สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

William J. Bernstein, Efficient Frontier Advisors

หลบอากาศร้อนเข้าไปนั่งร้านกาแฟ ทำให้วันนี้ได้ฟัง podcast รายการ MIB ยาวกว่า 1.30ชม. จนจบ ถือว่าเป็นอีกตอนที่ดีและอยากแนะนำให้ลองฟังกันมาก MIB ตอนนี้ Barry Ritholtz สัมภาษณ์ Money Manager คุณ William J. Bernstein ผู้บริหารพอร์ตลงทุน นักเขียนและผู้ร่วมก่อตั้ง Efficient Frontier Advisors, (AUM $120 million) เขาเป็นหมอด้าน neurologist ที่หันเหเข้ามาสู่โลกการลงทุนอยู่ในตลาดกว่า 30 ปี และเป็นนักเขียนด้านประวัติศาตร์และทฤษฏีการเงินที่ชื่ออีกท่านของอเมริกา ผมเองมีโอกาสได้อ่านหนังสือของท่าน 2 เล่ม The Intelligent Asset Allocator และ The Four Pillars of Investing
podcast สัมภาษณ์ที่ดีมากแต่ยาวจริงๆพูดคุยหลายประเด็นที่น่าสนใจ ตั้งแต่เรื่องการลงทุน ประวัติศาสตร์ การเมือง ระบบทุนนิยม เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจอเมริกา ประเด็นที่น่าสนใจเรื่อง การบริหารพอร์ตในช่วงเศรษฐกิจต่างๆ ยุค 1932 หรือช่วงหลังปี 2000 



-key takeaway คือเขาเน้นการทำ asset allocation มากกว่าการพยายามไป asset selection หรือค้นหาหุ้นดาวเด่นที่ทำเงินไม่กี่ตัว
-แนวคิดการ asset allocation เขาเน้นการลงทุนที่กระจาย นำเอาหลักของ MPT มาใช้แต่พัฒนาแนวทาง MVO ต่อเพราะที่คุณ Bernstein บอกว่าเมื่อทุกคนพยายายาม optimize โดยเน้นที่ returns จากข้อมูลในอดีต แต่อนาคตมันเกิดความไม่ปกติ ไม่เหมือนอดีต ตรงนี้ทำให้ MVO เกิด error และทำให้หายนะ ดังนั้นต้องเน้นการคุม Risk เป็นหลักและสร้าง Efficient Frontier ที่ยั่งยืนได้
-นอกจากนี้ยังมีแนวคิด Four Pillars of Investing อันนี้ก็ดีมากเพราะเขาไม่ได้มองเหมือนนักลงทุนทั่วไป Bernstein เน้นการวิเคราะห์ Data มองภาพรวม จากทฤษฏีการเงิน+กลยุทธ์จัดการพอร์ต, ประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจการเมือง + จิตวิทยาตลาด + พื้นฐานธุรกิจ ซึ่งการวิเคราะห์นี้มีรายละเอียดในหนังสือ เขียนไว้ดีมากลองไปหามาอ่านกันได้

ยังมีอีกหลายหัวข้อโดยเฉพาะเรื่องของ จิตวิทยาการลงทุนเช่นSurvivorship bias หรือเรื่องของ neuro finance ที่เขาฝากแนวคิดไว้ได้ดี ลองฟัง podcast ได้จาก

Forex and CFD Market Data 01

ตอบคำถามจากพี่ท่านหนึ่ง ต้องการหา data ของค่าเงินและ CFD มาทดลองทำระบบเทรด จริงๆเหมือนเคยได้เคยแชร์ไปว่ามีหลายเหล่งทั้งฟรีและเสียเงิน
แต่ถ้าเพิ่งเริ่มต้นใช้ระดับฟรีไปก่อน อย่างของ FXCM ซึ่งเป็นโบรกที่มีบริการ data service ให้ใช้ ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน รวมถึงการใช้แบบขั้นสูงผ่าน API เรียกด้วย python เพื่อนำไปทำระบบเทรดต่อได้เลย สะดวกมาก
ปัจจุบัน FXCM มีบริการข้อมูลแบบฟรีและไม่ฟรี โดยแบบฟรีจะมีทั้งแบบ tick data คือข้อมูลละเอียดระดับ วินาที ไม่มีการจำแนกจัดเข้าตาม timeframe เหมาะกับการนำไปวิเคราะห์เชิงลึก แต่ข้อมูลตัวนี้ขนาดใหญ่ และแจกฟรีแค่ 1 ปี (อยากใช้ข้อมูลย้อนหลังทำงานต้องซื้อ tick data เอา)
อีกส่วนเป็น data แบบ OHLC จัดรูปตาม timeframe เลือกได้ต่ำสุดระดับ นาที ดาวนโหลดฟรีย้อนหลังได้ 5 ปี ถ้าโหลดผ่าน data downloader app ได้ 10 ปี
ส่วนข้อมูลอื่นๆพวก premuim ก็มีขายเช่น realtime data, volume, sentiment, Order Flow , Market Depth เป็นต้น



ถ้าต้องการใช้งานเข้าไป ดูได้จาก link ด้านล่างครับ
ปล. อนาคตถ้ามีโอกาส จะมาสอนการเขียน python เพื่อทำระบบเทรดอัตโนมัติ ผ่าน API ของ FXCM ต่อไป

Market Wizards , Top Trader on Social media

ช่วงสงกรานต์มีโอกาสได้สนทนาเรื่องการเทรดกับเพื่อนเทรดเดอร์ต่างชาติ โดยเฉพาะประเด็นในหนังสือ Market Wizards ที่คุณ jack รวบรวมบทสัมภาษณ์เหล่าเทรดเดอร์ไว้ เพราะเพื่อนผมคนนี้เคยเรียนการเทรดจาก Van Tharp ตำนานเทรดเดอร์ท่านหนึ่ง
มีหลายประเด็นที่แลกเปลี่ยนคุยกัน แต่หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจจากบทสนทนาคือ ปัจจุบันเหล่าพ่อมดเทรดเดอร์ มีมุมมองหรือแนวทางการเทรดยังไงกันบ้าง ผมเลยลองไปหาข้อมูล เหล่าพ่อมดที่ยัง active ในตลาดบนโลกออนไลน์มาเก็บไว ้ เท่าที่หาได้มีทั้งหมด 8 คน ได้แก่
@LindaRaschke >> Linda Raschke
@vantharp >> Van Tharp
@basso_tom >> Tom Basso
@markminervini >> Mark Minervini
@rjparkerjr09 >> Jerry Parker
@pborish >> Peter Borish
@opptrader1 >> Larry Benedict

แต่ละคนก็ล้วนมีชื่อเสียง ต่างสไตล์ต่างกลยุทธ์การเทรด สำหรับมือใหม่ หรือคนที่สนใจศึกษากลยุทธ์การเทรดเพิ่มเติมจากหนังสือ ลองไป follow กันได้ทาง twitter ครับ


AI-assisted stock trading venue plans to use the technology for bigger trades

IntelligentCross เป็นบริษัท startup ที่ทำ AI ประเภท Alternative Trading System (ATS) อธิบายสั้นๆคือการนำเอา machine learning มาคำนวณพฤติกรรมตลาดและปริมาณ Bid offer เพื่อหา ราคา midpoint สำหรับซื้อขายที่ดีที่สุด(best bid offer)ในตลาด สำหรับการ excution price ช่วย โบรกเกอร์ และนักลงทุนรายใหญ่ ในการลดต้นทุน ลดผลกระทบจากภาวะตลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งคำสั่งสำหรับการซื้อขายหุ้น บริษัทนี้มีผู้สนับสนุนทางการเงินจาก Point72 บริษัท hedge fund ของ Steven Cohen


ปัจจุบันบริษัท IntelligentCross ส่งคำสั่งซื้อขายรวม 1 billion shares พัฒนาโมเดลการหา best excution price แบบ Adverse Selection Protection Engine และการส่งคำสั่งระดับ 150 microseconds to 300 microseconds ซึ่งในอเมริกามีบริษัทใช้เทคโนโลยีส่งคำสั่งด้วย Speed (milliseconds) + AI-assisted order type รวมกัน 31 บริษัท และมีจำนวนการซื้อขายรวม 6.5 billion shares ต่อวัน ในตลาดหุ้นหลักของอเมริกา
กูรูอเมริกา มีการวิจารณ์ ระบบ Alternative Trading System (ATS)ไว้ว่า การเทรดระยะสั้น อนาคตจะยิ่งยากขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกันภาวะ volatile ของตลาดอนาคตก็มีมากขึ้นไป เพราะเจ้าเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้การซื้อขาย หุ้นจำนวนมากๆ ของรายใหญ่ เกิดได้ในเวลาอันสั้นและมีการต่อสู้ชิงความได้เปรียบระหว่างกัน
อ่านเพิ่มเติม

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2562

Bill Gross' Alpha: The King Versus the Oracle.

เมื่อปี 2018 ผมนำเอา paper เรื่อง Buffett's Alpha ของ Andrea Frazzini ทีมวิจัย AQR ศึกษาไว้มาอภิปรายให้ฟัง ปีนี้ 2019 Aaron Brown จาก NYU ทำการศึกษาพอร์ตลงทุนระยะยาว ของเจ้าพ่อ fixed income อย่าง Bill Gross และเผยแพร่ paper ที่ชื่อว่า Bill Gross' Alpha: The King Versus the Oracle
วันนี้ผมมีโอกาสได้นั่งอ่าน paper นี้ พบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจหลายด้าน ซึ่งจะเห็นแนวทางการสร้าง alpha ของ Bill Gross ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี(1987-2014) นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ตลาด Fixed income อาจจะต่างจากหุ้น แนวทางการลงทุน หรือการวางกลยุทธ์แตกต่างไป พอไปเทียบกับ warren buffet อาจจะดูได้ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่ paper นี้สะท้อนให้เห็นคือ ทุกแนวทาง ล้วนประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น

จากรายงานจุดน่าสังเกตคือการวิเคราะห์ correlation ระหว่าง bond และทำ risk premium allocatorไปยังประเภท bond ต่างๆผสานทั้งการสร้างโอกาสเพิ่ม high return ใน bond เสี่ยงสูงผสมกับการคุมความเสี่ยงในการลงทุน bond เสี่ยงต่ำ อายุยาว ซึ่งการคำนวณตรงนี้เป็นเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล นอกจากนี้คุณ Bill Gross ยังสามารถหาจังหวะการเก็บ credit risk ได้ถูกจังหวะ ทำให้สร้าง alpha ของพอร์ตได้
ลองเขาไปดูกลยุทธ์และแนวทางการบริหารพอร์ต Fixed income ของ Bill Gross ได้จาก link ด้านล่าง
https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=3345604

"Math, Money, and Making a Difference" Dr. James Simons, Renaissance Technologies

บทสัมภาษณ์จากงานสัมมนา ของคุณ James Simons ตอนที่ 2 เกี่ยวกับ Finance ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ hedgefund สาย Quant ของเขา คลิปเนื้อหาความยาวๆ 1.30 ชม. ผมคิดว่ามีหลายประเด็น น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อคนสนใจด้าน Quant จึงสรุปเนื้อหาคราวๆมาให้อ่านกัน
เข้าไปอ่านได้จาก link ด้านล่าง 
https://medium.com/…/math-money-and-making-a-difference-8bd…
ดู vdo คลิปต้นฉบับเต็มจาก
https://www.youtube.com/watch?v=srbQzrtfEvY
ปล. ลองฟังคนที่ประสบความสำเร็จ ในตลาดจริงๆพูด นี้ได้เปิดความคิดและมุมมองอะไรหลายอย่างมาก แนะนำให้ลองฟังกันครับ


How to Live Mortgage Free with Sarah Beeny

คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก ถ้าใครคิดว่าการเป็นหนี้ธนาคาร 20-30 ปีจากการต้องกู้เงินซื้อบ้าน เป็นเรื่องหนักอกหนักใจ อยากแนะนำให้ลองดู สารคดี How to Live Mortgage Free ทาง Netflix
รายการนี้ดำเนินรายการโดย Sarah Beeny เป็นกูรูอสังหาของ UK เขานำเคสตัวอย่าง พร้อมคำแนะนำในทางเลือก ที่หาที่อยู่อาศัย ที่ทำให้ไม่ต้องเป็นหนี้มาก มีหลายตอนที่น่าสนใจ เพราะแต่ละแขกรับเชิญที่ออกมารายการต่างมี solution ที่แตกต่างไป เช่น การ refinance , การกู้เงินซื้อบ้านเพื่อการลงทุน(เช่นซื้อบ้านมือสองราคาถูก พอผ่อนหนี้ใกล้หมด ก็ขาย นำเงินส่วนต่างไปซื้อบ้านที่ถูกกว่าราคาบ้านปัจจุบัน ,การดัดแปลงสร้างบ้านจากรถบัสสองชั้น , รวมถึงเทคนิคการแบ่งขายอสังหาบางส่วน, หรือแม้การร่วมกันซื้ออสังหาขนาดใหญ่ มาตกแต่งใหม่แล้ว แบ่งจัดสรรเป็นการอยู่ร่วมกัน แชร์พื้นที่ส่วนกลางกัน เป็นต้น
นอกจากนี้รายการยังมีกูรูมาแนะนำให้ความรู้ด้านการวางแผน ออกแบบตกแต่งและอื่นๆ รวมไปถึงเทคนิคด้านการเงิน เกี่ยวกับการบริหารหนี้ อีกด้วย
รายการนีัยาว 6 ตอน วันนี้ผมมีโอกาสได้ดูแล้ว รู้สึกว่าดีมากโดยเฉพาะคนวัย 30 ที่กำลังสร้างครอบครัว หรือเริ่มจะก่อหนี้ก้อนใหญ่ในชีวิต จากการซื้อบ้าน ลองดูรายนี้น่าจะได้ไอเดีย อะไรไปไม่มากก็น้อยครับ


วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

Time-Based Strategy

ภาพประกอบการบรรยายเมื่อวาน ให้กลุ่ม Robot trading เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากการบริหารเวลา Time Horizon กับภาวะ volatile market ในตลาด Gold



ในภาพตัวระบบเทรดทดลอง ระบบเดียวกัน(trading strategies&MoneyManagement เดียวกัน)แต่กำหนด time horizon ในการ exit strategies ที่แตกต่างกัน ตัวโมเดลแรก 5 วัน โมเดลที่สอง 15 วัน
สิ่งที่พบเหมือนที่ได้สรุปให้ฟังไป ความผันผวนระยะสั้น ที่เกิดกับตลาด ถ้าไม่เกิดการเปลี่ยนสมดุล หรือเกิดการเปลี่ยนของแนวโน้มใหญ่ในทิศทางราคา การขยายเวลาถือครอง ก็ลดผลกระทบจาก ความผันผวนระยะสั้นได้


ซึ่งจากผลการทดลองจะเห็น position ที่อาจจะผิดทางตอนแรก จาก volatility ที่เกิด สามารถกลับมาเป็นบวก เปลี่ยนจากขาดทุนกลายเป็นกำไรได้ ในช่วงเวลาต่อมา
ดังนั้นการทำระบบเทรดใน ภาวะ volatile market ต้องวางแผน money management บริหารเงินให้ครอบคลุมการถดถอยของมูลค่าสถานะ จากภาวะความผันผวน ที่เกิด โดยรวม 3 factor สำคัญมาวางแผน Time , Volatility และ market sentiment



นอกจากนี้ สามารถใช้ MFE, MAE วิเคราะห์ position ที่เทรดแล้ว เทรนโมเดลในการปรับปรุงระบบได้อีกด้วย ดังตัวอย่างการใช้ machine learning ในการวิเคราะห์ Trading record ตามที่ผมได้สาธิตไป
ปล. บันทึกไว้เป็นประเด็น ไอเดียเบื้องต้นคราวๆ
ส่วนผลกราฟ P/L ของระบบเทรดและค่าสถิติอื่นๆ ไม่ขอแชร์สาธารณะ ส่วนใครสนใจก็ลองไปหัดทดลองทำพัฒนาระบบเทรดได้

Moneyball for Hedge Funds

บทความนี้คือตัวอย่าง ที่เคยเล่าให้ฟังเมื่อคืนนะครับ ถึงการทำ data analysis สำหรับการลงทุนอีกแบบโดย ทีมวิจัยพัฒนาของ alphaclone เขานำเอาพฤติกรรมผจก.กองทุน จากรายงาน SEC filings report มาสร้างโมเดลในการเลือก ประเมินให้คะแนน fund manager โดยนำข้อมูลหลัก มาจาก 13F dataset+ track record ย้อนหลังหลายปีที่มีการเก็บรวมรวมและประมวลผลข้อมูลเอาไว้
ไม่ใช่แค่การดู performance ผลตอบแทนของกองทุนอย่างเดียว แต่ดูถึง trading strategy , การใช้ leverage, market timing decision, stock selection skill และอื่นๆ
ส่วนโมเดลการประเมินก็น่าสนใจเพราะนอกจากการทำ profile แล้ว ยัง clone พอร์ตและสไตล์การลงทุน ของแต่ละผจก. เพื่อทำ multiple simulations ในการประเมิน performance เพื่อขจัดเรื่องผลตอบแทนที่มาจาก ความโชคดี ในช่วงตลาดกระทิงหรือฟลุ๊กเลือกหุ้นถูกตัว แล้วสร้าง Clone Score ในการเปรียบเทียบกัน โดยแบ่ง level ตาม track recordที่มี อีกด้วย คล้ายการ ratting ผลงานของแต่ละผู้จัดการกองทุน
หน้าตาคล้ายกับการเล่น fantasy football เลย แต่ประโยชน์ช่วยให้ นักลงทุน สามารถเลือกการนำเงินไปลงทุนในกองทุน hedgefund ที่มีจำนวนมาก ได้อย่างไม่มี bias หรือมองแค่ผลงานในอดีต นอกจากนี้ยัง clone เอาสไตล์ไปใช้ทำโมเดลสร้างพอร์ตบน ETF ต่ออีกด้วย
ผมนำ ไอเดียมาให้ดู เพราะในยุคของ Quant ปัจจุบันมันเป็นเรื่องของ data analysis ที่มันขยายขอบเขตการวิเคราะห์ การนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างน่าสนใจ หลายเรื่อง บทความนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง
AlphaClone Hedge Fund ยังมีรายละเอียดอีกหลายประเด็น ที่น่าสนใจลองอ่านได้จาก link บทความข้างล่างครับ



คำแนะนำด้านการเงินจาก Ray Dalio สู่เหล่า millennials

ไปเจอคลิปหนึ่งของคุณ ray dalio ค่อนข้างดีเลยทำสรุปมาฝาก โดยเฉพาะน้องๆ millennials ที่ติดตามอ่าน เริ่มต้นพูดถึง millennial ที่พบประสบการณ์ไม่ดีในช่วง Subprime Crisis ทำให้เกิดความกลัว พลาดโอกาสที่จะลงทุน (คล้ายกับยุคพ่อแม่ของเขาที่เจอ great depression ช่วง 1930s ทำให้ไม่กล้าลงทุน) ทางแก้มองภาพรวม เรียนรู้ crisis ทั้งหมดที่เกิดในอดีต เข้าใจ cycle

คุณ ray dalio แนะนำทางการเงิน 3 ข้อสั้นๆสำหรับ millennials รับมือสิ่งที่เกิด ดังนี้
1. สร้างเงินออม(Saving)
-คำนวณว่า เราสามารถออมเงินได้มากแค่ไหนต่อเดือนโดยคิดจาก รายได้ และรายจ่ายที่เกิดต่อเดือน กรณีถ้ามีหนี้(debt) ควรจะมีหนี้ที่ดี พวกที่สร้างโอกาส สร้างรายได้ในอนาคต ไม่ใช่หนี้เพื่อการบริโภคหรือซื้อวัตถุ สิ่งสำคัญควรสร้างเงินออมได้มาก ต่อเนื่อง
2.สร้างความมั่งคั่ง(wealth)
-เรียนรู้ ศึกษาการนำเงินออม ไปใส่ใน asset ที่ก่อให้เกิดผลตอบแทนที่เติบโตระยะยาว เอาชนะเงินเฟ้อ
-จัดการควรเสี่ยงด้วยการ diversification กระจายเงินออมไปใน asset หลากหลายประเภท,
หลากตลาด,หลากหลายภูมิภาค โดยไม่ต้องไปกังวลเรื่องการเลือกให้ถูก หรือเน้นจะเจอแจ๊คพล๊อต สุดท้ายใน
ช่วงชีวิต ทุกสินทรัพย์ย่อมเจอกับช่วง crisis หรือพบกับช่วงเลวร้ายได้ทั้งนั้น


3.หาโอกาสจากมุมมองที่แตกต่าง
- มองตรงข้ามกับความเชื่อ ความคิดของคนทั่วไปในตลาด เอาชนะอารมณ์ตัวเรา กล้าที่มองหาโอกาส จากความกลัว หรือจุดในช่วงที่ คนทั่วไปไม่สนใจ

ประเด็นคำถามเพิ่มเติม
economic downturn อาจจะมาถึง กระทบต่อโครงสร้างสังคม ช่องว่างรายได้ ปัญหาหนี้กระทบต่อนโยบายของรัฐบาลจะกระทบต่อเงินสนับสนุน ด้านต่างๆ เช่นสุขภาพ, เงินสนับสนุนกองทุนเกษียณ เป็นต้น เกิดปัญหาต่ออนาคตของคน ที่พึ่งพารัฐสวัสดิการ อย่างเดียว
- แก้ปัญหาช่องว่างรายได้ ยกตัวอย่าง Micro Loan เพื่อส่งเงินไปให้ประชาชนชั้นล่าง รายได้น้อย ในลักษณะต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ ต้องการเงินอาจจะมีปัญหาสภาพคล่องระยะสั้น หรือนำเงินใช้เพื่อประกอบอาชีพ แต่ไม่สามารถเข้าถึง เงินกู้ จากระบบธนาคารได้ เพราะปัญหาเรื่องเครดิต การค้ำประกันหรือปัจจัยอัตราดอกเบี้ยที่แพง
หวังว่าจะมีประโยชน์ ลองเข้าไปฟังฉบับเต็มได้จาก
https://www.youtube.com/watch?v=9RrMcq-zJcU

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2562

The Trinity Portfolio A Long-Term Investing Framework

เช้านี้นั่งอ่าน paper เก่าของ Meb Faber ชื่อ The Trinity Portfolio A Long-Term Investing Framework ไปสะดุดกับภาพหนึ่ง น่าสนใจดี เพราะบางทีมันถ้าเราเข้าใจพฤติกรรมของตลาด เราก็สามารถหาประโยชน์จากมัน
Trinity Portfolio น่าสนใจเพราะเขาใช้หลัก portfolio management เป็นตัวนำ ในการจัดการความเสี่ยง เริ่มตั้งแต่การ diversification จากนั้นทำ multi strategies ผสมทั้ง Trend / TSMOM และ Value เพื่อหาโอกาสในสร้าง risk adjusted return ให้เหมาะสม และเพิ่มการอยู่รอด ของพอร์ต


ประเด็นนี้มันเป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เห็นการปรับตัวของ Trend Following ในตลาดยุคใหม่ ที่สำคัญ มันไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่ต้องมานั่งเถียงกันเอาเป็นเอาตายว่าอะไรดีกว่ากัน เพราะทุกกลยุทธ์ ต่างมีจุดเด่นในภาวะตลาดที่แตกต่างกันเสมอ(อันนี้คือ fact ไม่ใช่ opinion )
สิ่งที่น่าสนใจใน paper มีอีกหลายส่วน สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=2801856

Pasadena IBD Meetup Investing

เมื่อสุดสัปดาห์ผมไปร่วมสนทนากับกลุ่ม canslim trader มา กลุ่มนี้เน้นการทำ algorithmic trading สไตล์ของ วิลเลียม โอนีล (William O'Neil) และใช้ Technical ผสม fundametal ได้น่าสนใจดี
ผมนำระบบเทรดที่ใช้เทคนิค cross-sectional momentum ร่วมกับ time series momentum(tsmom) ทำให้ใช้ประโยชน์จากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ก่อนเลือกหุ้นเข้าเทรด ในแต่ละช่วงเวลาของตลาดไปแชร์ให้ฟัง
ส่วนวงสนทนามีการแชร์และนำมาคุยกันคือ slide งาน IBD Meetup ของ mike scott ซึ่งมีหลายประเด็นที่เขาแชร์ไว้น่าสนใจ ทั้งเรื่องมุมอง และเรื่องของกลยุทธ์ เช่นประเด็น market cycle , Demographic และ economic ที่กระทบตลาด , เรื่อง Time Frame Risk ( Secular &Cyclical )


ด้านกลยุทธ์การเทรด สไตล์โมเมนตัม ใช้ Coppock curve , A/D bar, adv volume และ Stock Behavior ซึ่งหลายเรื่อง ถ้าใครเคยอ่านหนังสือของ วิลเลี่ยม โอนีล น่าจะคุ้นดีแต่งานนี้ เขานำข้อมูลหุ้นและตลาดสหรัฐช่วงปัจจุบัน มาอธิบายต่อ
ผมแชร์ได้แค่บางส่วน ใครสนใจลองไปดาวน์โหลดสไตล์ได้ที่ คิดว่าถ้าแกะดู กลยุทธ์การเทรด ทำความเข้าใจ แล้วลองมาปรับใช้ ก็น่าจะมีประโยชน์ในการพัฒนาระบบได้ไม่มากก็น้อยครับ (โดยอาจจะไม่ต้องไปลอกตามทั้งหมด)

7 ข้อคิดดีๆจากนักเก็งกำไรระดับตำนานของวอลสตรีท

ผมมีโอกาสได้กลับอ่านหนังสือ "Lessons from the Greatest Stock Traders of All Time" เขียนโดยคุณ จอห์น บอยค หนังสือเล่มนี้ เป็นเหมือนรายงานสรุปแนวทางของตำนานเทรดเดอร์ 5 คนที่มีชื่อเสียงประสบความสำเร็จในตลาด ยุค 1900 ได้แก่ Jesse Livermore(1917), Bernard Baruch, Gerald Loeb(1920), Nicolas Darvas(1960), and William O'Neil
ซึ่งเนื้อหาของหนังสืออธิบายเหตุการณ์ วีรกรรมการตัดสินใจเทรด กลยุทธ์การเทรด และการผ่านพ้นวิกฤติการเงิน Wall Street ของเหล่าตำนานเทรดเดอร์


ผมทำสรุปข้อคิดดีๆที่เชื่อว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ มือใหม่ ลองเข้าไปฟังได้จาก trader talk ep 8 ครับ

"Math, Money, and Making a Difference"

Fireside Chat Series กับ Dr. James Simons สุดยอด hedgefund อันดับต้นของโลก(World's Most Successful Hedge Fund Manager)
คลิปนี้เป็นพาร์ทแรก เกี่ยวกับ Mathematics ความยาว 1.20 ชม. เนื้อหาสาระน่าสนใจมาก โดยเฉพาะมุมมองและแนวทางเส้นทางอาชีพของคุณ James Simons ช่วงก่อตั้งและบริหารงาน Renaisance Technologies ซึ่งเขาบอกว่าสูตรความสำเร็จของบริษัทคือ "is a great computing system, good scientists and low turnover" พนักงานระดับหัวกระทิ ที่ร่วมทำงานนอกจากได้เงินเดือน ยังได้ผลตอบแทนจากส่วนแบ่งกำไรและโอกาสลงทุนกองทุนปิด Medallion ที่มีผลงานสุดยอดอีกด้วย
สิ่งคนอยากรู้คือเรื่องของ Medallion strategy แต่ simons พูดสั้นๆว่า key คือเรื่องของการปรับปรุง(reinvent) อยู่ตลอดเวลา ตามภาวะตลาดและเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงในช่วง 20 ปีแต่ยังคงส่วนแกนหลักเอาไว้

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องถามตอบที่น่าสนใจ จากผู้ฟังที่ คุณ James Simons ในวัย 78 ปียังสามารถตอบคำถามและให้ประเด็นเปิดมุมมองได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ Math ในธุรกิจบริษัทเฮ็ดฟันด์และสร้างผลตอบแทนจาก market
ส่วนพาร์ทอื่นๆ Finance , Philanthropy รอการเผยแพร่ต่อไป
ปล. ไม่ขอแปลทั้งหมดให้นะ เพราะมันมีประเด็นละเอียดอ่อนบางเรื่องที่ยากในการถอดความ ให้คนทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาด้าน quant จริงๆเห็นตามได้
ฟังเต็มได้จาก
https://youtu.be/HVqxs0YBp4g