนาคต เธออยากทำ adult-industry-centered venture-capital fund ผู้หญิงคนนี้ เธอไม่เบาจริงๆ

เห็นไหมครับ story is every thing และ story ยังสร้างมูลค่า สร้างราคาได้อีกด้วย
#หุ้นก็เช่นกัน

http://www.nydailynews.com/entertainment/lexington-steele-wall-street-training-helped-porn-article-1.2080645
http://www.businessinsider.com/lazard-intern-quits-to-pursue-porn-2015-1?utm_content=bufferc28f3&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer

Bullshit Trader

ในยุคการตลาดแบบขายฝัน ทุกคนก็อยากจะรวย อยากจะมี อยากเป็นเศรษฐีเงินล้าน กันเรฺ็วๆ จำนวนไม่น้อยโดดเข้ามาในตลาดหุ้น เพื่อจะเป็นเศรษฐีพันล้าน หมื่นล้าน ในปีสองปี ติดกับภาพความฝัน ภาพที่นิยมนำมาขาย มาชวนเชื่อมือใหม่ ให้เข้ามาเป็นแมงเม่ากัน และแล้วคนเหล่านี้ก็วิ่งไปหาทางลัด ไปหาเครื่องมือวิเศษ ติดกับกับดักเดิม ไม่สามารถพัฒนาตัว พัฒนาองค์ความรู้ และทักษะในการซื้อขายเก็งกำไรหรือการลงทุนที่แท้จริงได้

บางคนที่ต้องการจะรวยเร็ว ลงมือทำไม่ทันใจก็เลยสร้างชื่อด้วยการ อุปโลกหรือใช้การตลาดแบบสร้างภาพขายตัวเองขึ้นมาบนโลกออนไลน์ เพื่อทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับ มีชื่อเสียง มีคนนิยมชมชอบ โดยปราศจากการความสามารถ ปราศจากการให้อย่างแท้จริง


นายคนนี้จบไม่สวย โดนจับได้ถูกออกมาแฉยับ จนต้องขอโทษ 

วันนี้ผมเอาอีกหนึ่งตัวอย่าง ของการลวงโลก หรือการอุปโลกตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นเรื่อง หรือเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ของนาย Mohammed Islam

เรื่องราวจอมปลอมของนายคนนี้ ถูกสื่อกระแสหลักเอาไปเล่น โดยปราศจากการตรวจสอบความเป็นจริง ทำให้เกิดการแชร์ ข่าวต่อๆกัน เรื่อง "นร.นิวยอร์ก วัย 17 ปี ทำเงินกว่าพันล้านจากการเทรดหุ้น"

Story มันขายได้ ขายฝัน คนอยากจะเชื่อ อยากจะเสพกันอยู่แล้ว เลยกระจายไวแบบปราศจากการตรวจสอบ หรือการยั่งคิด









สร้างภาพอวดโชว์ชีวิตสุดหรูแบบคนรวย การซื้อรถแพงๆ เช่าอพาร์ทเมนต์มูลค่าหลายล้าน


ทั้งที่ความจริง มันมั่วนะครับ อย่าไปหลงเชื่อนิยายแฟนตาซีที่เขา เอามากระตุ้นความโลภมากเกินไปนัก เพราะโลกความจริงไม่มีแบบนั้นหรอกครับ




สื่อหลัก เอาไปเล่นแบบไม่ได้ตรวจสอบเรื่องราว แต่งตีข่าวชวนเชื่อกันอย่างสนุก


Mohammed Islam เด็ก 17 นี่ก็หลอก เพื่อนโชว์หญิงบนเน็ต ด้วยพอร์ตจำลอง ทำเวอร์ อวดรวย โชว์หรู

ปรากฏว่านักข่าว สื่อหลัก หนังสือพิมพ์ดังไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดเอาไปตีข่าวต่อกระหน่ำแชร์ว่าเป็นเด็กมหัศจรรย์ ทำเงิน $ 72 million ตั้งแต่ไม่จบ มปลาย จนหลงเชื่อไปทั้งโลก 

ความเป็นจริง ถ้าอ่านรายละเอียดและมาดูกับสภาพตลาดที่เกิด คุณก็จะรู้ว่ามัน bullshit !!





ตอนนี้มันออกมาสารภาพบาปแล้วนะครับ แต่จำนวนมากก็อาจจะไม่รู้ เพราะสื่อที่เล่นข่าวทั่วโลกไม่น้อยไม่ได้แก้ข่าว แต่อย่างใด เรื่อง fake นี้ก็ถูกนำไปใช้กระตุ้นความโลภ ให้คนอยากรวย เข้ามาในตลาดหุ้นต่อ







โกหกแบบ เวอร์ เนียนหลายเดือน จนได้ออกสื่อ ได้ไปโชว์ตัวหลายงาน  คนจำนวนมากก็หลงฟังลมปาก


ฟังเรื่องพวกนี้ มีสติเยอะๆ คิดตามก่อนจะโลภ เพราะความโลภเป็นตัวอันตราย และถ้าใช้มันเป็นตัวนำ มันมีแต่จะยิ่งทำให้ฉิบหาย มากกว่าจะประสบความสำเร็จ

ถ้าอยากจะเขามาในตลาดหุ้น ต้องมองความเสี่ยง ให้ออกก่อนมองกำไร ลงมือทำอย่างจริงจัง ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต อย่ามัวแต่ไปนั่งเฟ้อฝัน หรือสร้างภาพไปวันๆเลยครับ







http://www.theguardian.com/money/2014/dec/16/high-school-senior-who-claimed-fake-72m-fortune-releases-video-apology




วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

7 วิธีเอาตัวรอดจากตลาดหุ้น

ช่วงนี้ email ผมมีคำถามจากมือใหม่เยอะมาก โดยเฉพาะท่านที่เข้ามาในตลาดหุ้นปี 2015 
ยุคต้นปีตลาดหุ้นไทยเป็นที่นิยมจาก ละครสุดฮิต  แอบรักออนไลน์  ต้นปีมีความสุข กำไรง่ายดายเหลือเกิน มีให้เห็นอวดเห็นโชว์กันเยอะมาก ช่วงเดือนแรก หุ้นทำเงินหาง่าย เช้าจิ้มหุ้นจากเฟสบุ๊ค จาก Line ที่เขาเชียร์กัน สายๆตลาดเปิดเข้าซื้อ ตกเย็นขายก็ได้เงินแล้ว 

บ๊ะมันจะมีงานอะไรง่ายแบบนี้ บ้างบนเสียดายที่เข้ามาช้าไป บ้างชะล่าใจกู้เงิน หาเงินมาหวังกอบโกยสุขได้ไม่นาน สวรรค์ก็ล่ม ถล่มจมดิน
โดยปรับทัศนคติด้วยการลบต่อเนื้อง เทกระจาดจาก 1600 จุดลงมาทำเอาคนที่คิดว่าหาเงินง่ายจากการเล่นหุ้น เล่น tfex เล่นออฟชั่น เจ็บเอาบางตายกันไปจำนวนมากทีเดียว 

ถ้าคิดว่านี่หนัก ผมบอกได้เลยครับว่า ยังเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการปรับฐานครั้งใหญ่ หรือเทียบกับวิกฤติการเงินปี 2008



วันนี้มาสรุปแนวทางเอาตัวรอดมาฝากเพื่อนๆกัน
อย่างน้อยสมาชิกเว็บไซต์ cwayinvestment จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ ไม่ขาดทุนหมดตัว ไปเสียก่อน

-------------------

1. มีเป้าหมาย 
อันนี้สำคัญ เขียนเรื่องนี้ให้ได้ก่อน เริ่มเทรด เริ่มซื้อขายหุ้น/อนุพันธ์ เลย
เพราะ เป้าหมายสิ่งที่เราต้องยึดหมั่น ทั้งเป้าหมาย return ที่ต้องการต่อปี ต่อเดือน 
เป้าหมาย ของชีวิตการเข้ามาเป็นเทรดเดอร์ 

ก. เป้าหมายผลตอบแทน
มันจะได้ไม่หลงทาง หลงไปตามคำชวน คำเชียร์ หรือคำโฆษณาขายฝัน เช่น ถ้าคิดจะทำกำไรพอใจที่ปีละ 30% ก็วางแผนหาทางทำให้ได้ จะจัดพอร์ตเทรดหุ้นอะไร ช่วงไหน
จะทำให้ได้ไตรมาสละกี่ % จะเทรดกี่ครั้งต่อเดือน พวกนี้มืออาชีพเขาทำ trading plan เขียนกันเอาไว้ล่วงหน้าเสมอ และมีวินัยทำตามแผน
เมื่อทำได้ ก็พอใจ และพยายามรักษากำไร ไม่ต้องไปแลก ไปโลภ เห็นคนอื่นเขาได้มาก ก็อยากเสี่ยงให้ได้เกินไป
เป้าหมายผลตอบแทน คิดดีๆวางแผนจากสภาวะตลาดปัจจุบัน จากความสามารถ จากเวลาที่เรามี อย่าหลอกตัวเอง
เพราะทุกคนอยากได้มากๆ ทั้งนั้น

ข. เป้าหมายของการเป็นเทรดเดอร์
อันนี้สำคัญมาก เช่นกัน เพราะต้องรู้ว่าเราอยากเป็นอะไรในอนาคตข้างหน้า
บางคนอยากเทรดเป็นอาชีพ ก็ต้องพยายามให้มาก
บางคนอยากเทรดเพื่อสร้างชื่อเสียง อันนี้ก็ต้องหมั่นอวด หมั่นโชว์ หมั่นเดินสาย สร้างคอนเน็คชั่น ต้องทำให้คนรู้จักมากที่สุดว่ากันไป
บางคนอยากเทรดเป็นอาชีพเสริม เพื่อสร้างเงินประกอบการทำอาชีพหลัก ตรงนี้ต้องวางแผนเรื่อง ใช้เวลาให้เหมาะ ไม่เสียงงานประจำหลักและไม่ขาดทุนจากการเก็งกำไร


2. รู้จักตัวเอง
หาตัวเองให้เจอ ตอบคำถามหลักๆ ให้ได้ 
- อยากเป็นนักลงทุน หรือนักเก็งกำไร
-อยากเป็นนักเก็งกำไร แนวไหน สไตล์อะไร >> สั้น กลาง ยาว
-ถนัดใช้กลยุทธ์อะไร >> scalping ,swing trading, trend following, breakout, counter trend หรือ Grid คือมันมีเยอะมากไม่ใช่แค่หนึ่ง ไม่ได้แค่เทรดฟอโล่วิ่ง ต้องจับคลื่นกันเสมอไป
-จุดอ่อนของตัวเอง >> ตรงนี้จำนวนมากตอบไม่ได้ เพราะขาดทุนรีบลืม ดังนั้นต้องฝึกเยอะๆ จด diary วิเคราะห์ผลการเทรดตัวเองสม่ำเสมอ
-รู้จักจริตตัวเอง เป็นคนจิตใจแบบไหน >> ถนัดซ้ายหรือถนัดขวา ชอบอาร์ทหรือชอบวิทย์ อารมณ์เป็นยังไง
ขี้กลัว ขี้กังวลหรือไม่ รับความเครียดได้มากเพียงใด
พวกนี้ต้องตอบให้ได้ก่อน เพราะมันเป็นตัวของเรา ที่จะเป็นรากฐานในการพัฒนาการเทรดของเรา
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตลาดนี้ไม่มีใครรักเงินเราเท่าตัวเราเอง นะครับ

3.มีระบบเทรด
พัฒนาระบบเทรด สร้างแผนการเทรด ที่เหมาะกับตัวเราเอง 
อย่าไปใช้ตามคนอื่นๆ(ที่เขาโฆษณาว่าดี) อย่าไปใช้เพียงเพราะคนทั่วไปใช้เหมือนกัน 
ถ้าไม่เหมาะกับเรายังไม่ก็ไม่มีทางสำเร็จ 
วางแผนทุกอย่างล่วงหน้า >> เลือกสินค้าที่จะเทรด หุ้นแต่ละประเภท พวกนี้มีความเฉพาะเจาะจง
>> เลือก สัญญาณการซื้อขาย กำหนดเงื่อนไขการซื้อขาย ตายตัวชัดเจน อย่าเข้าออกตามอารมณ์ ตามความคิดเฉพาะหน้า หรือฟังจากคนอื่น
>> กำหนดความเสี่ยงให้่เหมาะสม วางขนาดเงินใช้เสี่ยงให้พอดี ไม่เสี่ยงสูงมากเกินไป ควรเสี่ยงให้พอเหมาะผิดแล้วมีโอกาสแก้ตัว
>> ทำระบบเทรดให้ขึ้นกับความน่าจะเป็น ปิดจุดอ่อนของระบบที่ใช้ รู้จักหมอบ รู้จักหลบ ขณะเดียวกันเข้าใจจุดแข็งและกอบโกยเมื่อโอกาสมา 

4. จดบันทึกติดตามผลการเทรด
หมั่นติดตามทบทวนการเทรดของตัวเอง ทั้งกำไรและขาดทุน (โดยเฉพาะที่ขาดทุน เพราะธรรมชาติคนทั่วไปขาดทุนรีบลืมหรือหาเหตุอ้างเสมอ)
จดบันทึกเป็น trader diary อย่างดี อย่างต่อเนื่อง
เพื่อใช้เรียนรู้สิ่งที่เกิด เรียนรู้จากความผิดพลาด และทำความเข้าใจตัวเราเอง เข้าใจอารมณ์ที่เกิด
นอกจากนี้ ยังเป็นการทดสอบและประเมินผลระบบเทรดไปในตัว และเป็น verify logic ต่างๆที่เราคิดค้นขึ้นด้วย

*** ถ้าไม่ทำจุดนี้การพัฒนา ทักษะการเทรดจะเกิดยากมาก 

5. ทบทวนเป้าหมาย
มีเป้าหมาย มี road map วางไว้เริ่มต้น หมั่นทบทวน เพื่อติดตามเพื่อทำให้เราเกิดความมุ่งมั่นจะไปถึง

6. หาเพื่อน หาที่ปรึกษา
เลือกดีๆ เอาที่พึ่งพาได้ พูดคุยปรับทุกข์ได้ ไม่ต้องเน้นประเภทมาอวด มาโชว์เหนือ และอวยกันเองแบบนั้นไม่ช่วยอะไร
จำไว้เสมอ นักเก็งกำไร เป็นงานที่ยาก ต้องตัดสินใจ ภายใต้ความกดดัน ภายใต้เวลาจำกัด มีผิดพลาด มีผิดหวังได้เสมอ
ดังนั้น อารมณ์และความเครียด ต้องมีที่พึ่งพา มีการระบาย มีการปลดปล่อย
สำคัญ ต้องมีคนคอเดียวกัน มีคนเข้าใจความคิด หรืออาจจะแชร์เป้าหมายเดียวกันคล้ายเรา มาร่วมทางเดินแลกเปลี่ยน ช่วยกันเรียนรู้กับเรา

7. หมั่นศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ
อย่าเอาแต่ไปหาทางลัด หาหุ้นเด็ด หาข่าววงใน หาระบบ หาเครื่องมือวิเศษ ของแบบนั้นไม่เคยทำให้ใครพัฒนาได้แท้จริง
เรียนรู้ หาหนังสือ หรือเข้าเว็บไซต์อ่านบทความ 

ถ้าพัฒนาภาษาอังกฤษได้ยิ่งดี ได้เข้าถึงคลังความรู้ที่ไม่จำกัดมายิ่งขึ้นไปอีก 
ย้ำอีกที จำนวนมากของฟรี ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน ก็เรียนรู้ได้ ผ่านอินเตอร์เน็ต
เอา 7 ข้อง่ายๆมาฝากกัน พวกเราลองเอาไปปฏิบัติครับผมเองก็ใช้ แนวทางนี้การพัฒนาตัวเอง
แน่นอนว่าถึงแม้มันจะไม่ทำให้เราเก่งในข้ามคืน หรือเป็นเศรษฐีพันล้านในข้ามเดือน 
แต่การพยายามอย่างต่อเนื่อง อย่างตั้งใจ มันจะทำให้เราอยู่รอดในตลาดหุ้น ตลาดเก็งกำไร
แล้ว ก้าวไปสู่เป้าหมายความสำเร็จได้ในสักวัน อย่างแน่นอน


Mr chaipat