สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เหรียญสองด้านกับการเป็นเทรดเดอร์ (Trader who lost $456 million)

Alexis Stenfors อดีต currency trader ของ Merrill Lynch เขากลายเป็น ตำนาน rogue trader หลังจากตอนปี 2009 เทรดผิดพลาด ทำให้สูญเสียเงินจำนวน 456ล้านเหรียญ

ด้วยประสบการณ์ 15 ปี และเพิ่งผ่านพ้นการทำกำไรระดับ 7 หลักได้มาจากปีก่อนหน้า ทำให้ประมาท บวกกับความเชื่อว่า ตัวเขาสามารถอ่านและทำนายทิศทางตลาดได้ ทำให้ Stenfors เทรดแบบ ประมาท over trade เขาเปิด Position ขนาดใหญ่หวังทำเงิน แล้วขาดทุนก็ พยายามกลบ ทำให้สุดท้ายขาดทุนรวมกันมูลค่า $100m และความผิดพลาดทำให้เกิดการขาดทุนครั้งใหญ่เมื่อความแตก เขาก็โดนไล่ออก

การขาดทุนครั้งนั้นทำให้ เขาโดนแบนจากโลกการเงิน 5 ปี เขาทนทุกข์จากความเจ็บปวด ผิดหวังและ อับอายที่โดนสื่อกล่าวโทษว่าเป็น rogue trader ต้องเขาพบจิตแพทย์ เพื่อบำบัดอาการเครียด ซึมเศร้า ถึง 2 ปี หลักจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นอีกครั้ง กลับเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยจนจบ PHD และเริ่มทำงานเป็น อาจารย์ ด้าน เศรษฐศาสตร์และการเงิน ที่ Portsmouth University

ล่าสุด เขาออกหนังสือ ชื่อ "Barometer of Fear" เขาถ่ายทอดประสบการณ์การเป็น currency trader ในสถาบันการเงินขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องราวของ ความเครียด ความกดดัน และ ความเลวร้ายจากการขาดทุนที่ต้องเจอ

โดย Stenfors เปรียบเทียบ อาชีพเทรดเดอร์ว่าเหมือนกับการทำงานใน nuclear reactor ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เครียดและพร้อมจะระเบิดได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีภาวะการกดดันจาก
การแข่งขัน ผู้บริหารบริษัทกระตุ้นให้ทำเงินตลอดเวลาเพื่อสร้างผลงาน รวมถึงการลงโทษเช่นการไล่ออก หรือเสนอให้ย้าย กรณีเทรด เดอร์ทำผลงานไม่ดี 





บริษัทพยายามกดดันและจูงใจให้เทรดเดอร์ทำเงินมากๆ ด้วยข้ออ้างที่ว่า รีดศักยภาพ แต่เมื่อขาดทุน หรือผิดพลาดก็ต้องโดนลงโทษ และกลายเป็นแพะรับบาป ซึ่งเขาพยายามถ่ายทอดให้เห็นว่า การเป็นเทรดเดอร์สถาบันการเงินใหญ่ ไม่ได้มีแต่ด้านบวกเหมือนที่หลายคนคิด นอกจากนี้หนังสือของเขายังเปิดประเด็นช่องทางการเอาเปรียบและการฉ้อโกง บิดเบือนตลาด Libor และ foreign currency

เรื่องราวพวกนี้น่าสนใจ เพราะเราได้เรียนรู้จาก ผู้แพ้ ได้เห็นอีกด้าน ที่แท้จริงของตลาด ดีกว่าฟังเรื่องแฟนตาซีที่มีแต่ด้านบวก ทำเงินง่าย มากมายมหาศาล หลายแสน หลายล้านเหรียญ จากตลาดอย่างเดียว

อ่านบทความเต็มได้ที่
https://www.theguardian.com/business/2017/may/07/whats-it-like-to-lose-350m-pounds-rogue-trader-barometer-of-fear




Amibroker Tutorial

Amibroker Tutorial III อัพโหลดขึ้น YouTube แล้วนะครับ ซึ่งพาร์ทนี้สอนเรื่องการสร้าง Exploration เครื่องมือการสกีน ค้นหาหุ้นตามเงื่อนไขเชิงเลข และจากผลลัพธ์การประมวลผลด้วย technical analysis ด้วยการเขียนตัวกรองภาษา AFL
โดยมีทั้งหมด 6 ตอน ความยาวประมาณ 90 นาที สมาชิก cway ที่ต้องการเรียนรู้และพัฒนาศัยภาพการเทรดในวันหยุดลองแวะเข้าไปดูได้จาก link ด้านล่าง ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ครับ
1. Analysis Window
- การใช้งาน Analysis Window
https://youtu.be/yt-Y2mtSajo
*****
2. Creating your own exploration 01
-เรียนรู้หลักการทำงานของ exploration
- การสร้างเงื่อนไขตัวกรอง filter ด้วยภาษา AFL
https://youtu.be/YlYM6AOlWzc
*****
3. Creating your own exploration 02
- เรียนรู้เรื่องการใช้ addcolum() , การแสดงผล Result Table
- การสร้างเงื่อนไขจาก ข้อมูล Price & Volume
https://youtu.be/B45sW2UqepQ
*****
4. Creating your own exploration 03
- การเขียน code สร้างเงื่อนไขคัดกรองหุ้นจาก watch list
- การสร้าง percent rank แสดงผลตามการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลราคา
https://youtu.be/aaSDctjlDzk
*****
5. Creating your own exploration 04
- สร้าง filter ด้วย AFL ลักษณะ Buy/ Sell Signal
- การตกแต่งแสดงสีข้อความ ในตาราง result list
https://youtu.be/nYxrJ2OZXT8
******
6. Creating your own exploration 05
-การเขียนเงื่อนไขกรองหุ้นด้วย TA Function
- สร้างวิเคราะห์เงื่อนไขจาก price volume & Volatility
-การคัดกรองหุ้น เริ่มออกตัวด้วยกลยุทธ์ Breakout Strategies
https://youtu.be/pA3tcH_5RlM

รายการ vdo ซีรีย์ Amibroker tutorial ทั้งหมด



Venezuela กับค่าเงินที่เป็นศูนย์

Venezuela น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีมากทั้งเรื่อง การเมือง
เศรษฐกิจ ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลก และค่าเงิน จำได้สองปีก่อน 2015 มีกูรูฝรั่ง บอกว่า Venezuela ค่าเงินคงไม่ลงไปถึง ศูนย์ ไม่น่าเกิน -75%
วันนี้ค่าเงิน Venezuela ลงไปแล้ว -99.5% และค้างมาเกือบ 18 เดือน ถือว่าเป็นการถดถอยที่รุนแรง และยังไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงเลย ดังนั้นมันคงไม่ใช่ถูก หรือลงมาเยอะอย่างเดียว การเข้าไปเก็งกำไรในสินค้าอะไรก็ตาม ยังไงก็ต้องดูพื้นฐาน ประกอบด้วยเสมอ ถ้าซื้อเก็งกำไร จะสวน contrarian อย่างน้อยอนาคตหรือภาพใหญ่มันต้องโตไปได้
ปีนี้มีอีก รัฐ ที่กำลังต้อง bailout นั้นคือ Puerto Rico ลองติดตาม หาข้อมูลเก็บไว้เป็นกรณีศึกษา



Quantitative Data Analysis

อ่านง่ายและพื้นฐานสุดก็คงเป็น Quantitative Data Analysis ของ university of Minnesota
ลองทำความรู้จัก Quant ในเชิงวิชาการ ดูนิยามที่มาที่ไป จะได้เข้าใจไม่นำเครื่องมือไปใช้วิเคราะห์ข้อมูลผิดหลัก
บทความเขาสอนตั้งแต่พื้นฐานประเภทข้อมูล ยันเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล การทดสอบสมมติฐาน การประเมินหาความถูกต้อง มีตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้เราเข้าใจและเห็น process การทำงานได้สมบูรณ์

ลองศึกษาให้เข้าใจ เพื่อนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ พวกนี้เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูล และนำไปต่อยอดอื่นๆต่อไปได้ครับ

เข้าไปศึกษาได้จาก
https://cyfar.org/qualitative-or-quantitative-data


วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ภาวะถดถอยของค้าปลีกสหรัฐ

ดังที่ทราบว่าปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่แย่ที่สุดของค้าปลีก สหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มห้างจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้าน จำนวนไม่น้อยต้องขาดทุนหนัก บ้างต้องปิดสาขาต่างๆ ปลดคนงานจำนวนมาก ที่หนักกว่านั้นคือ Retailer เหล่านี้ไม่น้อยล้มละลายปิดกิจการเลย เช่นเดียวกันกับกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่หลายเจ้าผลประกอบการยังคงไม่ดีต่อเนื่อง


ผลกระทบที่นักวิเคราะห์ออกมาพูดถึงเรื่องของ Commercial Real Estate ที่ตอนนี้หลายห้าง หลายอาคาร กำลังประสบปัญหาจากการปิดกิจการของร้านค้าปลีกจำนวนมาก ทำให้เจ้าของห้าง ผู้ให้เช่าเจอปัญหาสภาพคล่องตามไปด้วย บวกกับจำนวนไม่น้อยเป็นหนี้ธนาคารหลายสิบล้านเหรียญ ที่กู้มาสร้างอสังหาเพื่อเปิดเป็น ห้างสรรพสินค้าให้เช่า พอร้านค้าปลีกเช่น Macy’s, J.C. Penny , Sears, Dillard และอื่นๆ มาพร้อมใจกันปิดกิจการหลายสิบสาขา ก็ทำให้เกิดปัญหาทางการเงินตามมาทันที

ซึ่งล่าสุดจากสถิติที่รวบรวมโดย BOA สถิติการปิดตัวของร้านค้าปลีกและ department store สูงสุดนับตั้งแต่ วิกฤติการเงิน 2008 สอดคล้องกับ รายได้การเติบโตของ mall ที่ลดลงต่อเนื่องอย่างหนัก Rogers Kniffen นักวิเคราะห์คาดว่า ห้างอเมริกา 1/3 อาจจะปิดตัวในปีนี้ เช่นเดียวกับ Hudson Valley Mall ที่ทำนักลงทุนขาดทุนไปถึง $42 million และ Macy’s เดินหน้าปิดสาขาจำนวนมากในอเมริกา
เป็นประเด็นต้องติดตามต่อในปีนี้เหมือนกัน

https://finance.yahoo.com/news/retailers-going-bankrupt-record-pace-160000060.html
http://www.valuewalk.com/2017/04/commercial-real-estate-next-big-short/?utm_source=dlvr.it&utm_medium=facebook

Cassini

ความสำเร็จก้าวสำคัญภาระกิจครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ NASAได้ส่งยานอวกาศ Cassini แบบไร้คนบังคับ ไปในเขตพื้นที่ส่วนลึกที่สุดในวงแหวนของดาวเสาร์ เพื่อสำรวจอวกาศและส่งภาพกลับมายังโลก
สัปดาห์นี้เป็นครั้งแรกที่ NASA ได้รับข้อมูลของอวกาศจากยานสำรวจในบริเวณที่ใกล้ดาวเสาร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ Cassini บินด้วยความเร็ว 76000 mph (เร็วกว่าเครื่องบิน Jet ถึง 17 เท่า) เข้าทะลุผ่าน Gap ของวงแหวน ลอยเหนือ วงแหวนด้านบนของดาวเสาร์ 19000 ไมล์ บันทึก vdo ภาพและข้อมูลส่งสัญญาณกลับมายังโลกเพื่อทำการประมวลผล และนี้จะเป็นการได้รับข้อมูลสำคัญ ที่เปลี่ยนมุมมองของดาวเสาร์ จากเดิม



NASA มีแนวคิด พัฒนาโครงการสำรวจ อวกาศรอบดาวเสาร์มาเป็นทศศวรรษ จากโครงการก่อนหน้า เช่น Pioneer11 และยาน Voyager แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะติดปัญหาและข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ไม่เคยมาไกลได้ขนาดนี้

ภาระกิจต่อจากนี้ใน เดือน กย. นี้ Cassini จะบินเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ เพื่อทำการเก็บข้อมูล และเป็นการปิดฉากภาระกิจของ Cassini บนอวกาศ (ระเบิดตัวเองบนชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์)
ถ้าภาระกิจบรรลุเป้าหมายนี้น่าจะเป็นอีกก้าวของความสำเร็จ ครั้งสำคัญของ NASA ส่วนตัวติดตามโครงการนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะชอบแนวคิดของการไม่ยอมแพ้ ความพยายามเอาชนะขีดจำกัดที่มี การต่อสู้ปัญหาอุปสรรคในที่ที่อันตรายพิชิตจุดที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน



บางทีชีวิตคนเราก็เหมือน Cassini เราไม่เห็นเป้าหมายเพราะยังห่างไกล เราอาจจะไม่รู้ว่าอนาคตจะต้องเจอ ปัญหา อุปสรรค หรืออันตรายอะไร หลายครั้งต้องตกในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือ ก้าวไปข้างหน้าเดินหน้าพยายามลงมือทำ รับมือกับสิ่งที่เกิดให้ดีที่สุด
ถ้าใครเกิดทันหรือได้ติดตามโครงการสำรวจอวกาศ Voyager Probeก็จะน่าจะทราบถึงความพยายามของ NASA ได้ดี

Salman Khan :The Math of Khan

จากโพสเมื่อเช้า ขอมาเล่าเรื่องของ khan academy ต่อให้ฟัง ผมเป็นคนหนึ่งแหละที่เรียนรู้อะไรมากมาย จากคุณ khan ตั้งแต่แรกๆที่แกทำเว็บขึ้นมา โดยเฉพาะ เรื่องของ Math Stat และ Finance
ผมชอบแนวคิดของการรู้และบอกต่อ เข้าใจแล้วถ่ายทอด ของคุณ คาน มาก ตามสโลแกน free world-class education for anyone anywhere เนื้อหาคุณภาพดีๆ เข้าใจง่าย มันถูกแจกจ่ายให้คนทั่วโลก นำไปใช้ ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย



ประวัติของคุณ Salman Khan ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ khanacademy นี้คืออดีต นักกลยุทธ์ ของ hedge fund ชื่อ Wohl Capital Management เขาจบคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์จาก MIT และมีปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก Harvard Business School เมื่อตอนปี 2009 คุณSalman Khan เริ่มต้นทำ เนื้อหา ในรูปแบบ vdo ง่ายๆ เพื่อสอน mathematics และ sciences แก่ญาติๆ คนเด็กๆละแวกบ้าน เพื่อติวการสอบให้กับพวกเขาเหล่านั้น ผ่าน YouTube channel บนอินเตอร์เน็ต

ทำไปทำมา จากงาน vdo หลัก 100 กลายเป็นหลักพัน หลายพัน รวมเรื่องราวหลายหลายวิชา จากทำอดิเรก กลายเป็นงานประจำ จากทำคนเดียวก็กลายมามีทีมงาน หลายสิบชีวิติ ปัจจุบัน มี vdo มากกว่า 5000 ตอนที่เผยแพร่ หลากหลายสาขาวิชา และได้รับการแปล เป็นภาษาต่างๆมากมาย มีคนเข้า ไปดูและใช้งานหลายล้านวิวต่อเดือน ขยายมาเป็น 355 million วิวในไม่กี่ปี ล่าสุดมีผู้ร่วมอุดมการณ์มา่กมาย แถมมีแบคอัพทุนหนา ทีเ่ห็นประโยขน์ ของสิ่งที่เขาทำอย่าง Bill Gates และ Carlos Slim.

ผมชอบบทสัมภาษณ์นี้ของ khan มากตอนออกจาก hedgefund มาทำ khanacademy เต็มตัวเปลี่ยนความคิดจะนั่งหาเงินให้คนรวย มาทำประโยชน์ให้สังคมแทน ผมขอตัดเอาไฮไลท์สำคัญมาให้ดู

So in the back of my mind, I thought I would become a portfolio manager, have my own fund, and maybe 15 or 20 years in the future, on my own terms,fund a school.
As anyone in investments will tell you, you have bad days, and you think maybe you should do your hobby full-time.

But then you remember you don’t own a house, you have a baby on the way, and you haven’t paid off your or your wife’s student loans, so you stop dreaming.
I’d been part of the dot-com bubble, and I found it so exhausting emotionally that I told myself entrepreneurship was not for me. So when I started Khan Academy, I said, “This is a hobby. This is a passion. This is fun.”

เริ่มจากความรักที่จะทำ สนุกที่ได้ทำ กลายเป็นงานที่เปลี่ยนโลก และมีประโยชน์ต่อสังคม khanacademy เป็นโปรเจคที่น่าชื่นชมและน่าส่งเสริมให้เป็นแบบอย่างในการแบ่งปันและถ่ายทอดความรู้มาก  เพราะถ้าเราเรียนรู้ เข้าใจ และถ่ายทอดออกไป ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่ามันจะสูญหายไปไหน มันจะคงอยู่และส่งต่อในจักรวาลนี้แหละ

Economics and Finance Online Course

เทรดเดอร์ เข้ามาตลาดอาจจะไม่ได้มีพื้นฐานความรู้ด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์ ซึ่งหลายเรื่อง มันมีความสำคัญและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับการออกแบบพอร์ตและการวางกลยุทธ์ ต่างๆ

ผมมีแหล่งเรียนออนไลน์อันหนึ่งที่ดีมาก ของ Khan Academy หัวข้อครอส Economics and finance ผมเองก็ศึกษาจากที่นี้

โดยเฉพาะเรื่อง Macroeconomics และ Finance and capital markets ซึ่งอธิบายได้ดีและเข้าใจง่ายมาก อีกประการคุณ khan นี้เป็นอดีต hedge fund manager เก่าที่ออกมาทำประโยชน์ให้กับโลก แทนที่มุ่งหาเงิน คานเรื่องความรู้ไม่ธรรมดาเขาเรียนจบปริญญาจาก MIT และ MBA จาก Harvard
ดังนั้นเรื่องเนื้อหาคุณภาพสูง การอธิบายและยกตัวอย่างดีมาก อยาก แนะนำลองเข้าไปเรียนได้ที่




วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

Long Bets : Buffett & Hedgefund

อ่านจดหมายถึงผู้ร่วมลงทุนของ Berkshire Hathaway เขียนโดย Warren Buffett อันหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่อง long bets (เดิมพันการกุศล) ระหว่าง Buffett กับ Protege Partners, LLC ของ Ted Seides และ Scott Bessent ลงเงินกันคนละ $500,000
ประเด็นเริ่มต้นที่ Buffett วิจารณ์ถึงค่าธรรมเนียมที่สูงนักลงทุนจ่ายให้กับกองทุนเฮ็ดฟันด์ แต่ผลงานระยะยาวกลับออกมาไม่ได้ดีกว่า low-cost index fund

การเดิมพันนี้ว่าด้วยเรื่องที่ Buffett ทำนายไว้ตอนปี 2007 ว่าผลตอบแทนสะสมของ S&P500 อีก 10 ปีข้างหน้าจะดีกว่าหรือชนะผลตอบแทนของ hedgefund


และแล้วก็เกิดการพนันเพื่อการกุศลกันขึ้น โดยการตัดสินจะเทียบผลงานของ funds-of-funds ที่ Ted Seides เลือก 5 กองทุนกับ low-cost Vanguard S&P fund (ข้อตกลงคือไม่เปิดเผยชื่อของเหล่า funds-of-funds เพียงแต่ให้รู้ว่าเป็นตัวแทนของ hedgefund เท่านั้น)

โดยถ้าบัพเฟตชนะ เงินเดิมพันกลาง (เดิมพันฝั่งละ $500000) $1,000,000 บริจาคให้กับ Girls Incorporated of Omaha ถ้า แพ้ เงินกองกลางบริจาคให้กับ Absolute Return for Kids ผลการเดิมพันเข้าสู่ระยะปีสุดท้าย ผ่านมา 9 ปีผลค่อนข้างแน่นอนถ้าไม่เกิด วิกฤติการเงิน หรือ S&P500 ร่วงหนักขึ้นมาก่อนว่า บัพเฟตชนะและเงินเดิมพันคงได้บริจาคให้กับ Girls Incorporated of Omaha



เรื่องนี้ผมไม่ได้สนใจว่าใครแพ้หรือชนะ หรือใครผิดถูกครับ ไม่ได้เชียร์ข้างใด ฐานะผู้เรียนรู้ก็รับฟังหมดทั้งฝั่งเฮ็ดฟันด์และฝั่งคุณบัพเฟต แต้ถ้ามองในเกมส์ระยะยาว ต้องบอกว่า บัพเฟตสรุปไว้ได้น่าสนใจ โดยเฉพาะูเรื่อง “neutral” environment และการถือ “short” positions

ใครสนใจเรื่องนี้อยากลองเข้าไปอ่านดูได้จาก link ด้านล่าง เปิดมุมมองดีอีกมุม ผมคงไม่ขอเอามาลงเดี่ยวมันจะเป็นประเด็นถกเถียง ดราม่าอีก ไม่อยากไปแตะ เพราะบัพเฟตเขาก็วิจารณ์ต่อยาวโดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียม 2&20 ที่แกเหน็บยาว เช่นว่า “Fees never sleep.”, การโฆษณาและให้ค่าของพวกเฮ็ด์ฟันด์มากเดินจริง  และโยงไปถึง ลิง (1000 monkey) ...

ผลการศึกษาเรื่อง Stoploss

การศึกษาวิจัยเรื่อง Stoploss ในหุ้นของ Stotz Investment Research (ASIR) เขาทำการทดสอบด้วยการสุ่มเลือกหุ้น 10 ตัวเพื่อสร้างพอร์ตทดสอบจากกลุ่มหุ้นในตลาดหลักทั่วโลก ทำการทดสอบระยะเวลา 10 ปีตั้งแต่ปี 2005 - 2016 ครอบคลุมตลาดทุกสภาวะซึ่งในแต่ละปีจะมีการ re balancing และมีการสุ่มเลือกหุ้นใหม่เข้ามาแทน ผู้วิจัยทำ simulation จำนวน 1,000 พอร์ตโฟริโอ เพื่อวัดค่าสถิติและประเมินคะแนนจากความน่าจะเป็น

ผลการทดสอบก็ดังภาพ พอร์ตที่ใช้ stoploss 30% ในการลงทุนชนะตัว benchmark 97% รอดผ่านวิกฤติการเงิน subprime 2008 และชนะพอร์ตปกติที่ไม่มี stoploss โดยชั้นล่างสุดของผลการสุ่ม(bottom decile) ของพอร์ต stoploss 30% มีผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 12.2% ซึ่งสูงกว่าค่า benchmark

ผมสนใจการทดสอบนี้ไม่ได้จะสรุปว่า stoploss ดีหรือไม่ดี แต่สิ่งที่อยากให้ดูคือ ถ้าเข้าใจพฤติกรรมของข้อมูล การวาง stoploss ที่เหมาะสมมันก็มีคุณมากกว่ามีโทษ ซึ่งจะเห็นว่าการวางไว้ที่ 30% ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา มันครอบคลุม volatility ของข้อมูลราคาจากตลาดหุ้นที่เกิด ผลมันเลยออกมาตามที่ผู้วิจัยเขาสรุป นั้นคือ จำกัด down size risk และเพิ่ม upside ของพอร์ตโดยรวม

แน่นอนว่า ถ้าเราวางแคบ ไปหรือกว้างไป ผลการทดสอบมันอาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ก็เป็นได้ ดังนั้นการใช้ stoploss มันจำเป็นต้องมาจากความเข้าใจ และหาจุดที่เหมาะสม


กลยุทธ์แบบต่างๆของ hedgefund

กลยุทธ์แบบต่างๆของ hedgefund ข้อมูลล่าสุดปี 2017 ที่ Hedge Fund Research, Inc. เขาทำการจำแนกไว้ อันนี้ที่ผมอ้างอิงในการพูดถึงเมื่อคืนนะครับ จะเห็นในตลาดมันมีผู้เล่นหลายประเภท แม้ในกลุ่ม smart money เองก็ยังมีหลากหลายกลยุทธ์ มันไม่จำเป็นทุกคนต้องคิดเหมือนกันหมด ทำเหมือนหรือตอบสนองกับสิ่งที่เกิดแบบเดียวกันทั้งหมด เสมอไป ทุกกลยุทธ์ต่างมีจุดแข็งและมีข้อจำกัดในตัวมันเอง
น้องสนใจอยากรู้จัก กลยุทธ์ประเภทไหนเพิ่มกดเข้าไปอ่านได้ หรือจะเอา keyword ไปค้นหาเพื่อ ศึกษาเพิ่มก็ทำได้เช่นกัน
ทุกวันนี้ อินเตอร์เน็ตมันช่วยทำให้เราเข้าถึงแหล่งความรู้ได้เยอะ ความรู้มันเรียนทันกันได้ ทำความเข้าใจนำมาฝึกฝน ก็จะทำให้เราพัฒนาขึ้นได้เอง



วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2560

Tail Protection for Long Investors

Trend following strategies ปกติ ความถูกต้องจะไม่สูง(low accuracy) แต่เน้นใช้ payoff ratio ที่สูงจากช่วง strong trend มาชดเชยส่วนการขาดทุนจากความผิดพลาดที่เกิด

แต่ปัญหาข้อจำกัดของ Trend following ในตลาดปัจจุบันซึ่งแตกต่างจากยุคอดีต(ที่ history repeat it self กันตลอดเวลา) คือเรื่องของค่า volatility ที่ทำให้เกิดการขาดทุนต่อเนื่อง การขาดทุนหนักการนำกลยุทธ์สาย Trend followingไปใช้ ต้องหาทางแก้โจทย์ หรือ ปิดจุดอ่อน และจำกัดความเสี่ยง ตรงนี้ให้ได้ เพื่อความอยู่รอดในทุกภาวะตลาด ระยะยาว



paper นี้ Tail Protection for Long Investors: Trend Convexity at Work อธิบายไอเดียการใช้กลยุทธ์ Trend following ได้น่าสนใจ ระดับการบริหารพอร์ต โดยพูดถึงทั้งด้านเรื่องของการทำ risk party และการทำ hedge ป้องกัน long tail risk ด้วย strangle options ร่วมกับ trend strategies

ปล. อยากเรียนเรื่องกลยุทธ์ พัฒนาทักษะด้านนี้ต้องอ่าน paper ครับ อ่านจากกลุ่มคนที่เขาทำวิจัยกับตลาดจริงๆ เราจะเห็นการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

https://www.researchgate.net/publication/303947130_Tail_protection_for_long_investors_Convexity_at_work

รีวิว Way of the Turtle Turtle

รีวิวหนังสือ Way of the Turtle Turtle หนังสือเรื่องการเทรดและการพัฒนาระบบของสาย Turtle trading system อีกเล่มที่ติดอันดับดีที่สุด ด้านกลยุทธ์การเทรด เล่มนี้เขียนโดยเทรดเดอร์/นักพัฒนาระบบดัง คุณ Curtis Faith ซึ่งเนื้อหาในเล่มอัดแน่น และครบเครื่องมาก 

หลักสอนที่มาจากประสบการณ์ตรง การเป็นนักเก็งกำไรที่เข้าใจความเสี่ยง การเทรดระยะกลางยาว การอยู่รอดและความสำเร็จอย่างยั่งยืน รวมถึง idea สำคัญการใช้เทคนิคอลแบบไม่คาดเดาอนาคต(ประเด็นที่นักเก็งกำไรจำนวนมากยังเข้าใจผิดอยู่)

.



ผมรีวิวประเด็นสำคัญ ในแต่ละส่วนไว้ให้ ถ้าสนใจลองเข้าไปฟัง นะครับ 

https://www.youtube.com/watch?v=vPDLFdpq0Q0

spreadsheet trader

ตอบคำถามเมื่อวาน มีน้องเทรดเดอร์สายโปรแกรมเมอร์ ถามมาว่า ใช้ spreadsheet ทำทดสอบระบบแบบ back testing ได้หรือไม่ ?

ตอบคือทำได้ครับ แต่ต้องเขียนโปรแกรมในการประมวลผลข้อมูลและการคำนวณค่า stat เอาเอง ส่วนตัวผม สมัยเริ่มทำ trading system ใหม่ๆก็เคยบอกแล้ว ผมทดสอบระบบใน excel ไม่ได้ใช้โปรแกรมอะไรซับซ้อนเหมือนกัน ดังนั้นถ้าไม่ต้องการทำอะไร ซับซ้อนมาก ใช้ spread sheet ทำก็ได้เช่นกัน แต่อาจจะต้อง hardcore ในการเขียนโปรแกรมหน่อย





วันนี้ทำตัวอย่างมาให้ดู ใน Google spread sheet
1.เขียน script ดึงข้อมูลจาก google finance หรือ quantdl
 2.เขียนสูตรคำนวณโมเดลการซื้อขาย ผมใช้ WMA และ Volume spread เพื่อทำระบบเทรดแบบ WMA Cross Over
3. จากนั้นก็เขียน script ให้มันประมวลผลการเทรดและคำนวณ equity curve และ balance curve



สรุป ถ้ามี skill แต่ ทุนน้อย ไม่มีเงินซื้อข้อมูล ซื้อโปรแกรมทดสอบ ก็แนะนำให้ลองใช้ spreadsheet ดูครับ


วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

GRID Trading System (ฺbehind the scene)

GRID นี้ก็คือ Quant strategies ประเภทหนึ่งนะครับมีทั้งแบบ linear และ non linear เบื้องหลังจะพัฒนาระบบได้ดี หรือ advance แค่ไหนอันนี้ขึ้นกับความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องของ probability(price stat) นำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งเกมส์รับและรุก ด้านเกมส์รับจะทำ grid ให้สมบูรณ์อมตะ มีค่า SF สูงก็ต้องคำนวณเงิน ไปให้ถึงจุด CP (low probability) เพื่อป้องกัน risk ส่วนจะเล่นเกมส์รุก ก็ต้องหันมาเรียนรู้เรื่องการวางแทกติกการใช้ volatility ที่เกิดใน active zone (high probability) มากๆ



จะทำ GRID Trading System ให้สำเร็จ ต้องเข้าใจพฤติกรรมราคาของสินค้า เป็นอันดับแรก ควรจะเริ่มจากการทำ data analysis ก่อนเสมอ เพราะเมื่อเราเข้าใจ พฤติกรรมของราคา ในช่วงเวลาต่างๆ ภาวะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ การวางแผนการเทรด การรับมือกับความเสี่ยง ก็จะดียิ่งขึ้น 

ในภาพข้อมูล GOLD ช่วงเวลา 10 ปี แยกประเภทตามช่วงปีต่างๆลองดูการเปลี่ยนแปลงของ ราคา และ volatility และลองตอบคำถามที่ผมตั้งโจทย์ให้ไปคิดนะครับ ว่า 
1. ผลตอบแทนของทองคำที่ผ่านมา มันแปรผันตรงกับ เวลาที่ถือครอง หรือไม่?
2. ทำไมทองคำ จึงเป็นสินค้าที่นิยมมีการเก็งกำไร จนมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันจำนวนมาก
3. พฤติกรรมราคาทองคำก่อนหน้าวิกฤติการเงิน subprime และหลัง subprime เหมือนหรือต่างกันหรือไม่
4. Trend (การเปลี่ยนแปลงของ Mean) ช่วงระยะ 5 ปี เหมือนหรือแตกต่างกับ Trend ระยะ 10 ปีอย่างไร
5. ทองคำที่โซนราคา > 1500 มีค่า volatility เหมือนหรือแตกต่างกับทองคำที่โซน < 1000 อย่างไหร่

การสังเกต และหัดตั้งคำถาม จะนำมาซึ่งกระบวนการทดลองเพื่อหาคำตอบ ซึ่งคำตอบเหล่านั้นจะมีคุณค่าและทำให้เราสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างกลยุทธ์และวางแผนการเทรด ได้ต่อไป