สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

รีวิวหนังสือ "เวลามีค่ากว่าทองคำ"

วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "เวลามีค่ากว่าทองคำ" เป็นหนังสือเกี่ยวกับ time management เขียนโดยคุณ Brian Tracy นำมาแปลไทยโดยคุณ นัฏฐิกา ไชยสุข

เป็นหนังสือที่เขียนอ่าน สนุก เข้าใจง่าย มองเวลา เป็นเหมือน asset ตัวหนึ่ง ที่เราใช้แลกสิ่งต่างๆในชีวิต หนังสือเขียนตั้งแต่เรื่องมุมมอง เกี่ยวกับเวลา , การวางแผนบริหารจัดการ และการลงมือปฏิบัติ

คือถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ หรือ เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเวลา ตั้งแต่อายุ 20 กว่า ผมว่าน่าจะช่วยให้ประสบความสำเร็จ ได้เร็วและดียิ่งขึ้น จะไม่เอาเวลาไปสูญเปล่า หรือเอาไปแลก "เงิน" แลก "สิ่งของ" แลก ความสุขระยะสั้น ที่มันไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์แท้จริงต่อตัวเรา เพราะเวลาบนโลกของแต่ละคนมันมีจำกัด และมันมีไม่เท่ากันทุกคน (บางทีเราคิดว่า อายุ ไม่มาก มีเวลาบนโลกอีกเยอะ ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นจริงเสมอไปก็ได้ เพราะเราไม่มีทางคาดเดาอนาคต หรือ วันตายได้แน่นอน)




รวมไปถึงการคิดเชิงกลยุทธ์ เช่นการใช้ "เงิน" ซื้อเวลาเช่นยอมนั่งรถไฟฟ้า แทนรถเมล์ ขสมก. เป็นต้น ฝึกทำให้เราฉลาดที่จะคิดตัดสินใจ เอาเวลาไปแลก หรือนำไปใช้ เพื่อทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในอนาคต

อีกประเด็นที่น่าคิดเมื่อได้อ่านหนังสือนี้คือ เรากำลังโดนเอาเปรียบเรื่องเวลา อยู่หรือไม่?? เช่นทำงานได้ผลตอบแทนน้อย, โดนเอาเปรียบเรื่องภาระงาน, การโดนหลอกว่าของฟรีไม่เสียเงินแต่เสียเวลา!!! รวมไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่มีความก้าวหน้าหรือถูกหลอกให้รอ ประมาณนี้

จริงๆแนะนำให้ลองหามาอ่านกันครับ เรื่อง time management ผมว่ามีความรู้ไว้ ยิ่งช่วยทำให้เราจัดการชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น สุดท้ายได้เลิกบ่นว่าไม่มีเวลา เสียที


Interview with Ray Dalio - Davos 2019


มุมมองของคุณ ray dalio ยังไม่เปลี่ยนจากปีก่อน เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเจอ recession ในช่วงราวๆ 2020

สรุป เนื้อหาคราวๆจากคลิปสัมภาษณ์ คุณ dalio ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจโลกจะพบการชะลอตัวทั้ง สหรัฐ ยุโรป จีน ญุี่ปุ่น และ ไม่ใช่แค่เรื่องของ เศรษฐกิจ(เรื่องของหนี้)อย่างเดียว แต่คุณ dalio เชื่อว่าปมประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ที่มาพร้อมช่องว่างระหว่างคนจน คนรวย(Wealth gap) จะทำให้เกิดการเผชิญหน้าของขั่วการเมือง 2 ฝ่าย ทั้งในและนอกสภา นำมาซึ่งปัญหา โดยเฉพาะช่วงปี 2020 อยู่ช่วงเทศกาลเลือกตั้ง ปธน.


รวมไปถึงขีดจำกัดของ ธนาคารกลางในการรับมือ กับภาวะวิกฤติหรือการชะลอตัวเศรษฐกิจรอบใหม่กรณีที่เกิดในเวลาอันสั้น สุดท้าย 3 ประเด็นเหล่านี้ มีผลต่อนักลงทุน รายใหญ่ รายย่อย สถาบันการเงิน (ส่วนใหญ่ long และใช้ leverage ด้าน long ช่วงภาวะตลาดขาขึ้น) ที่ต้องมีการปรับแผนการลงทุน หลังตระหนัก ความเสี่ยงที่รุนแรงมากขึ้น จุดนั้นก็จะได้เห็น การเปลี่ยนแปลงของตลาด อย่างมีนัยยะ

ปล. ฟังเพิ่มเติมได้จาก clip vdo ค่อนข้างจะสนุก เพราะ ray dalio พยายามจะตอบโต้กับ พิธีกรที่พูดแข่ง แย้งขึ้นมา

The Global Risks Report 2019


วันนี้นั่งอ่านรายงาน The Global Risks Report 2019 ของ World Economic Forum พบว่ามีหลายประเด็นน่าสนใจมาก โดยเฉพาะการประเมินความน่าจะเป็นและผลกระทบของ risk ที่จะเกิดในปี 2019

ตรงนี้มีทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยีและภาวะแวดล้อม ที่เชื่อมโยงกัน รายงานนี้เขียนรายละเอียด และรวบรวมข้อมูล อธิบายประเด็นได้ดีเข้าใจง่าย ความยาวกว่า 114 หน้า

พวกเราเทรดเดอร์ หรือ นักลงทุน ก็สามารถใช้ข้อมูล เหล่านี้ ในการวางแผน ปรับกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับ risk ที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะส่วน macroeconomic risks และ geopolitical risk ซึ่งหลายประเด็นอาจจะไม่ได้เป็นความเสี่ยงระยะสั้น แต่ในด้านการวางแผนสำหรับ long term portfolio น่าจะใช้ประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว



ใครสนใจลองเข้าไป download มาอ่านได้จาก link ด้านล่างครับ

World Economic Forum

Wealth gap

งาน World Economic Forum นอกจากประเด็นความตรึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐแล้ว ยังมีเรื่องของ ความเหลื่อมล้ำ ช่องว่าระหว่างคนจนและคนรวยที่กว้างขึ้น

สื่อหลายเจ้านำเสนอประเด็นนี้โดยเฉพาะตัวเลขสถิติ เช่น
ทรัพย์สมบัติ ของคนรวยนั้นเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่คนจนทรัพย์สมบัติกลับลดลง ค่าเฉลี่ยของคนจน 3.8 billion คนนั้นมีรายได้น้อยกว่า $5.5 ต่อวัน



รายงานของ oxfam ระบุปัจจุบันสินทรัพย์ของมหาเศรษฐี นั้นเติบโตขึ้นมากกว่าอดีตหลายเท่าตัว คิดค่าเฉลี่ย 2.5 billion ต่อวัน รวมไปถึงความได้เปรียบ เช่นสิทธิ์ทางภาษีและข้อยกเว้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจ จากนโยบายการเมืองของประเทศต่างๆ

นักข่าวมองว่า อาจจะได้เห็นการอภิปรายหรือหาทางออกเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ ที่กำลังอาจจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ของโลกในอนาคต ใน theme หัวข้อ Globalization 4.0 ด้วย

จากภาพ บลูมเบริ์กรายงานสินทรัพย์ ของเหล่ามหาเศรษฐีพันล้านคนดัง เทียบขนาดสินทรัพย์จากปี 2009 ถึง ปี 2019 เราจะเห็นถึงการเพิ่มขึ้น อย่างที่เรียกว่า มหาศาลเลยมีเดียว

อ่านเพิ่มเติม

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

5 things I learned from John C. Bogle

-John C. Bogle ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งกองทุน Vanguard Group ตำนานนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของอเมริกา กับเจ้าของฉายา father of index fund
-เมื่อวาน 16-01-2019 เขาได้เสียชีวิตลงในวัย 89 ปี
- John C. Bogle เกิด 1929 มาจากครอบครัวที่ยากจนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ Great Depression.
- เขาจบปริญญาตรี economics and investment จาก Princeton University ปี 1951
- เริ่มทำงานที่ Wellington Fund สร้างผลงานจนได้ขึ้นเป็นผู้บริหารกองทุน ปี 1970 ได้ขึ้นเป็น chairman ของ Wellington
-ในปี 1974 เขาลาออกแล้วก่อตั้งบริษัท Vanguard Group เป็น mutual fund สไตล์ inexpensive mutual funds ที่เน้นการ ลงทุนใน market index เช่น S&P 500 index เพื่อสร้างผลตอบแทนตามสภาวะตลาด (ไม่เน้นการเอาชนะตลาด) ลักษณะ passive-investing
-มีปัญหาด้านสุขภาพ ปี 1999 ก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหาร Vanguard แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของบริษัท ควบคู่กับงานด้านการวิจัยและให้ความรู้ที่ Bogle Financial Markets Research Center
- เขาสร้างฐานะความมั่นคั่งให้กับชีวิต เริ่มต้นจากการเป็นคนชั้นกลาง กลายเป็นมหาเศรษฐีของอเมริกา มีสินทรัพย์ $80 million
- วลีทองของ Bogle คือ “Don’t look for the needle in the haystack. Just buy the haystack,”
-ปัจจุบัน Vanguard เป็นยักษ์ใหญ่อันดับต้นของอุตสาหกรรม asset-management มี AUM ระดับ $5.3 trillion 



- นักลงทุนผู้อยู่รอดประสบการณ์ 66 ปี ผ่าน Great Depression, World War II, Black Monday, dot com bubble และ financial crisis.
ฟังต่อเพิ่มเติมได้จากรายการ Trader talk 2019
https://youtu.be/JWyZlBDEnwA

Risk Map 2019


วันนี้นั่งอ่านบทความของ Ben Carlson แห่ง Ritholtz Wealth Management เขาพูดถึงความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่จะเกิดในปี 2019 มีหลายประเด็นที่ต้องติดตามกัน รวมไปถึง idea เรื่องการวางกลยุทธ์การเทรด สอดรับกับ theme ของความไม่แน่นอนที่จะเกิด โดยอิงจาก riskmap ในปี 2019 ซึ่งนวค. จาก controlrisks ได้มีการสรุป Top Five Risks for 2019 เอาไว้ ดังนี้
1. US-China trade rift foretells a new global order
> ประเด็น trade war ระหว่างจีนและสหรัฐ ที่มีการมองว่าจะกระทบไปถึง geopolitical และธุรกิจของบริษัทต่างๆ ที่ติดอยู่ตรงกลาง ระหว่างการโต้ตอบของจีนและสหรัฐ
2. The global data switchback ride
> ประเด็นเรื่องของข้อมูลและการใช้ประโยชน์ของข้อมูล จากธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทไอทีและเทคโนโลยี กลายมาเป็นประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ที่ดูเหมือนกลุ่ม EU และ US มองไม่ตรงกัน ทำให้การเป็นข้อขัดแย้ง ประเด็นนี้รวมไปถึงภัยคุกคาม cyber security อีกด้วย


3. American political gridlock
> ความเห็นไม่ลงตัวของพรรคการเมือง Democrats ที่ครองเสียงสภาล่างและRepublican ครองเสียงในสภาสูง หลายนโยบายที่ต้องผ่านสภา ดูเหมือนจะไม่ง่ายและอาจจะทำให้เกิดปัญหาทางการเมือง เหมือนปัจจุบันสหรัฐกำลังเผชิญ อยู่ อาจจะนำมาซึ่งการขาดเสถียรภาพทางการเมือง
4. Extreme weather disruption
> ปัญหาสภาพอากาศที่แปรปวน และรุนแรง เช่น พายุ น้ำท่วม ไฟป่า จะกระทบต่อธุรกิจและภาคการเกษตร ทำให้เกิดความเสียหาย และกระทบต่อเศรษฐกิจ
5. Multinationals becoming nationless
> ประเด็นชาตินิยม ผลกระทบ nationalist politics ต่อธุรกิจ
ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้จาก link ข้างล่าง และหาข้อมูลกันต่อ ว่ามันจะกระทบต่อ สินทรัพย์ต่างๆในพอร์ต หรือกลยุทธ์การเทรดของเรามากน้อยอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม
https://www.controlrisks.com/riskmap/top-five
ดาวน์โหลด risk map
https://www.controlrisks.com/riskmap/maps


วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562

Machine Learning for Kids

ปัจจุบัน Machine Learning กลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการวิเคราะห์ข้อมูล และการพัฒนา Application ซึ่งเราจะเห็นการประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆมากขึ้น 

ไปเจอโปรเจคหนึ่งของอังกฤษ ชื่อ Machine Learning for Kids เขาสอนหลักการพื้นฐานแบบเบื้องต้นของ Machine Learning สำหรับเด็กประถม พร้อมตัวอย่างการเทรน machine learning models กับ data สำหรับ classifying text, numbers , recognising images. เพื่อหัดใช้ ML ในการสร้างเกมส์ สร้างโปรเจค




การเรียนสนุก ง่ายมากมีหลายบนเรียน หลายตัวอย่าง หลายโปรเจคให้ศึกษา ทั้งหมดไม่ต้อง setup อะไร เขียน code แบบ block ลากวางบนแพลตฟอร์มของ Scratch ซึ่งหลังบ้าน เชื่อมผ่าน API ประมวลผลข้อมูลบน IBM Watson Developer Cloud ทดลองออกแบบ พัฒนาโมเดลและรันผลดูได้ทันที

โปรเจคนี้น่าสนใจมาก ไม่ได้ลงลึกแต่สอนให้เด็กรู้จัก และเข้าใจ จากตัวอย่างและการลองทำ เพื่อเตรียมตัวรับมือ กับเทคโนโลยีในอนาคต

เข้าไปลองดูได้ที่
https://machinelearningforkids.co.uk/#!/about
https://www.youtube.com/watch?v=2drwelVD4Qw
https://offspring.lifehacker.com/teach-your-kid-machine-learning-with-these-free-lessons-1826836113

Brexit Scenarios


รายงานของสำนักต่างๆ แนวโน้มความคิดเห็น นวค.ไปคล้ายกันคือเชื่อว่าปีนี้ประเด็น Brexit จะเข้มข้นและหนักหน่วงขึ้น โดยเฉพาะแรงกดดันทางการเมืองที่ตกกับตัวคุณ Theresa May นายกของ UK (จะมีนัดโหวตจากสภาเพื่อพิจารณารับข้อตกลงกับ EU รอบแรก 15 มค. นี้)

นักข่าวและนักวิเคราะห์การเมืองมองความน่าจะเป็นของทางออกประเด็นนี้ เป็น 4 ทาง แน่นอนว่าทางบวกต่อ GBP และ FTSE 100 index เป็น Soft Brexit แต่ถ้าออกมา Hard Brexit ดูเหมือน ทั้ง EU และ UK คงจะต้องเหนื่อย ลากกันยาวต่อไปโดยเฉพาะ UK ที่ซีนาริโอออกมาอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองกันเลยทีเดียว



ล่าสุด 15-01-2019 ร่างข้อตกลง Brexit ไม่ผ่านการโหวตของสภา แพ้ไปด้วยคะแนนเสียง 432-202 ถือว่าเป็นความเสียหายทางการเมืองของพรรครัฐบาลพอควร โดยเฉพาะด้านเสถียรภาพและความเชื่อมั่น ทำให้ประเด็นหาทางออกเรื่องข้อตกลง Brexit ต้องยืดออกไปต่อขณะฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล นายก Theresa May ต่อ


ด้านค่าเงิน GBP เมื่อคืนผันผวนมาก GBPUSD ปรับตัวลงแรง รับข่าวไปทำจุดต่ำสุดของวันที่ 1.26685 แต่ก็ทำ V shape เด้งกลับด้วยแรงซื้อ ช่วงเวลาอันสั้น ยกไปที่แนวราคาเปิดของวัน 1.28859 ก่อนปิดวันที่ 1.28619 คงต้องติดตามกันต่อ

ดังนั้นปีนี้ Brexit ก็ยังจัดเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆอยู่ ถ้าเทรด GBP หรือตลาดยุโรป ระมัดระวังและติดตามกันให้ดีครับ

อ่านข้อสรุปเพิ่มเติม
https://www.marketwatch.com/story/here-are-4-ways-brexit-could-play-out-in-1-chart-2019-01-07

Black rock survey -asset allocation

เมื่อวานอธิบายเรื่อง Fundflow การทำ data analysis จาก asset class ต่างๆเพื่อดูการเคลื่อนของเงิน รายคาบเวลา มีคำถามหนึ่ง น่าสนใจ เกี่ยวกับ การไหลของเงินของ smart money ในการหลบปัจจัยเสี่ยง 

วันนี้ผมไปอ่านเจอบทความของ Mark Rzepczynski เขาเขียนถึงผลการสำรวจ black rock ล่าสุดที่ไปถามเหล่า institutional investor จำนวน 230 คนมี AUM รวมทั้งหมดมากกว่า $7 trillion เกี่ยวกับการทำ asset allocation (รายงานไม่ได้ระบุช่วงเวลาของปีที่ทำการ survey)

ข้อมูลจากรายงานพบว่า money managers กังวลเรื่องของความเสี่ยง โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดเมื่อปีก่อนหน้าที่หลาย asset มี performance ที่ไม่ค่อยดี มีการลดน้ำหนักเงินในตลาดหุ้น และเพิ่มเงินในกลุ่ม fixed income ในขณะที่ asset ประเภท private equity, real estate และ real assets สะท้อนการเพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนของ money managers ที่เก็บ asset ประเภทนี้เข้าพอร์ต




Mark Rzepczynski เขาก็ตั้งคำถามที่น่าสนใจ แน่นอนว่าตอนนี้ส่วนใหญ่ตระหนัก ความเสี่ยงและความผันผวนเพิ่มขึ้นในราคา asset ส่วนใหญ่พยายามจะหลีกเลี่ยง แต่ทำไมถึงมีการเข้าลงทุน สะสมสินทรัพย์ที่มี liquid ต่ำในพอร์ตในช่วงปลาย financial & credit cycle

สุดท้ายคงติดตามกันต่อไป ดูเหมือนปี 2019 นี้ท่าทางจะไม่หมู และคงมีอะไรท้าทายแน่นอนครั

อ้างอิงจาก
https://mrzepczynski.blogspot.com/2019/01/where-are-institutional-investors-going.html

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562

2018 Performance Review

เมื่อเช้ามีท่านหนึ่งขอข้อมูล return ของ major asset class เอาไว้ พอดีที่ capitalspectator.com เขารวบรวมเอาไว้ เลยนำมาแชร์กัน
ลองดูตัว return ของ asset หลักก็น่าสนใจเพราะปี 2018 นี้1 year performance ส่วนใหญ่จะติดลบ มี cash (3m T-bill) ที่เป็นบวก +1.8% ด้านค่าเงิน usd แม้ปลายปีเดือนสุดท้ายจะลงหนักราวๆ -1% แต่ทั้งปี 2018 +4.4%
ส่วนหุ้นสหรัฐ และหุ้นตลาด EM ไม่ต้องพูดถึงลบเกือบทั้งหมดเช่นกัน ที่น่าสนใจพอร์ต 60/40 ผลงาน 1yr return ก็ -2.6%


พวกเราลองใช้ข้อมูลตรวจสอบและเปรียบเทียบ Performance ของระบบเทรดเราได้ สำหรับพอร์ตหุ้นสหรัฐ , ทองคำ น้ำมัน และค่าเงิน ผลที่ได้ก็เก็บเป็นบทเรียน เอาไว้พัฒนาตัวเองกันต่อไป
ปล. เหมือนที่เคยแนะนำไปถ้าอยากพัฒนาตัวเอง จบปีอย่าลืมเขียน รีวิว ผลงานการเทรด จะช่วยทำให้เห็นข้อผิดพลาดได้ดียิ่งขึ้น บทเรียนและประสบการณ์จะช่วยทำให้เราพัฒนาตัวเองได้ดี


แจก Ebook ของขวัญปีใหม่ 2019

สวัสดีปีใหม่ 2019

ขอ อวยพรปีใหม่ให้กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกท่านที่ติดตาม ขอให้ทุกท่านมีความสุขและประสบความสำเร็จกับทุกเรื่องที่ปรารถนา ที่สำคัญขอให้มีพลังในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองกันต่อไป

ผมมีของกำนัลปีใหม่เป็นหนังสือ ebook ลำดับที่ 6 มามอบให้กับทุกท่าน โดยหนังสือเล่มนี้เขียนจากบันทึกเทรดเดอร์ประจำวันของผมในช่วงปีที่ผ่านมา ความยาวกว่า 490 หน้าอัดแน่นด้วย เรื่องราวสำคัญ สาระและความรู้ที่ได้พบตลอดปี

ผมตั้งใจทำรวบรวมไว้ให้หวังว่าจะมีประโยชน์ ช่วยเพิ่มประสบการณ์และความรู้ ให้กับทุกท่านที่ติดตาม รวมถึงน้องๆมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเข้ามาเป็นเทรดเดอร์ จะได้เห็นตลาดของจริงและสถานการณ์จริงที่เกิดในตลาดช่วงปีต่างๆที่ผ่านมา



สามารถดาวน์โหลดได้จาก link ด้านล่าง ครับ
https://goo.gl/8oj33a
สำหรับสมาชิกใหม่สามารถดาวน์โหลดเอกสาร yearbook ปีก่อนหน้า( 2013-2017)
https://github.com/chaipat-ncm/learn2trade/#ebook
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมาหลายปี
มาเรียนรู้ไปด้วยกัน แล้วเก่งไปด้วยกันครับ
Mr.Chaipat

Volume footprint

เมื่อคืนได้ติวเทรดเดอร์ที่จะลงแข่งรายการปีหน้า 2019 ผมอธิบายการวิเคราะห์ volume นอกจากการดู volume profile แบบทั่วไปแล้ว อีกรูปแบบที่เราสามารถทำ volume analysis ในลักษณะการดู zone ราคาได้นั้นคือ การใช้ volume footprint

โดยดูแรงปะทะและดูการเกิดของ volumeในระดับ zone ราคาต่างๆตามช่วงเวลาที่เราสนใจ การวิเคราะห์ลักษณะนี้ถ้าไม่ได้ส่งต่อไปทำ data analysis เช่นการจัด weight เพื่อ คำนวณร่วมกับข้อมูลอื่นๆ เพื่อวางแผนการเทรด หรือทำ money management

เราก็สามารถใช้ดู market activity และ Depth of Market (DOM) ที่เกิดได้ โดยเฉพาะทิศทางการเดินของราคาสินทรัพย์ ทั้งในภาพใหญ่และภาพเล็ก รวมถึงการใช้ดูแนวรับ แนวต้าน หรือราคาที่มีนัยยะต่อการตัดสินใจของผู้เล่นในตลาด


volume footprint จะแตกต่างการดู volume รายช่วงเวลา ทั่วไปตรง มีการแยกมิติของระดับราคาที่สะท้อนความถูกแพง , market discount และความผันผวนจากกรอบการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิด
ปล. ถ้าดูเรียลไทม์ในโปรแกรทรดบางตัวมีฟังก์ชั่นนี้ ถ้าไม่มีก็ต้องเขียนโปรแกรมเพื่อสร้างการจัดกลุ่มข้อมูล volume สำหรับการวิเคราะห์ footprint เอง

พฤติกรรมตลาดช่วงคริสต์มาส 2018

ภาพประกอบการอธิบายสรุปพฤติกรรมราคา fx ทีผมพูดถึงเมื่อคืนนะครับ โดยสรุปเหมือนได้กล่าวไป เดือนธันวาคม ปลายปี 2018 ภาวะความวิตกกังวลเข้ามาเต็มๆ บางกูรูเขาบอกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป ญุี่ปุ่น เข้าภาวะตลาดหมีช่วงเริ่มต้นแล้ว (แต่ที่น่าสนใจคือ บางกูรู บางนวค. ยังไม่ได้เห็นตรงกัน มองว่า ผลประกอบการบริษัทเหล่านี้ยังดี แต่เนื่องจากราคาวิ่งสูงช่วง 2 ปี อาจจะเกิดแค่การปรับฐาน)
สิ่งที่ชัดเจนอีกประการคือ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจการเมืองสหรัฐประเด็น trade war พักเบรก, แต่สหรัฐมีประเด็นการ shutdown government ที่ร้อนมาล่าสุด เกิดจากขัดแย้งของสองขั่วการเมือง เรื่องงบประมาณสร้างกำแพงชายแดน , รวมถึงประเด็นการวิจารณ์ ลามไปถึงความคิดปลดประธานเฟด ของ โดนัล ทรัมป์ ปมไม่พอใจการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
พฤติกรรมราคาสินค้า ตอนนี้ สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น JPY , GOLD, CHF ปรับบวกขึ้นรุนแรงในช่วง 1 เดือน โดยเฉพาะค่าเงิน JPY ที่แข็งค่า จนรัฐบาลญุี่ปุ่นออกมาแถลงความเชื่อมั่น พร้อมรับมือและติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดเงินอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังว่ามีการเก็งกำไร จากภาพจะเห็น การเปลี่ยนแปลงรอบ week เทียบกับ 3 month ค่าเงิน JPY แข็งต่อเนื่อง เช่นเดียวกัน USDJPY อ่อนลงรุนแรง -2.7% รอบ 3 เดือน
เช่นเดียวกับ Gold สินทรัพย์ปลอดภัยปลายปีได้เฮ เก็บกำไร weekly +2.28% รอบ 3 เดือนแข็งแกร่ง +6.75%


ส่วนค่าเงิน AUD เดือน ธค. ยังอ่อนต่อเนื่อง weekly -1.6% ค่าเงิน USD ทำสถิติ low รอบ 4 เดือน แต่ค่าเงิน USDCAD วิ่งวกกลับทิศ บวกขึ้นมารุนแรงรอบ 3 เดือน(CAD อ่อนตัวลง) +5.32%
ด้านยุโรป รอบ 3 เดือนกดหนักกับ brexit story แต่ week ที่ผ่านมายกกลับมาได้ ก่อนคริตมาส + 0.5%
เหมือนที่ได้สอนไปการทำ data analysis กับการเทรดนั้นมีประโยชน์มาก ช่วยเราวางแผนได้เยอะ เพราะเมื่อเรามีเงินทุนจำกัด การบริหารจัดการเงินต้องทำอย่างฉลาด รองรับความผันผวนและความเสี่ยงที่เกิดให้ได้ การเทรดต้องสอดคล้องกับภาวะตลาดสถานการณ์ ที่เกิดไม่ใช่ไปนั่งมโนเทรดตามอารมณ์ ตามอคติ ที่สำคัญการทำการกระจายความเสี่ยง เช่นเทรด grid multi layer ,การกระจาย order ไม่ไปไล่เทรดซ้ำๆ ติดกันเกินไป ก็จะช่วยให้ รักษาระดับความเสี่ยง ลดโอกาสการขาดทุนหนักได้ดียิ่งขึ้นครับ
ปล1. สรุปคราวๆไว้เท่านี้ ไม่ได้ลงภาพรวมรายปี ลองไปทบทวนเหมือนที่บอก CAD, Gold และ AUD ปีนี้มีพฤติกรรมที่น่าสนใจ
ปล.2 รายปี ส่วนใหญ่ return เป็น ลบ บางตัวลบไม่มาก(1-5%) บางกลุ่มอย่าง AUD ลบหนัก แต่ตลาด volatility มีมากพอให้เทรดไม่ได้แห้ง ดังนั้นถ้าพอร์ต grid เรา บวกได้ แปลว่าเราเทรดบนกลยุทธ์ volatility trading ได้เหมาะสมระดับหนึ่งแล้ว ถ้าปีนี้ยังทำได้ไม่ดี ก็ต้องปรับแผนและกลยุทธ์ใหม่