สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

Trader talk ep5 นิสัยไม่ดี ที่ควรละทิ้ง

จับเอาประเด็นคำถาม เรื่องคำแนะนำในการพัฒนาตัวเอง สำหรับปี 2019 ของน้องเทรดเดอร์ท่านหนึ่ง มาเล่าให้ฟังในรายการ trader talk ep5 นำเสนอแนวคิดการลดละนิสัยไม่ดี ที่ทำให้เราล้มเหลว หรือ จมปักอยู่กับที่เดิม
แนวคิดทั้ง 13 ข้อนี้ผมตัดมาจากบทความ 13 Things You Should Give Up If You Want To Be Successful ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการพัฒนาชีวิต การงานและด้านอื่นๆได้อีกด้วย
แน่นอนว่าอาจจะดูเยอะและทำได้ไม่ง่าย แต่เราสามารถลองท้าทายตัวเองด้วย ประเด็นที่สำคัญ 2-3 หัวข้อที่อยากลดละเลิก ก่อนก็ได้ ลองติดตามผลและทำให้จริงจัง จากนั้นค่อยพยายามพิชิต ทำเป้าหมายต่อๆไป อาจจะไม่สำเร็จในปีนี้ ก็อย่าเพิ่งล้มเลิกครับ ทำต่อไปจนกว่าเราจะเห็นผลดีที่เกิดต่อชีวิตและ การพัฒนาตัวเรา


ท่านที่ไม่อยากอ่าน ลองฟังสรุปเพลินๆได้จาก link ด้านล่างครับ
https://youtu.be/uftMMVP-lp8

Major Asset Classes 2018 Performance

พอดีเมื่อวานมีน้องท่านหนึ่งของข้อมูล return ของ asset class สรุปปี 2018 เอาไว้ วันนี้ผมเลยนำภาพกราฟิกสรุปจาก visualcapitalist มาแปะไว้ให้ จากภาพจะเห็นกลุ่ม currency ปี 2018 อาการไม่ค่อยดี แถมฉีกกว้าง (ปกติถ้าแกว่งแคบ range ไม่กว้าง,จบปี return ไม่สูงเกิน 1SD พวกนี้จะทำรอบเล่นกับ volatile ได้ดีกว่า การเคลื่อนที่ไปด้านใดด้านหนึ่งของราคาตามโมเมนตรัม ถ้าใครจับทางถูกก็ได้ผลตอบแทนมากตาม เช่นเดียวกันถ้าผิดก็ขาดทุนหรือรับผลการโตของ DD ไป) สิริสกุลใหญ่ติดลบ CAD -6.3% , AUD -9.9%, GBP -5.9% ด้าน USD +4.6%


ด้าน asset ทั่วไป VC จัดอันดับผู้ชนะและผู้แพ้ไว้ พวกนี้คือ extreme ปกติถ้าใครจับถูกก็กำไรงาม จับผิดก็โดนหนัก ด้านผู้ชนะราคาเติบโตในปี 2018 ได้แก่ หุ้น AMD +79.6% เช่นเดียวกับกลุ่มคลาสิก ประเภท ไวน์สะสมเก่าๆ ,งานศิลปะ ด้านผู้แพ้ที่ราคาถดถอยหนักได้แก่ หุ้นเก่แก่ 100 ปีอย่าง GE -56.6%, หุ้นซอส heinz -44.7% และขาดไม่ได้คือ bitcoin -75.4%

อ่านข้อมูล asset class อื่นๆเพิ่มเติม จาก

Venezuela Crisis 2019

สถานการณ์ใน Venezuela ก็เข้มข้น ตอนนี้มีการประท้วง ปะทะมีคนเจ็บ ล้มตายเกือบทุกวัน ประเทศ Venezuela แยกสองขั่ว มีสองประธานาธิปดี ฝั่ง Juan Guaidó ก็สามารถเรียกประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงเพราะปัญหาเศรษฐกิจ Hyperinflation และความยากลำบาก คนตกงาน ไม่มีอาหารกิน ออกมาประท้วงได้จำนวนมากหลายหมื่นตามท้องถนนและสถานที่ต่างๆ แถมยังได้กระแสสนับสนุนจากหลายประเทศ ทั้งยุโรป และสหรัฐ ด้าน Nicolas Maduro ยังครองอำนาจ กำลังทหาร บวกได้การสนับสนุนจาก รัสเซีย
ประเด็นน่าสนใจจากรายงานการวิเคราะห์นี้คือ Venezuela อาจจะไม่จบง่ายๆเพราะมาถึงจุดที่ประชาชนเหลืออด แน่นอนว่า Juan Guaidó อาจจะล้มเหลว แต่ก็จะมี คนต่อๆไป กล้าขึ้นมาท้าทายอำนาจของ Nicolas Maduro เพราะได้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากและชาติประชาธิปไตย อย่างสหรัฐ ยุโรป หนุนหลัง



อีกประเด็นเป็นเรื่องสงครามตัวแทน ระหว่างสหรัฐ และรัสเซีย(+จีน+บราซิล) ซึ่งรัสเซียไม่ต้องการสูญเสียอิทธิพล ในทวีป(ด้านพันธมิตรและจุดยุทธศาสตร์ทางการทหาร)และผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำมัน จำนวนมากใน Venezuela ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้ามีการปรับปรุงแท่นเจาะหรือลงทุนเทคโนโลยีใหม่ Venezuela น่ากลับมาเป็นอันดับต้นของ OPEC ในการส่งออกน้ำมันได้ แต่ปัจจุบันทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของรัฐบาล ประสบปัญหาเรื่องงบประมาณ
สิ่งที่นวค.การเมือง ส่วนมากเห็นตรงกันคือ สถานการณ์ใน Venezuela อาจจะเป็น ประเด็นหลักในปี 2019 หลังในซีเรีย และยูเครน ดังนั้นคงติดตามและประเมินความเสี่ยงของสถานการณ์กัน ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
https://yhoo.it/2DXqNIG

สถานการณ์ภาคอสังหาฯออสเตรเลีย

หน้าที่ของเราคือ หาข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเตรียมตัวรับมือกับ risk ที่อาจจะเกิด แน่นอนว่ามันอาจจะเกิดหรือไม่เกิด เกิดหนักเกิดเบาอันนั้นก็คงต้องเป็นเรื่องของอนาคตสำหรับส่วนตัวผมไม่คาดเดา แต่เน้นการเตรียมพร้อมรับมือมากกว่า
ที่น่าสนใจคือตั้งแต่ปลายปี 2018 ภาคอสังหาของออสเตรเลีย ดูเหมือนจะเป็นประเด็นร้อนที่มีการกล่าวถึงหนักขึ้นเรื่อยๆ มาพร้อมตัวเลขราคาอสังหาในเมืองใหญ่ เช่น ซิดนีย์ ที่ถดถอยตกลงราวๆ -20% ที่น่าตกใจคือตัวเลขจากนักวิเคราะห์บางกลุ่มที่ออกมาประมาณว่า ตัวเลขการกู้เงินเพื่อผ่อนบ้านมีจำนวนไม่น้อยที่ประสบกับปัญหา และมีตัวเลขการเพิ่มของผู้กู้/จำนองบ้านรอบ 2 สิ่งที่หนักไปกว่านั้น กูรูมองว่าบ้านหลายแสนหลังที่ราคาตกลงหนักต่อเนื่อง แม้เจ้าของบ้านจะขายบ้าน ที่ราคาตลาด ณ ปัจจุบัน ยังต้องติดหนี้ธนาคารผ่อนชำระยอดเงินต้นต่อ


ผมไม่ลงตัวเลขที่ประเมินเพราะเดียวจะ panic อยากทราบลองดูในคลิปรายการ 60 Minutes Australia ซึ่งนำเสนอประเด็นปมปัญหาในภาคอสังหาของออสเตรเลีย ทั้งเรื่องอาคาร ample tower ที่เกิดร้าวหลังเปิดได้ไม่ถึงปี จนต้องอพยบคนออก ทำให้นักลงทุนจำนวนมากขาดทุนหนัก และปัญหาการตกต่ำของราคาอสังหาริมทรัพย์ การขายโครงการไม่ออกจำนวนมาก รวมถึงยอดการลงทุนในอสังหาของต่างชาติที่ถดถอยลง สอดคล้องการเตือนของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ในปีที่แล้วหลายเจ้าเช่น HSBC ที่เตือนระวังฟองสบู่ที่อาจจะเกิด
รายการนี้ถือเป็นรายการแนวเจาะลึกที่มีชื่อและน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง อยากทราบรายละเอียดและสถานการณ์ที่เกิด ลองเข้าชมคลิปได้จาก link ด้านล่างครับ

วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

Robust Asset Allocation for Robo-Advisors

วันนี้นั่งหาบทความเกี่ยวกับการทำ RoboAdvisor ไปเจอหลาย paper ที่น่าสนใจ แต่อันหนึ่งที่ชอบสุดคือ paper ของ Amundi Asset Management เขียนเรื่อง Robust Asset Allocation for Robo-Advisors
paper นี้ค่อนข้างยาว 70 กว่าหน้า ผู้วิจัยแนะนำแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของพัฒนา Robo-Advisor ซึ่งนิยามปัจจุบันคือการทำ automated portfolio management แต่หลายเจ้ายังใช้คน( human-based ) เพราะมองว่า portfolio optimization เป็นงานที่ยากโดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับภาวะความไม่แน่นอน และความผันผวนของตลาด ประเด็นหลักๆพูดถึง

- เทคนิคและข้อจำกัด mean-variance optimization ,การสร้างพอร์ตให้เกิด maximum Sharpe ratio (risk/return trade-off ) แบบเดิม การ overfit ของโมเดลกับ data ในอดีต ที่ทำให้การ optimize น้ำหนักของโมเดล ไม่สามารถทำงานได้ดีในภาพตลาดที่แตกต่างจากอดีต ส่งผลให้พอร์ตมีความผันผวน
- การทำ hedging portfolios ,การเลือก asset ในจากค่า ความสัมพันธ์(correlation) เพื่อทำ diversification
- นำเสนอเรื่อง portfolio regularization แก้ข้อจำกัดของ MVO portfolio แบบเดิมโดยกล่าวถึงการใช้ L1 และ L2 Regularization Methods (Ridge regression ผสม Lasso regression) เทคนิคการแก้ overfitting ในงาน regression model ที่ดูจะมีประสิทธิภาพดีกว่า cross-validation ในกรณีที่สร้างโมเดลสำหรับรองรับ Feature จำนวนมาก
-ผู้วิจัยเชื่อว่าแนวคิดการนำ regularization และ sparsity มาใช้จะช่วยทำให้ robo-advisor สร้างโซลูชั่นใน portfolio optimization ได้ดีขึ้น
สรุปสั้นๆ แต่โดยรวมถ้าทำงานด้านนี้ คุ้มค่าการอ่านมากส่วนตัวกำลังทำ Deep learning กับ portfolio optimization อยู่เช่นกัน ซึ่งหลายแง่คิดใน paper นี้เราเอาไปประยุกต์ได้ โดยเฉพาะเรื่องของ regularization และ sparsity
เข้าไปดาวน์โหลดได้จาก

Block Battle – Who’s The Next Satoshi

ออกตัวก่อนว่าบทความนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเทรด bitcoin (กลัวจะมีคนเข้าใจผิด) แต่ผมจะมาแนะนำรายการที่มีโอกาสได้ดูสุดสัปดาห์นี้ ที่ชื่อ Block Battle ให้พวกเราได้ติดตามกัน
Block Battle เป็นรายการโชว์ของเกาหลีใต้ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งรูปแบบเหมือนรายการประกวดไอเดียธุรกิจ แบ่งเป็นการนำเสนอแนวคิดและโปรเจคที่พัฒนาจริง ทำงานได้จริง รับผู้ร่วมแข่งขันจากทั่วโลก ทุกระดับตั้งแต่ นักศึกษา นักพัฒนา ยันผู้ประกอบการ startup

แบ่งการแข่งเป็นรอบๆ เริ่มจากรอบแรกการคัดเลือก(ตรวจสอบรายละเอียดว่าทำงานได้จริง) รอบ Pitch ต่อกรรมการ และรอบ Battle แข่งนำเสนอ paper เชิงเทคนิค บวกกับมีคะแนนโหวตจากทางบ้านตามสไตล์เกาหลีอีกด้วย
รายการปนภาษาเกาหลีใต้และภาษาอังกฤษ มีซับ eng ให้อ่าน ทำให้พอชมได้ สิ่งที่ชอบ กรรมการเก่ง มีความรู้ลึกดีมาก ไม่ได้มโนหรือรู้แบบตื้นๆและมาพูดให้ความเห็นแบบทั่วไป แถมมีครบทุกด้านทั้งด้านผู้เชี่ยวชาญสายพัฒนา ด้านการตลาด ด้านของสายการเงิน(investment fund) ตรงนี้ทำให้ผู้ชม ได้มุมมอง แง่คิดและได้ประสบการณ์ เพิ่มระหว่างชมการแข่งไปอีก


สนใจดูออนไลน์บน youtube ได้มีซีซั่นแรกมี 5 ตอนสนุกและได้แง่คิดดี ดูจบอยากไปลองทำโปรเจคกันเลย ส่วนผู้ชนะซีซั่นนี้คือ GRABITY เป็นการนำเอา blockchain พัฒนาเครือข่าย internet รูปแบบใหม่แบบ decentralized network ที่มาแก้ปัญหาเรื่องการรับส่ง การเก็บกระจายข้อมูล รายละเอียดน่าสนใจมากแต่ผมไม่ขอลงลึก ลองไป white paper ได้จากลิงค์ (นึกถึงโปรเจค new internet ของ Richard ในซีรีย์ Silicon Valley เลย)

หลายโปรเจคอาจจะไม่ใช่ไอเดียใหม่ แต่การ implement ด้วยเทคนิคและรายละเอียดนี้น่าสนใจมาก ส่วนตัวผมเชียร์ DATAM เขาใช้ Blockchain ไปเทรด carbon credits จุดนี้ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและช่วยพัฒนารายได้ให้ประเทศที่มีป่าไม้ ส่งเสริมการปลูกป่าได้อีก
เข้าไปดูรายการ และศึกษารายละเอียดแต่ละโปรเจคที่ผ่านรอบสุดท้าย 12 Blockchain projects ได้ที่
http://www.nextsatoshi.com/ 

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรด

ปัจจุบันมี email ถามเรื่องการเลือกใช้ระบบเทรด และกลยุทธ์การเทรดเยอะมากๆ หลายคนเจอระบบเทรดแบบต่างๆที่มีการโฆษณา มีการกล่าวถึงมากมาย บางก็ลองแล้วไม่รุ่ง ลองแล้วยังขาดทุนและไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่จริงจังได้

ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ระบบเทรดไม่ดี หรือตัวเราไม่เก่ง ไม่มีความสามารถเสมอไป บ่อยครั้งอาจจะเกิดจากความไม่เหมาะสม ของตัวเราที่มีข้อจำกัดแตกต่างเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถใช้ระบบเทรดหรือกลยุทธ์ตามคนอื่นๆ แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่ดี เหมือนกัน


ดังนั้นวันนี้เอาประเด็น "ข้อจำกัด" มาอธิบายให้ลองฟัง และคิดตามกัน เพื่อจะได้พิจารณาข้อจำกัดในตัวเรา แล้วใช้ข้อมูลเหล่านั้นวางแผน เพื่อพัฒนาระบบเทรด ที่มีรายละเอียด เลือกใช้กลยุทธ์ได้เหมาะกับตัวของเราเอง
รับฟังได้จาก #tradertalk ep4 :ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเทรด

staggered stop-loss strategy

เช้านี้นั่งอ่านบทความเกี่ยวกับ money management ไปเจอกลยุทธ์ด้าน exit strategies หนึ่งชื่อ staggered stop-loss strategy วิธีการไม่มีอะไรซับซ้อน แต่น่าสนใจตรงใช้ profit ที่เกิดมาปรับส่วนของ risk per trade ให้ขยับขึ้นลงแปรผันไปตาม ราคา asset ที่เพิ่มขึ้นตามช่วงเวลา
ไอเดียนี้หยืดหยุ่นกว่า volatility based stoploss เพราะคำนวณง่าย และสามารถประยุกต์ใช้กับการเทรดสินค้า แบบกลุ่มที่มีความสัมพันธ์(correlation)ระหว่างกัน แต่มีระดับความผันผวนมีระดับต่างกัน ได้อีกด้วย


ลองอ่านรายละเอียดจากภาพ (capture มาจากเอกสาร ไม่มี link)
ปล. อีกอันที่น่าสนใจคือเขาเขียน ภาพการวาง stoploss แบบกราฟ payoff diagram ของ options ตรงนี้ดูอธิบายไอเดียได้เห็นภาพดี

วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

09.00 AM Monday Reads

- How Marie Kondo Is Really Cleaning Up (at the Bank), ชัยชนะของ Netflix กับโมเดลรายการรูปแบบใหม่ (local-language and cross-border shows) ,  Marie Kondo แนวคิด "spark joy" กับการจัดการบ้าน, ลดละทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือไม่มีบทบาทต่อความสุขในชีวิต, ยอดบริจาคสิ่งของในอเมริกาพุ่งสูงสุดรอบหลายปี หลังเดือน มค. ที่ netflix ออกอากาศรายการ
https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-01-29/marie-kondo-conquered-netflix-and-is-now-training-cleaning-consultants

- MIT professors กล่าวหาว่า Ford นำขโมยเอา dual port- และ direct-injection technology ที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในรถกระบะขายดี ยอดขาย $42 billion รุ่นใหม่ในสหรัฐ, ด้าน Ford ปฏิเสธระบุเป็นการกลั่นแกล้งจากคู่แข่ง
https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-02-02/best-selling-trucks-use-tech-mit-says-ford-stole-from-professors



-  Short-term Luck Versus Long-term Skill , การยึดติดกับ  short-term performance ไม่ใช่เรื่องดี บางครั้งทำให้หลงทางและล้มเหลวในที่สุด, ไม่ควรหวังพึ่งโชค เข้าใจหลักความน่าจะเป็น
http://jimoshaughnessy.tumblr.com/post/137235375474/short-term-luck-versus-long-term-skill

- Australia is heading for a housing-driven economic slowdown, Australian recession ความวิตกกังวลในตลาดอสังหาริมทรัพย์ + การขยายตัวเศรษฐกิจที่ชะงัก , bond yields ถดถอยต่อเนื่อง
https://www.livewiremarkets.com/wires/australia-is-heading-for-a-housing-driven-economic-slowdown

-Australian building approvals slump as property woes deepen , ข้อมูลตัวเลขภาคอสังหาของออสเตเรีย ยังออกมาไม่ดีต่อเนื่อง
https://t.co/6ox3yFBPDi

- Aussie dollar weaker, ภาวะถดถอยและการอ่อนตัวในค่าเงิน AUD
https://reut.rs/2S5Fmmb

-The Economics of Owning a Home, ถกประเด็นเช่าหรือซื้อบ้าน ดีกว่ากันในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
https://theirrelevantinvestor.com/2019/02/02/the-economics-of-owning-a-home/


https://theirrelevantinvestor.com/2019/02/02/the-economics-of-owning-a-home/
- Getting Started with the NAG Library for Python ,  NAG Numerical Library ,สำหรับงานคำนวณ math , optimization และสมการ,สอนวิธีใช้งานเบื้องต้น
https://www.youtube.com/watch?v=com1tv2eOqA

- There's a new movie coming out about high-speed trading on Wall Street, "The Hummingbird Project, หนังออกใหม่เกี่ยวกับ HFT การช่วงชิงโอกาสทำเงิน
https://www.businessinsider.com/hummingbird-project-trailer-high-speed-trading-on-wall-street-movie-2019-1



วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

รีวิวหนังสือ "เวลามีค่ากว่าทองคำ"

วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "เวลามีค่ากว่าทองคำ" เป็นหนังสือเกี่ยวกับ time management เขียนโดยคุณ Brian Tracy นำมาแปลไทยโดยคุณ นัฏฐิกา ไชยสุข

เป็นหนังสือที่เขียนอ่าน สนุก เข้าใจง่าย มองเวลา เป็นเหมือน asset ตัวหนึ่ง ที่เราใช้แลกสิ่งต่างๆในชีวิต หนังสือเขียนตั้งแต่เรื่องมุมมอง เกี่ยวกับเวลา , การวางแผนบริหารจัดการ และการลงมือปฏิบัติ

คือถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ หรือ เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการเวลา ตั้งแต่อายุ 20 กว่า ผมว่าน่าจะช่วยให้ประสบความสำเร็จ ได้เร็วและดียิ่งขึ้น จะไม่เอาเวลาไปสูญเปล่า หรือเอาไปแลก "เงิน" แลก "สิ่งของ" แลก ความสุขระยะสั้น ที่มันไม่คุ้มค่า ไม่เกิดประโยชน์แท้จริงต่อตัวเรา เพราะเวลาบนโลกของแต่ละคนมันมีจำกัด และมันมีไม่เท่ากันทุกคน (บางทีเราคิดว่า อายุ ไม่มาก มีเวลาบนโลกอีกเยอะ ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นจริงเสมอไปก็ได้ เพราะเราไม่มีทางคาดเดาอนาคต หรือ วันตายได้แน่นอน)




รวมไปถึงการคิดเชิงกลยุทธ์ เช่นการใช้ "เงิน" ซื้อเวลาเช่นยอมนั่งรถไฟฟ้า แทนรถเมล์ ขสมก. เป็นต้น ฝึกทำให้เราฉลาดที่จะคิดตัดสินใจ เอาเวลาไปแลก หรือนำไปใช้ เพื่อทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในอนาคต

อีกประเด็นที่น่าคิดเมื่อได้อ่านหนังสือนี้คือ เรากำลังโดนเอาเปรียบเรื่องเวลา อยู่หรือไม่?? เช่นทำงานได้ผลตอบแทนน้อย, โดนเอาเปรียบเรื่องภาระงาน, การโดนหลอกว่าของฟรีไม่เสียเงินแต่เสียเวลา!!! รวมไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่มีความก้าวหน้าหรือถูกหลอกให้รอ ประมาณนี้

จริงๆแนะนำให้ลองหามาอ่านกันครับ เรื่อง time management ผมว่ามีความรู้ไว้ ยิ่งช่วยทำให้เราจัดการชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น สุดท้ายได้เลิกบ่นว่าไม่มีเวลา เสียที


Interview with Ray Dalio - Davos 2019


มุมมองของคุณ ray dalio ยังไม่เปลี่ยนจากปีก่อน เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเจอ recession ในช่วงราวๆ 2020

สรุป เนื้อหาคราวๆจากคลิปสัมภาษณ์ คุณ dalio ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจโลกจะพบการชะลอตัวทั้ง สหรัฐ ยุโรป จีน ญุี่ปุ่น และ ไม่ใช่แค่เรื่องของ เศรษฐกิจ(เรื่องของหนี้)อย่างเดียว แต่คุณ dalio เชื่อว่าปมประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ที่มาพร้อมช่องว่างระหว่างคนจน คนรวย(Wealth gap) จะทำให้เกิดการเผชิญหน้าของขั่วการเมือง 2 ฝ่าย ทั้งในและนอกสภา นำมาซึ่งปัญหา โดยเฉพาะช่วงปี 2020 อยู่ช่วงเทศกาลเลือกตั้ง ปธน.


รวมไปถึงขีดจำกัดของ ธนาคารกลางในการรับมือ กับภาวะวิกฤติหรือการชะลอตัวเศรษฐกิจรอบใหม่กรณีที่เกิดในเวลาอันสั้น สุดท้าย 3 ประเด็นเหล่านี้ มีผลต่อนักลงทุน รายใหญ่ รายย่อย สถาบันการเงิน (ส่วนใหญ่ long และใช้ leverage ด้าน long ช่วงภาวะตลาดขาขึ้น) ที่ต้องมีการปรับแผนการลงทุน หลังตระหนัก ความเสี่ยงที่รุนแรงมากขึ้น จุดนั้นก็จะได้เห็น การเปลี่ยนแปลงของตลาด อย่างมีนัยยะ

ปล. ฟังเพิ่มเติมได้จาก clip vdo ค่อนข้างจะสนุก เพราะ ray dalio พยายามจะตอบโต้กับ พิธีกรที่พูดแข่ง แย้งขึ้นมา

The Global Risks Report 2019


วันนี้นั่งอ่านรายงาน The Global Risks Report 2019 ของ World Economic Forum พบว่ามีหลายประเด็นน่าสนใจมาก โดยเฉพาะการประเมินความน่าจะเป็นและผลกระทบของ risk ที่จะเกิดในปี 2019

ตรงนี้มีทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยีและภาวะแวดล้อม ที่เชื่อมโยงกัน รายงานนี้เขียนรายละเอียด และรวบรวมข้อมูล อธิบายประเด็นได้ดีเข้าใจง่าย ความยาวกว่า 114 หน้า

พวกเราเทรดเดอร์ หรือ นักลงทุน ก็สามารถใช้ข้อมูล เหล่านี้ ในการวางแผน ปรับกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับ risk ที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะส่วน macroeconomic risks และ geopolitical risk ซึ่งหลายประเด็นอาจจะไม่ได้เป็นความเสี่ยงระยะสั้น แต่ในด้านการวางแผนสำหรับ long term portfolio น่าจะใช้ประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว



ใครสนใจลองเข้าไป download มาอ่านได้จาก link ด้านล่างครับ

World Economic Forum

Wealth gap

งาน World Economic Forum นอกจากประเด็นความตรึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐแล้ว ยังมีเรื่องของ ความเหลื่อมล้ำ ช่องว่าระหว่างคนจนและคนรวยที่กว้างขึ้น

สื่อหลายเจ้านำเสนอประเด็นนี้โดยเฉพาะตัวเลขสถิติ เช่น
ทรัพย์สมบัติ ของคนรวยนั้นเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่คนจนทรัพย์สมบัติกลับลดลง ค่าเฉลี่ยของคนจน 3.8 billion คนนั้นมีรายได้น้อยกว่า $5.5 ต่อวัน



รายงานของ oxfam ระบุปัจจุบันสินทรัพย์ของมหาเศรษฐี นั้นเติบโตขึ้นมากกว่าอดีตหลายเท่าตัว คิดค่าเฉลี่ย 2.5 billion ต่อวัน รวมไปถึงความได้เปรียบ เช่นสิทธิ์ทางภาษีและข้อยกเว้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจ จากนโยบายการเมืองของประเทศต่างๆ

นักข่าวมองว่า อาจจะได้เห็นการอภิปรายหรือหาทางออกเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ ที่กำลังอาจจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ของโลกในอนาคต ใน theme หัวข้อ Globalization 4.0 ด้วย

จากภาพ บลูมเบริ์กรายงานสินทรัพย์ ของเหล่ามหาเศรษฐีพันล้านคนดัง เทียบขนาดสินทรัพย์จากปี 2009 ถึง ปี 2019 เราจะเห็นถึงการเพิ่มขึ้น อย่างที่เรียกว่า มหาศาลเลยมีเดียว

อ่านเพิ่มเติม

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

5 things I learned from John C. Bogle

-John C. Bogle ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งกองทุน Vanguard Group ตำนานนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ของอเมริกา กับเจ้าของฉายา father of index fund
-เมื่อวาน 16-01-2019 เขาได้เสียชีวิตลงในวัย 89 ปี
- John C. Bogle เกิด 1929 มาจากครอบครัวที่ยากจนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ Great Depression.
- เขาจบปริญญาตรี economics and investment จาก Princeton University ปี 1951
- เริ่มทำงานที่ Wellington Fund สร้างผลงานจนได้ขึ้นเป็นผู้บริหารกองทุน ปี 1970 ได้ขึ้นเป็น chairman ของ Wellington
-ในปี 1974 เขาลาออกแล้วก่อตั้งบริษัท Vanguard Group เป็น mutual fund สไตล์ inexpensive mutual funds ที่เน้นการ ลงทุนใน market index เช่น S&P 500 index เพื่อสร้างผลตอบแทนตามสภาวะตลาด (ไม่เน้นการเอาชนะตลาด) ลักษณะ passive-investing
-มีปัญหาด้านสุขภาพ ปี 1999 ก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหาร Vanguard แต่ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของบริษัท ควบคู่กับงานด้านการวิจัยและให้ความรู้ที่ Bogle Financial Markets Research Center
- เขาสร้างฐานะความมั่นคั่งให้กับชีวิต เริ่มต้นจากการเป็นคนชั้นกลาง กลายเป็นมหาเศรษฐีของอเมริกา มีสินทรัพย์ $80 million
- วลีทองของ Bogle คือ “Don’t look for the needle in the haystack. Just buy the haystack,”
-ปัจจุบัน Vanguard เป็นยักษ์ใหญ่อันดับต้นของอุตสาหกรรม asset-management มี AUM ระดับ $5.3 trillion 



- นักลงทุนผู้อยู่รอดประสบการณ์ 66 ปี ผ่าน Great Depression, World War II, Black Monday, dot com bubble และ financial crisis.
ฟังต่อเพิ่มเติมได้จากรายการ Trader talk 2019
https://youtu.be/JWyZlBDEnwA

Risk Map 2019


วันนี้นั่งอ่านบทความของ Ben Carlson แห่ง Ritholtz Wealth Management เขาพูดถึงความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่จะเกิดในปี 2019 มีหลายประเด็นที่ต้องติดตามกัน รวมไปถึง idea เรื่องการวางกลยุทธ์การเทรด สอดรับกับ theme ของความไม่แน่นอนที่จะเกิด โดยอิงจาก riskmap ในปี 2019 ซึ่งนวค. จาก controlrisks ได้มีการสรุป Top Five Risks for 2019 เอาไว้ ดังนี้
1. US-China trade rift foretells a new global order
> ประเด็น trade war ระหว่างจีนและสหรัฐ ที่มีการมองว่าจะกระทบไปถึง geopolitical และธุรกิจของบริษัทต่างๆ ที่ติดอยู่ตรงกลาง ระหว่างการโต้ตอบของจีนและสหรัฐ
2. The global data switchback ride
> ประเด็นเรื่องของข้อมูลและการใช้ประโยชน์ของข้อมูล จากธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทไอทีและเทคโนโลยี กลายมาเป็นประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ที่ดูเหมือนกลุ่ม EU และ US มองไม่ตรงกัน ทำให้การเป็นข้อขัดแย้ง ประเด็นนี้รวมไปถึงภัยคุกคาม cyber security อีกด้วย


3. American political gridlock
> ความเห็นไม่ลงตัวของพรรคการเมือง Democrats ที่ครองเสียงสภาล่างและRepublican ครองเสียงในสภาสูง หลายนโยบายที่ต้องผ่านสภา ดูเหมือนจะไม่ง่ายและอาจจะทำให้เกิดปัญหาทางการเมือง เหมือนปัจจุบันสหรัฐกำลังเผชิญ อยู่ อาจจะนำมาซึ่งการขาดเสถียรภาพทางการเมือง
4. Extreme weather disruption
> ปัญหาสภาพอากาศที่แปรปวน และรุนแรง เช่น พายุ น้ำท่วม ไฟป่า จะกระทบต่อธุรกิจและภาคการเกษตร ทำให้เกิดความเสียหาย และกระทบต่อเศรษฐกิจ
5. Multinationals becoming nationless
> ประเด็นชาตินิยม ผลกระทบ nationalist politics ต่อธุรกิจ
ลองเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้จาก link ข้างล่าง และหาข้อมูลกันต่อ ว่ามันจะกระทบต่อ สินทรัพย์ต่างๆในพอร์ต หรือกลยุทธ์การเทรดของเรามากน้อยอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม
https://www.controlrisks.com/riskmap/top-five
ดาวน์โหลด risk map
https://www.controlrisks.com/riskmap/maps