สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Economic Data & Big Debt Crises

ตอบคำถาม น้องท่านหนึ่งที่ต้องการข้อมูลไปทำวิจัย โดยกรณีต้องทำระบบเทรดใน ค่าเงิน(fx) หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เช่นน้ำมัน ทองคำ ต้องการหาแหล่งบริการข้อมูล economic data สำหรับทำ Quantitative Data Analysis ผมนำ มารีวิวแนะนำสั้นๆ 3 แหล่งที่จัดว่า ดี สมบูรณ์ และใช้งานได้ง่าย(บางอันอาจจะไม่ฟรี)

1. tradingeconomics.com
เว็บนี้รองรับทั้งการใช้งานแบบ user ทั่วไป สามารถเรียกดูตารางข้อมูล ดูกราฟผ่าน web app ได้ ข้อมูลค่อนข้างครบ แยกตามประเทศต่างๆ และมีระบบบริการข้อมูลทั้งแบบ download และ API ให้สามารถนำไปวิเคราะห์ขั้นสูงต่อได้อีก


2. db.nomics.world
เว็บนี้จัดว่าเด็ด มีข้อมูลจาก providers หลายเจ้ามากทั้งอเมริกา ยุโรปและจาก IMF WTO ทำให้มีประเภทข้อมูล econ เยอะจริงๆ โดย user สามารถดูข้อมูลบนเว็บ หรือใช้บริการผ่าน API ที่รองรับหลายภาษาสะดวกมาก ถ้าทำ quant ใช้ Python หรือ R เว็บนี้เป็น portal ดังนั้นเขาจะแยกข้อมูลตามประเภทและมี search engine ไว้บริการให้ค้นด้วย key word
3.assetmacro.com
เว็บนี้เน้น Economic & Financial Datasets ทำให้เขามี data ที่รวบรวมไว้เยอะมากครอบคลุม 120 ประเทศ จะดูผ่าน web app หรือโหลดผ่าน Excel หรือจะเรียกผ่าน API ก็ได้ ข้อดีเว็บนี้ออกแบบทำให้รองรับงาน Portfolio management และ Trading มาก เพราะมีการจำแนกข้อมูลรายประเทศ รายภูมิภาคและเชื่อมโยง ราคา asset กับข้อมูล economic ไว้ด้วยกันได้ อีก


สนใจลองเข้าไป ใช้งานหรือดาวน์โหลดมาใช้กันครับ โอกาสหน้ามีเวลา ผมจะนำเอาวิธีการใช้ data จากเว็บเหล่านี้มาวิเคราะห์ ตามแนวทางตัวอย่างใน Big Debt Crises ของ ray dalio กัน ซึ่งบอกเลยว่าสะดวกมากเพราะดึงผ่าน API และสามารถหา data มาทำตามตัวอย่างได้เกือบครบ ช่วยเราเข้าใจประเด็นการวิเคราะห์ในหนังสือมากขึ้น และนำไปต่อยอดใช้ได้จริงๆด้วย

2019 Q1ETF strategies

มุมมองของคุณ Yasmin Dahya , Head of Americas Beta Specialist team,J.P. Morgan Asset Management โดยสรุป ยังมองเรื่อง multi factor solution เป็นแกนหลักในปีนี้ แทนที่จะเน้นไปที่กลุ่มเดียว(single factor) ก็ผสม ทั้ง Quality Value Momentum factor ช่วยให้เกิดความเสถียรได้ดีในภาวะตลาดที่ผันผวน และมีความไม่แน่นอนรออยู่ วางเป้ายาว ดีกว่าการเน้นชนะตลาด(S&P500)


โดย Yasmin Dahya บอกว่าตอนนี้ value ยังถูก เพราะลงมาเยอะ แตะระดับ 3SD กระจายเงินมาสะสมกลุ่มนี้ เช่นเดียวกับการมีกลุ่ม momentum รอรับการวิ่งของตลาด ไม่หันหลังหนีตลาด(out of the market) เพื่อลดการเสียโอกาส ซึ่งจากสถิติระยะยาวหุ้นกลุ่ม value และ momentum ของอเมริกา ค่าความสัมพันธ์ -0.5 การผสมช่วยแง่การ balance ความเสี่ยงรวม

STP กับ ECN นั้นแตกต่างกันยังไง

พอดีเคยแนะนำว่าถ้าทำระบบเทรดประเภท robot trading ให้เกิดประสิทธิภาพ การเลือกบัญชีประเภทที่ quotes price นั้นเสถียรและมีประสิทธิภาพ(ไม่ต้องมานั่ง re-quote) รวมประเด็น spread และ slippage ที่เคยอธิบายไปแล้ว ที่นี้มีน้องคนหนึ่งถามว่า STP กับ ECN นั้นแตกต่างกันยังไง สรุปให้ฟังคราวๆประเภทของโปรโตคอลในแต่ละชนิดบัญชี
Straight Through Processing (STP) การที่โบรกเกอร์ส่ง order ยิงตรงเข้า market หรือ liquidity pool บนราคาได้มาจาก liquidity providers เจ้าใหญ่เช่นจาก สถาบันการเงิน หรือธนาคาร บางเจ้าอาจจะเป็นประเภทผสมทั้งแบบ Market maker + STP บน liquidity providers หลายแห่งโดยโบรกมี internal liquidity pool ของตัวเองเพื่อเลือกราคาที่ดีที่สุด แต่ข้อดีคือ ราคา เสถียร แม่นยำและดูโปร่งใส่กว่าประเภท Dealing Desk (DD) อย่างเดียว
Electronic Communications Network(ECN) ประเภทที่โบรกเกอร์ ใช้ราคาเทรดจาก ECN liquidity providers หรือ ECN participant(สถาบันการเงินหรือโบรกเกอร์อื่นๆ) รองรับ ECN Network ข้อดีไม่มี conflict of interest กับโบรกเกอร์ ราคาเปิด เทรดเดอร์รายย่อยสามารถมองเห็น bid/ask จริงที่เกิดได้จากการทำงานแลกเปลี่ยนกัน


บางเจ้าถ้าใช้ Pure ECN อาจจะมี source ประเภท ECN รองรับไม่มาก หรือสภาพคล่องต่ำ หรืออาจจะ match ตัง order ขนาดเล็กยาก ดังนั้นบางเจ้าจึงอาจจะมีขั้นต่ำขนาด lot size เช่น 0.1 lot
ทำให้ปัจจุบัน มีประเภทแบบ hybrid ผสมทั้ง STP + ECN จากหลาย liquidity providers และรองรับการส่ง order ไปยังหลายแหล่ง จากนั้นโบรกเกอร์ ซึ่งเป็น Market maker ก็จะสร้าง algorithm มาเลือก ราคา bid/ask ที่ดีที่สุดจาก liquidity providers
ทั้งสามประเภทบัญชี STP,ECN หรือ Hybrid(ECN+STP) ส่วนใหญ่จะเสียค่าคอม แต่ข้อดีคือเรื่องความแม่นยำ และความสเถียรของโครงสร้างราคา ในตลาดที่เทรด

อ่านเพิ่มเติม
https://www.financemagnates.com/forex/technology/market-making-stp-and-ecn-what-they-are-pros-and-cons/
https://www.fxstreet.com/education/top-20-fx-trading-basics-that-you-must-know-201605160000
https://www.dailyforex.com/forex-articles/2016/11/stp-ecn-forex-brokers-infographic/68163
https://www.forexfactory.com/showthread.php?t=178542
https://www.financemagnates.com/forex/brokers/finally-the-brokers-guide-explaining-what-market-maker-stp-and-ecn-brokers-really-are-part-22/

กรณีศึกษาจาก SEC เรื่องความเสี่ยง เมื่อ Hedgefund ทำนักลงทุนหมดตัว

SEC Bars Hedge Fund Manager Who Lost 88% In 3 Day
ไม่ว่าจะมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ เมื่อเข้ามาในตลาด "การจัดการความเสี่ยง" เป็นเรื่องสำคัญ ผมนำกรณีศึกษาเรื่องหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวมาฝาก เป็นเรื่องของคุณ Matthew Rossi แห่ง SJL Capital เขาเป็นผู้ก่อตั้งและ Hedge Fund Manager มืออาชีพลงทะเบียนถูกระเบียบและรับบริหารเงินให้ลูกค้า แต่กลับหลอกลวงลูกค้า ใช้การโฆษณากลยุทธ์การบริหารพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยง บวกกับ proprietary algorithm trading ชื่อ MarketDNA strategy เคลมว่าทำเงินในตลาดมาหลายสิบปี มาชวนเชื่อขายฝัน
สุดท้ายกลับนำเงินลูกค้าไปเทรด unhedged options เสี่ยงสูงแม้ช่วงแรกทำเงินกำไรมากกว่า 101% ในเวลาไม่หนึ่งเดือน แต่สุดท้ายไม่กี่เดือนต่อมาช่วง August 2016 ด้วย strategies ที่ใช้เทรด options เดียวกัน ทำขาดทุนกว่า 88% ในไม่กี่วัน ยื้อต่อได้ไม่นานถึงเดือน November พอร์ตของ Fund ก็ขาดทุนจนหมดเงิน


จนนักลงทุนสูญเงินลงทุนทั้งหมดกว่า $1.8 million และเข้าร้องเรียนกับ SEC แต่ Matthew Rossi กลับสร้างหลักฐานแต่งบัญชีปลอม และอ้างว่าการขาดทุนเกิดจาก rogue trader (คลาสิกมากได้กำไรก็เอาหน้าขาดทุนโทษลูกน้อง)
สุดท้าย SEC ลงโทษต่อ Hedge Fund Manager รายนี้และแบนด์ห้ามทำกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการแนะนำการลงทุน การบริหารเงิน หรือธุรกิจใดๆ
เรื่องนี้สอนให้เราเห็นอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาเรื่องความประมาท ในความเสี่ยง มั่นใจในการโชคดีทำเงินไม่กี่ครั้ง นำมาซึ่งความโลภ ความเชื่อที่ว่าโมเดลหรือระบบของเราจะเทพสามารถเอาชนะตลาดได้ โดยไม่แพ้ไม่ขาดทุน สุดท้ายไม่ว่าจะ hedge fund หรือเทรดเดอร์ธรรมดา ก็จบลงที่หายนะเช่นกัน


ลองไปอ่านเพิ่มเติมจาก link ด้านล่าง

https://www.zerohedge.com/news/2019-04-29/sec-bars-hedge-fund-manager-who-lost-88-his-clients-money-three-days
https://www.ai-cio.com/news/sec-bars-hedge-fund-manager-losing-big-risky-bets/
https://www.sec.gov/litigation/admin/2019/33-10628.pdf

ทางเดินที่เป็นของตัวเอง

บทความ The Problem With Most Financial Advice Why Personal Finance is a Bit Too…Personal นี้น่าสนใจ อ่านแล้วชอบอยากสรุปเก็บไว้ ซึ่งบทความนี้เขียนโดย Nick Maggiulli (Analytics Manager ) เนื้อหาค่อนข้างยาวประเด็นสรุปสำคัญดังนี้
- เขาบอกว่าเหล่ากูรูการเงินหรือผู้ให้คำแนะนำทางการเงิน(ของสหรัฐ) ส่วนใหญ่จะแนะนำหรือถ่ายทอดจากประสบการณ์ ความเชื่อของตัวเอง ซึ่งอาจจะไม่ใช้แนวทางทีเ่หมาะกับ ลูกค้าหรือนักลงทุนรายย่อย
- เคสนี้เขายกตัวอย่าง Financial Samurai (sam)กูรูการเงินสหรัฐชื่อดัง(เงินล้านก่อนสามสิบ) บอกว่าเส้นทางเงินล้านของ sam มันไม่ใช่ทุถคนทำได้ เข้าทำเงินเยอะกว่า 500k ได้จากการลงทุนช่วง Dot Com bubble และขยายเงินช่วงตลาดกระทิง ยังไม่นับรวมรายได้ที่สูงตั้งแต่อายุ 25 เฉลี่ยกว่า $160,000 ทำให้มีเงินลงทุนเยอะ แน่นอนว่าการมีเงิน ล้าน ก่อน 30 จึงไม่ยากแต่ไม่ใช่ใครทุกคน จะทำตามได้
- เขาบอกว่าอยากสร้าง wealth สิ่งหนีไม่พ้นคือต้องสร้างแหล่งรายได้ ให้เพิ่มมาก แน่นอนประหยัดดี แต่ถ้ามีรายได้น้อยแม้จะพยายาม หยุดไม่ซื้อกาแฟ lattes ตามร้านกินเลย อาจจะไม่ได้ช่วยมากเท่าไหร่ในแง่การเติบโตของทรัพย์สิน



- บทความนี้ nick ชี้ประเด็น survivorship bias ที่เหมือนว่าสื่อหรือคนส่วนใหญ่จะสนใจกับเคสพิเศษที่ นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จมาพูด แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืม ก็มีคนอีกจำนวนมากที่อยู่ในตลาดช่วงเวลาเดียวกัน นั้นล้มเหลว
-เช่นเดียวกัน story ไม่น้อยมันเป็นเหมือนเรื่องแต่งที่มาอธิบายสิ่งที่เกิดแล้ว ดูดีเกินจริง ไม่น้อยมันมีเรื่องของโชคและการถูกที่ถูกเวลามาเกี่ยวด้วย ดังนั้นมันอาจจะไม่ได้แปลว่าถ้าเริ่มทำใหม่ ในวิธีเดียวกัน แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน

สุดท้าย อยากประสบความสำเร็จ อยากรวย ต้องอ่านมา ศึกษามาก ทดลองทำมาก แล้วต่อยอดประยุกต์สร้างแนวทางของตัวเองให้เจอ เพราะดูเหมือนการไปลอกตามกัน ทำตามคำแนะนำของคนอื่น อาจจะไม่ได้การันตรีว่าเราจะสำเร็จได้เสมอไป
อ่านฉบับเต็ม