สร้างเสริมประสบการณ์การลงทุน

เรียนรู้วิธีคิดและแนวทางการลงทุน ทั้งแบบเก็งกำไรระยะสั้นและระยะยาวแบบถูกวิธี เพื่อการเอาตัวรอดในการลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ห้องเรียนการลงทุนใน หุ้น อนุพันธ์ ออนไลน์

สะดวก เข้าใจง่าย ราคาถูก เน้นให้ความรู้ให้ นักลงทุนสามารถ ลงทุนได้อย่างมีความสุข สร้างผลกำไรแบบพอเพียง ต่อเนื่องและยั่งยืน เอาชนะตลาดในระยะยาว

รู้ทันภาวะตลาดหุ้น

สามารถติดตามข้อมูล ข่าวสารการลงทุน ภาวะตลาดหุ้นเมืองไทยและรอบโลก

วิเคราะห์พื้นฐานหุ้น

เรียนรู้การวิเคราะห์พื้นฐานหุ้น ทั้งเชิงคุณภาพของธุรกิจ และเข้าใจรายละเอียดงบการเงินของบริษัท เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่ดี และมีอนาคตในการเติบโต

จับจังหวะการลงทุน

เรียนรู้ เครื่องมือการวิเคราะห์ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น ทางเทคนิคอล เพื่อหาจังหวะการลงทุนทั้งแบบการลงทุนระยะสั้นและยาว เพิ่มประสิทธิ์ภาพในการสร้างผลกำไร

ผลงานเขียนของเรา

ผลงานเขียนในรูปแบบหนังสือ 2 เล่มแนะนำวิธีคิดการลงทุนในหุ้นแบบเก็งกำไร ตลอดจนกลยุทธ และการพัฒนาระบบ สามารถหาซื้อหนังสือทั้งสองเล่มได้จากร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562

พฤติกรรมตลาดหุ้นและการจัดการกับความเสี่ยง

ตลาดหุ้น ย่อมมีวัฏจักร มีรอบของมัน เมื่อเช้ามีพี่ท่านหนึ่งๆถามว่าน่ากลัวไหม ตอบตรงๆก็คือไม่น่ากลัว ถ้าเราเข้าใจเพราะมีหมี ก็มีกระทิง สิ่งที่เราทำได้คือ เข้าใจพฤติกรรมตลาด(การทำ data analysis) และวางแผนรับมือกับความเสี่ยง(Risk Management)
สิ่งสำคัญคือชั้นคือการทำการกระจายความเสี่ยง(Risk Parity or Max Diversification) ภาวะตลาดหุ้นปัจจุบันที่ไม่มี edge มากก็ไม่จำเป็นต้องโฟกัส ไปที่ asset class เดียว ใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการพอร์ตมาช่วย กระจาย risk ไปหลากหลาย asset ที่มีพฤติกรรมราคาตอบสนองกับปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยลบที่แตกต่างกัน เพราะเมื่อเกิด market crash ที่มาพร้อม high volatility ตัวระบบเทรด ที่เทรดอยู่บน asset เดียว ,ตลาดเดียว เช่นหุ้น มันมักเอาไม่อยู่


ภาพนี้เอามาจากรายงานของ Dimensional Fund Advisors LLC จำแนกขนาดและระยะเวลาของดัชนี S&P500 แยกตามภาวะตลาดหมี และ ตลาดกระทิง ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1926
รอบนี้นับจาก 2007 ตลาดกระทิง วิ่งขึ้นมากว่า 126 เดือน(ย้อนตัวไม่เกินระดับ threshold -10%) ไม่มีใครรู้ว่าอนาคต ดัชนีจะไปต่อได้อีกนานแค่ไหน แต่สิ่งที่พบคือความผันผวน เกิดขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งในและนอกประเทศ เช่นเดียวกับนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางชาติใหญ่ ที่ทำให้ Fundflow มีการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นการเทรดยังคงทำต่อได้ แต่สิ่งสำคัญคือไม่ควรประมาทน่าจะดีที่สุดครับ

Top 40 Proprietary Trading Firms

วันนี้ได้คุยกับน้องเทรดเดอร์คนหนึ่ง เคบฝึกหัดเทรดด้วยกัน ตอนนี้น้องเขาไปเป็น prop trader ให้ firm หนึ่งของอเมริกา ที่สามารถเทรดบัญชีบริษัทแบบ remote จากที่บ้านได้ เพราะบริษัทต้องการรับ เทรดเดอร์ฝีมือดีจากทั่วโลกมาช่วยร่วมงาน
ข้อดีของ prop trader แนวทางนี้เหมือนจะเป็นเรื่องของอิสระและความหยืดหยุ่น ทั้งด้านการบริหารเวลา และการบริหารจัดการเงิน สามารถใช้ leverage ที่เหมาะสมกับความเสี่ยงเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของผลตอบแทน(หัวใจของส่วนแบ่งกำไร ที่คุมค่ากับเวลาเฝ้าหน้าจอ) ในภาวะที่ตลาดอำนวยเองได้ โดยบริษัทมีกรอบวัด risk level ที่คุมไว้กว้างๆ



แลกเปลี่ยนไอเดียกันหลายประเด็น อนาคตจะมาแชร์ให้ฟังสำหรับคนอยากเดินทางนี้ ถ้าอยากรู้จัก Proprietary Trading Firms ระดับโลกจริงๆ ลองเข้าไปศึกษา top 40 ที่ future magazine รวบรวมเอาไว้ได้ หรือถ้าใครมี trading record ดีๆ ลองส่ง email ไปคุยก็ยังได้เลย เพราะเท่าที่ผมดูหลายแห่งที่เปิดรับ trader กันอยู่ ครับ นอกจาก remote office แล้วหลายเจ้าที่มี office ที่ สิงค์โปร และฮ่องกง ทำให้ไม่ต้องกังวลมากเรื่องของการขอวีซ่าทำงาน
เข้าดูจาก

รวมสรุปบทความและแง่คิดจาก Ray dalio

พอดีมีน้องเทรดเดอร์ท่านหนึ่งขอ link บทความ ที่ผมเขียนสรุปเกี่ยวกับข้อคิดเห็น คำแนะนำของ ray dalio มาผมเลยรวบรวม บทความในช่วง 2018-2019 มาให้ ย้อนกลับไปอ่านเหมือนเป็นบทเรียนที่ดี อีกแหล่งให้เราเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง

1.Great-humility-and-great-fear
http://www.cwayinvestment.com/2015/04/great-humility-and-great-fear.html

2. Tony robbins interviews ray dalio
http://www.cwayinvestment.com/2017/09/tony-robbins-interviews-ray-dalio.html

3.Pursuing Truth in the Global Economy with Ray Dalio 01
http://www.cwayinvestment.com/2018/04/pursuing-truth-in-global-economy-with.html

4.Pursuing Truth in the Global Economy with Ray Dalio 02
http://www.cwayinvestment.com/2018/04/pursuing-truth-in-global-economy-2.html

5. 108 คำถามกับ Ray dalio
http://www.cwayinvestment.com/2018/06/108-ray-dalio.html

6.Principle to Algorithms
http://www.cwayinvestment.com/2018/11/principle-to-algorithms.html

7. The next financial crisis ,Ray Dalio
http://www.cwayinvestment.com/2018/09/the-next-financial-crisis-ray-dalio.html

8.Ray Dalio Sees Parallels to 1930s in Today’s Markets
http://www.cwayinvestment.com/2018/12/ray-dalio-sees-parallels-to-1930s-in.html

9. Interview with Ray Dalio - Davos 2019
http://www.cwayinvestment.com/2019/01/interview-with-ray-dalio-davos-2019.html

10.Passion , Mission & Money by ray dalio
http://www.cwayinvestment.com/2019/08/passion-mission-money-by-ray-dalio.html

11. Ray Dalio gives 3 financial recommendations for millennials
http://www.cwayinvestment.com/2019/04/ray-dalio-millennials.html

12.Ray Dalio Discusses the Impact of China’s Growth on the World Economy
http://www.cwayinvestment.com/2019/08/the-impact-of-chinas-growth-on-world.html



วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562

พฤติกรรมตลาดค่าเงิน Q3/2019

ภาพนี้ผมนำ dashbord ที่ใช้วิเคราะห์ราคา มาให้ดูภาพประกอบจากการอธิบายเมื่อคืน เรื่องการทำ diversification ในการเทรดค่าเงิน ข้อมูลค่าเงิน USD เทียบกับสกุลหลัก
โดยภาพบนจะเป็นการวัด momentum ของราคาระดับการเปลี่ยนแปลงรอบปี เทียบการเปลี่ยนแปลงเพิ่งเกิดในระดับ 1 เดือน สิ่งจะพบปัจจุบันมีหลายสกุลเงินที่ แข็ง กว่า USD เช่น JPY , THB เป็นต้น กลุ่มที่อ่อนค่ามากปีนี้และปัจจุบันยังอ่อน เช่น CNY, NZD, AUD, EUR, GBP
ระดับการถดถอยรอบปีของค่าเงินสกุลหลัก เมื่อเทียบกับ USD ยังอยู่ช่วง +/- 8%
ข้อมูลพวกนี้ เมื่อนำไปวิเคราะห์ควบคู่กับ volatility ในแต่ละคู่เงิน เพื่อปรับความเสี่ยงเราใช้ประกอบวางกลยุทธ์ในการเทรดได้ เหมือนอธิบาย จังหวะไหนเราควรหยุดรอ จังหวะไหนเราควร สลับเปลี่ยนตัวเทรด (GRID-multi layer ), รวมไปถึงการปรับพอร์ต รับ risk on, risk off



พวกนี้มากกว่าการดูแท่งเทียนหรืออ่าน chart ราคาการวางแผนล้วนอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยการตัดสินอย่างเป็นระบบ องค์รวม
ข้อมูลจาก quantdl , investing dot com

Overview of Quantopian-Based Paper on Momentum with Volatility Timing

เนื้อหายาวพอควร แต่ผมฟังจบละน่าสนใจหลายประเด็น จริงๆลองแกะ momentum volatility scaling, risk-based asset allocation, time series momentum (winners-minus-losers (WML) momentum) ที่เขายกมาเปรียบเทียบ นี้ก็ได้เห็นอะไรพอควรใน market condition ต่างๆ
งานวิจัยของคุณ Yulia Malitskaia ประเด็นหนึ่งที่น่าคิดต่อคือ Volatility-Timed เมื่อ ราคา asset มันเข้าภาวะ high volatility (หรือ estimate ได้ว่ามันกำลังสูง)มันเป็นสัญญาณเตือนให้ momentum factor ต้องระวัง หรือปรับน้ำหนักของการเทรด มันมาแก้จุดอ่อนของ TSMOM ได้ ลดผลกระทบกรณี market downturn ได้อีก ในขณะเดียวกัน ถ้าเลือก Volatility parity ในการทำ มันก็จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตระยะยาวได้



ปล. paper นี้ผลทดสอบกับข้อมูลย้อนหลัง 1980 - 2018 อาจจะนำมาซึ่งการสรุปได้ระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดเนื้อหาหลายส่วนเป็นองค์ความรู้ portfolio management strategies + risk management ฟังจบลองจับไปประยุกต์ จะเกิดประโยชน์มาก


ฟังฉบับเต็ม
https://www.youtube.com/watch?v=bpe5kycfrBg

Diversifying Well Is the Most Important Thing You Need to Do in Order to Invest Well

วันนี้ผมมีโอกาสอ่าน บทความหนึ่งของ Bridgewater Associates เขียนโดย Ray dalio เขาพูดถึงการกระจายความเสี่ยง ที่ช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพของพอร์ต อ่านจบรู้สึกมีประโยชน์ โดยเฉพาะการเทรด/ลงทุนภาวะตลาดแบบนี้ เลย สรุปประเด็นสำคัญ แบ่งปันเอาไว้ ดังนี้
- Ray dalio เขาเชื่อว่าตลาดนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้ มากกว่าสิ่งที่เรารู้
-เมื่อไม่รู้ ก็ไม่ควรไปวัดดวง ดังนั้น diversification จะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับ expected return-to-risk ratio ที่เหมาะสม
- บางทีเลือกหุ้น เลือกสินทรัพยที่ดี จาก khowleage ที่มีแต่ไม่ได้การันตรีว่า outcome ออกมาจะ Win เสมอไป เพราะมันมีปัจจัยอื่นๆ unkhown เข้ามาเกี่ยว
- การทำ Diversify ที่ดีช่วยลด expected risk อันนี้ ray dalio ยกเรื่องที่พูดถึง Holy Grail of Investing ในหนังสือ อธิบายต่อว่ามันเป็นหลักการของ risk parity ซึ่งเป็นแก่นของ All Weather ในการทำ balanced portfolio



- Extreme movement ใน market หรือ economic เกิดได้เสมอ เช่นเดียวกับราคา asset ที่มีทั้ง “discounted” หรือ “priced in” การตัดสินใจซื้อขาย เพื่อไม่ให้ผิดพลาด ไม่ควรใช้อารมณ์ ควรการจำแนกภาวะไม่คงตัว ทำ rebalancing portfolio ให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน
- การเสี่ยงมากสูง ไม่ได้หมายความว่าจะการันตรีว่าได้กำไรมากตามด้วย เสี่ยงมากขาดทุนหนัก เงินทุนลด อำนาจเงินพอร์ตลดลง การ recover กลับมาทำได้ยากขึ้น(50% loss จะต้องสร้าง 100% gain เพื่อ recover ) ดังนั้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง จึงอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป
-คำแนะนำ การ Diversify ที่ดี ต้อง กระจายแยกโดเมน ได้แก่ asset classes, sectors, currencies, countries, และ investment “styles” (like small cap, growth, etc., in equity markets).
- Ray แสดงภาพผลการทดสอบย้อนหลัง 10 ปี equal weigthed +rebalanced monthly ทำผลงาน risk-adjusted returns ได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของราคา asset ในขณะเดียวกัน total drawdown ก็ต่ำกว่าด้วย
- จบทิ้งท้ายด้วยประโยค diversifying well is the most important thing you need to do in order to invest well.
อ่านฉบับเต็มพร้อมดูผลการวิจัย ได้จาก link ด้านล่างครับ

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

The Death of the 60/40 Portfolio

เช้านี้ผมได้อ่านบทความเรื่อง The Death of the 60/40 Portfolio ของ Guy Haselmann เขาเขียนถึงหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในยุคที่เกิด negative nominal yield ,หรือการเกิด yield < Inflation ผู้เขียนชี้ให้เห็นผลกระทบต่อ 60/40 stock & bond portfolio ยิ่งเฉพาะเมื่อ Bond อาจจะไม่สามารถทำหน้าที่รับมือกับ down-side protection หรือปกป้อง inflation ที่เกิดได้ดีเหมือนอดีต เช่นเดียวกันถ้า ตลาดหุ้น ถดถอยรุนแรงย่อมทำให้เกิด downside ขนาดใหญ่ใน portfolio ได้


โดยสรุป Haselmann แนะนำนักลงทุนว่า ไม่ควรบาลานแค่ 2 asset เป็นหลัก ควรกระจายความเสี่ยงไปยัง asset class อื่นๆ เพื่อปกป้อง risk , การด้อยค่าของค่าเงิน(currency devaluation)และ inflation ในขณะเดียวกันแนะนำเรื่องของ mindset การไม่เสี่ยงเกินตัว หลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพื่อเป้าหมายของพอร์ต ระยะยาว
อ่านรายละเอียดฉบับเต็มเพิ่มเติมที่


ว่าด้วยเรื่องความไม่ปกติของ interest rate และ Bond

หลังวิกฤติการเงินรอบปี 2008 เศรษฐกิจโลก ถูกกระตุ้น อัดฉีด ตามด้วยนโยบายของธนาคารกลางประเทศใหญ่ มากมาย ทำให้พฤติกรรมตลาดและความสัมพันธ์ของ ราคาสินทรัพย์ แตกต่างจากบทสรุป จากตำราเดิมๆเมื่อ 10 ปีก่อนไปเยอะ (ส่วนหนึ่งที่หลายกูรูให้ความเห็นว่าวิกฤติรอบใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ แต่ถ้าเกิดมันน่าจะแตกต่างไปจากอดีต)



ภาพนี้ S&P500 กับ Yield 10Y-2ํY ความแตกต่างที่เกิดปัจจุบัน อดีต ยิ่งเอา Yield 10Y US ไปเทียบกับ economic data ยิ่งเห็นความแตกต่างที่เกิด จากอดีตไปอีก



ภาวะแบบนี้แหละครับ ยากจะคาดเดา ยากจะอนุมานหาเหตุหาผลมาสรุป เรายิ่งต้องไม่ประมาท ให้มากที่สุด


life leave

บริษัทออสเตเรีย Ernst & Young เสนอทางเลือก ให้เวลา6-12 สัปดาห์ แก่พนักงาน สามารถหยุด ลาพัก เดินทางท่องเทียว ทำกิจกรรมอื่นๆตาม passion ที่สนใจ หรือทำงาน part time ที่บ้านได้ถึง 3 เดือน (ส่วนค่าแรงก็ปรับไปตามเวลาและงานที่ทำจริง) โดยปัจจุบันหลังจากเปิดได้ไม่กี่เดือนก็มีพนักงานราวๆ 11% เข้าร่วมโครงการ
บริษัทสนับสนุนนโยบาย flexible work environment ปรับรองรับให้เข้ากับ แรงงานยุค Millennials ( 80% ของพนักงานบริษัท)
ผบห.บอกว่าแนวทางนี้ ไม่ได้ทำให้งานด้อยประสิทธิภาพลง แต่กลับทำให้ เกิดแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์และแรงกระตุ้นต่อพนักงาน ทำให้เกิดประสิทธิภาพการทำงาน ไม่เกียร์ว่าง และลดความเครียดในการทำงาน บางคนใช้เวลาหยุดไปเรียนต่อ ไปศึกษาเพิ่มเติม เป็นต้น
ปล. ไม่แน่ถ้าแนวทางนี้ work นี้อาจจะกลายเป็นนโยบาย การทำงานสมัยใหม่ สำหรับดึงดูดและกระตุ้นเหล่า แรงงานยุค Millennials ก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2562

Betting Against Beta (BAB) Construction

เอา paper มาแชร์อธิบายเพิ่มจากที่กล่าวถึงกลยุทธ์ Betting Against Beta (BAB) ไปเมื่อวาน ซึ่ง BAB โฟกัสเน้นไปที่กลุ่ม low volatility , low beta ( สไตล์ short high beta ,long low beta แล้วใช้ leverage เพื่อ adjust ค่า beta รวมให้เข้าใกล้ 1)
ปัจจุบันมี paper เขียนถึง Betting Against Beta เยอะโดยเฉพาะของ AQR หรือแม้แต่ paper ตัว buffett's alpha ก็มีการอธิบายกลยุทธ์นี้ไว้ ถ้าใครเพิ่งเริ่มศึกษาแนะนำให้ลองอ่านบทความนี้ของ Jack Vogel
เขาแสดงผลการทดสอบ BAB พร้อมประเด็นเปรียบเทียบการจัด weight แบบต่างๆและการกำหนด factor ในการเลือกหุ้นประกอบ(ช่วยปิดจุดอ่อนของการใช้แค่ค่า correlation อย่างเดียว) รวมถึงพวกข้อจำกัด เช่นต้นทุนในการเทรด สภาพคล่องของหุ้นและอื่นๆอีกด้วย



อ่านเพิ่มเติม

Argentina !!!

อัพเดตสถานการณ์ Argentina
............
- ปธน.Mauricio Macri เป็นผู้นำที่เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อเจนตินา การปิดดีลเงินกู้ช่วยเหลือจาก IMF มากู้วิกฤติประเทศ นโยบายรัดเข็มขัดที่ทำให้ คนอเจนตินาจำนวนมากไม่พอใจ แม้เศรษฐกิจอเจนตินาตั้งแต่ปี 2005 ยังไม่ดีขึ้นแต่ก็สามารถประคองตัวมาได้เรื่อยๆ 



- เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Mauricio Macri แพ้ primary vote ส่งผลขาดความเชื่อมั่นที่รักษาฐานอำนาจทางการเมือง ทำให้ alberto fernandez มีโอกาสสูงที่ขึ้นมาเป็น ประธานาธิปดีคนใหม่ของอเจนตินา โดยมี cristina kichner เป็นเบอร์สอง(VP)
- นาง kichner เคยเป็นอดีตประธานาธิปดีคนเก่า 2 สมัยก่อน macri ซึ่งรัฐบาลของเธอ ถูกกล่าวหาว่าสร้างปัญหาเศรษฐกิจใหญ่ให้กับอเจนตินา
-ความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้ นักลงทุนต่างชาติและนวค. ขาดความเชื่อมั่น ในอนาคตของอเจนตินา โดยเกรงนโยบายรัฐบาลใหม่จะกลับไปเหมือนอดีตที่ผ่านมาในยุควิกฤติของรัฐบาล cristina kichner
-รวมไปถึง ความกลัวในการเกิด defualt หนี้ของ Argentina พุ่งสูง นักวิเคราะห์ประเมินโมเดลจากข้อมูล Credit-default swaps พบว่าตัวเลขความน่าจะเป็นผิดนัดชำระหนี้พุ่งที่ 75%
- ค่าเงิน peso ร่วงลงไปกว่า -22% รอบปี ค่าเงินเปโซถดถอยไปกว่า - 44.76%
- ดัชนีตลาดอเจนตินา S&P Merval Argentina (MAR) ติดลบไป -38.9%


ปล.1 ** อเจนตินากลับมาอยู่ในหน้าข่าวอีกครั้ง ประเทศที่เผชิญความเสี่ยงวิกฤติรอบใหม่
ปล. 2 ลองดูกรณีศึกษาค่าเงิน จะเห็นโอกาสการถดถอยหนัก เกิน -20% ก็เกิดได้ เมื่อวาน ไม่กี่ชั่วโมงหลังโหวต จะเห็นสัญญาณขาย stoploss ออกมาจำนวนมากในค่าเงินตัวนี้

อ่านเพิ่มเติม
https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-08-12/argentina-default-risk-jumps-after-macri-s-landslide-loss-chart
https://www.forbes.com/sites/kenrapoza/2019/08/12/in-argentina-a-totally-disastrous-weekend-for-mauricio-macri

the Impact of China’s Growth on the World Economy, Ray dalio

คลิปดีงามมากคุณ ray dalio มาเล่าเรื่องของจีน เขายังคงมุมมองเดิม เชื่อว่า จีน เป็นโอกาสหนึ่งที่ควรลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ยังมีภาพชาร์ต +ข้อมูลประกอบดีๆเยอะเลย ผม cap บางส่วนที่สำคัญเอาไว้ ไม่ได้แปลให้ทั้งหมด แต่มี key take away มาแชร์ ถ้าใครฟังจบมีประเด็นดีๆเพิ่มเติมก็คอมเมนต์แชร์เอาไว้ได้ครับ
> คุณ ray dalio ชื่นชอบจีน การพัฒนา การเปลี่ยนแปลงช่วง 40 ปีที่ผ่านมานโยบายการเมือง เศรษฐกิจต่อสู้กับความยากจน แล้วก้าวมาสู่ชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับสองของโลก



> Invest in china , การเติบโต ของจีนก้าวสู้อำนาจใหม่ในศตวรรษหน้าเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะการแข่งขันทางธุรกิจ และเทคโนโลยี
> จีน กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันธุรกิจระดับโลก และควรเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน diversification (eary ดีกว่า late)ในพอร์ต
> market สะท้อนข่าวหรือประเด็นที่เกิดด้านบวกหรือลบ การลงทุนต้องจัดการ risk แม้ปัจจุบันหลายที่ก็ risk เช่น ยุโรป , US , EM ทุกที่ล้วน Risk เช่นเดียวกับจีน มี risk เฉพาะ มองเชิงสัมพันธ์เทียบกับทั้งหมด จีนเสี่ยงต่ำกว่า เทียบกับ ประสิทธิภาพและความสามารถการจัดการปัญหา และสถานการณ์
>Ray dalio คิดการเปลี่ยนแปลงจะเกิด แต่ไม่คิดว่าจะเกิด war การทำสงครามรบกันด้านทหาร ระหว่างสหรัฐและจีน




> การลงทุน ทั้งบริษัท public และ private โดยเฉพาะ ด้านเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI , Fintech , Self driving car ที่จีนก้าวกระโดดมาอย่างมีนัยยะ เช่นเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นและการลงทุนในจีนที่เติบโต ข้อจำกัดที่ต้องเลือกเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อบังคับ กติกาบางประการ
>จีน 60-70% คล้าย EM ยังขาดเรื่อง regulation system , แต่มีข้อเด่นเรื่องของ market cap และ liquidity
>มุมมอง exp return vs exp risk ของจีน ดีมากกว่าตลาด EM และยุโรป ส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของ ธนาคารกลางที่มีเครื่องมือการจัดการและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี
>การเปลี่ยนแปลงของจีน 5-10 ปี เขาเชื่อว่าความน่าจะเป็นที่จีนขึ้นมาเป็นผู้นำ หลายอย่างเปลี่ยนจากปัจจุบัน เช่นเดียวกันใน สหรัฐ ญุี่ปุ่น และชาติอื่นๆ 


> การขยายอำนาจของจีน เกิดความขัดแย้ง และเกิดแรงกดดันด้านต่างๆ ระหว่างทาง เช่นการเมือง,สิ่งแวดล้อม และความขัดแย้งผลประโยชน์ธุรกิจ/การค้า
ฟังฉบับเต็ม
https://www.youtube.com/watch?v=Mh0vEaac78U

AI in Action

ทุกวันนี้มีคนพูดถึง AI เยอะมาก แต่เอาจริงๆ ไม่เยอะเท่าไหร่ที่ได้ลงไปเรียนรู้หรือพัฒนาเชิงลึก ทำให้เราจะพบทั้งข้อคิดเห็น ความเชื่อ และการมโน ต่างๆนานาๆ ทั้งเชิงลบ เชิงบวกเกินความเป็นจริงในปัจจุบันไปมาก
ถ้าเราเป็นคนวงนอก ไม่ได้ทำงานด้านนี้ ไม่ได้เข้าไปสัมผัสหรือศึกษาด้านนี้จริงจัง ทางหนึ่งที่เราจะเข้าใจได้ว่า AI มันมีความสามารถ ในการทำงานต่างๆ ไปถึงไหน เราก็ควรหาข้อมูลหรือดูจากตัวอย่าง ของจริง(ซึ่งจำนวนไม่น้อย ออกจาก paper งานวิจัย มาเป็น Product หรือธุรกิจแล้ว)
อย่างในวันนี้ผมเอาตัวอย่างของเว็บหนึ่งชื่อ Deepindex เขานำตัวอย่างการนำ AI ที่พัฒนาออกมาใช้จริง (in action) เป็นธุรกิจ มารวบรวมไว้กว่า 630 ตัวอย่าง รวมถึงมีการ track สถานะการพัฒนาการของเทคโนโลยีไว้ด้วย นอกจากนี้เขายังแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม และประเภทงาน ทำให้ง่ายต่อการเข้าไปศึกษา


AI ไม่ใช่เรื่องของกระแส แต่มันเป็นเทคโนโลยี สิ่งที่น่าสนใจคือโมเดลธุรกิจ บางเจ้าไม่เก่งพัฒนา ไม่ได้สร้างโมเดลการคำนวณอะไรใหม่ซับซ้อน แต่ประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจได้เหนือชั้น ก็ทำให้เกิดความได้เปรียบ และ disrupt อุตสาหกรรมเดิมได้ ที่สำคัญมันไม่ใช่ว่า AI จะถูกไปพัฒนาหรือนำไปใช้เฉพาะกลุ่มบริษัท IT อย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว มันกระจายไปได้ทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม
บริษัทที่รับเอาเทคโนโลยีไปใช้แต่ต่อยอดได้ดี ได้เร็ว ย่อมได้เปรียบกว่าบริษัทคู่แข่งที่ปรับตัวหรือตามไม่ทัน หรือยังไม่เข้าใจเทคโนโลยีที่จะมาถึงอย่างแท้จริง อนาคตไม่นาน AI เขามาอยู่ในสมาร์ทโฟน เข้ามาอยู่ในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และมันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
ลองเข้าไปศึกษาได้จาก link ด้านล่างครับ
https://deepindex.org

Fed ลด ดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ11ปี

บันทึกค่าเงิน USD ในวันที่ Fed ลด ดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ11ปี
....................
เมื่อคืนผลการตัดสินใจดอกเบี้ย ของ Fed ลง 0.25% เป็นครั้งแรกในรอบ11ปี ตามที่ นวค.คาด แถมท่าทีการแถลงของประธานเฟด แสดงชัดว่า อาจจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ (คาดกันที่ 3 ครั้งแต่ดูเหมือนจะเกิด 2 ครั้ง รอติดตามรอบประชุม ตค.) นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการประกาศสิ้นสุด การลดงบดุล นวค.มองว่าเป็นการเปิดช่องการทำ QE รอบใหม่

ความน่าสนใจคือ ครั้งนี้เป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในช่วงที่ตัวเลขเศรษฐกิจดี ตัวเลขการจ้างงานดี ดัชนีตลาดหุ้นจุดสูงสุด แตกต่างจากอดีตที่ทำเมื่อเกิดวิกฤติหรือปัญหาแล้ว จุดนี้ นวค.มองว่า Fed เลือกการชิงดำเนินนโยบายแบบก่อนจะเกิดการถดถอย(ปัจจัยจากประเด็นสงครามการค้า ชะลอเศรษฐกิจ) เช่นเดียวกัน การลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะเป็นอีกทางใช้กระตุ้นเงินเฟ้อ(inflation) ที่ดูเหมือนยังไม่กลับเข้าเป้า 2.0% ที่ต้องการได้ ร่วมกับแรงกดดันจาก โดนัล ทรัมป์ ที่วิจารณ์และมีท่าทีกดดันเรื่องนี้ชัดเจนต่อเนื่อง ตลอดปีที่ผ่านมา



ตลาดหุ้นรับข่าวเรื่องนี้ไม่เยอะ ไปทางลบปิดเมื่อวานหลังรับข่าว -1.09% นวค.มองว่าผิดหวังจากการปรับลดที่อาจจะเกิดแค่ 2 ครั้ง ด้าน US Bond 30ํY ปรับลดลงเล็กน้อย
ดัานค่าเงิน US Dollar Index Futures แข็งพอควรทะลุแนว 98 ขึ้นไปทดสอบ 98.5 โซนนี้ถือเป็น New High รอบ 2.4 ปี

อ้างอิงข่าว
https://www.wsj.com/video/fed-poised-to-cut-rates-even-as-us-economy-shows-signs-of-strength/64DC154B-8F8A-416D-9A0C-67B9A0B334E8.html
https://www.nytimes.com/2019/07/31/business/economy/federal-reserve-interest-rate-cut.html
https://www.cnbc.com/2019/07/31/fed-disappoints-more-neutral-than-dovish.html

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2562

VWAP & Fixed Fractional Model

เมื่อคืนมีคำถามเรื่อง MM ที่ใช้กับ Trend Following ด้วย VWAP Strategies ในตัวอย่างผมแนะนำ Fixed Fractional ไปเพราะ Money Management โมเดลนี้ มันเข้ากับ Trend Following ที่แก่นหลักคือการ Limit loss & Let's Profit Run ได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับ MM โมเดลอื่น อีกด้านจากหลายงานวิจัยจะพบ Fixed Fractional มันทำผลงานได้ดีกับระบบเทรดที่มี %win ไม่สูงเช่น 45-50%
จุดเด่นอีกจุดที่ Fixed Fractional นำมาบวก tactic ในการกำหนด %f (เริ่มต้นใช้ที่ 1-2%)แบบแปรผัน จะช่วยทำให้ช่วงตลาดมีแนวโน้ม กระทิงมา เมื่อระบบเก็บกำไรก้อนใหญ่ได้ การขยาย position size จะเพิ่มแบบสมูทตามขนาด equity ที่มี และขยายการโตของพอร์ตได้ ตามแนวโน้มในสินทรัพย์ที่เราเทรดด้วย แน่นอนว่า ถ้าตลาดผันผวน เราก็คง risk per trade เท่าเดิม ลด position size ลด contract size ลงแต่ขยาย SLD ให้กว้างออกไปได้เช่นกัน โดยที่ %risk ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากแผนเดิม

แต่แน่นอนว่าด้านข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพมันก็มี เพราะชื่อมันคือ fix นั้นหมายความว่า มันอาจจะไม่ได้หยืดหยุ่นรองรับได้ทุกภาวะที่เกิด ซึ่งตรงนี้ยังมีอีกหลาย Money Management model ที่พัฒนาต่อขึ้นมา
ดังที่บอกเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่มีการทดลองวิจัยเยอะมากในต่างประเทศ ต่อเนื่องมาจากยุคอดีตแล้ว หน้าที่ของเราก็แค่ลงมือศึกษาและทดลองทำ
ทิ้งทายผมมี paper หนึ่งชื่อ Fixed Fraction Position Sizing: A Stock Trading Strategy. ของ Guy R. Fleury เขาทำการทดลอง กับ Fixed Fractional ในหลายลักษณะของโมเดล กับระบบเทรด ในหุ้นทีมี probaility ในการชนะไม่สูง เพื่อดูผล performace ระยะยาว สนใจลองเข้าไปดาวน์โหลดมาอ่านได้จาก link มีทั้ง math และ code ให้พร้อม เรียกว่าสะดวกมาในการนำมาต่อยอด ครับ