สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

Tony Robbins interviews Ray Dalio


คลิปราวๆ 1 ชม. พอดีเพิ่งมีเวลาฟังจบ เนื้อหาไปทางโปรโมทหนังสือ Principles  ของคุณ Ray dalio มีประเด็นน่าสนใจหลายเรื่อง ที่เราสามารถไปปรับใช้ได้เลยนำมาแชร์ให้สมาชิกได้อ่านกัน



>> แนะนำตัว
- เริ่มต้นคุณ tony เล่าประวัติเบื้องต้นของ Ray Dalio การเติบโตจากครอบครัวอเมริกันทั่วไป 
- จุดเริ่มต้น ที่ทำให้สนใจเข้ามาในตลาดหุ้น มาจากช่วงวัยรุ่น ทำงานรับจ้างทั่วไป มีเงินเก็บก็นำมาซื้อหุ้น ray dalio บอกว่าเขาติดใจในเกมส์ชอบในเกมส์การเงิน ทำให้เข้าหันหน้ามาศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง
- อายุ 26 ปี เขาลาออกจากงานประจำ ร่วมกับเพื่อนก่อตั้งบริษัทบริหารเงินของตัวเอง โดยเริ่มต้นเขาใช้อพาร์ทเมนต์ส่วนตัวเล็กๆเป็นออฟฟิตทำงาน
- เป้าหมายการเขียนหนังสือ Principle คือ ray ต้องการเป็นผู้ให้ส่งต่อ Principle ที่เขารวบรวมและเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านการทำธุรกิจ และการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นแนวทางวิธีการหาการตัดสินใจที่ดี ช่วยทำให้ประสบความสำเร็จ



>> ความผิดพลาด
- 1971 คุณ ray dalio มองตลาดผิดเขาคิดว่าเมื่อ Richard Nixon ประกาศไม่อิงค่าเงิน usd กับทองคำ น่าจะทำให้เกิดการด้อยค่าของเงิน ตลาดหุ้นน่าจะตกลงรุนแรง ผลตรงข้ามตลาดหุ้นวิ่งขึ้นต่อ
- 1982 ray คำนวณว่าประเทศลูกหนี้สหรัฐกำลังมีปัญหาหนักและจะไม่สามารถใช้หนี้ได้ ซึ่งก็ถูกเพราะต่อมา แมกซิโกเจอปัญหาหนี้ประเทศ ต้องเผชิญภาวะล้มละลาย เขามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐน่าจะได้รับผลกระทบ ray ทำนายว่าตลาดหุ้นจะร่วงลงรุนแรง แล้วเขาเดิมพันครั้งสำคัญบนความเชื่อนั้น แต่ผลที่เกิดตรงข้ามเมื่อ Fed เข้ามาออกมาตรการทางการเงินเพื่อดูแลปัญหา

- ผลตลาดหุ้นวิ่งขึ้นต่อ ray dalio ช่วงอายุราวๆ 34 ต้องเผชิญกับการขาดทุนหนัก ต้องปลดพนักงานบริษัทซึ่งเป็นเหมือนเพื่อนและพี่น้อง ขาดทุนครั้งนั้นมากจนไม่เงิน ใช้จ่ายในบ้าน ซึ่งทำให้เขาต้องยืมเงินพ่อ $4000 เพื่อใช้ยังชีพ 

- เสียหน้า เสียชื่อเสียง แต่ ray dalio มองว่ามันคือ ประสบการณ์ที่ดีที่สุดของชีวิต สอนให้เขาลดอัตตา ลดความเชื่อมั่นตัวเองสุดโต่งและเปิดใจรับฟังความคิดต่าง

-เปลี่ยนวิธีคิดที่ว่า ตัวเองถูก มาเป็นการตั้งคำถามว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเราถูก  ซึ่งที่มาของการสร้าง principle ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในวันนี้

- กล้าจะ stress test ความคิดของตัวเราเอง กับความคิดเห็นของคนเก่งคนอื่น เพื่อหาจุดร่วม และปรับจูนชุดความคิดของเรา ให้ realistic มากขึ้น(คล้ายการทำ triangulation หาตำแหน่งจากจุดอ้างอิงมากกว่า 1 จุด) ตรงนี้ช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นในการถูก ให้มากขึ้น ลดอัตตาที่สุดโต่ง 

- ray dalio แนะนำว่าอย่ากลัวความผิดพลาด ความล้มเหลว กล้าจะเผชิญหน้าและเรียนรู้จากมัน

- เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ เพราะบางเหตุการณ์แม้จะไม่เคยเกิดในช่วงชีวิตเรา แต่มันก็อาจจะเกิดมาก่อนในอดีต ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ และทำความเข้าใจสิ่งที่อาจจะเกิดได้

- กล้าออกเดินทางผ่านป่าที่อันตราย เพื่อไปหาดินแดนที่ดีกว่า ชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบัน เรียนรู้ตระหนักว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางเพียงลำพัง สามารถหาเพื่อน หาบุคคลที่ช่วยเหลือได้

>> 5 ขั้นตอนการหา Best decision
1 กำหนดเป้าหมาย ที่ต้องการ
2 จำแนกปัญหา/อุปสรรค ที่ต้องเผชิญ ระหว่างการไปถึงเป้าหมาย
3 วิเคราะห์หา root cause ต้นตอแห่งปัญหา วิเคราะห์จุดอ่อน ข้อจำกัดที่มี
4 คิด ออกแบบ หาทางแก้ปัญหา มองหา solution ที่ตรงกับต้นตอปัญหาที่มี กรณีไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ต้องรู้จักมองหาความช่วยเหลือ หาคนที่มีความรู้ความชำนาญมาช่วย
5 ตัดสินใจดำเนินการ ลงมือทำ พลักดันให้แผนงานสำเร็จ บรรลุไปถึงเป้าหมาย
*** ทำซ้ำและเรียนรู้ กับโจทย์ปัญหาต่างๆที่เข้ามาทั้งเรื่องชีวิต และการงาน

>> Radical Transparency
- ตรงไปตรงมา ชัดเจน โปร่งใส่ เปิดเผยข้อมูลความคิด เพื่อทำให้เกิดการยอมรับและการแลกเปลี่ยนความคิด ทำงานร่วมกัน  โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 สิ่ง
1. ซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน
2. เปิดใจ ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง เคารพความคิดตรงข้าม
3. โปโตคอลการก้าวข้าม ความขัดแย้ง หรือความคิดที่แตกต่าง โดยไม่โกรธแค้น หรือไม่แตกแยกกัน
- Ray เล่าประเด็น algorithmic decision-making ทำงานบนแนวคิด  radical transparency
-  Dots App เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจ รันบน tablet ของพนักงานทุกคน โดยทำงานลักษณะการติดตามและแสดงความคิด ของพนักงานในบริษัทเกี่ยวกับประเด็นต่างๆแบบ real-time ทุกคนในทีมสามารถทราบการตัดสินของเพื่อนร่วมทีมได้ นำผลการตัดสินใจของคนอื่นมาประกอบการตัดสินใจของตัวเอง และสามารถแลกเปลี่ยน ถกเถียงมุมมองการตัดสินใจระหว่างกันต่อปัญหานั้นๆ 
- Dots App มีการนำผลการตัดสินใจของทีม มาประมวลผลร่วมกัน บวกกับค่าถ่วงน้ำหนักเพื่อหาจุดร่วม ในการตัดสินใจด้วย algorithm ในระบบคอมพิวเตอร์





>> เรื่องเศรษฐกิจ
- คุณ tony ถาม ray dalio เรื่องการวิเคราะห์ภาวะไม่ปกติของตลาดตอนปี 2008 เขาตอบสั้นๆว่าใช้หลักการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ดังที่อธิบายไปในคลิป “How The Economic Machine Works” สิ่งสำคัญมอง Debt cycle รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินไป ในเวลานั้นๆ รวมถึงการสังเกตการเกิดฟองสบู่

- ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน  ray มองว่าเฉลี่ยเหมือนจะดี แต่ต้องมองสองกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มล่าง 60% ที่ productivity และภาพรวมอาจจะไม่ได้ดีมากเท่าไหร่ ดังนั้นก็ไม่ควรประมาท

- คุณ Ray ยกตัวอย่างอธิบายเศรษฐกิจอเมริกาปัจจุบันคล้ายกับ ตอนปี 1937 โดยเป็นช่วงกำลังฟื้นตัว จากการอัดฉีดเศรษฐกิจหลังวิกฤติช่วงปี 1932 โดยช่วงนั้น interest rates เข้าระดับศูนย์ มีการพิมพ์แบงค์ อัดฉีดเงินเข้าระบบ ซื้อสินทรัพย์(financial assets) เศรษฐกิจเริ่มมีตัวเลขสะท้อนการฟื้นตัว ตลาดหุ้นดีดรีบาวน์ดกลับขึ้นมาได้มากหลังวิกฤติ แต่สิ่งที่เกิดกำลังซื้อยังไม่ได้มาก ,เกิด gap ระหว่างคนจน คนรวยห่างกัน ( 1% ของประชากรมีสินทรัพย์เท่ากับสินทรัพย์ของประชากร 90% รวมกัน) เกิดลัทธิทางการเมืองแบบ ประชานิยม(populism) 

- ซึ่งโดยสรุป ray dalio บอกว่าเป็น moment ที่ต้องระวัง เพราะจุดจบอดีตไม่ค่อยสวยทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่สุดท้ายต้องมีการลดขนาดการอัดฉีด มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น มีผลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ส่วนด้านการเมืองประชานิยม นำมาซึ่งการแบ่งขั่ว ความขัดแย้งของคนสองกลุ่ม รวมถึงการทุจริตคอรัปชั่น ก็เกิดปัญหาตามมา

>> ประเด็นย่อยอื่นๆ
- คุณ tony ถาม ray dalio ว่าคิดยังไงกับการที่บางคนมองว่าเป็น cult กลุ่มลัทธิสุดโต่ง(ปฏิบัติจริงได้ยาก) คุณ ray dalio ตอบว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา principle อาจจะไม่เหมาะกับทุกคน ไม่ใช่ทุกคนจะปฏิบัติได้ หรือนำไปใช้ได้ โดยเฉพาะการรับฟังความคิดแตกต่าง ไม่ชอบรับฟังหรือแสดงความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา

- ประเด็นการมาถึงของ AI ทำให้คนตกงาน คุณ ray dalio แนะนำว่า ให้มองเป็นโอกาส แน่นอนว่าเทคโนโลยีเข้ามาแทนคน อาจจะทำให้คนตกงาน แต่รัฐ และเอกชนสามารถตั้งเป้าหมาย ที่ใหญ่และท้าทาย โดยทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน เช่นออกนโยบายส่งเสริมเรื่องการศึกษา การพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงแน่นอนว่าคนยุคใหม่ ควรหัดเรียนรู้เป็นผู้สร้าง หรือพัฒนา algorithm สำหรับ solution ต่างๆเพื่อนำไปใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้น

- ตามธรรมเนียม ray แนะนำการฝึกสมาธิ เขาบอกว่าเป็นเครื่องมือฝึกจิต ให้จดจ่อกับปัจจุบัน มองเห็นและรับมือสิ่งที่เกิดอย่างรวดเร็วได้ เขาฝึกสมาธิมากกว่า 44 ปีแล้ว และเขาเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ สมาธิช่วยเรื่องของจิต การโฟกัส เรื่องความคิด การพิจารณาสิ่งที่เกิดในหัวแยกเอา ความคิดที่ดีนำมาสร้างสรร ต่อยอด

- ประเด็น  All Weather ส่วนนี้เป็นโมเดลการวางกลยุทธ์จัดพอร์ต ให้อยู่รอดทุกภาวะตลาด และทุกภาวะเศรษฐกิจ 
- ใจความหลัก ray พูดถึงการ Diversification ใน Asset ต่างๆที่ uncorrelated กันเพื่อลด RISK  รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์(economic template) และทำ re balance จัดน้ำหนักเงินลงทุนในแต่ละ class ให้เหมาะสม เพื่อสร้าง return ที่ดีและต่อเนื่อง 

- เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ray พูดประเด็น risk of ruin สอนนักเก็งกำไร ไม่ให้ over trading เพราะการพอร์ตขาดทุนหนัก เช่นเกิดสูญเสียเงิน หรือขาดทุนมากเช่น 50-75% การจะ cover กลับคือมาที่จุดเดิม ต้องทำกำไรบนเงินทุนที่จำกัดมากถึง 100% เป็นเรื่องไม่ง่าย ดังนั้นการป้องกันความเสี่ยง การจำกัดความเสี่ยง เป็นเรื่องสำคัญ

สรุปคราวๆ ประมาณนี้ เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้กับน้องๆเทรดเดอร์ บางประเด็นปลีกย่อย อาจจะไม่ได้เขียนลงทั้งหมด ถ้ามีโอกาสลองไปฟังคลิปเต็มๆได้ ที่ link ด้านล่าง หรือสั่งซื้อหนังสือของคุณ ray dalio ก็ได้เช่นกัน

Mr. Chaipat

อ่าน/ฟังเพิ่มเติม
https://www.youtube.com/watch?v=uN7MNHoE6bM
https://www.principles.com/

ตลาดหุ้นทำ New High ทำไมฉันยังไม่ลงดอย

เมื่อเช้ามีท่านหนึ่งถามว่า ทำไมตลาดหุ้น SET ทำ new high ราคาจะขึ้นไป 1700 จุดอยู่แล้ว แต่หุ้นในพอร์ตกลับยังติดลบ หลายตัวยังติดดอยหนักอยู่เลย

ผมขอตอบโดยการนำข้อมูล การเปลี่ยนแปลงของดัชนีตลาดหุ้นและดัชนี sector ต่างๆในช่วงปี 2017 เอามาให้ดูครับ เหมือนที่บอกไปตลาดปีนี้เทรดยากนะ ไม่ใช่ว่า ซื้อหุ้นต้นปีแล้วปลายปีจะมีกำไรปิดบวกเสมอไป ดูจากภาพจะพบ ถ้าเราจับหุ้นผิดตัว หรือไปถัวเฉลี่ยรับมีดผิดดอย ตอนนี้ นอกจากจะไม่กำไรอาจจะติดดอยสูงอยู่ได้อีกด้วย

SET ยกรอบเดือน กย. เป็นการขึ้นแบบ high volatility และจากข้อมูลพบเป็นการขึ้นเฉพาะบางตัวและบาง Sector โดยเฉพาะตัวจ่ายปันผลดี ดังเห็นจากดัชนี SETHD ที่กลับทิศทางได้รับแรงซื้อเข้าอย่างหนาแน่น หลังจากโดนขายช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา


มองภาพใหญ่เทียบต้นปี 2017 ปีนี้กลุ่ม MAI การเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่สดใส แม้กลับมาได้บ้างแต่เทียบกับ มกราคม- กพ ที่ peak และโดนเทขายก็ยังไม่สามารถกลับมาได้ในระดับเดิมต้นปี

ดังนั้นถ้าพอร์ตเราสะสมหุ้นกลุ่ม MAI พวก หุ้นเล็กอาจจะไม่ได้อานิสงมาเท่าไหร่กับการ bullish ของตลาดรอบนี้ (ยกเว้นบางตัวที่เล่นกับ story)แต่ถ้าสะสมกลุ่ม $TRANS,$ICT,$ENERG,$BANK อาจจะได้ใจชื่นขึ้นมาพอควร ส่วนกลุ่ม sector พวก อาหาร ,เกษตร ,อสังหา ,รับเหมาก่อสร้าง ,โรงพยาบาล ปีนี้ผ่านมา 9 เดือนยังไม่โดดเด่นเท่าไหร่(ตัวไหนผลประกอบการห่วย ราคาก็เน่าไหลลงเป็นเทน้ำเทท่ากันเลย)

เล่าให้ฟังจากข้อมูล แต่ไม่ขอเดาอนาคตว่าดัชนีไปจุดไหนต่อ สิ่งที่บอกได้คือ 
อย่าประมาทดีที่สุดครับ


วันพุธที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560

Implied Correlation

พูดถึง market sentiment ของตลาดหุ้นอเมริกาไป มีตัวหนึ่งเป็นเครื่องมือ ที่อยากแนะนำให้ลองศึกษาดูครับ ชื่อ Implied Correlation Index

เราอาจจะคุ้นกับ Implied volatility การคำนวณค่า volatility จาก options pricing model เช่น BS เจ้าตัว Implied Correlation นี้ทำงานคล้ายๆกันคือคิดคำนวณค่า correlation ทางอ้อมจาก option premiums ของ stock index เช่น S&P500 กับตัว premiums ของ individual stock (ปรับค่าน้ำหนักตามขนาดของหุ้นแต่ละตัว) โดยมอง options market เป็นเหมือนตัวแทนความคาดหวังในอนาคต เพื่อใช้วิเคราะห์ ประเมิน sentimental ที่กระทบต่อแนวโน้มราคาตลาดหุ้น (รายละเอียดอ่านได้จาก paper ด้านล่าง)

ประเด็นคือ ค่าของ S&P500 Implied Correlation Index (โมเดลของ CBOE) เทียบกับ S&P500 index ช่วงนี้มันเกิดภาวะ lower correlation และตัวค่า implied correlation แยกทางกับ S&P500 นักวิเคราะห์มีการมองกันว่า อาจจะมี short-term bearish หรือการปรับฐานเกิดขึ้นได้ (ปกติค่านี้ช่วง strong trend จะมีลักษณะ high correlation) 


แต่ค่า implied correlation ไม่ได้ใช้บอกการกลับตัวหรือบอกการซื้อขายโดยตรง มันใช้อ่านภาวะ sentiment มากกว่ายิ่ง ความไม่แน่นอนและความไม่สอดคล้องกันมากเท่าไหร่ โอกาสความน่าจะเป็นเห็นการเปลี่ยนแปลงยิ่งมีมากตาม เครื่องมือนี้เป็นหนึ่งในการสังเกต และใช้วิเคราะห์ข้อมูลที่เกิด

เรื่องนี้ผมคิดว่าน่าสนใจ เลยเอามาแนะนำกัน ลองพิจารณาและเข้าไปดูรายละเอียดได้ จาก link ครับ เพื่ออนาคตใครอยากจะลองมาทำกับ ดัชนีหุ้นไทย 

ปล. ส่วนในค่าเงิน FX ก็มีให้ใช้ลองหาใน google ได้

ผลกระทบต่อตลาดประเด็นเกาหลีเหนือ

บันทึกไว้สักนิดกับภาวะการณ์ปัจจุบันประเด็นความขัดแย้งเกาหลีเหนือที่ปี 2017 กลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังจากนิ่งมาหลายปี ไปเจอบทความนี้ใน marketwatch เขารวบรวมข้อมูลสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ จากประเด็นการทดสอบ nuclear รอบล่าสุด ต่อเนื่องจากการทดลองยิงขีปนาวุธข้ามทวีป หลายรอบช่วงก่อนหน้า จนทำเอาเพื่อนบ้านอย่าง เกาหลีใต้ ญุี่ปุ่นต้องปวดหัว

-ภาพแรก >> ค่าเงินเยน ถือเป็น safe haven currency อีกตัวที่แข็งรับในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว


- ภาพที่สอง >> GOLD ทองคำกลับมา new high ในรอบปี จากเวลา 2 เดือนช่วงแรงกดดันปมเกาหลีเหนือ ทองคำวิ่งจากโซน 1210 ไปทดสอบ high ที่ 1344 


- ภาพที่สาม >> ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ ตกลงค่อนข้างหนักจากความกังวล โดยเฉพาะช่วงเดือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ ตลาดหุ้นหลักของโลกและเอเซีย ที่รับประเด็น เกาหลีเหนือ ซึ่งเดินหน้าทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ต่อ ที่มีความไม่แน่นอน ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงในรอบนี้อย่างไร



http://www.marketwatch.com/story/how-north-koreas-nuclear-test-rattled-markets-in-5-charts-2017-09-04


วันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560

อิคิไก(ikigai) กับการเริ่มต้นเป็นเทรดเดอร์

มื่อวานผมพูดถึงประเด็นที่ควรพิจารณาก่อนเข้ามาเป็น Trader เพราะเมื่อเดินเส้นทางนี้แล้ว มันก็เหมือนการเลือกอาชีพที่เราจะต้องทำ จะต้องอยู่กับมันทุกวัน ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อน

ผมแนะนำคือหลักการที่เรียกว่า อิคิไก(ikigai) ของญุี่ปุ่นความหมายประมาณว่า "เหตุผลของการมีชีวิตอยู่" มีการถ่ายทอดและมีการสอนให้นำมาพิจารณาการดำเนินชีวิตของเรา แต่มันก็ประยุกต์ใช้ตั้งคำถาม เพื่อใช้พิจารณาการงาน หรือกิจการที่เรากำลังทำได้ หลักของ อิคิไก คือการพิจารณาความสมดุล ได้แก่ ความสุขที่ได้ ,รายได้/ผลตอบแทนที่ได้รับ,สิ่งที่เราทำได้ดี,ประโยชน์ต่อผู้อื่นทั้งทางตรงทางอ้อม

กรณีนี้ลองตั้งคำถามตัวเราว่า การเป็นเทรดเดอร์ เราต้องการเป็นเพราะอะไร ไม่ใช่เป็นเพราะทำตามคนอื่น หรือเป็นเพราะมีเป้าหมายแค่จะทำเงิน สร้างกำไรร้อยล้านพันล้านอย่างเดียว มันต้องมีเหตุผลประกอบ มีแรงจูงใจ ที่ทำให้อยากพยายาม

อยากเรียนรู้ในทุกวันที่ตื่นขึ้นมา เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นแรงขับดันให้เราเดินทาง ผ่านอุปสรรค์ ผ่านความยากลำบากไปถึงเป้าหมายได้(ซึ่งมันไม่ได้มาถึงในเดือนสองเดือนหรือปีสองปีแบบง่ายๆ)
ถ้าใครกำลังสับสนกับตัวเอง หรือกำลังมองหาคำตอบ แนะนำให้ลองเอาหลัก อิคิไก(ikigai) ไปพิจารณาแล้ว เขียนคำตอบของเราลงในกระดาษ เพื่อทบทวนสิ่งที่เราทำอยู่ มันช่วยให้เรามองเห็นอะไรที่ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ