ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โพสต์

์Non-fungible tokens(NFT)

  วันนี้อ่านเรื่องของ non-fungible tokens(NFT) หลายบทความ ซึ่งดูเหมือนกระแสรอบนี้จะทำให้เห็น use case น่าสนใจของเทคโนโลยีมากขึ้น แม้จะดูเหมือนมันเป็นกระแสร้อนและมูลค่าสินค้าน่าจะเป็นอะไรที่เกินจริง แต่ก็ต้องยอมรับว่า Technology มันมาแล้วย่อมคงยังดำเนินอยู่หลังการได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มันใช้งานได้และสามารถแก้ข้อจำกัดเดิมในอดีต รอบนี้คนหนึ่งที่ Win ในเกมส์กระแสร้อน NFT คือ คุณ Mike Winkelmann (ฉายา Beeple) เขาเป็น digital artist ที่ผลิตผลงานดิจิตอลอาร์ทมากกว่า 10 ปี รอบนี้เขาได้นำ NFT ของผลงานภาพชิ้นเอกชื่อ "Everydays: The First 5,000 days" ไปประมูลขายบนเว็บประมูล christies dotcom ได้ราคากว่า $69 million กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านในข้ามคืน , เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่าติดตามและศึกษา NFT มาสักระยะ แต่ก็ไม่คิดว่า งานของเขาจะขายได้มูลค่ามากมายขนาดนี้ , หลายเว็บมีการประมูล NFT กลุ่มดิจิตอลโปรดักซ์ หลายประเภท เช่น digital art, memes, music , รูปภาพ ,ของสะสมดิจิตอลต่างๆประเภทมีชิ้นเดียวในโลก เช่น NFTตัวสินค้าข้อความ first tweet ของ Jack Dorsey , ceo twitter เป็นต้น โดย Mike Winkelmann กล่าวว่
โพสต์ล่าสุด

ให้เงินช่วยเราทำงาน

  วันนี้ได้อ่านสัมภาษณ์ของ Mark Cuban เขาพูดถึงเรื่องของ Wealth และ Financial independence มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ คุณมาร์ค แนะนำให้ความสำคัญกับ Time value มากกว่าจำนวนเงิน คือแทนจะตั้งเป้าเป็นเศรษฐีร้อยล้าน พันล้าน ให้มองความมั่นคงและการมีอิสระภาพทางการเงินตามความเป็นจริงที่เหมาะสม ซึ่งคุณมาร์คพูดถึงไอเดีย การเก็บออมสะสมเงินล้าน ลงทุนให้เติบโตเหมาะสม แล้วใช้ชีวิตให้มีค่าครองชีพประหยัดเหมือนเด็กมหาวิทยาลัย(บ้านไม่รวย) สามารถเกษียณก่อน 60 ได้แน่นอน ในที่นี้สรุปได้ว่า Key ของอิสระภาพทางการเงินคือ การมีมูลค่าเวลาเพิ่ม คือมี "เวลา" ไปใช้ทำสิ่งที่ต้องการทำ หรือใช้เวลาเพื่อสร้างประโยชน์ สร้างความสุขให้กับตัวเราเอง แทนที่ต้องเสียเวลาทำงานแลกเงิน เพื่อสร้างประโยชน์ให้นายจ้างหรือนายทุนเจ้าของบริษัท เอาจริงก็อาจจะไม่ค่อยง่าย ยิ่งถ้ามีครอบครัว หรือมีรายจ่ายเพิ่ม ทำให้เงินเก็บเงินออมแต่ละเดือนอาจจะทำได้ไม่มากหรือไม่สามารถย้ายไปอยู่อาศัยต่างจังหวัดที่ค่าครองชีพต่ำได้ ดังนั้นคงต้องปรับให้เหมาะกับชีวิตของแต่ละคน แต่ประเด็นสำคัญคือต้องมี "เป้าหมาย" และเริ่มทำทันที แม้จะเล็กน้อ

Dividend volatility trading

  เมื่อคืนบรรยาย Downside protection ผมพูดถึง Dividend volatility trading. สไตล์การเทรดใช้ volatility และ correlation ไม่ใช่เรื่องใหม่และมีการพัฒนามากนานและหลากหลายรูปแบบมาก อันหนึ่งที่น่าสนใจคือ Dividend volatility trading หรือประเภท Dividend Arbitrage Strategies ใช้พฤติกรรมราคาของหุ้น ที่เกิดความไม่ปกติได้รับผลกระทบในวันขึ้นเครื่องหมาย(ex-dividend date) จ่ายปันผล บางหุ้นมีแรงขายกดดันทำให้ราคาหุ้นลงแรง กระทบกับอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาหุ้นนั้น เช่น stock options กลยุทธ์ Dividend Arbitrage ใช้โอกาสจากจุดนี้ โดยสรุปคือ ซื้อหุ้นก่อนขึ้นเครื่องหมาย และซื้อ Put option (ในบทความแนะนำ ITM เพื่อให้ premuim ไม่สูงและเกิดประสิทธิภาพทางต้นทุนในการ hedge ,ขณะเดียวกันไม่จำเป็นซื้อ ITM Put ในวันขึ้นเครื่องหมายทันทีเสมอไป อาจจะวางแผนล่วงหน้าได้) โดยประมาณหุ้นที่ซื้อ ใกล้เคียงกับขนาดสัญญา Options ส่วนการทำกำไร ก็รอหลังวันขึ้นเครื่องหมายเพื่อให้ได้ dividend ร่วมด้วย ผลลัพธ์สุดท้าย ปิดสถานะทำกำไรจาก Put option มาชดเชยผลขาดทุนจากราคาหุ้นลง(ถ้าถือหุ้นยาวต่อก็ไม่ต้อง ขายหุ้นทันทีก็ได้) Dividend Arbitrage ใช

บันทึก Stable Coin - THT

  กำลังเป็นประเด็นร้อน แต่อยากบันทึกข้อมูลเอาไว้ ด้าน ธปท. วันนี้ออกตัวแรง ประกาศห้าม หลังทนความร้อนที่มีการกล่าวถึงของ THT บน Terra Platform ไม่ไหว ประกาศเตือน"การทำ จำหน่าย ใช้ หรือนำออกใช้ วัตถุหรือเครื่องหมายแทนเงินตรา ที่เป็นความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 และเตือนว่าประชาชนไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับ THT เพราะจะไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย เสี่ยงการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ และเสี่ยงตกเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน" https://www.bot.or.th/.../Pre.../Press/2021/Pages/n1564.aspx ส่วนล่างเป็นแนวคิดเริ่มต้นของผู้สร้าง(ธันวา อาภรณ์ทิพย์) ทำ Proposal ไปที่ Terra Chain เพื่อเสนอโหวตจากกลุ่ม คอมมูนิตี้ แนวคิดไม่ซับซ้อนอยากมี เหรียญไทยบาท สำหรับการแลกเปลี่ยนบนโลก DeFi และให้ ไทยบาทดิจิตอลเป็น risk-diversified investment portfolio เท่านั้นเอง ผลโหวตออกมาดีมาก จนได้สร้างออกมา ตรึงมูลค่า 1 เหรียญต่อ 1 บาท ใช้ Luna บน Terra มาสวอป ปัจจุบันที่ใช้กันก็คือ พักเงิน เปลี่ยนเหรียญระหว่างการเทรด/การขุด แต่ตอนนี้ที่หลายคนกำลังรอ Peer to Peer Lending หรือ Antchor บน Terra Chain ซ

Remote Traders

  เมื่อคืนที่พูดถึงว่า ภาษาอังกฤษนี้เป็นสิ่งที่ช่วยเทรดเดอร์ให้พบโอกาสดีๆได้มากขึ้นทั้งเรื่องเงินทุนและดีลธุรกิจต่างๆ ยิ่งปัจจุบันเรามี internet เป็น leverage ให้กับโอกาสในการทำงานของเราได้ด้วย Remote Traders นี้เป็นอีกแขนงของการร่วมงานกับบริษัทต่างประเทศ ถ้าเรามีระบบเทรดดีๆ มีฝืมือจริงที่แสดงผ่าน Trading Record ระยะยาวได้ ก็สามารถสมัครร่วมงาน กับฟันด์ที่เปิดรับได้หลายเจ้าเลย โดยเฉพาะปัจจุบันการ WFH กลายเป็นที่ยอมรับและมีการปฏิบัติจริงช่วง covid-19 ผ่านมา รวมถึงมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากมายสนับสนุนการทำงาน หนึ่งในตัวอย่างที่ผมรีวิวให้ฟังของ sevenpointscapital เขารับสมัคร Remote Traders ทั่วโลก โดยการสมัครก็ลงรายละเอียดตามแบบฟอร์ม ,แนบส่ง CV แนะนำตัว , Trading Record 90 วัน และบางเฟริ์มในอเมริกา อาจจะต้องการ FINRA Series 57 License(เพื่อนเทรดเดอร์ที่เคยสอบเล่าให้ฟังว่าค่าสอบ $60 , online testing แบบตัวเลือก ) ร่วมด้วยกรณีถ้าได้ร่วมงานจริงกับเฟริ์ม , จากนั้นรอ การสัมภาษณ์ออนไลน์ ซึ่ง Remote Traders ถือเป็นอีกเส้นทางอาชีพและการเข้าถึงเงินทุนขนาดใหญ่(ตามลำดับขั้น)สำหรับในการเทรดได้ ปัจ

บันทึกผลการทดสอบ cwAlphaX รอบแรก

  การทดสอบรอบนี้โจทย์ค่อนข้างยากเพราะเวลาจำกัดแค่ 10 วัน(เทรดจริง 8 วัน) โดยการบัญชีทดลองใช้ Balance ที่ $50,000 , Max loss -10%, Max Daily Loss -5% ความท้าทายคือ เทรดให้ผ่าน Profit Target ที่ 5% ใน 2 สัปดาห์ ทำให้การเทรดต้องใช้ leverage และทำรอบการเทรด ให้เหมาะสมเพื่อสร้าง Profit ให้ได้ ซึ่งรอบนี้ใช้ กลยุทธ์การเทรด scalping และบริหารเงินแบบ Volatility Target Model (ลด position กรณีเกินระดับทุกสัปดาห์) โดยใช้ leverage ที่ 16x (4 unit * 2 layer รวมทั้งหมด 8 ไม้ย่อย ขนาด Position size = 1 lot / unit ) ผลการเทรด "ไม่ผ่าน" รอบนี้เทรดไป 41 ครั้ง, ด้วยความต้องเร่ง Profit ในเวลาสั้นทำให้เทรด lot size เล็กไม่ได้ รอ position ที่ติดให้หลุดก็ไม่ได้ ประกอบช่วงตลาดผันผวนมาก ช่วงผ่านมาทำให้ Max Daily Loss พุ่งเกินในสัปดาห์สุดท้าย น่าเสียตายมาก ทั้งที่สัปดาห์แรกค่อยๆไปคุมเกมส์ได้ดีแล้ว ,การเทรดระยะสั้น มีข้อจำกัดมาก ถ้าเลือก Product ไม่ดี โดยเฉพาะกรณีที่ไม่วิ่ง จะทำให้ ปั่นรอบทำ cashflow ไม่ได้ , การคุม Max loss ไม่ได้ยากแบบที่คิด เพราะถ้าเริ่มต้นมี cash buffer ดีการบริหารพอร์ต จะทำได้ไม่ย

The patterns of mistakes

  ไม่มีใครอยากผิดพลาด แต่แน่นอนว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่ชีวิตนี้คนเราจะไม่ผิดพลาด โดยเฉพาะถ้าเราต้องตัดสินใจในภาวะที่ข้อมูลจำกัด, เวลาจำกัด และมีแรงกดดันจากผลของการตัดสินใจ วันนี้เข้าไปอ่านบทความของเพจคุณ Ray Dalio เจอเรื่องหนึ่งน่าสนใจมากเกี่ยวกับ the patterns of mistakes โดยสรุปเขียนว่า ให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาด ที่เป็นผลผลิตจากความจุดอ่อนของตัวเรา เรียนรู้จุดอ่อน บันทึกความผิดพลาด และพัฒนาตัวเราเพื่อก้าวข้ามจุดอ่อนนั้น คุณ Ray dalio เขียนว่าทุกคนล้วนมี one big challenge หรือจุดอ่อนที่เราต้องก้าวข้าม เขาแนะนำให้เริ่มจากจุดอ่อนที่เป็นปัญหาที่สุด 1-3 อย่าง( "big three.")และเริ่มท้าทายตัวเองด้วยการยอมรับ และปรับปรุงตัวเราให้ก้าวข้ามมันไป แนวคิดนี้มาก แทนที่เราจะรีบลืม หรือ ปฏิเสธความผิดพลาดของเรา เปลี่ยนมา ยอมรับ และเรียนรู้จากมัน เพื่อจะได้ไม่ผิดพลาดซ้ำ ยิ่งทำให้เราแข็งแกร่ง และเติบโต ในอนาคต https://www.linkedin.com/in/raydalio/detail/recent-activity/