สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Stoploss Hunting Vs Stealth Mode



วันนี้มาบันทึกประเด็นสนุกๆที่ได้สนทนากับ นักเก็งกำไรท่านหนึ่ง ทาง line สิ่งที่น่าสนใจคือ

พี่ท่านนี้มีปัญหาเรื่อง stoploss คือ วางทีไร โดนกินทุกที เล่นกันเอา พารานอยด์ จิตตกกันไป

และแพะก็กลายเป็น stoploss hunting ที่เป็นเหยื่อของนักเก็งกำไรเกือบทุกคน ที่เสีย stoploss

ทั้งที่จริง กลยุทธ์การทำ stoploss hunter เป็นอะไรที่ ไม่ได้เกิดบ่อยๆ แถมทำมากๆทำมั่วๆโดนจับได้


ครั้งไม่ใช้ไม่มี ไม่วาง stoploss ก็โดนลาก ล้างพอร์ต ไปเช่นกัน


stoploss หรือการหยุดขาดทุนมันเป็นเรื่องของการควบคุมและจัดการความเสี่ยง รูปแบบหนึ่ง

ถ้ามีความรู้มีวิธีอื่นๆที่เหมาะสมกว่าก็ใช้แบบนั้นก็ได้ เพราะอย่างผมเคยบอกไป manage loss

มีหลายวิธี เช่นการทำ hedging หรือการทำการจัดการความเสี่ยงจาก loss

รูปแบบต่างๆ(แน่นอนต้อง require วิธีการที่ซับซ้อน และมีเงินทุนที่เพียงพอ) stoploss เป็นอะไรที่สะดวกและง่าย แต่การใช้งานให้เกิดประโยชน์ ต้องเข้าใจพฤติกรรมของราคา

การวาง stoploss ให้ dynamic ยืดหยุ่นและเข้ากับสถานการณ์นี่เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะปัจจัยเรื่อง volatility ที่มีบทบาทมาก ต่อความสำเร็จ (ขอละประเด็นนี้ไว้อนาคต จะมาสอนต่อไป)


Stoploss hunting


การทำ stoploss hunting ไม่ง่าย มันลงตัวทั้งจังหวะและเวลา รวมถึงปริมาณโซน ของ order ที่รายย่อยในตลาดมองตรงกันไปอีก


คนทำจริงๆ ก็คือกลุ่มมีเงิน กับมีข้อมูล กลุ่มมีเงินมากเช่น hedgefund, กองทุน , inter bank กับอีก กลุ่มที่มีข้อมูลก็อาจจะเช่น โบรกเกอร์โดยเฉพาะ forex broker ที่มี order book


การทำกับตลาดค่าเงิน หรือตลาดคอมโมดิตี้ ปกติโดยตรง สำหรับโบรกที่ยิงผ่าน ECN/STP เข้าตลาดจริง ทำยาก ใช้เงินเยอะเสี่ยง อาจจะเกิดยากมาก ถ้าไม่มีตัวเร่งจาก event หรือ story มาเสริม













แต่ที่ทำได้ง่ายกว่าคือ การทำในบัญชีเทรดประเภท ที่ไม่ได้ส่ง order เข้าตลาดจริงแต่เป็นการเทรดผ่าน deal desker ในโบรกเกอร์ โบรกเกอร์เป็นคนปรับราคาเองโดยเฉพาะโบรก ที่ไม่ได้มี Regulate มาตรฐาน ต้องระวังประเด็นนี้ดีๆ พวกนี้เขามีบัญชี order book ในสินค้าต่างๆ รู้ว่าเทรดเดอร์หลายหมื่น หลายแสนบัญชีไปเข้า order ด้านไหนมาก แล้ววาง stoploss กันกระจุกตัวตรงไหน


ตรงนั้นโซนเป้าหมายของการ ลากราคา ลงไปหา เพื่อกิน stoploss จากลูกค้า แล้ว ลากกลับเพื่อรักษาสมดุล ปรับราคาให้เข้ากับ ราคากลางของตลาด ในเวลาอันสั้น หรือไม่ก็ลากยกกลับเก็บของให้ลูกค้ารายใหญ่ก็มีเช่นกัน


นอกจากนี้อีก ทริกที่นิยมทำคือ การปรับ spread และการปรับ margin level ในช่วงเวลาพิเศษควบคู่ เพื่อทำให้ ลากกันได้ถึงล้างพอร์ต กินยาวไปก็มี

















Stealth Mode


อีกเทคนิค ที่กลุ่ม programmer หรือนักพัฒนา algorithm trade ใช้กันมาก หลายคนอาจจะเคยเห็นใน EA แต่ไม่เข้าใจ วันนี้ผมจะมาแนะนำ นั้นคือ เทคนิค ที่เราเรียกกันว่าการใช้ Stealth Mode


Stealth Mode ผมเองก็ใช้เทคนิคนี้บ่อย แต่ข้อจำกัดในการเพิ่ม load การคำนวณของเครื่อง server ก็มี เพราะเราจะไม่มีการตั้ง stoploss ล่วงหน้าเอาไว้ แต่ใช้การคำนวณการวาง stoploss แบบ real time เก็บระดับราคาทำ stoploss ไว้ในฝั่งของ client ไม่ให้โบรกเกอร์รู้ พอถึงระยะ หรือ bid offer เข้าเงื่อนไขก็จะทำการ execute คำสั่งเอง(แน่นอนว่ามันจะมีรายละเอียดต่างๆการตั้งค่าในออร์เดอร์ และ slippage ขอละเอาไว้ไม่ได้พูดถึง)


Stealth Mode ก็ทำให้ EA หรือ robot trading หนีการโดน stoploss hunting ได้แต่มีต้นทุน เรื่องการทำงานหนัก และการวาง algorithm มาชดเชยแทน


สรุป สรุปตรงนี้ stoploss hunter มีอยู่จริง แต่ อย่ามันไม่ได้เกิด ง่ายๆบ่อยๆ หรือจ้องจะมากิน เราคนเดียวอะไรแบบนั้น เพราะมันทำได้ยาก และไม่คุ้ม ดังนั้นก็อย่าใช้เป็นข้ออ้าง ประเด็นจริงๆทางแก้มันมีเยอะ มันคงไม่ใช่ stoploss ใช่ไม่ได้ หรือเลิกใช้ไปเลย แต่มันเป็นเรื่องของการเข้าใจ ว่าจะวาง stoploss ยังไงให้เกิดประสิทธิภาพ


การเทรดมันอยู่บนความน่าจะเป็น ไม่มีเครื่องมือถูกต้อง 80% 100% หรอกโดยเฉพาะตลาดที่มีความผันผวน มีความยากสูง สาระคือ ผิดยังไงไม่ให้ หมดตัว ผิดยังไงให้อยู่รอดและทำเกมส์ต่อได้ การบริหารจัดการความเสี่ยงจุดนี้ต้องทำให้ดี ทำให้เป็น มันเป็นโมเดลเชิงเลข เป็นทักษะความรู้ขั้นสูง ที่มากกว่า การใช้เทคนิคอล ใช้อินดิเคเตอร์ธรรมดา ยังไงมีเวลาก็ลองศึกษาหาความรู้กันครับ


ปล. เขียนมาเพื่อให้ความรู้นะครับ ไม่ได้ไปพาดพิง โบรกเกอร์ใด ส่วนใครพบใครเจอ ก็ต้องระมัดระวังตัวกันเอา เพราะตลาดเก็งกำไรส่วนใหญ่มันไม่ใช่ fair game อยู่แล้ว คนที่เก่งที่แกร่งเท่านั้นจะรอดได้


ปล. ในตลาดไทย นี้ผมยังไม่เคยเห็นนะครับ กรณีนี้พบในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดค่าเงิน


อ้างอิง http://www.investopedia.com/article...


http://www.fxkeys.com/stop-loss-hun...


http://www.moneyshow.com/articles.a...


http://www.fxkeys.com/stop-loss-hun...


http://en.tradimo.com/tradipedia/st...

inside the box



ไปกิน KFC ได้ยินเด็กจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ 2 คนกำลังปรึกษาหาทางซื้อไอโฟน 6 กัน ดูแล้วเคร่งเครียดเพราะเงินเดือนทีไ่ด้ไม่มาก แถมถ้าออมเงินกันจริงจัง ก็คงได้ซื้อแล้วใช้ไม่นานรุ่นใหม่ออกพอดี ได้ยินไอเดียสุดท้ายที่สองคนนั้นเห็นตรงกัน ก็คือไปจบที่บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด เข้าสู่วงจรหนี้เพื่อสนองตันหากันต่อไป


เรื่องของเด็กรุ่นน้องสองคนนี้ทำให้ผมนึกถึง ข่าวที่อ่านเจออันหนึ่ง ของ Brandon เรียนจบได้เข้าทำงาน google เขามองว่าเงินค่าเช่าบ้านที่ถูกสุดของบริษัท ราคา 65 เหรียญต่อคืน หรือเดือนละเกือบ 2,000 เหรียญ แถมการเป็น Software Engineer มนุษย์ทองคำ เวลาอยู่ในห้องแทบจะไม่มี สิ่งทำคือใช้นอนอย่างเดียว













เขาเลยเริ่มปฏิบัติการประหยัดเงินด้วยการ ซื้อรถบรรทุกมือสอง Ford ปี 2006 ราคา $10,000 ที่มีตู้บรรทุก มาดัดแปลงทำเป็นห้องส่วนตัว พร้อมเตียงนอน แล้วนำมาจอดนอนที่ลานจอดรถของบริษัทซะเลย ส่วนการอาบน้ำ หรือเข้าห้องน้ำก็ใช้ของบริษัทที่เปิดบริการตลอด 24 ชม.อยู่แล้ว ไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ อาหารก็กินฟรี 3มื้อที่โรงอาหาร เขามีรายจ่ายเดือน $121 สำหรับค่าประกันรถ








ที่น่าสนใจคือ กว่าจะเรียนจบ 4 ปีเขาเป็นหนี้ถึง 22,434 เหรียญ ด้วยกลยุทธ์การประหยัดของเขาที่ทำมาร่วม 4 เดือน ทำให้เขามีเงินเหลือใช้หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาไปแล้ว $16,449







สำคัญ Brandon ยังทำ blog เล่าเรื่องราวเป้าหมายการพิชิตหนี้ด้วยไอเดีย Thoughts from Inside the Box หรือการอยู่อาศัยในรถ รวมถึงการวางแผนการเงินเพื่อการประหยัดค่าใช้จ่าย เผยแพร่แชร์ประสบการณ์ให้กับคนทั่วไปด้วย


ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ เขายังจอดรถที่ google ได้หรือไม่ แต่เหมือน Brandon ก็ยังคงอยู่อาศัยในลานจอดรถต่อไป เขาคงไม่ได้ชอบหรือคิดทำแบบนี้ไปตลอด แต่ทำเพื่อปลดหนี้ กู้ยืมการศึกษา ที่เหมือนเป็นชนักติดหลัง ปัญญาชนโดยเฉพาะในอเมริกา จำนวนมากในขณะนี้


บางคนจบมาเป็นหนี้สูงถึง 30000-50000 เหรียญ แถมเมื่อทำงาน ก็ยังต้องมาเจอหนี้ใหม่ๆเช่น หนี้บ้าน บัตรเครดิต รถ สุดท้าย กลายเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานทุ่มเวลา ทุ่มร่างกาย หาเงินชดใช้หนี้ในระบบทุนนิยมต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด







หนี้ student loan ของสหรัฐน่ากลัวมาก เหมือนเป็นระเบิดลูกใหม่ ตอนนี้เดินหน้าสูงหลายพันล้าน ลองคิดดูถ้า เกิดมีอัตราวางงานสูงขึ้น เขาจุดหายนะ นักศึกษาจบมาไม่มีงานทำหรือตกงาน ใช้หนี้ไม่ได้ มันจะระเบิดแรงขนาดไหน













เขียนมาถึงตรงนี้ คงไม่ได้บอกว่าอะไรผิดหรือถูก อยากเอาชีวิตของคนอีกมุมโลกมาฝาก ชีวิตเราเลือกทางเดินได้ จะมีเงินมากหรือน้อย ไม่สำคัญเท่ากับการวางแผนการใช้เงิน การอยู่อย่างพอเพียง ไม่ลำบากเกินไป และไม่ฟุ่มเฟือย ติดกับวัตถุนิยม มากจนเกินจำเป็น เดินทางสายกลางมันก็น่าจะทำให้เรามีความสุขและอยู่รอดได้ครับ






อ้างอิงจาก http://www.businessinsider.com/goog...


http://qz.com/378572/the-us-governm...


http://blogs.reuters.com/breakingvi...


อ่านเว็บการบริหารเงิน การพิชิตหนี้ของ Brandon http://frominsidethebox.com/

ยิ่งมากยิ่งมึน

ทุกวันนี้เราอ่านข่าว อ่านรายงานมากเกินไปหรือเปล่า ???
บางครั้งการเสพ สิ่งเหล่านี้มากมายเกินไป มันมีผลโดยตรงต่อการคิดการตัดสินใจของเราเสมอ โดยเฉพาะเรื่องจิตวิทยา

โดยเฉพาะถ้าข่าวนั้นมันตรงข้ามกับความคิดความเชื่อของตัวเรา หรือบางข่าวมีความไม่ชัดเจน(ก่อให้เกิดการสับสน)และเกินจริงมากไป

อ่านเยอะไปก็ใช่ว่าจะดี ดังนั้นผมว่า เราไม่จำเป็นต้องอ่านข่าว อ่านบทรายงานให้ครบ ทุกฉบับ ทุกคอลัมภ์ ก็ได้ เอาพอดีๆเลือกที่เราคิดว่ามีความน่าเชื่อถือ เน้นคุณภาพในการอ่านการทำความเข้าใจ มากกว่าการไปเน้นปริมาณ แบบรู้ทุกเรื่อง


สิ่งที่สำคัญคือ อย่าพยายามเชื่อ สิ่งที่รับ มาโดยปราศจากการไตรตรอง หรือคิดตามก่อนเสมอ 
สุดท้ายจะตัดสินใจซื้อหรือขาย ก็ต้องมีแผนรับมือความเสี่ยง(risk management) เอาไว้ตลอด จะได้อยู่รอดปลอดภัย

ลองเน้นคุณภาพ ลดประมาณ หาทางสายกลางให้เจอครับ

Recovery Factor



หัวใจของการทำระบบ ไม่ว่าจะซับซ้อนแค่ไหน เบื้องต้นต้องคุม risk ให้ได้ก่อนไปเร่ง profit ถ้าคุม risk ไม่อยู่แล้ว Drawdown(DD) มันโตเรื่อยๆ ระบบจะลำบาก เราละเลยไม่ได้ ต้อง monitor ตลอดเหมือนดู equity นั้นแหละ


ลองวางแผนจัดระดับจุดวิกฤติเอาไว้ เช่นของผมจะใช้ 20% ถ้าเกินผมจะปรับ money management ใหม่ จะลด position size ผ่อนทันที และปรับ Stoploss ให้เหมาะเก็บกำไรไปเรื่อยๆ จนกว่า wining rate มันจะดีขึ้น ค่า DD มันเริ่มเปลี่ยน แล้วค่อยมาลุย เกมส์รุกใหม่ ตรงนี้จะเห็น ผมเอา Drawdown เหมือนตัวคุมหางเสือ จากนั้นดูสถิติของ win/loss ratio ประกอบ ถ้าผลงานไม่ดีแถม Drawdown โต บวกถ้าเจอ consecutive loss เยอะ แบบนี้หยุดเลย ออกมาทบทวนก่อน


ถ้าเราไม่คุม DD ให้ดี ยามเจอหนักๆ โดนอัดมากๆ หรือมี consecutive loss มากไม่นานอาจจะล้างพอร์ตได้ โดยเฉพาะถ้าใช้ robot เทรดมันเร็วมาก อาจจะลองนำค่า Recovery Factor มาใช้ประกอบโดย


Recovery Factor = Netprofit / MaxDD


ไม่ว่าจะเทรดกลยุทธ์อะไร Trend following ,Momentum trading , Swing trading หรือ Grid แก่นการอยู่รอด อยู่ตรงนี้ ถ้าระบบ คุมภาวะสมดุลของการ สร้างกำไร และการสูญเสีย ไม่อยู่ มันก็ไปไม่รอด












ยิ่งถ้าเทรดมั่วๆ เชื่อว่าเครื่องมือที่ใช้แม่น 100% หรือจะไป over trade แบบ all-in การโตของ loss มันจะกลายเป็น exponential curve สุดท้ายคุมไม่อยู่ก็ จบข่าว...


ลองคิดดูถ้าระบบทำกำไรไม่ทัน loss แล้ว MaxDD มันโตมากเกิน cashflow ระบบทำได้ ค่า Recovery Factor มันต่ำกว่า 1 แปลว่าระบบเราเข้า โคม่าแล้ว อาจจะกู้กลับมาได้ยาก นั้นคือหายนะ ที่จะมาเยือน เช่นเดียวกัน ถึงระบบจะมีการขาดทุน มีผิดพลาด จาก volatility บ้างแต่ถ้ามีโอกาสพลิกเก็บกำไร ได้ต่อเนื่อง ค่าของ profit มันก็มาชดเชยกัน โดยไม่ต้องมีปาฏิหารย์ หรือมีสูตรลัดประเภท เดาอนาคตได้แม่นยำถูก 100% เลย ระบบเทรดมันไม่ได้มีแค่เทคนิคอลหรือสัญญาณซื้อขายนะครับ อย่าไปติด หรือเอาแต่หาเครื่องมือสุดยอดสุดวิเศษ เลย หัดเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงเป็นหลัก แล้วมองภาพใหญ่ให้เป็น แล้วบริหารระบบทำให้มันสร้างกำไรต่อเนื่องและยั่งยืน มากกว่าการทำกำไรก้อนใหญ่ในเวลาสั้นๆ








เอาเทคนิคการบริหารพอร์ตให้อยู่รอดมาฝากกัน เลิกเสียเวลาในการไปคาดเดาตลาด คาดเดาสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของตัวเรา แต่ควรโฟกัสที่การบริหารความเสี่ยง ที่จะเกิด ลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ

อนาคตคือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้



หนังเรื่องหนึ่งที่ผมว่า มันเป็นอะไรที่สุดยอดในแง่ของบทและจินตนาการ ขวัญใจชาวเนริ์ดมาก ก็คือ Back to the Future ฉายในปี 1985 (และมีภาคต่อ 2 และ3 ตามมา) เป็นหนังที่สร้างกระแส โลกแห่งอนาคต ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่มันล้ำเกิน คนคิดได้ในยุคนั้น หลายอย่างเทคโนโลยียังไม่สนับสนุนการสร้างให้เกิดจริงได้ด้วย เช่น Hoverboard (ปัจจุบันทำได้แล้ว), แว่นตาอัจริยะ , Drone ติดกล้อง, vdo chat, smart TV, รองเท้าผูกเชือกเองอัตโนมัติ


อันหนึ่งติดใจมากคือ รถ delorean dmc-12 ในตอนนั้นวัยรุ่นที่ดู ผมว่าต้องมีแหละที่อยากได้มาครอบครอง สิ่งเหล่านี้ผมให้เครดิตกับ ผู้เขียนบทและผู้สร้าง บ็อบ เกล เขาทำงานออกมาได้ดีจริงๆ และจิตนาการสุดล้ำมากๆ วันที่ 21-10-2015 คือวันที่ มาร์ตี้ แม็กฟลาย และ ดร. เอ็มเม็ตต์ บราวน์ เดินทางจากอดีตมาอนาคต อนาคตที่หลายสิ่งหลายอย่างที่ได้ถูกกล่าวถึงในหน้ง สามารถสร้างให้เกิดได้จริงแล้ว ในอเมริกา รายการทีวี และสารคดี ก็ถือฤกษ์ปี 2015 เฉลิมฉลองและทำเนื้อหาเกี่ยวกับ Back to the Future กันอีกครั้ง





การเดินทางย้อนเวลา จากอนาคตไปอดีต จากอดีตไปอนาคต เป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถเกิดได้จริงบนโลกนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนเป็นสัจจะธรรมในตอนนี้ คือ อนาคต เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ไม่ได้













ทุกครั้งผมดู Back to the Future ผมนึกถึง Michael J. Fox เขาคือเด็กหนุ่มอัจริยะ ฉลาดมีไหวพริบ ที่รับบทเป็น มาร์ตี้ แม็กฟลาย หลังจาก Back to the Future ทั้ง 3 ภาคออกฉาย Michael J. Fox ก็ดังกลายเป็นดารายอดนิยม เขามีทั้งชื่อเสียงและรายได้หลายล้านเหรียญตั้งแต่วัยไม่ถึง 30 สิบปี และก้าวหน้าอาชีพนักแสดง ด้วยการพิชิตรางวัลใหญ่อย่าง Emmy Awards และ Golden Globe Award มาครองหลายตัว


ชีวิตที่ใครหลายคนต้องอิจฉา ก็มีอันต้องประสบกับุวิกฤติใหญ่ เมื่อ ปี 1991 (หลังจากจบ Back to the Future ภาค 3 แค่ 1 ปี) เขาได้รับการวินิฉัยว่าเป็นโรค Parkinson และต้องต่อสู้กับการอาการป่วยหลายปี จนเริ่มสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ทำให้ปี 1998 เขาประกาศต่อสาธารณะว่า เขาป่วยเป็นโรค Parkinson และอำลาวงการไปรักษาตัวในไม่กี่ปีต่อมา (แต่หลังจากนั้น ก็หวนกลับมาทำงานต่อ)


Michael J. Fox ก็ไม่ได้หยุดยอมแพ้ นอนเป็นคนป่วยอยู่เฉยๆ เขายังเดินหน้าทำงาน การแสดง แม้ว่าจะไม่สามารถเป็นเหมือนคนปกติ แต่เขาก็พยายาม อีกงานที่น่าชื่นชมมากคือ Michael J. Fox ได้ตั้งมูลนิธิการกุศล Michael J. Fox Foundation ระดมทุนหาเงินมาสนับสนุนการวิจัยพัฒนา หายารักษาโรค Parkinson เพื่อช่วยผู้ป่วยจำนวนมากที่ทนทุกข์จากโรคนี้








อนาคตมันคือสิ่งที่ไม่แน่นอน คงไม่มีใครคาดคิด ว่าโชคร้ายจะเกิดกับเขา ชายผู้ที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์และประสบความสำเร็จ เรื่องนี้มันเป็นสิ่งที่เตือนใจ เราได้เป็นอย่างดี ว่าสิ่งสำคัญคือการใช้ชีวิตไม่ประมาท


ไม่ติดกับอดีต ไม่ต้องกังวลอนาคต มีสติอยู่กับปัจจุบันและมีความสุขกับมัน ให้มากที่สุด อะไรที่ไม่สำคัญ อะไรที่มากเกินไป หรืออะไรที่ทำให้ทุกข์ ก็ตัดๆมันไป ชีวิตที่เรียบง่าย มีสุขภาพที่ดี ได้ทำงานที่ตัวเองรัก อยู่อย่างพอดีๆไม่ขาดไม่เกิน แม้ไม่รวยพันล้าน หมื่นล้าน เราก็มีความสุขได้ครับ


มูลนิธิ https://www.michaeljfox.org/




วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

A rare interview with the mathematician who cracked Wall Street



TED เพิ่งออกซับไทย ถ้าใครสนใจลองเข้าไปดู บทสัมภาษณ์ของคุณ Jim Simons เฮ็ดฟันด์พันล้าน ฉายา Quant King แห่ง Renaissance Technologies


เขาคุยกันหลายเรื่องตั้งแต่เส้นทางของอาชีพนักคณิตศาสตร์การค้นพบทฤษฏีสำคัญที่นำไปใช้อย่างแพร่หลายในฟิสิกส์, การทำงานเป็นนักถอดรหัสให้กับ NSA , การเข้ามาสู่วอลสตรีท Renaissance Technologies และมูลนิธิสนับสนุนการวิจัยวิทยาศาสตร์และส่งเสริมครูคณิตศาสตร์ของอเมริกา


ในด้านการเทรด ผมตัดประเด็นสำคัญที่พวกเราจะได้พบในคลิปนี้ มาสรุปให้ฟัง


1. เริ่มช้าไม่ได้ทำให้เราเสียเปรียบ หรือประสบความสำเร็จได้ยากเสมอไป Jim Simons เริ่มเข้ามาเทรดแบบดั่งเดิมตอนอายุ 38 ปี เข้ามาตลาดอนุพันธ์ตอน 1982 ก่อนหันมาใช้ math model ในการทำระบบเทรดแบบ Quant


2. ข้อจำกัดของการเอาอดีตมาพยากรณ์อนาคต การใช้ Trendคิดจากข้อมูลก่อนหน้า เพื่อพยากรณ์ อาจจะทำได้ดีกับสภาวะตลาด 1960 -1980 ปัจจุบันไม่ใช่แบบนั้น


3. ตลาดไม่มีประสิทธิภาพ มีการเกิดแบบ random มีความไม่ปกติ แต่ความไม่ปกติจำนวนมากมีรูปแบบจากการตอบสนองในปรากฏการณ์ต่างๆ ถ้ามีการวิเคราะห์ข้อมูลที่มากพอสามารถหาประโยชน์จากพฤติกรรมของราคาได้


4. โมเดลคณิตศาสตร์ ที่สร้างจาก นักคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ระดับหัวกระทิ ทำการสังเคราะห์ ข้อมูลต่างๆจำนวนมาก หลายสิบปี จากนั้น สร้างเป็น AI เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อขาย ให้ได้ผลดีที่สุด(บริษัทของเขาไม่มี แรงงานเทรดเดอร์ใช้คอมพิวเตอร์เทรดทั้งหมด)


5. Hedgefund ที่มีผลงานดีสร้าง return ได้ชนะตลาดและดีต่อเนื่องมามากกว่า 30 ปี พอร์ตระยะยาวเป็น high return, low risk และ low volatility เป็นกองทุนคิดค่าธรรมเนียมแพงที่สุดในโลก 5&44 (5% ค่าธรรมเนียมคงที่ และ 44% จากส่วนแบ่งกำไร) แต่ยังมีนักลงทุนจำนวนมากสนใจจะลงเงินเพิ่มในกองทุนของ Renaissance








เข้าไปชมฉบับเต็มได้ที่ http://www.ted.com/talks/jim_simons_a_rare_interview_with_the_mathematician_who_cracked_wall_street?share=1c08f093&language=th#t-590770

เมื่อยักษ์ล้ม

วันนี้ในอดีตของ FB ทำให้ได้ไปพบกับบทความ FX Concepts อดีตกระบี่มือหนึ่งในวงการ forex เป็นอีกกรณีศึกษาที่ผมชอบเอามาพูดให้เทรดเดอร์ฟัง เพื่อเติมสติให้ไม่ประมาท และไม่ละเลยความเสี่ยง
------------------------------------
John R. Taylor เป็นอีกคนที่ผมชื่นชอบฝีมือเขา ในวงการ forex ถ้านักกลยุทธ์เก๋าๆอยู่มานานขนาด 40 ปีประสบการณ์เยอะก็ต้องคนนี้ แต่ก่อนเคยเป็น VP ของ city bank แล้วมาก่อตั้ง hedgefund ด้าน forex ของตัวเองชื่อ FX Concepts กลางปีผมเองยังตามเรื่องการวิเคราะห์ฟองสบู่ในค่าเงิน AUD และจับกระแสเข้าไปเทรดตามฟันด์ของเขาอยู่เลย

วันนี้ไปเจอข่าวที่น่าตกใจคือ FX Concepts อาจจะปิดตัว ปีนี้ขาดทุนไปถึง 13.9 % และ 14.47% ใน ปี 2011 2012 และขาดทุน 3.11% ในปี 2013 ปัจจุบันมีสินทรัพย์ในกองทุน $661 million ลดลงจากปี 2009 ที่ $14 billion บวกกับเจอปัญหาสภาพคล่องอันเนื่องจากล่าสุด San Francisco pension fund ได้โหวตที่จะถอนเงินจากการลงทุนในกองทุนของ FX Concepts จำนวน $450 million หลังจากต้นปีเสียสองลูกค้าใหญ่คือ Pennsylvania Public School Employees' Retirement System และ the Bayerische Versorgungskammer pension fund

ตาม email ของ Robert Savage ประธานฝ่ายกลยุทธ์ได้ออกแถลงการภายใน บอกถึงการเริ่มปลดพนักงานและปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อความอยู่รอด หลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่า FX Concepts มีโอกาสปรับตัวหากไม่สามารถหาทุนมาเติมให้ ดำเนินกิจการไปต่อได้

เอาเรื่องนี้มาฝาก เพราะอยากบอกว่าเราไม่ควรประมาท อย่าคิดว่าเราเก่ง อย่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไป เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ สาระสำคัญไม่ใช่การเดาถูกหรือรุกไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการเตรียมประตูฉุกเฉิน เตรียมแผนพร้อมรับมือกับความผิดพลาดหรือกับความเสี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด ไว้เสมอนะครับ


In the zone

คำถามน่าสนใจจาก น้องคนหนึ่ง หลังได้ชม vdo เรื่องจิตวิทยาการเทรด น้องเขายังไม่เข้าใจว่า อะไรคือ in the zone อยากให้ช่วยอธิบายเพิ่ม

เอาง่ายๆแบบไม่ต้องซับซ้อน in the zone ก็เหมือนการที่เรา focus มุ่งมั่นทำอะไรแล้ว ตัวเราหายไปจากภาวะรอบข้างเลย จิตจดจ่อ ปราศจากภาวะแทรกทางอารมณ์ สามารถไหล(flow) ไปตามแผนตามการปฏิบัติในเกมส์ ได้อย่างราบลื่น ตอบสนองได้เร็วทันถ่วงที

ถ้าคิดไม่ออก ลองนึกถึงเวลาน้องเล่นเกมส์ แล้วมันกำลังอิน กำลังไหล เวลาแฟนโทรมาก็ไม่ได้ยิน หรือแม่มาเรียกไปกินข้าวก็ไม่ไป นั่งเล่นเกมส์อย่างงั้น ติดกันทั้งวันหลายชั่วโมง โดยไม่คิดเรื่องอื่น ไม่กังวล ไม่มีอะไรเข้ามาในสมอง ไม่ต้องการพูดคุยอะไร โฟกัสอยู่แค่ตัวเองกับ เกมส์ที่เล่นตรงหน้า
นั้นแหละตัวอย่างง่ายๆของการ in the zone

โมเมนต์แบบนี้ ต้องพยายามสั่งให้ได้ แล้วจับมาใช้กับการเทรด คือถ้ายังเทรดไป คุยโทรศัทพ์ไป เล่นไลน์ไป คิดโน่นนี้แบบนี้ ไม่เรียกว่ามีสมาธิ หรือเข้า in the zone ประสิทธิภาพของการเทรดจะต่ำ

ถ้ายังทำไม่ได้เลยในการเทรด ก็แปลว่า จิตยังอ่อน ความสามารถเรายังไม่ถึง การไปเทรดตลาดที่ยาก หรือตลาดที่ผันผวน หนัก จะทำให้ ผลงานออกมาแย่ และขาดทุนหนัก ได้ ดังนั้นต้องฝึกครับเรื่องนี้



รูปจากอินเตอร์เน็ต

10 Secrets to Achieve Financial Success



Anton Kreil เป็นเทรดเดอร์อีกคนที่มี lifestyle ที่ผมว่าหลายคนคงอิจฉาเขา เพราะการนำเสนอภาพความหรูหรา หรือการมีชีวิตที่สำเร็จ บนเส้นทางสายอาชีพ ผ่าน vdo ตอนต่างๆคุณจะเห็นถึงความไฮโซของแกจริงๆ น่าจะเป็นเทรดเดอร์คนแรกที่ได้เดินทางขึ้นไปในอวกาศ


ผมเองชอบดูคลิปของ Anton Kreil ไม่ใช่เพราะสนใจ lifestyle ชอบสิ่งที่ เขาสอน เป็นคนที่มีมุมมองแตกต่างจากคนทั่วไป คือถ้าใครเคยฟังกูรู สายอื่นๆมาก่อน แล้วมาฟัง Anton Kreil อาจจะไม่ชอบ แต่ถ้าลองเปิดใจฟังจะเห็นมุมมองที่ต่างไป เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ได้มาตามรูปแบบปกติ แถมเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุไม่มาก ที่เส้นทางสายอาชีพที่ผ่านอะไรมาเยอะ หลายสิบปี


เช้านี้ ระหว่างกินกาแฟ ผมฟังคลิป 10 Secrets to Achieve Financial Success ของเขา ได้ประเด็นดี หลายเรื่องสอนต่างจากคนอื่นเหมือนเดิม แต่ผมว่าน่าสนใจหลายเรื่อง สรุปมาสั้นๆประมาณนี้ให้ได้อ่านกัน แถมการดู vdo นี้จะเห็นกิจกรรมเดินทางรอบโลกของ Anton ไปในตัวด้วย ใครว่างลองเข้าไปชมได้ในคลิปลิงค์นี้ครับ












1. Respect Money and be Indifferent towards it.


ตอนนี้อธิบายฟังก์ชั่นของเงิน เขาทำให้เห็นว่า เงินไม่ใช่ปีศาจ แต่ปีศาจคือความโลภในตัวเรา ยิ่งเงินมากเรายิ่งยึดติดและคิดถึงสิ่งที่เงินจะสร้างให้เราไปต่างๆนานา และตรงข้ามกันเรากลับละเลยคุณค่าของมันด้วยการไม่สนใจ เงินน้อย


2. Rent to Own – Define Assets and Liabilities Properly.


อันนี้ยาวแต่น่าสนใจ เขามองว่า freedom คือ asset และใช้เงินสดในการถือสินทรัพย์ เพราะการที่มี freedom มันยิ่งทำให้ risk จำกัดได้ลง ประเภทจับเสือมือเปล่าเขาบอกเลยว่าไม่มีจริง ไม่ยั่งยืน หรือการยอมติดกับการเป็นหนี้ 20-30 ปี มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราได้ asset มาครอบครองจริงๆ


3. Build and Own your own Infrastructure.


ไม่เป็นหนี้ หรือเป็นหนี้ให้น้อย สะสมอดออมเงิน สร้างรายได้


หาโอกาสในการสร้างธุรกิจของตัวเอง เริ่มจากเล็กๆ ทดสอบความเป็นไปได้ ค่อยๆขยายต่อ


สะสมเงิน แล้วเป็นเจ้าของ asset โดยพยายามอย่าก่อหนี้ หา asset ทีเพิ่มค่ามีตัวคูณที่ทำให้เกิดผลตอบแทนเติบโตแบบ exponential


สร้างกองทุนเกษียณด้วยตัวเอง / สร้างระบบประกันด้วยตัวเอง(2 อันนี้สุดโต่ง แต่ผมว่าก็จริง Anton พูดถึงโมเดลของ Pension fund ที่สุดท้ายโครงสร้างมันต้องคำถึงคนเกษียณจำนวนมากและ Insurance fund ให้ฟังว่าประโยชน์สูงสุดมันไม่ได้ตกกับ คนจ่ายเงินค่า Premium หรอก) อันนี้ผมไม่ลงมากเดี่ยวมีดราม่าเพราะต่างจากที่ทั่วไปคิด ลองไปฟังเองแล้วกัน






4. Go Travelling, Get Perspective, Get your Dream Life.


อันนี้ไม่มีอะไรมาก เน้นการหาเงิน แล้วต้องหาสมดุลของชีวิต จัดสรรเงินเพื่อใช้ชีวิต ไม่ใช่ให้ชีวิตมันใช้ตัวเราทำงานอย่างเดียว


-หาเวลาออกจาก งานประจำ ออกจากภาวะปกติ เดินทาง ท่องเที่ยวใช้เวลา อยู่กับตัวเอง รักษาสมดุล หรือฟื้นฟูภาวะจิตใจ จากความเครียด ความกดดัน ออกเดินทางมองหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ -วางแผนเพื่อสัมผัส enjoy กับ freedom


-สัมผัสชีวิตที่ฝัน ความสุขที่ไม่จำเป็นต้องมาจากเงิน หาสิ่งที่ชอบให้เจอ หาชีวิตที่อยากเป็น หาจุดสุดท้ายบ้านปลายชีวิตให้ได้ เพื่อเป็นเป้าหมายในการลงมือทำ หรือสร้างแรงขับดันให้เราไปถึง


5. Know that Risk is Subjective not Two Dimensional.


-เปลี่ยนมุมมองในเรื่องความเสี่ยง(RISK)


- Risk เป็นเรื่องที่เฉพาะขึ้นกับสถานการณ์ หาความน่าจะเป็นของโอกาสจะเกิด Risk ให้ได้ไม่ใช่การมองแค่ขนาดของ risk


-มองทั้ง downside และ upside บางครั้ง upside แม้มีความน่าจะเป็นต่ำ แต่ถ้ามี upside ปริมาณมาก ต้องประเมินสถานณ์ จำกัดความเสี่ยง กล้า take action


6. Seek out Alternative Education.


-ออกจากกรอบเดิม พยายามระเบิดแนวคิดเดิมๆจากระบบที่เราเรียนรู้ดั่งดืม


-กล้า take risk อย่างฉลาด พยายามอย่าติดกับสิ่งเดิมๆ ระวังความกลัวที่จะทำให้อยู่กับสิ่งคุ้นเคย สิ่งมั่นคง แต่ไม่ใช่ตัวเอง ไม่ใช่โอกาสที่จะทำให้เติบโต


-จัดเวลาหาความรู้ใหม่ๆ กล้าเรียนรู้ ลงมือทำอย่างฉลาด ในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย


-ระวัง config of interest จากด้านต่างๆ ครู พ่อแม่ ระบบทุนนิยม การยอมรับจากคนทั่วไป ที่อาจจะทำให้เราไม่กล้าเปลี่ยนแปลง (อันนี้ละเอียดอ่อนผมไม่ขอลง เพราะความคิดพี่แกบางอย่างมันตรงเกินไป)


7. Learn to Value your Time Properly.


-เรียนรู้จัก ให้คุณค่าเวลา ของตัวเอง อย่ายอมแลกไปกับสิ่งที่ไร้ค่า หรือสิ่งที่ไม่คุ้มค่า


-การรู้จักค่าเวลา ทำให้เรียนรู้บริหารเวลา ใช้เกิดประโยชน์นำมาซึ่งความสำเร็จ






8. Ditch the Smart Phone.


-อย่าไปเสียเวลากับมันมากเกินไป จำกัดเวลาการใช้งาน


-ระวังการสูญเสีย focus ในการทำงาน


-อย่าให้เวลา กับคนอื่น มากเกินไป ใช้เวลาให้เหมาะสม


-อันนี้หักดิบมาก Anton บอกให้ลองเลิกใช้ไป 2 เดือน จะมีเวลาเหลือมากขึ้น






9. Mainstream Media is Useless. Don’t consume it.


-อย่าหลงไปตามเกมส์ ตามสิ่งที่เป็นกระแส


-ทุกสื่อ ทุกข้อความออกมาจากสื่อ มี เจตนา มีเป้าหมายแฝง การเสพมากทำให้เราตกในการชี้นำได้ ระวังการถูกล้างสมอง การชี้นำให้เกิดอารมณ์ร่วม อารมณ์นำการกระทำ


-เลือกเสพ สิ่งที่มีประโยชน์ เชื่อถือได้ รู้จักตรวจทาน


-หาให้เจอว่าอะไรคือเป้าหมาย คือสิ่งที่ต้องการ เสพเฉพาะสิ่งที่จำเป็น สนับสนุนการไปถึงเป้าหมายของความสำเร็จ






10. Choose Role Models that suit Your Objective.


-หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอ


-หาคนต้นแบบ ที่เราสามารถยึดเป็นแบบอย่างการลงมือทำ เพื่อประสบความสำเร็จ


-ไม่จำเป็นต้องเป็น celeb ตามสื่อหลัก ตามการตลาดที่นำเสนอในระบบผลประโยชน์


-ลองมองคนทั่วไป คนธรรมดา หน้าตาไม่ต้องหล่อสวย แต่ลงมือทำอะไรสำเร็จจริงๆ ทำอะไรเกิดสิ่งที่เป็นรูปธรรมแท้จริง


------------------------------------------------------------------------------------






จบผมนั่งดูคลิปนี้ร่วม 2 ชม. ได้ประโยชน์พอสมควรได้เห็นอะไรหลายด้าน แต่อย่างผมบอก เราฟังเยอะ ไม่ต้องเชื่อตามหมด คิดและหาสิ่งที่เป็นประโยชน์กับตัวเรา


ปล1. Anton Kreil พูดสำเนียงอังกฤษ อังกฤษ อาจจะฟังยากนิด


ปล.2 เข้าพูดช้ามาก อาจจะลองปรับ speed เป็น 1.25x ก็จะทำให้ไม่น่าเบื่อ






https://www.youtube.com/watch?v=4a51wQAOGR4

เบื้องหลังความสำเร็จ

นั่งดูประกาศผล Emmy Awards ช่วงสั้นๆคือลุ้น GOT เพราะปีนี้เข้าชิงหลายตัว และก็ตามคาดคือกวาดรางวัลมาได้ โดยเฉพาะได้รางวัล Emmy สาขา drama series ยอดเยี่ยมครั้งแรก หลังจากเข้าชิงมาหลายปี รวมถึง รางวัลบทโทรทัศน์ และรางวัลการกำกับยอดเยี่ยม


อีกอันที่ผมลุ้นคือ รางวัลนักแสดงสมทบชาย อยากให้เฮียแกได้จริงๆ แล้วก็ไม่พลาด ได้จริง เพราะเล่นบท Tyrion Lannister ได้ดีและเข้าถึงมาก ผมชอบตอนแกขึ้นไปพูดนะ พูดสั้นๆแต่ผมว่ามันใช่เลย โดยเฉพาะการเอาชนะคู่แข่ง

ถ้ายิ่งอ่านประวัติของเฮีย Peter Dinklage จะพบเรื่องราวของการเป็นนักแสดงสู้ชีวิต ที่เอาชนะขีดจำกัดทางร่างกายเพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเอง จนประสบความสำเร็จในสายอาชีพ 


อีกอันที่ผมชอบดูเวลาประกาศรางวัลและผู้ชนะขึ้นไปรับ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงใหญ่แค่ไหน
สิ่งหนึ่งเกือบ 80% ทำเหมือนกันคือ การให้เกรียติคู่แข่งผู้ถูกเสนอชื่อ จากนั้น เขาขอบคุณ 3 กลุ่ม คือ

1. ผู้ให้โอกาส
ได้แก่ โปรดิวเซอร์+ผู้กำกับ หรือแม้กระทั่งตัวแทนเอเจนซี่ ครูการแสดง ผู้ชักนำเข้าวงการ ผู้ให้แรงบันดาลใจ
ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ที่เหล่าผู้ประสบความสำเร็จเขาจะไม่ลืม และพูดให้เครดิต เสมอ 

2. เพื่อนร่วมงาน
ได้แก่ นักแสดงคู่ ผู้ช่วยส่งอารมณ์ คนเขียนบทที่สร้างบทดีๆ และอื่นๆ
เพื่อนร่วมงาน คือหัวใจสำคัญ ที่ช่วยส่งเสริม และสามารถขับดัน ดึงเอาศักยภาพและการพัฒนาผลงานออกมาได้
ถ้าได้ เพื่อนร่วมงานไม่ดี ต่อให้ ทำเต็มที่แค่ไหน มันยากที่จะเกิดประสิทธิภาพได้
นักแสดง ที่ได้รับรางวัล บางคนอ่านชื่อทีมงานยาวเป็นสิบ คนเหล่านี้อยู่ข้างล่างไม่มีโอกาสได้รางวัล
แต่ก็ถูกให้คุณค่าเปรียบเหมือน ผู้มี่ส่วนร่วมเสมอ

3. ครอบครัวนี้
คือแก่นมาก จะเห็นว่าทุกคน ซุปเปอร์สตาร์ดังๆ พอได้รางวัล ขอบคุณ คู่ชีวิตและครอบครัว อย่างใหญ่หลวง 
เพราะการไปถึงจุดสุดยอดในอาชีพได้ ไม่ว่าอาชีพอะไร ถ้าปราศจากคนรอบข้างสนับสนุน และเข้าใจ
ย่อมยากจะทำให้เราลุยไปข้างหน้าได้ แถมจะสร้างปัญหา กวนใจ รบกวนสมาธิ และเป็นภาระถ่วงไปอีก 

การมีครอบครัวที่ดี ที่คอยดูแล เป็นสิ่งสำคัญมาก ในวันที่เราต้อง focus ไปที่เป้าหมาย ลงมือทำอย่างเต็มที่โดย ไม่ต้องกังวล




บางทีการไปถึงเป้าหมาย มันไม่ใช่แค่ เราคนเดียวเท่านั้น แต่องค์ประกอบแวดล้อมต้องสมบูรณ์แบบ และสนับสนุนสิ่งที่เราทำด้วย   

ทั้ง ผู้ให้โอกาส เพื่อนร่วมงาน และครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้เราเองก็ต้องเลือก ต้องสร้างให้ดี และไม่สามารถ ละเลยได้เช่นกัน  

ปล. สุดท้ายดีใจกับ เฮีย  Peter Dinklage ด้วยครับ


My Reading List :Week4-09-2015

1. Backtesting a Simple Stock Trading Strategy (R)
http://www.r-bloggers.com/backtesting-a-simple-stock-trading-strategy/
2. Monte Carlo fallacy
https://en.wikipedia.org/wiki/Gambler%27s_fallacy
3. Monte Carlo Analysis and the Ups & Downs of Sports Investing
https://www.sportsinsights.com/monte-carlo-analysis-and-the-ups-downs-of-sports-investing/
4.A hedge fund advised by Nassim Taleb made $1 billion this week
http://www.businessinsider.com/nassim-talebs-universa-investments-crushed-it-2015-8
5.Why We Have Never Used the Black-Scholes-Merton Option Pricing Formula
http://empiricus.com.br/curso-opcoes/arquivos/Nassim-Taleb_Why-we-have-never-used-the-BSM-option-pricing-formula.pdf
6. Scalping Without Getting Skinned Alive
http://www.onestepremoved.com/scalping-skinned-alive/
---------------------
7. 8 Ways to Turn Disappointment into Meaningful Success
http://tinybuddha.com/blog/8-ways-to-turn-disappointment-into-success/
8.For the Love of Money
http://www.nytimes.com/2014/01/19/opinion/sunday/for-the-love-of-money.html?_r=4
9.Short seller Chanos on China: 'It's worse than you think'
http://www.cnbc.com/2015/08/21/short-seller-chanos-on-china-its-worse-than-you-think.html
10.Universa Investments (Black Swan)
http://www.hedgetracker.com/fund/Universa-Investments-LP
11.Hedge Fund Managers: Managing Money Is Not The Same As Running A Business
http://www.businessinsider.com/the-business-of-running-a-hedge-fund-2011-6
12.Stan Druckenmiller Is Betting on Three Market Surprises in 2015
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-04-15/druckenmiller-bets-on-market-surprise-with-china-boom-oil-rise
13.Markets vs. Economists: Who's Right on Fed Interest-Rate Timing?
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-09-29/markets-vs-economists-who-s-right-on-fed-interest-rate-timing-
14.Foreigners Pull Record $5 Billion as Southeast Asia Stocks Sink
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-09-29/foreigners-pull-record-5-billion-as-southeast-asia-stocks-sink
15.The industrialist Andrew Carnegie used these 10 principles to become the richest man in the world
http://www.businessinsider.com/andrew-carnegie-principles-of-success-2015-9?utm_content=buffer3f01b&utm_medium=social&utm_source=facebook.com&utm_campaign=buffer
16.Watch Two People With Brain Implants Control Computers With Their Thoughts
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-09-29/watch-two-people-with-brain-implants-control-computers-with-their-thoughts
17.Meditation Would Help Wall Street, Deepak Chopra Says
http://www.huffingtonpost.com/2015/03/31/deepak-chopra-meditation_n_6977870.html
18.6 Reasons Wall Street Titans Love To Meditate
http://www.businessinsider.com/reasons-wall-street-titans-love-to-meditate-2014-5
19.This Is What Wall Street Eats for Lunch
http://www.bloomberg.com/news/photo-essays/2015-09-25/this-is-what-wall-street-eats-for-lunch
20.Gulf Widens Between Fed Forecasts and Signal From Futures Market
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-10-03/gulf-widens-between-fed-forecasts-and-signal-from-futures-market
21.World's Biggest Currency Trader Says Weak Jobs Means Weak Dollar
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-10-03/world-s-biggest-currency-trader-says-weak-jobs-means-weak-dollar
22.Goldman Has 40 Stocks You Should Buy and 40 You Should Sell
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-10-02/goldman-has-40-stocks-you-should-buy-and-40-you-should-sell


Part Time Trader

เรียนรู้เรื่องราวของ Part time trader

เหล่านักเก็งกำไรที่ใช้การเทรด เพื่อเป็นแหล่งรายได้เสริม ในการเดินตามเป้าหมายในชีวิตของเขา
-แนวคิด Part time trader
- Travel trader เทรดไปเที่ยวรอบโลกไป
- Housewife trader แม่บ้านนักเทรด
- กฏทอง 12 ข้อสำคัญสำหรับ Part time trader
- ตารางการฝึกเทรดแบบ 4 Hour per week

เข้าชมได้จาก
https://www.youtube.com/watch?v=PKsqkYX88EI



วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

My Reading List :Week3-09-2015

เนื้อหาข่าวและบทความที่น่าสนใจ นำมาแนะนำของสัปดาห์นี้ครับ
1. The Greeks: What They Are and How to Use Them
https://www.thinkorswim.com/tos/displayPage.tos?webpage=lessonGreeks
2. What is hedging as it relates to forex trading
http://www.investopedia.com/ask/answers/forex/forex-hedge-and-currency-hedging-strategy.asp
3. Hedging Strategies for Forex Traders
http://www.moneyshow.com/articles.asp?aid=currency-33264
4. How To Use Forex Correlations
http://www.fxstreet.com/education/technical/how-to-use-forex-correlations/2015/09/18/
5. A radical experiment in empathy
https://www.ted.com/talks/sam_richards_a_radical_experiment_in_empathy
6.A rare interview with the mathematician who cracked Wall Street
https://www.ted.com/talks/jim_simons_a_rare_interview_with_the_mathematician_who_cracked_wall_street
7.An Introduction To Gamma-Delta Neutral Option Spreads
http://www.investopedia.com/articles/optioninvestor/07/gamm_delta_neutral.asp
8.Trading Floor Review
http://www.utmagazine.ru/posts/12409-ekstravypusk-trading-floor-review-hv-specialnyy-gost-aleksey-oblepiha
9.Psychology of Trading
http://www.utmagazine.ru/posts/4142-psihologiya-torgovli.html
10.Indicators for scalping: the stock exchange, forex market
http://www.utmagazine.ru/posts/3633-indikatory-dlya-skalpinga-fondovaya-birzha-rynok-foreks.html#sthash.6hXc9DU8.dpuf
11.Scalping: The most comprehensive guide
http://www.utmagazine.ru/posts/8621-scalping-samoe-polnoe-rukovodstvo
12. How to become a trader?
http://www.utmagazine.ru/posts/10441-kak-ya-stal-treyderom-united-traders-20
--------------------------------------------------------
13.23 Cognitive Mistakes that make People Play Bad Poker
http://rationalpoker.com/2011/07/30/23-cognitive-mistakes-that-make-people-play-bad-poker/
14.Volkswagen could pose bigger threat to German economy than Greek crisis
http://www.reuters.com/article/2015/09/23/us-usa-volkswagen-germany-economy-idUSKCN0RN27S20150923?utm_source=Facebook
15.Balancing Risks and Opportunities in the Multi-Speed World
https://www.pimco.com/insights/economic-and-market-commentary/cyclical-outlook/balancing-risks-and-opportunities-in-the-multi-speed-world
16.Disappointment Makes You More Trusting
https://hbr.org/2015/10/disappointment-makes-you-more-trusting
17.Janet Yellen Expects Interest Rate Increase This Year
http://www.wsj.com/articles/janet-yellen-says-fed-interest-rate-increase-still-likely-this-year-1443128438
18.If you’re in denial about this stock market, you’re in danger
http://www.marketwatch.com/story/a-hot-commodity-for-a-cold-stock-market-2015-09-25?mod=NTKfeed&link=mw_fb_ntk


***รูปประกอบจาก getty และ market watch